ไอ้เชจะเป็ลูกเขยกำนัน
ตอนที่ 3. หมาโดนเหยียบหาง
“มึงเป็ใคร”
เสียงห้วนดังขึ้นกลางร้านกาแฟ
พนักงานในร้านสองสามคนหันมามองเป็ตาเดียวกัน
เฮียอี้ที่กำลังยกแก้วกาแฟขึ้นจิบชะงักมือเล็กน้อย
หลินเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ทันที
ส่วนไอ้เช...
มันคิดว่าประโยคเปิดเมื่อกี้โคตรเท่
“นั่นไง ใครห้ามได้ที่ไหน” ชาติแคะขี้มูกพ่นคำพูดออกมาเมื่อเห็นว่าไอ้เชลุกพรวดและเดินอาดๆไปที่โต๊ะเล็กๆที่อยู่ไม่ห่างกันมากนัก
“มึงว่า ไอ้เชจะหน้าแหกปะวะ”ชาติถามต่อ ไม่มีใครตอบอะไร เพราะแค่มองตากันก็รู้ใจ
เฮียอี้ส่งสายตาที่อ่านไม่ได้ผ่านแว่นกันแดดออกไปมองใบหน้ากวนๆของเด็กผู้ชายคนหนึ่งคะเนอายุน่าจะไล่เลี่ยกับน้องหลิน หลานสาวของตน
“คนรู้จักเหรอ” ผู้เป็อาถามหลานสาวไม่ได้สนใจคนที่ยืนทำท่าเหมือนจะหาเื่
“ไม่ค่ะ” หลินตอบแบบไร้เยื่อใยไม่หันไปมองไอ้เชเลยด้วยซ้ำ ถึงจะเคยเจอ แต่ก็ไม่เคยทักไม่เคยคุยไม่นับเป็คนรู้จักได้
“อ้อ” อี้รับคำสั้นๆก่อนจะจิบกาแฟร้อนในมืออีกอึกใหญ่
“ทำไมหลินบอกว่าเราไม่รู้จักกันอ่าเชตามจีบหลินอยู่นะ” ไอ้เชทำเสียงสอง แต่เพราะเพิ่งเสียงแตกหนุ่มได้ไม่กี่ปีมันเลยฟังแล้วแปร่งหู
“เพ้อ” หลินตัดจบสั้นๆถึงไอ้เชมันจะกวนๆ ชื่อเสียงเลื่องลือในทางไม่ค่อยดีแต่คุณหนูอย่างหลินก็ไม่รู้สึกเกรงกลัวอะไรถ้าไม่ติดว่ากำนันต่วนพ่อของเธอเป็เพื่อนกับเฮียกวงพ่อของเช คงตอบกลับแรงกว่านี้
“ตัวเท่ากำปั้น”อี้พูดเสียงแ่คล้ายกระซิบ แต่ไอ้เชมันเหมือนหมาที่หูผึ่งได้ยินชัด
“อยากแดกกำปั้นมั้ยล่ะ” เพื่อนๆทั้ง 4 ของไอ้เชหยุดกึกทำท่าเหมือนจะพร้อมเป็กำลังเสริม
เฮียอี้เงยหน้าขึ้นช้า ๆ
ถอดแว่นกันแดดออก
มองเชั้แ่หัวจรดเท้า
“มึงชื่อเชใช่มั้ย” ไอ้เชชะงัก
“ลูกเฮียกวง” น้ำเสียงยังราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย็นะเื จากนั้นก็หันไปจิบกาแฟต่อ
“แล้วไง” เชสวนกลับทันที แต่พอเห็นอีกฝ่ายไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองความมั่นใจบางอย่างในอกกลับหายไปดื้อ ๆ
“กลับไปนั่ง” เฮียอี้พูดจบก็หันกลับไปจิบกาแฟต่อเหมือนเื่ตรงหน้าไม่สำคัญพอจะเสียเวลาสนใจ
ไอ้เชยืนนิ่งกำหมัดแน่น มันควรจะสวนกลับ ควรจะด่า ควรจะหาเื่ แต่ไม่รู้ทำไมขามันถึงไม่ยอมก้าวไปข้างหน้า
“เช” ชาติเรียกเบา ๆ
“กลับมาก่อน” ไอ้เชกัดฟันกรอด ก่อนจะหันหลังเดินกลับโต๊ะตัวเองอย่างหัวเสียท่ามกลางสายตาอึ้ง ๆ ของเพื่อนทั้งสี่คน
“ดีนะที่มึงยังลงทันไม่งั้นเหลือแต่ชื่อ” ไอ้ลอยพูดเกือบกระซิบ ด้วยความที่ร้านกาแฟไม่ได้กว้างขวางแค่เสียงพูดคุยธรรมดาก็ได้ยินทั่วร้านแล้ว
“ยังไงวะ” ตุ่นถามเสียงที่ค่อนข้างดังทำให้ไอ้ชาติบีบท้ายทอยมันเอาไว้แน่น
“เบาดิวะไอ้ตุ่น คืองี้เท่าที่กูเดานะ มึงเคยได้ยินประวัติบ้านหลินบ้างปะ” ทุกคนส่ายหน้า ลอยจึงพูดต่อ
“คืองี้ กูเดานะ คนที่หลินมาด้วย...”
“ผัวหลินน่ะนะ” ไอ้ชาติปากหมาต่อไอ้เชใช้เท้าเสียบจนมันร้องจ๊าก
“ไม่ใช่เว้ย กูคิดว่า คนนั้นน่ะ”ทุกสายตามองไปที่แผ่นหลังกว้างของเฮียอี้ “เค้าคือเฮียอี้”
“อี้ไหน”
“มึงหุบปากไอ้ตุ่น กูจะฟัง” เม่นปราม
“เออ ฟังกูให้จบก่อน เฮียอี้เนี่ยน่าจะเป็อาแท้ๆของหลิน” คำว่า อาแท้ๆ ทำให้หัวใจไอ้เชมันพองโต “นั่นน่ะน่าจะเป็น้องชายในตำนานของกำนันต่วนนะ”
‘มึงนี่รู้ลึกถึงคนในตำบลหมู่บ้านกูเลยเหรอวะ’ เชคิดในใจ
“ตำนานยังไง” ใครสักคนเอ่ยถาม
“เค้าเล่ามาว่ากำนันต่วนน่ะมีพี่น้อง 7 คน แต่ละคนไม่ธรรมดาทั้งนั้นแต่คนที่โหดที่สุดคือเฮียอี้คนที่มึงไปหาเื่เค้าน่ะ” ไอ้ลอยมองมาทางเช ทุกสายตาหันมามองเชตามก่อนจะส่งแววตาสมเพชให้นิด ๆ
“เฮียอี้เนี่ยเป็เ้าของโรงโม่หินที่หมู่บ้านมึงน่ะไอ้เชมึงคิดว่าคนที่คุมคนงานเป็ร้อย อยู่เื้ัการะเิูเาเป็ลูกๆเนี่ยนิสัยจะเป็คนอ่อนโยนอ่อนหวานรึไง” ลอยไม่ได้สาธยายต่อ แต่เว้นวรรคให้ทุกคนคิดตาม
“กูก็เห็นเค้ายิ้มให้หลินอยู่นะ”
“ไอ้เช ไอ้ควายนอกจากเื่โง่แล้วมึงก็ไม่ฉลาดเื่อะไรเลยนะ ก็นั่นหลานเค้ามึงจะให้เฮียอี้แยกเขี้ยวทำหน้าดุข่มหลานตัวเองเหรอวะ คิดสิคิด”ไอ้เชรู้สึกว่าคำตอบจากไอ้เม่นทำให้มันคิดเื่นี้ตามจนทัน
“แสดงว่ากูก็มีสิทธิ์”
“สิทธิ์เตี้ยอะไรล่ะ” คำว่าเตี้ยนี้กลุ่มนี้ใช้เป็คำปกติ ออกเสียงว่าเตี้ย แต่ความหมายจริง ให้เปลี่ยน ต เป็ ห
“จีบหลินไง”
“โอยยยยย มึงเพ้อเจ้อหลินตอบชัดขนาดนั้น แถมมึงยังไปหาเื่อาเค้าอีกเดินกลับมาสภาพเหมือนหมาโดนเหยียบหาง เค้ายังจะเอามึงอยู่เรอะ
บทสนทนาของสองอาหลาน
“อาจะถามอะไรก็ถามมาเถอะค่ะ”หลินมองหน้าหล่อๆของอาตัวเอง ถึงใครต่อใครจะบอกว่าอาอี้เป็คนเข้าถึงยากอ่านสีหน้ายิ่งยากกว่า แต่หลานสาวคนนี้ฉลาดเป็กรด แต่คุณอาเผลอขมวดคิ้วสามวินาทีเธอก็รู้ได้ว่าอีกฝ่ายมีคำถาม
“ไม่สนจริงๆเหรอ”
“จริงค่ะอาอี้ ไม่ใช่สเป้กหนูชอบคนมีอนาคต ไม่ได้ชอบนักเลงหัวไม้ทื่อๆ” หลานสาวหยุดกึกมองใบหน้าคุณอาอีกครั้งก่อนยิ้มจางๆ “ชอบแบบนี้เหรอคะอา”
อี้เหลือบตามองหลานสาว “ว่างมาก?”
“หนูถามจริงนะ”
“อ่านนิยายให้น้อยลง”
“แปลว่าหนูเดาถูก” อี้ไม่ตอบซดกาแฟรวดเดียวจนเกลี้ยง สูดลมหายใจฟุดฟิดสองที
หลินส่งยิ้มเ้าเล่ห์ คนอื่นอาจไม่สังเกตแต่หลินสังเกต
...
