ข่าวที่ว่าคุณชายเหวินจงกำลังเดินทางกลับมายังจวนสกุลเหวิน ดูเหมือนว่าข่าวนี้จะสร้างความตื่นเต้นให้กับภรรยาทั้งสามของเขาอยู่ไม่น้อย
หลังจากสามีอันเป็ที่รักไม่ได้กลับมายังจวนสกุลเหวินนานอยู่พอสมควร พวกนางทั้งสามต่างให้บ่าวในเรือนออกไปหาเครื่องประทินผิวมาบำรุงทันที
อย่างเช่นเรือนตะวันออกของฮูหยินเอกเหวินจินเหลียน ที่นางนั่งแช่ในถังอาบน้ำเพื่อให้ลี่อันกับจูจูขัดผิวของนางอยู่ในตอนนี้
"ฮูหยินเ้าคะ ผิวของฮูหยินเนียนนุ่มและงดงามมากเช่นนี้ ถ้านายท่านกลับมาเห็นฮูหยินของบ่าว นายท่านต้องค้างคืนที่เรือนของฮูหยินแน่เลยเ้าคะ" จูจูเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม นางรู้ว่าต้องพูดเช่นไรให้คุณหนูของตนมีความสุข
จินเหลียนมีรอยยิ้มแห่งความสุขอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้ยินคำพูดของบ่าวสาวข้างกาย
"มันแน่นอนอยู่แล้วจูจู อย่างไรท่านพี่ก็ต้องมาพักค้างคืนที่เรือนของข้าก่อนอนุสองคนนั้นอยู่แล้ว" นางเชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ "เพราะข้าจะไม่มีวันยอมให้ท่านพี่ไปพักที่เรือนของพวกนางทั้งสองเป็แน่"
"เ้าค่ะฮูหยิน/ เ้าค่ะฮูหยิน"
...
เหวินซุนเหลียนยืนมองเรือนที่อยู่ตรงหน้าของตัวเองด้วยใบหน้าเรียบเฉย สีหน้าของซุนเหลียงบอกไม่ได้เลยว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่
แม้แต่บ่าวสาวที่ทำงานอยู่เรือนนี้ได้พบเห็น พวกนางยังแปลกใจกันเลยว่า อนุซุนมาทำอะไรที่เรือนของอนุเพ่ยกันแน่ บ่าวสาวต่างเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ
ไม่นานเท่าไหร่ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยของซุนเหลียนกับมีรอยยิ้มออกมาให้ได้เห็น นางยกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยแล้วเอ่ยพูดกับบ่าวสาวข้างกาย "เราเข้าไปข้างในกันเถอะ หนิงอัน"
"เ้าค่ะ อนุซุน"
เมื่อซุนเหลียงเดินเข้ามาภายในเรือน นางก็เห็นว่าเพ่ยหลินนั่งส่งยิ้มมาให้อยู่นานแล้ว นางรู้ว่ารอยยิ้มเช่นนี้ของเพ่ยหลิงเป็เช่นไร
มันเป็รอยยิ้มที่เสแสร้งและแกล้งทำอย่างเห็นได้ชัด
ถ้านางไม่้าร่วมมือกับเพ่ยหลิน นางจะไม่มาเหยียบที่เรือนนี้อย่างแน่นอน
ซุนเหลียงนึกหมั่นไส้รอยยิ้มเช่นนี้ของนางยิ่งนัก นางทำได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้
เพ่ยหลินมองแขกที่มาเรือนของตัวเองด้วยรอยยิ้ม มีหรือที่นางจะไม่รู้ว่าอนุหนึ่งซุนเหลียงมาที่เรือนนี้ทำไม
คงไม่พ้นให้ตนร่วมมือแบบครั้งนั้นเป็แน่
"พี่หญิงลมอะไรพาท่านมาถึงเรือนของข้าได้เ้าคะ" เพ่ยหลินแสร้งเอ่ยพูดอย่างคนสงสัย
ซุนเหลียนได้เห็นท่าทางของเพ่ยหลิง นางกับนึกหงุดหงิดใจมากขึ้นกว่าเดิม
นางอยากตบใบหน้าของเพ่ยหลิงยิ่งนัก
"เพ่ยหลิน เ้าก็น่าจะรู้ว่าข้ามาที่เรือนของเ้าทำไม เหตุใดเ้าถึงได้เสแสร้งแกล้งโง่เช่นนี้" ซุนเหลียงยกมือขึ้นมาป้องปาก แล้วหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
เพ่ยหลินได้ยินคำพูดเช่นนี้ของซุนเหลียง นางแทบจะเก็บสีหน้าและท่าทางไม่พอใจไว้ไม่อยู่ "ว่าเื่ของเ้ามาซุนเหลียน..."
ซุนเหลียนหันไปมองใบหน้าของเพ่ยหลินอย่างผู้ชนะ และรีบเอ่ยเล่าแผนการที่เตรียมมาให้นางฟังทันที
...
ชีวิตประจำวันของบ่าวเลี้ยงม้าไม่มีอะไรมากนัก ตื่นเช้ามาก็ตัดหญ้าอ่อนใส่ในรางให้ม้ากิน หลังจากม้ากินหญ้าอิ่มหมดครบทุกตัวแล้ว ก็ได้เวลาทำความสะอาดคอกม้าให้สะอาด
เจียวจิงยืนมองดูม้าทุกตัวกินหญ้าที่เขาตัดมาให้ด้วยรอยยิ้ม ถึงงานเลี้ยงม้าจะหนักและเหนื่อยมากหน่อยเขาเองก็มีความสุข นอกจากมีจูจูเป็มิตรสหายที่รู้ใจแล้ว เขาก็ยังมีม้าพวกนี้เป็สหายเช่นกัน
แต่เพียงไม่นานใบหน้าของเจียวจิงกับเศร้าลง เขายิ้มออกมาเพียงน้อยนิดเมื่อเจียวจิงนึกขึ้นมาได้ว่า เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งปีเสียแล้วที่เขาจะได้เลี้ยงม้าพวกนี้
"เฮ้อ..." เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ
โดยที่เจียวจิงไม่ได้รับรู้เลยว่า จินจูยืนยิ้มขำกลับท่าทางของเขาอยู่ในตอนนี้
"เจียวจิงเ้าเป็อะไรหรือ? ข้าเห็นเ้ายืนยิ้มให้กับม้าพวกนี้ อย่าบอกนะว่าเ้าหลงรักม้าพวกนี้เข้าให้แล้วนะเจียวจิง ฮ่า ฮ่า " เอ่ยคำพูดจบ จินจูก็หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
"เปล่าสักหน่อยจินจู" เขาเอ่ยพูดออกมาอย่างไม่จริงจัง "ถ้าเกิดข้าหมดสัญญาบ่าวจากจวนสกุลเหวินแล้ว คนเลี้ยงม้าที่เข้ามาใหม่...เขาจะเลี้ยงม้าพวกนี้เหมือนอย่างที่ข้าเลี้ยงหรือเปล่าก็เท่านั้น"
จินจูได้ยินคำพูดของเจียวจิงเขาเองก็หยุดหัวเราะทันที
"จริงด้วยเจียวจิง"