" พวกเ้ารู้จักรึไม่ " นนท์เอ่ยถามสมุนทั้งหก
" ศิษย์พี่ใหญ่ นั่นคือเฉินคัง ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนัก จักรพรรพดิ์ขั้นที่เก้า " นนท์พยักหน้า
" ศิษย์พี่ใหญ่ หากท่านประมือกับเฉินคัง ผู้ใดจะชนะ " เ้าห้าเอ่ยถาม
" ข้าเหนื่อยเพียงยกมือเท่านั้น " ลูกสมุนทั้งหกต่างตาโต
" จริงรึ " นนท์หันมองเหล่าสมุนพลางยักคิ้ว
" หัวของอสูรเพลิงขั้นราชันย์จักรพรรดิ์ขั้นต้น ข้ายังเอามาได้ ประสาอันใดกับจักรพรรดิ์ขั้นที่เก้า " นนท์แสยะยิ้ม
" เฉินคัง แม้นขั้นฝึกจะสูง แต่กายมิได้แข็งแกร่ง เพราะมัวใช้แต่ทรัพยากรทะลวงขั้นพลัง " เหล่าสมุนทั้งหกต่างพยัหน้า
" ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าว่าท่านระวังตนไว้ เพราะตระกูลเฉินนั้นมีราชันย์จักรพรรดิ์สูงสุดคอยพิทักษ์ " นนท์พยักหน้า
" ได้เวลาพวกเ้าต้องฝึกแล้ว " นนท์เดินกลับไปยังเขาของตน
" พวกเ้าได้ชื่อเขาลูกนี้รึยัง " เหล่าสมุนทั้งหกต่างพยักหน้า
" บรรพตั " นนท์คิ้วขมวด
" เหตุใดจึงเป็ชื่อนี้ " นนท์เอ่ยถาม
" ศิษย์พี่ใหญ่ เพราะท่านนั้นเป็ัในในร่างมนุษย์ " นนท์ยกยิ้มทั้งส่ายหน้า
" ตามใจพวกเ้าแล้วกัน " นนท์เดินเข้ามาในถ้ำของตน
" พวกเ้าไปยังตำหนักโอสถ เอาสมุนไพรตามรายชื่อนี้มาให้ข้า " นนท์ยื่นรายการสมุนไพรให้เ้าหนึ่ง เ้าหนึ่งและเ้าสองเร่งไปยังตำหนักโอสถอย่างรวดเร็ว
เมื่อเ้าหนึ่งกลับมา " ข้าจะหลอมโอสถ พวกเ้าอย่าให้ผู้ใดเข้ามา "
นนท์เริ่มทำการหลอมโอสถกายาัทองแดง เงิน ทอง ออกมาราวอย่างละล้านเม็ด
" คารวะท่านเ้าตำหนัก " นนท์ประสานสองมือ
" ข้าได้ยินว่าท่านเบิกสมุนไพรมาตั้งมากเ้าคิดทำสิ่งใด " นนท์ยกยิ้ม แล้วยื่นแหวนมิติสามวงให้กับเ้าตำหนักโอสถ
" นี่มันอันใด " เ้าตำหนักโอสถส่งจิตเข้าไปในแหวนมิติ พบเจอแต่ขวดหยกนับล้าน
" มันคือ โอสถกายาัทองแดง เงิน ทอง อย่างละล้านเม็ด " นนท์ยกยิ้ม เมื่อเห็นสีหน้าของเ้าตำหนักโอสถ
" โอสถกายาัทองแดง เงิน ทอง อย่างละล้านเม็ด " เ้าตำหนักถึงกับเข่าอ่อนทรุดตัวลงนั่งที่พื้น
" ผู้าุโ " นนท์ยกตัวของเ้าตำหนักโอสถ
" โอสถเหล่านี้ล้ำค่ามาก หากหลอมออกมาได้เพียงหนึ่งเม็ด ราคาก็สูงนับหมื่นผลึกปรานสรรพสิ่งแล้ว แต่นี่ ท่านกลับหลอมออกมาได้ถึงล้านเม็ด " นนท์ยกยิ้ม
" ผู้าุโ เวลานี้ข้าเริ่มทำตามแผนที่ข้าวางไว้แล้ว " เ้าตำหนักโอสถพยักหน้า หลังจากที่เ้าตำหนักโอสถจากไป
" นี่เป็โอสถกายาัทอง เมื่อพวกเ้าหลอมแล้ว จงนำโอสถกายาัทองแดงแจกจ่ายใหกับศิษย์ชั้นล่าง " เหล่าสมุนทั้งหกพยักหน้า
" ระหว่างที่เหล่าศิษย์ชั้นล่างทำการดูดซับโอสถ ให้พวกเ้าอยู่คอยพิทักษ์ " กล่าวจบนนท์เร่งออกจากสำนักในทันที
นนท์ลอยตัวขึ้นสูงแฝงกายในห้วงมิติ กวาดตามอง
" ดี มองชั้นดินทะลุโดยที่ไม่ต้องใช้เนตรั " นนท์พึมพำ
เพราะการหยั่งรู้กฎเกณฑ์ปฐีทำให้นนท์นั้นสามารถผสานร่างกับผืนแผ่นดินได้ ทั้งยังสามารถก่อรูปแบบของดินได้ตามที่ใจ้า
" บ่อน้ำสรรพสิ่งระดับราชชันย์จักรพรรดิ์นับล้านล้านบ่อ สมกับเป็โลกจักรพรรดิ์จริงๆ " นนท์วาดมือเรียกบ่อน้ำสรรพสิ่งแห้งกรังขึ้นมานับหมื่นบ่อ ทั้งยังผนึกเส้นปรานชั้นราชันย์จักรพรรดิ์อีกนับพันเส้น
" แค่นี้น่าจะพอ " นนท์พึมพำ แล้วทะยานร่างกลับไปยังสำนัก
" ท่านเ้าสำนัก ข้า้าหุบเขาสักลูก " เ้าสำนักพยักหน้า แล้วพานนท์ไปเลือกหุบเขาที่้า
" ข้า้าเขาลูกนี้ " นนท์วาดมือสร้างห้องต่างๆ วางบ่อน้ำสรรพสิ่งและใส่เส้นปรานโกลาหลลงไปในบ่อน้ำที่แห้งกรัง
" ท่านเ้าสำนัก ข้าได้วางบ่อน้ำสรรพสิ่งไว้ทั้งหมดพันบ่อ อีกราวสิบปีบ่อน้ำเหล่านี้ก็จะใช้งานได้ " เ้าสำนักถึงกับน้ำตาซึม
นนท์ลอยตัวมายังกึ่งกลางของสำนัก แล้วเรียกแท่นสูงราวพันจั้งกว้างราวร้อยจั้งออกมา นนท์เชื่อมจิตทัศนะของสำนักจักรพรรดิ์เข้ากับแท่นสูง ทั้งยังฝังเส้นปรานัที่ฐานราก
นนท์ทำการเชื่อมจิตของตนลงไปยังแท่นสูง
" ครืน " เส้นปรานัแผ่กระจายออกเป็ชั้นราวเจ็ดชั้น นนท์พยักหน้า
" ผู้าุโทุกท่าน นี่คือจิตทัศนะแห่งสำนักจักรพรรดิ์ " เหล่าผู้าุโต่างพยักหน้า
" อาจารย์โจว ท่านลงมือทำสิ่งต่างๆเพื่อสำนักมากมาย แต่สำนักนั้นกลับมิได้ให้สิ่งใดแก่ท่านเลย " นนท์เพียงยกยิ้ม
" ผู้าุโทุกท่านอย่าได้กังวล ข้าอยากทำข้าก็ทำ " เหล่าผู้าุโพยักหน้าเบาๆ
" ข้าจะสร้างค่ายกลไว้ฝึกต่อสู้ " นนท์ทะยานร่างพื้นที่
" ที่นี่ " นนท์วางค่ายกลิญญาอสูร
" ผู้าุโทุกท่าน นี่คือค่ายกลิญญาอสูร เอาไว้ให้เหล่าศิษย์เข้าฝึกการต่อสู้ " นนท์มองยังลูกสมุนของตน
" พวกเ้าทั้งหก เชื่อมจิตเข้ากับศิลานี้ " ลูกสมุนทั้งหกพยักหน้าแล้วเดินเข้าเชื่อมจิตกับศิลา
" วิ้ง " ร่างของทั้งหกหายวับไป
" อ้าก " เสียงร้องคร่ำครวญดังระงมทั่วทั้งค่ายกล
" วิ้ง " ร่างของทั้งหก ถูกนำออกมาจากค่ายกล นนท์มองยังร่างของลูกสมุนพลางส่ายหน้า
" ครืน " เมหหมอกสีขาวแผ่ปกคลุมร่างทั้งหกไว้
" ศิษย์พี่ใหญ่ข้าหายแล้ว " เ้าหนึ่งเอ่ยขึ้น
" น่าอายนัก ข้ายังมิได้ทำสิ่งใด ก็ถูกอสูรในนั้นฟาดกรงเล็บเข้าใส่ " นนท์ยกยิ้ม
" เ้ารู้รึไม่ อสูรที่พวกเ้าปะทะนั้นเป็ถึงจักรพรรดิ์ขั้นที่หนึ่ง เ้าสามารถรับกรงเล็บของมันได้หนึ่งครั้งโดยที่เ้ามิตายนั้น ถือว่ากายของพวกเ้าแกร่งมาก " เหล่าลูกวมุนต่างฉีกยิ้มออกมา
" หากพวกเ้า อยากจะทดสอบก็เข้ามาได้ทดสอบได้ มิต้องกังวลว่าจะพบเจออสูรขั้นจักรพรรดิ์ เพราะศิลานี้จะส่งิญญาอสูรที่เหมาะสมกับขั้นฝึกของเ้า " เหล่าศิษย์ที่รายล้อมพยักหน้า แล้วทะยอยเข้ารับการทดสอบ
" ผู้าุโ มิไหว ศิษย์เหล่านี้อ่อนแอยิ่งนัก สู้ข้ามขั้นเพียงขั้นเดียวยังมิได้ ทั้งบางคนยังสู้ระดับเดียวกันมิได้ " นนท์ส่ายหน้า
" อาจารย์โจว ท่านคิดเห็นเช่นไร " ผู้าุโผู้หนึ่งเอ่ยถาม
" ข้าคิดว่า เวลานี้ควรเร่งฝึกกาย หากกายแข็งแกร่งก็ยังพอที่จะสู้ข้ามขั้นได้ " เหล่าผู้าุโต่างพยักหน้า
" ข้าจะวางค่ายกลทดสอบกายเพิ่ม " นนท์พึมพำ
นนท์เร่งไปยังลานกว้างอีกแห่ง แล้ววางค่ายกลทดสอบกาย
" นี่คือค่ายกลทดสอบกาย พวกเ้าทั้งหก เข้าไป " เหล่าลูกสมุนต่างพยักหน้า แล้วเดินเข้าไปในค่ายกลทดสอบกาย
" เหตุใดศิษย์ทั้งหกยังมิออกมา " เ้าสำนักเอ่ยขึ้นเมื่อผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม
" เพราะกายของศิษย์ทั้งหกนั้นแข็งแกร่ง จึงทนรับแรงกดดันระดับจักรพรรดิ์ขั้นที่หนึ่งได้ " เหล่าผู้าุโพยักหน้า
" เป็เพราะโอสถกายาัทั้งสามรึ จึงทำให้กายของศิษย์ทั้งหกแข็งแกร่ง " นนท์พยักหน้า
" หากเป็เช่นนั้น ข้าจะเร่งแจกโอสถกายาัทองแดงให้กับศิษย์ทุกคน และตั้งรางวัลสำหรับผู้ที่ผ่านด่านค่ายกลทดสอบกาย จะได้รับโอสถกายาัเงิน " เ้าตำหนักโอสถเอ่ยขึ้น
" เป็สิ่งที่สมควร " นนท์เอ่ยขึ้น นนท์และเหล่าผู้าุโต่างพูดคุยกันอยู่ราวสองชั่วยาม
" ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าทะลวงพลังขั้นพลังได้อีกแล้ว " สมุนทั้งหกเร่งออกมาจากค่ายกล
" ดี " นนท์โยนแหวนมิติให้คนละวง
" ผุ้าุโทุกท่านข้าต้องขอตัว " นนท์ประสานสองมือแล้วกลับไปยังบรรพตั
" ฉีเอ๋อร์ เ้าคิดถึงข้ามากถึงกับมานั่งรอข้าที่นี่เลยรึ " ฉางกุ้ยฉีพยักหน้า
" พี่โจว วันนี้เป็งานฉลองโคมแดงของเมืองจักรพรรดิ์ ข้า " นนท์ยกยิ้ม
" ฉีเอ๋อร์ มิว่าจะเป็ที่แห่งใด ข้าจะไปกับเ้า " นนท์จ้องตาคู่สวยของนาง
" เ้าพร้อมรึยัง " ฉางกุ้ยฉีพยักหน้า
" ศิษย์พี่ใหญ่ พวกข้าอยากไปด้วย " นนท์พยักหน้า
นนท์ทะยานร่างไปยังเมืองจักรพรรดิ์
" นี่รึเมืองจักรพรรดิ์ ข้าเพิ่งเคยมาเป็ครั้งแรก " นนท์พึมพำ มองซ้ายทีขวาที
" ที่นี่ช่างมั่งคั่งจริงๆ " นนท์พึมพำ หันมองยังปิ่นหยกชื้นหนึ่ง
" ฉีเอ๋อร์ ข้าให้เ้า " นนท์เสียบปิ่นหยกยังผมของฉางกุ้ยฉี
" พี่โจว ฉีเอ๋อร์ขอบคุณ " ฉางกุ้ยฉียกยิ้มให้นนท์อย่างเอียงอาย
" อา ไข่มุกสำนักจักรพรรดิ์ปลงใจรับรักบุรุษแล้ว "
" ไอ้หนุ่มนั่นมันเป็ผู้ใด ใยจึงคว้าใจของนางได้ "
เหล่าผู้ยอดยุทธมากมายต่างคลุ้นมคลั่งกับภาพที่นนท์เสียบปิ่นหยกให้กับฉางกุ้ยฉี
" ศิษย์ ท่านสร้างศัตรูไว้เยอะนัก " นนท์พยักหน้า
" ไอ้สาระเลว ข้าทิซาเฟย สำนักระฆังทอง ขอท้าประลองเป็ตายกับเ้า " นนท์ถึงกับหัวคิ้วชนกัน
" ข้ากับเ้ามิเคยบาดหมางกันใยเ้าถึงได้มาท้าประลองเป็ตายกับข้า " นนท์เอ่ยถาม
" หึ ก่อนนี้มิมี แต่เวลานี้มีแล้ว " ทิซาเฟยชี้นิ้วไปยังฉางกุ้ยฉี นนท์พยักหน้า
" เ้าคงหมายปองนางสินะ " นนท์ยกยิ้ม
" เสี่ยวเฟย เ้าสู้ข้ามิได้ดอก อย่าเอาชีวิตของเ้ามาเสี่ยงเลย มันมิคุ้ม " นนท์มองยังร่างของทิซาเฟย
" ไอ้สาระเลว " ทิซาเฟยฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์ในทันที
" ตูม " ร่างของทิซาเฟยปลิวออกไปไกลนับพันลี้
" มีพลังเพียงแค่นี้ ยังกล้าที่จะข่มผู้อื่น " นนท์พึมพำ
" พี่โจว ไปทางนั้น " นนท์พยักหน้า เดินไปตามทางที่ฉางกุ้ยฉีบอก
" ท่านพี่ " จูเม่ยเสียน ส่งเสียงเรียก
" เสียนเอ๋อร์ " ทั้งสองเดินเข้าหากันอย่างเชื่องช้า นนท์สวมกอดจูเม่ยเสียนอย่างแแ่
" เสียนเอ๋อร์ ข้าคิดถึงเ้ายิ่งนัก " นนท์ประทับจูบที่ปากอิ่มของนางอย่างดื่มด่ำ
ฉางกุ้ยฉี ถึงกับสะท้านทั้งร่าง ผินกายวิ่งจากไป
" น้องหญิงของข้ารึ " จูเม่ยเสียนเอ่ยถาม
" ตอนนี้ยัง " จูเม่ยเสียนพยักหน้า
" นางชื่อว่าเช่นไร " นนท์ยกยิ้ม
" ฉางกุ้ยฉี " จูเม่ยเสียนพยักหน้า แล้วเร่งตามฉางกุ้ยฉีไป
" ศิษย์พี่ใหญ่ นั่นไข่มุกของสำนักหงษ์เพลิง " นนท์พยักหน้า
สายตาหลายคู่จับจ้องยังนนท์ ทั้งปรานสังหารยังพุ่งทะยานเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง นนท์ถึงกับสะดุ้ง
" นี่มันอันใดกัน " นนท์พึมพำ
" เ้าเป็ผู้ใด " ชายหนุ่มท่าท่างองอาจ เดินเข้าหานนท์
" ข้าโจวนนท์ ศิษย์สายนอกของสำนักจักรพรรดิ์ " นนท์ตอบ
" แล้วเ้าเล่า " นนท์มองยังชายหนุ่ม
" สวะสายนอกเช่นเ้านั้น มิคู่ควรแม้นแต่จะมองเงาของศิษย์พี่ใหญ่ " เหล่าสมุนเดินเข้าขวางนนท์ไว้
" งั้นรึ " นนท์เพียงยกยิ้ม แล้วผินกายเดินไปยังจูเม่ยเสียน
" ไอ้สาระเลว " ชายหนุ่มท่าทางองอาจ ร้องด่านนท์
" จับมันไว้ " เหล่าสมุนของชายหนุ่มต่างกรูเข้าล้อมนนท์ไว้
" เ้าบังอาจยุ่งเกี่ยวกับสตรีของศิษย์พี่ใหญ่ ข้าจะจับเ้าไปให้ศิษย์พี่ใหญ่จัดการเ้า " นนท์ได้แต่ส่ายหน้า
" พวกเ้ามีปัญญารึ " นนท์เอ่ยขึ้น
" หึ จับมัน " เหล่าสมุนกระโจนเข้าหานนท์ในทันที
" มันหายไปได้เช่นไร " เหล่าสมุนของชายหนุ่มต่างมองหาร่างของนนท์
" พวกเ้าเหตุใดจึงดีแต่ใช้กำลัง " นนท์ยืนสองมือไพล่หลัง มองยังเหล่าสมุนของชายหนุ่ม
" มันอยู่นั่น " สมุนทั้งสิบกระโจนเข้าหานนท์อีกครา นนท์ได้แต่ส่ายหน้า วาดมือส่งกรงอักขระเต๋าเข้าขังทั้งสิบไว้
" ให้พวกเ้าอยู่ในนี้ สักสามชั่วยาม " นนท์จ้องยังชายหนุ่ม
" ครานี้เหลือเพียงเ้ากับข้า " นนท์กวักมือเรียกชายหนุ่ม
" ข้าจะสั่งสอนเ้าให้รู้จักที่ต่ำที่สูง " ชายหนุ่มฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์ในทันที ฝ่ามือเพลิงพุ่งทะยานเข้าหานนท์อย่างรวดเร็ว
นนท์ยกยิ้มส่งปรานเหมันต์เข้าต้านในทันที
" ตูม " ร่างของชายหนุ่มปลิวลอยไปไกล นนท์ส่ายหน้า
" แค่นี้ก็ยกตนเองว่าศิษย์พี่ใหญ่แล้วรึ " นนท์พึมพำ แล้วเดินไปยังจูเม่ยเสียน
" ท่านพี่ เสียนเอ๋อร์มีเื่ที่จะพูดคุยกับท่านมากมายนัก " นนท์พยักหน้า มองยังมือของสองสาวที่เกาะกุมกันไว้
" ฉีเอ๋อร์ก็อยากจะคุยกับข้าด้วยรึ " ฉางกุ้ยฉีได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย
" เสียนเอ๋อร์ ชายหนุ่มคนนั้นคือผู้ใดรึ " นนท์เอ่ยถาม
" นั่นคือหลีไท่ตี้ ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักหงษ์เพลิง " นนท์พยักหน้า
" ศิษย์พี่ใหญ่ท่านล่วงเกินผู้คนมากมายยิ่งนัก " นนท์มองยังเ้าหนึ่ง
" นั่นสิ ข้าว่ากลับกันเถอะ " นนท์ทะยานร่างกลับไปยังาำนักอย่างรวดเร็ว