บทที่3
เื่จริงหรือแค่ความฝัน
หุบเขาเหลียงซาน
เยว่ฉีนึกเกลียดชังความโง่เง่าของตนยิ่งนัก เหตุใดจึงไม่นึกได้ให้เร็วกว่านี้คลาดเพียงครู่จากกันชั่วนิรันดร์ นางเอ่ยถามตนเองด้วยเสียงสั่นเครือ “ข้าจะทำเช่นไรดี ศิษย์น้องหายไปไหน”
เยว่ฉีเดินไปมาหน้าเขตอาคมอย่างไม่รู้ตัว ชีวิตนางที่ไร้ท่านอาจารย์ศิษย์พี่ศิษย์น้องช่างน่ากลัวเหลือเกิน การตัดสินใจทำเื่ใดเื่หนึ่งล้วนเป็สิ่งที่ยากยิ่ง ความเงียบที่ไร้แม้กระทั่งเสียงลมยิ่งกดดันเยว่ฉีเป็เท่าตัว สมองนางครุ่นคิดจนอ่อนล้าจนไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยมานานเพียงใด
“นี้......นี้มันสำนักไร้นาม เป็ไปได้อย่างไร” เยว่ฉีเอ่ยออกมาอย่างใ นางทั้งสับสนทั้งมึนงง เหตุเพราะภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเป็สำหนักไร้นามที่นางเคยพำนักอยู่ครั้งเก่าก่อน สถานที่ไม่ผิดแปลกไปจากความทรงจำของนางเลย
เสียงนกน้อยประชันกู่ร้อง กลิ่นหอมของมวลผกาที่พัดมาพร้อมกับสายลมอ่อน และแสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ลงมาช่างน่ามองไม่แพ้กับบุรุษที่อยู่ตรงหน้าเลยสักนิด ษุรุษร่างสูงโปร่งดูสง่าผ่าเผย ผมดำสลวยที่แซมด้วยสีน้ำเงินช่อหนึ่งถูกมัดรวบดูเป็ระเบียบ ใบหน้าคมคาย ดวงตาสีน้ำตาลที่อบอุ่นช่างขับกับชุดขาวสะอาด ดูแล้วไม่อาจละสายตาได้
“ศิษย์พี่ใหญ่... ท่านฟื้นแล้วหรือ” แต่ละคำที่เอ่ยออกมาล้วนลำบากยิ่ง คล้ายมีบางสิ่งตีบตันอยู่ในลำคอ น้ำตานางเอ่อล้นแลดูเหมือนไม่มีวันหยุดไหล
บุรุษชุดขาวตรงหน้าเอ่ยตอบเสียงเรียบ “ฟื้นหรือ เ้าเป็อะไรไปเยว่ฉี”
เยว่ฉีได้ยินคำตอบจากศิษย์พี่ใหญ่ให้แปลกใจ ‘ทำไมศิษย์พี่ถึงเอ่ยเช่นนั้น ข้าฝันไปหรือ สิ่งที่ข้าฝันคือเื่ใดกันแน่’ นางจมอยู่กับความคิดตนเองเพียงครู่ก็ต้องสะดุ้งเพราะมีเสียงๆหนึ่งปรากฎขึ้น
“พี่สาวคนสวย วันนี้ข้าได้ปราณมุกมาเพิ่มให้คลังตั้ง ห้าหมื่นดวงเชียว” เยว่ฉีหันไปตามเสียงใสที่เอ่ยเรียก ช่างเป็เสียงที่คุ้นเคยเสียจริง
“ิหลัน” เยว่ฉีเอ่ยเรียกนามของเสียงนั้น นางเห็นศิษย์น้องเล็กิหลันวิ่งเข้ามาหาตนพร้อมรอยยิ้ม ตอนนี้สมองเยว่ฉีว่างเปล่านัก ไร้แม้คำพูดใดหลุดลอยออกมา
ิหลันเมื่อเห็นเยว่ฉีนิ่งเงียบไม่เอ่ยตอบ จึงยื่นถุงปราณมุกให้เยว่ฉีดูแล้วเอ่ยด้วยเสียงสดใส “ข้าไปแข่งทายปริศนากับเซียนฝั่งบูรพามา ชนะได้ปราณมุกมาตั้งเยอะ พี่เยว่ฉีดูสิ” รอยยิ้มของิหลันยังคงสดใสเมื่ออยู่ต่อหน้าเยว่ฉีเสมอ ถึงใบหน้ายามปกติจะดูหยิ่งทนงแต่ก็ไม่อาจบดบังความงดงามของนางได้เลย
“ถ้าข้ามิตามไป เ้าคงเสียพนันปราณมุกหมื่นดวงไปแล้วกระมัง” เสียงทะเล้นดังขึ้นมาจากด้านหลัง
เยว่ฉีขมวดคิ้วขึ้นอย่างไม่รูุ้ตัว ‘จิ้นสิง’ ไม่ผิดแน่เสียงนี้นางจำได้แม่นจิ้นสิงคนทรยศ เยว่ฉีหันลอบมองตามเสียงก็เจอจิ้นสิงที่กำลังเดินเข้ามาร่วมในวงสนทนา ใจก็หล่นวูบแต่ก็มิได้เอ่ยคำใดออกมา
“ข้าถอนคืนได้แน่ มิ้าความช่วยเหลือเสียหน่อย เ้าเสนอตัวเองต่างหาก ” เสียงโต้กลับทันควันออกจากคนตัวเล็กที่ยิ้มแป้นเพราะความภูมิใจเมื่อสักครู่
ิหลันหันหน้ามาปะทะกับจิ้นสิง ตอนนี้ใบหน้านางเปลี่ยนเป็บึ้งตึง คางเชิดขึ้นสองมือน้อยยืนเท้าเอว เตรียมเถียงสู้
จิ้นสิงใช้นิ้วชี้ผลักไปกลางหน้าผากของิหลันก่อนเอ่ย “สมองอย่างเ้านะหรือจะถอนทุนคืนได้ มิต้องเดาก็รู้เ้าคงจะแอบท่านอาจารย์ไปสร้างศัสตราวุธขายเอาปราณมุกมาเติมคืนคลังเสียมากกว่า” น้ำเสียงทีหยอกทีตำหนิออกจากปากจิ้นสิง ที่ตอนนี้เดินกลับไปนั่งแกว่งชิงช้าเถาวัลย์เล่น ไม่สนใจท่าทีเดือดดาลของิหลันเลยสักนิด
เมื่อิถูกผลักหน้าผากก็เกิดโทสะ จึงหาเื่กระตุ้นโทสะจิ้นสิงกลับ นางโต้กลับเสียงดัง “ใช่ ก็อาวุธที่ข้าสร้างเป็ที่หนึ่งในสามภพ....เ้ามีสมองมากกว่าข้าแล้วอย่างไรเล่า เ้าก็ยังฉลาดสู้ศิษย์พี่ใหญ่มิได้อยู่ดี........เ้ามันเด็กขี้อิจฉา” พอพูดถึงตรงนี้ิหลันก็มีรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง
“เ้าสิเด็ก” จิ้นสิงตะคอกกลับทันควัน เขาไม่ชอบเวลาิหลันเอ่ยเปรียบเทียบว่าศิษย์พี่ใหญ่ดีกว่าเขา และยิ่งไม่ชอบเมื่อได้ยินิหลันเรียกตนเองว่า ‘เด็ก’ เพราะมันเป็เื่ที่สองคนนี้ถกเถียงกันเสมอ ิหลันมักจะแย้งว่า นางพบท่านอาจารย์ก่อนต้องเป็ศิษย์พี่ถึงจะถูก ส่วนจิ้นสิงก็แก้กลับทันควันอย่างมิลดละ เขาตอบกลับิหลันอย่างเจ็บแสบว่า ด้วยสติปัญญาของนางด้อยกว่า อีกทั้งพลังก็อ่อนแอเป็ศิษย์น้องถูกแล้ว คำตอบโต้ตอบมากมายเกือบจะไม่ซ้ำกันจนกลายเป็ความเคยชิน
จิ้นสิงยกยิ้มมุมปากก่อนหันไปหาศิษย์พี่รองเยว่ฉี “ศิษย์พี่รอง เด็กน้อยิหลันหลอกลวงท่าน นางแอบเอาปราณมุกออกจากคลังหมื่นดวง แต่บอกกล่าวท่านแค่พันดวงเท่านั้น” ด้วยความโมโหจิ้นสิงจึงบอกความลับที่ศิษย์น้องตัวแสบได้ก่อเอาไว้ ‘เ้าตัวแสบเ้าเริ่มก่อนน่ะ ก่อเื่ไว้ตั้งมากยังกล้ายั่วโทสะข้าอีก ’ จิ้นสิงยกมือกอดอก เชิดคางขึ้นเล็กน้อยเลียนแบบท่าท่างของิหลัน รอยยิ้มมุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นพร้อมกับคิ้วเรียวงามที่ยกตาม รอยยิ้มยียวนบวกกับสายตาที่ส่งสัญญาณบอกประหนึ่งว่า ถ้าเ้าสู้ ข้าก็ไม่ถอย เด็กอย่างเ้าต้องสอนให้รู้สำนึกเสียบ้าง
ิหลันได้ฟังก็ตาลุกโตยิ่งกว่าไข่หาน นางรีบแย้งขึ้นอย่างร้อนตัว “ศิษย์พี่สามใส่ร้ายข้า ที่ข้านำออกมามีทั้งหมดเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าดวงต่างหาก และข้าก็มิได้หลอกลวงศิษย์พี่รองอีกด้วย วันนี้ข้านำปราณมุกออกจากคลังพันกว่าดวง ก็พันกว่าจริงๆนิ มิได้ถึงหมื่นเสียหน่อย” พอถึงตอนนี้คางที่เคยเชิดก็ลดต่ำลงจนมองพื้น มือที่เคยเท้าเอวก็เลือนมาจับฟู่หยกคล้องเอวเล่น ดวงตาที่เคยมองอย่างมั่นใจก็หลบลงมามองเพียงฟู่ที่อยู่ในมือ
“เจนตาหลอกลวง เ้ากลายเป็เด็กเช่นนี้ไปั้แ่เมื่อใด” บุรุษที่ยื่นเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น
ิหลันใรีบเงยหน้าขึ้นมอง สายตานางสบเข้ากับศิษย์พี่ใหญ่พอดีความตื่นตัวเพิ่มอีกระดับ
“ข้าเปล่าน่ะศิษย์พี่ใหญ่ ข้ามีเหตุผล” ิหลันรีบแก้ตัวอย่างร้อนรน
หยางเกาจ้องมองิหลันอย่างคาดคั้น ก่อนเอ่ยถามเสียงเรียบ “เหตุผลเ้าคืออะไร”
ิหลันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนเอ่ยอย่างมั่นใจ “ใจข้า้าปราณมุกจากคลังหนึ่งหมื่นดวง ข้าไปเอ่ยปากขอศิษย์พี่รองตามตรงยังไงก็ให้ข้าอยู่แล้วนางปฏิเสธคนเป็เสียที่ไหน ท่านก็รู้ว่าศิษย์พี่รองชอบเก็บเื่กังวลไว้ในใจมิชอบบอกกล่าว มุกในคลังร่อยหรอเพียงนี้นางคงแอบกังวลเป็แน่ แต่ถ้าข้านำมุกไปต่ำกว่าหมื่นก็กลับเป็ข้าเองที่ทุกข์ใจ ข้าคิดแล้วคิดอีกเลยพบทางออกนี้ สุขใจกันทุกฝ่าย " ิหลันลอบมองหยางเกา เห็นเขายังนิ่งฟังก็เพิ่มความมั่นใจขึ้นเป็เท่าตัว พลันหันไปกล่าวกับเยว่ฉีต่อ
“ศิษย์พี่รองข้ากังวลว่าท่านทุกข์ใจ เลยกล่าวออกไปเช่นนั้น ท่านอย่าโกธรข้าเลยน่ะ” ิหลันพูดพร้อมเอาหน้าถูต้นแขนของเยว่ฉี มือทั้งสองข้างที่กอดรัดเยว่ฉีก็บังคับให้ร่างนางโอนอ่อนไปตามแรงโยกช้าๆของตน
เยว่ฉีเหมือนพึ่งหลุดออกจากภวังค์จึงเอ่ยตอบ “จะโกธรเ้าได้อย่างไร ล้วนเป็เพราะเ้าหวังดีกับข้า” เยว่ฉีเอ่ยพร้อมลูบหัวนางเหมือนเคย
ถึงิหลันจะกอดเยว่ฉีอยู่แต่สายตาเว้าวอนกลับส่งไปให้จิ้นสิง นางส่งสัญญาณของยอมแพ้
จิ้นสิงเห็นก็ก้มหน้าลงกลั้นยิ้มอย่างอดไม่ได้ ั้แ่ที่นางเอ่ยคำว่าศิษย์พี่สามออกมาก็เท่ากับบอกว่า ‘วันนี้ข้ายอมแพ้เ้าแล้ว’ ฮ่าๆ เด็กน้อยเอ๊ยในเมื่อเ้ายอมสยบข้า ครั้งนี้ข้าก็จะไม่ใส่ฟืนต่อก็แล้วกัน จิ้นสิงยักคิ้วส่งสัญญาณตกลง
ิหลันเห็นสัญญาณลับที่ส่งมา ก็เบาใจลงหลายส่วนวันนี้นางยอมจิ้นสิงไปก่อนคร่าวหน้าค่อยเอาคืนก็ยังไม่สาย
“พลิกลิ้น” เสียงตะคอกต่ำออกจากปากหยางเกา ทุกการกระทำของิหลันและจิ้นสิงอยู่ในสายตาของหยางเกาั้แ่ต้น คำพูดดุดันที่ออกจากปากเขาเมื่อครู่ ทำให้บรรยากาศโดยรอบเย็นะเืขึ้นมาฉับพลัน
ตูม!!!! เสียงดังสนั่นเกิดขึ้นหลังจากหยางเกาสะบัดมือเพียงนิด ตอนนี้ไม่ว่าทุ่งดอกไม้หรือต้นไม้ใหญ่ล้วนหายราบไปในพริบตา เพราะพลังทำลายล้างที่เขาปล่อยออกมานั้นรุนแรงเหลือเกิน
“นามข้าหยางเกา ศิษย์เอกแห่งปฐมเทพฮุ้ยเหอ ขอลงโทษเ้า ศิษย์อันดับสี่ิหลัน เ้าจงอยู่ปลูกต้นไม้ดอกไม้ทั้งหมดให้กลับคืนสู่สภาพเดิม หากมิสำเร็จ ห้ามเ้าออกจากสำนักแม้เพียงครึ่งก้าว” เสียงน่าเกรงขามดังสนั่นไม่แพ้เสียงะเิเมื่อครู่
ิหลันมัวแต่ตลึงที่ขุบเขาดอกไม้แปรเปลี่ยนเป็ทุ่งราบเกือบสิบลี้ ก็ต้องหลุดจากภวังค์หลังได้ยินเสียงศิษย์พี่ใหญ่เอ่ย พลันคิดจะหันไปทักท้วงก็ไม่พบศิษย์พี่ใหญ่เสียแล้ว
“จบกัน” ิหลันเอ่ยเสียงเศร้า