ยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว]

    ตอนที่ 102 ภัยคุกคามในห้องผู้ป่วย

    ณ โรงพยาบาล


    ตู้ชวนนั่งเฝ้าไข้อยู่บนเก้าอี้ตัวยาวหน้าประตูห้องผู้ป่วยหลังจากผลัดเวรกับไอ้เพื่อนตัวใหญ่ที่กลับไปนอนแล้ว เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงกลางดึกความง่วงก็ถาโถมจนเขาทนไม่ไหว สุดท้ายก็ผล็อยหลับไปอยู่บนเก้าอี้ยาวนั้น หลังจากตู้ชวนหลับไปได้ไม่นาน เงาดำร่างหนึ่งก็ได้ย่างกรายเข้ามาในห้อง จากนั้นประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกปิดลง


    ตู้ชวนลุกขึ้นมานั่งอย่างสะลึมสะลือ แต่เมื่อไม่เห็นว่ามีความผิดปกติใด ๆ ก็ล้มตัวลงนอนต่อ


    นิ้วชี้ของบาวดี้ถูกตัดไปแล้วและถูกเชื่อมต่อเข้าไปใหม่อีกครั้ง ปกติเวลานอนเขามักจะนอนตะแคงไปทางด้านซ้าย แต่หลังจากที่กลัวว่าจะกดทับนิ้วที่ขาดจนกลายเป็นคนพิการ บวกกับบาวดี้ก็นอนหลับไม่ค่อยสนิทอยู่แล้ว เขาจึงรับรู้ได้ว่ามี


    ใครบางคนกำลังจ้องมองตนเองอยู่ในความมืด ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นลูกน้องร่างใหญ่หรือไม่ก็ตู้ชวนเดินเข้ามาหา แต่เมื่อคิดไปคิดมากลับรู้สึกถึงอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล เพราะถ้าพวกนั้นเข้ามาก็คงไม่เอาแต่นั่งจ้องเขากลางดึกกลางดื่น ไม่ไปหลับไปนอนแบบนี้แน่


    เมื่อคิดได้ บาวดี้ก็เกิดความกลัวขึ้นมาในใจ


    “ตื่นแล้วเหรอ?”


    ทันใดนั้น เสียงทุ่มต่ำของผู้ชายก็ดังขึ้นในความมืด สร้างความตกใจให้กับบาวดี้จนต้องเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง แล้วดึงผ้าห่มคลุมโปงด้วยความกลัวตัวสั่น ปากก็ร้องพึมพำว่า ‘ปล่อยฉันไปเถอะ’ อยู่ตลอดเวลา


    เมื่อเห็นว่านอกผ้าห่มไม่มีการเคลื่อนไหว


    บาวดี้ก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย จึงค่อย ๆ เปิดผ้าออกด้วยความระมัดระวังก่อนจะพบว่าคนปริศนาคนนั้นหายตัวไปแล้ว ทว่าวินาทีต่อมาเขาก็ปะทะเข้ากับปากกระบอกปืนสีดำกระบอกหนึ่ง บาวดี้ตกใจจนโยนผ้าห่มทิ้งแล้วยกแขนขึ้นป้องหัว


    “ฉะ ฉัน ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปล้นของนาย ฉันคิดว่าของลอตนั้นเป็นของหรงอันชิ่ง ดังนั้น...”


    “หุบปาก”


    บาวดี้รีบหุบปากลงตามคำสั่งทันที


    ลานเซลอตหยิบโคมไฟบนตู้ข้างเตียงขึ้นมาก่อนจะเปิดไฟสว่างจ้า ส่งผลให้บาวดี้ต้องหลับตาปี๋พลางยกมือขึ้นปิดหน้าไว้ไม่ให้แสงแยงตา


    “นายทำอะไร?”


    “ฉันไม่เห็นหน้าของนาย อย่า ยะ อย่า… อย่าฆ่าฉันเลย”


    ลานเซลอตขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่อยากเสวนาไร้สาระกับอีกฝ่ายอีกจึงยกปืนขึ้นมาจ่อขมับคนบนเตียง บาวดี้ตกใจตัวแข็งทื่อ เขานั่งนิ่งอยู่บนเตียงไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้สักกระผีก


    “ตอบคำถามฉันมาสองสามข้อ”


    “ตอบ ตอบครับ คุณถามอะไร ผมก็ตอบแบบนั้น จะไม่โกหกแม้แต่นิดเดียว!”


    “ทำไมนายคิดว่าฉันจะมาคิดบัญชีกับนาย?”


    “ก่อนที่ผมจะปล้นของลอตนั้น ชีวิตผมก็ปกติมาตลอด แต่หลังจากที่ปล้นของนั่นมาผมก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอด ดังนั้นถ้าคุณไม่มาคิดบัญชีกับผม... หรือว่าไม่ใช่เพราะของลอตนั้น แล้ว...?”


    บาวดี้ลดมือที่ปิดหน้าลงแล้วพยายามลืมตาเพื่อจะมองใบหน้าของอีกฝ่ายให้ชัดเจน ทว่าปืนกระบอกนั้นยังคงจ่ออยู่ที่ขมับของเขา ด้วยความกลัวตายเขาจึงรีบหลับตาลงเหมือนเดิมทันที


    “ฉันจะถามนายว่า นายมีความสัมพันธ์อะไรกับเฉินอันหลาน?”


    “เฉินอันหลาน? ใคร ใครกัน...”


    ลานเซลอตหรี่ดวงตาสีดำทมิฬนั้นลง จากนั้นก็พูดขยายความ


    “คนที่ไปปล้นของลอตนั้นกับนาย”


    “คนที่ไปปล้นของด้วยกัน… คุณหมายถึงอาเล่อเหรอ?”


    “เขานั่นแหละ”


    “ฉันก็ว่าอยู่ ขนาดแซ่ยังไม่มี ยังไงก็ต้องเป็นชื่อปลอมแหง ๆ ที่แท้เขาก็


    ชื่อ...”


    ยังไม่ทันที่บาวดี้จะพูดจบ ก็ได้ยินเสียงง้างนกสับเพื่อเตรียมยิงดังขึ้นอย่างฉับพลัน เขาตกใจจนต้องหุบปากฉับ และไม่กล้าพูดอะไรมั่ว ๆ ออกไปอีก


    ลานเซลอตคลายนิ้วชี้ออกจากปืน


    “มีความสัมพันธ์อะไรกัน?”


    “พี่ พี่น้องที่ดีต่อกัน ฉันกับอาเล่อเราเป็นเสมือนพี่น้องกัน”


    “พูดต่อ”


    “อาเล่อรู้จักฉันเมื่อห้าปีก่อน พวกเรากลายเป็นลูกน้องที่กินข้าวหม้อเดียวกันภายใต้อำนาจของพี่เฉิง แต่อาเล่อโดดเด่นกว่าฉัน จนกระทั่งได้รับหน้าที่บริหารธุรกิจแทนพี่เฉิง หลังจากนั้นเขาก็เจริญรุ่งโรจน์มาโดยตลอด จนสุดท้ายก็กลายเป็นคนโปรดของพี่เฉิงไป ทุกคนต่างเรียกเขาว่า ‘พี่เล่อ’ ...ฉันสนิทกับอาเล่อ และรู้จักกันก่อนหน้านั้น ก็เลยเรียกเขาว่าอาเล่อ”


    “ขอตรงประเด็น หลังจากนั้นมันเกิดเรื่องอะไรขึ้น”


    บาวดี้ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ จากนั้นก็พูดต่อ


    “หลังจากนั้นพี่เฉิงกับเขาก็กลายเป็นพี่น้องที่จับมือทำธุรกิจร่วมกัน พี่เฉิงให้อาเล่อไปควบคุมดูแลสินค้าที่ท่าเรือ แต่ในคืนนั้น พี่เฉิงได้รับข่าวมาว่ามีสายลับของตำรวจปะปนอยู่ในกลุ่มของพวกเรา เขาร้อนใจจึงพาลูกน้องไปท่าเรือ... แต่หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นต่อผมเองก็ไม่แน่ใจ รู้แค่ว่าพี่เฉิงถูกจับ ของถูกยึด หลังจากนั้นอาเล่อก็หายตัวไปเลย ตอนแรกผมคิดว่าอาเล่อตายไปแล้ว จนกระทั่งเมื่อหลายวันก่อนเขาก็มาถามผม ผมถึงได้รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่”


    “ถามอะไร?”


    “สร้อยคอเส้นหนึ่ง สร้อยคอเพชร... อะ จริงสิ เมื่อสองสามวันก่อนมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้น คนที่อาเล่อตามหาคือฆาตกรที่ก่อเหตุฆาตกรรมในครั้งนั้น”


    สร้อยคอของเหลียงลั่วหยิน


    ดวงตาสีดำทมิฬฉายแววเคร่งขรึมลงในชั่วพริบตา จากนั้นลานเซลอตก็ถามคำถามต่อ


    “คนที่บอกว่าเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายกับหวางเฉิงชื่อว่าอะไร?”


    “ชื่อ ชื่อ...”


    บาวดี้เกิดความลังเลเล็กน้อยว่าจะพูดหรือไม่พูดดี แต่แล้วความเจ็บปวด


    ก็แผ่ขยายมาจากต้นขาอย่างฉับพลัน จากนั้นเขาก็เห็นของเหลวข้นหนืดไหลออกมาจากต้นขาตัวเอง บาวดี้เพิ่งรู้ตัวตอนนั้นว่าตัวเขาถูกยิงไปแล้ว ในขณะที่กำลังจะตะโกนร้องออกมาด้วยความตกใจ ปากกระบอกปืนก็ถูกยัดเข้ามาในปากของเขา บาวดี้กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ไม่กล้าส่งเสียงร้องใด ๆ ออกมา ได้แต่ข่มกลั้นเสียงไว้ในลำคอ


    แต่เพราะปืนกระบอกนี้ บาวดี้จึงได้ลืมตาโพลง แล้วก็ได้เห็นหน้าคนที่นั่งอยู่บนเตียงของเขา ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะใส่ผ้าปิดปาก แต่ดวงตาที่ปรากฏอยู่โดดเด่นจนไม่อาจลืม มันลึกลับเสียจนยากที่จะคาดเดา ไม่รู้ทำไมถึงทรงพลังอำนาจได้ถึงขนาดนี้ ดวงตาทรงอำนาจ ——


    ‘ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเป็นอัลฟ่าชั้นสูง!’


    ตั้งแต่บาวดี้ใช้ชีวิตมายี่สิบกว่าปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอกับอัลฟ่าชั้นสูง


    จัง ๆ แบบนี้ ถึงแม้ว่าตัวเองจะเป็นอัลฟ่าคนหนึ่งเหมือนกัน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับอีกฝ่าย ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว ถึงจะมีจิตใจหรือว่ากลิ่นอายของอัลฟ่าในแบบเดียวกัน แต่บาวดี้กลับหวาดกลัวคนตรงหน้าไม่น้อย เขาห่อไหล่ไม่กล้ามองสบตาลานเซลอตแต่อย่างใด


    “ชื่ออะไร?”


    “เหอ เหอเหวยปัง”


    “เถ้าแก่อาเรียเหรอ?”


    “ใช่ เขานั่นแหละ”


    หลังจากการสนทนากับบาวดี้จบลง ลานเซลอตก็ยังคงจ้องมองเขาต่ออีกหลายวินาที เมื่อแน่ใจว่าคนคนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะโกหก อัลฟ่าชั้นสูงก็ลดอาวุธลง เขาดึงกระดาษทิชชูบนตู้ข้างหัวเตียงออกมาเช็ดปากกระบอกปืนชั่วครู่ ก่อนยืนขึ้นแล้วเดินออกไปทางประตูห้อง


    “นาย นายมีความเกี่ยวข้องอะไรกับอาเล่อเหรอ?” บาวดี้รวบรวมความกล้าแล้วถามบุคคลปริศนานั้นออกไป


    เท้าที่กำลังก้าวออกไปได้หยุดชะงักลงทันที หลังจากที่นิ่งค้างชั่วขณะ เขาก็หันกลับไปมองคนบนเตียงผู้ป่วย


    บาวดี้หดหัวลงด้วยความกลัว และหุบปากฉับไม่กล้าส่งเสียง


    “ของลอตนั้นอยู่ไหน?”


    “...อยู่ที่อาเล่อ ไม่ ไม่ได้ อยู่ที่ฉัน”


    “พรุ่งนี้เช้าเอาของลอตนั้นไปส่งที่สถานีตำรวจ”


    “นั่นโทษร้ายแรงเลยนะ ถ้าถูกคนอื่นเห็นเข้า...”


    เมื่อมองเห็นสายตาข่มขู่ของลานเซลอต บาวดี้ก็หุบปากที่กำลังเถียงทันที


    ลานเซลอตหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนเอ่ยกำชับ


    “พรุ่งนี้เอาของไปส่งให้กับตำรวจ เข้าใจไหม?”


    “เข้า เข้าใจแล้ว” บาวดี้ตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


    เมื่อพูดจบ เงาดำของคนปริศนาก็หายไป


    ด้วยความกลัวว่าคนคนนั้นจะย้อนกลับมาอีกครั้ง บาวดี้จึงยังนั่งอยู่บนเตียงด้วยความหวาดผวา หลังจากแน่ใจว่าคนน่ากลัวไม่มีวี่แววย้อนกลับมาอีก เขาจึงรีบตะโกนเรียกตู้ชวนที่นอนอยู่นอกห้องเข้ามาในห้องทันที


    “พี่บาวดี้ พี่เป็นอะไรรึเปล่าครับ?” ตู้ชวนเปิดไฟ เมื่อเดินเข้ามาใกล้ก็พบว่าบนต้นขาของลูกพี่ตนนั้นถูกยิง เลือดสดไหลริน ทำให้เตียงคนไข้กลายเป็นสีแดงไปกว่าครึ่ง ตู้ชวนตกใจมากจึงหมุนตัวเตรียมจะวิ่งออกไปข้างนอก


    “นายจะไปไหน?!”


    “ผมจะไปตามคุณหมอ...”


    “ไปตามทำซากอะไร ถ้านายอยากให้ฉันไปกินข้าวแดงในคุกก็ไปเรียกมาเลย!”


    เมื่อถูกบาวดี้ตะคอกใส่ ตู้ชวนก็ไม่กล้าก้าวเท้าออกปอีก ทำได้แค่ปิดประตูห้องด้วยความรีบร้อน ก่อนจะเดินมากดบาดแผลที่มีเลือดไหลไม่หยุดให้กับบาวดี้


    “พี่บาวดี้ แล้วพี่จะทำยังไง?”


    บาวดี้กลัวตายมาก เพียงแต่เขาก็ยังมีความห้าวหาญอยู่บ้าง เขาเป็นพี่ใหญ่มีลูกน้องติดตาม ไม่ใช่นักเลงเก็บค่าคุ้มครองกระจอกพวกนั้น ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าให้ตู้ชวนไปเรียกหมอมา แต่เมื่อเห็นบาดแผลมีเลือดไหลไม่หยุด บาวดี้ก็รู้ได้ในทันทีว่าตัวเองไม่สามารถนั่งรอความตายอยู่ที่นี่ได้ เขาจึงกัดฟันแล้วสั่งให้ตู้ชวนเป็นคนเอากระสุนออก


    แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรตู้ชวนก็ไม่ยอมทำ เพราะเขาไม่เคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อน ถ้าบาวดี้รอดก็ดีไป แต่ถ้าทำพี่ใหญ่ตายล่ะ เขาก็ซวยน่ะสิ


    “นายจะกลัวอะไร ฉันยังไม่กลัวเลยแล้วนายกลัวอะไร ไปหยิบมีดมาซะ!”


    เมื่อถูกบาวดี้ตะคอก ตู้ชวนก็ไม่กล้านิ่งเฉยอีก เขารีบไปหยิบมีดมาให้บาวดี้ ซึ่งบาวดี้เองก็ไม่ได้คาดหวังว่าตู้ชวนจะสามารถช่วยได้อยู่แล้ว เขาจึงจุดไฟแช็กจากนั้นก็ลนไฟไปบนมีด ถึงแม้ว่าจะกลัวตายมาก แต่ความอยากมีชีวิตอยู่ต่อมีมากกว่า สุดท้ายก็หยิบหมอนขึ้นมากัดไว้ในปาก จากนั้นก็ออกแรงกัดหมอนอดกลั้นต่อความเจ็บปวดยามใช้มีดกรีดลงไปบนต้นขาเพื่อแงะเอากระสุนที่ฝังอยู่ข้างในออกมาทีละนิด ๆ


    ตลอดขั้นตอนนั้นช่างแสนโหดร้ายและเหม็นกลิ่นคาวเลือด บาวดี้แทบจะสำลักออกมาหลายครั้ง


    ตู้ชวนคอยอยู่ข้าง ๆ ตลอด เพราะกลัวว่าบาวดี้จะทนไม่ไหว


    สุดท้ายบาวดี้ก็แงะกระสุนที่ฝังอยู่ออกมาได้ในที่สุด ตู้ชวนใช้กระดาษทิชชูห่อกระสุนแล้วโยนทิ้งในถังขยะ ส่วนบาวดี้ก็ล้มตัวลงนอนด้วยใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ตู้ชวนไม่กล้ารบกวน จึงรีบไปหยิบน้ำเกลือมาทำความสะอาดบาดแผลให้กับบาวดี้ จากนั้นก็นำผ้าก๊อซและผ้าพันแผลมาพันปิดแผลบนขาของเขาไว้


    เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น บาวดี้ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขานอนลืมตาโพรงมองเพดานห้องด้วยอาการเหม่อลอย


    กว่าจะเปลี่ยนผ้าปูที่เปื้อนเลือดเสร็จก็ทำเอาตู้ชวนถึงกับเหนื่อยหอบ แต่เมื่อเห็นสภาพของบาวดี้เขาก็ทนไม่ได้ รีบไปรินน้ำมาแล้วเดินมายืนข้างเตียง ประคองบาวดี้ที่หายใจรวยรินขึ้นมาดื่มน้ำ


    “พี่บาวดี้ พี่ไม่เป็นไรใช่ไหม?”


    “นายมาลองเป็นดูไหมล่ะ ฉันรู้สึกเหมือนเลือดจะไหลออกจนหมดตัวเลยแหละ”


    “...แล้วพี่ถูกยิงได้ยังไงครับ?”


    ประโยคนี้ของตู้ชวนได้ปลุกให้บาวดี้ตื่นเต็มตา เขาพยายามฝืนลุกขึ้นมานั่งบนเตียง จากนั้นก็หันใบหน้าซีดเผือดไปมองตู้ชวน


    “อย่าเพิ่งสนใจเรื่องนี้เลย ฉันถามหน่อยว่าของที่ฉันฝากเอาไว้ นายเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน?”


    “ผมซ่อนไว้ในล็อกเกอร์ของสถานีรถไฟครับ”


    “นายกล้าเอาไปซ่อนไว้ที่ที่คนเยอะแบบนั้นได้ยังไง ของนั่น… ช่างเถอะ ๆ ตอนนี้นายไปสถานีรถไฟที่ว่า แล้วไปเอาของมา”


    “พี่บาวดี้ ทำไมพี่ถึงได้รีบร้อนเอาของขนาดนี้ล่ะครับ หรือว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า?”


    “ไม่ต้องถามเยอะหรอกน่า รู้แค่มันไม่ดีต่อตัวนายก็พอ” เสียงของบาวดี้ขาดหายไป หลังจากจิบน้ำแล้วเขาจึงพูดต่อ “จำไว้ ห้ามบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด หลังจากได้ของนั่นมาก็หาทางโยนมันไปหน้าสถานีตำรวจซะ”


    “พี่บาวดี้ ถ้าถูกคนเห็นเข้า ผม...”


    “เพราะฉะนั้นนายก็ต้องใช้สมองคิดให้ดี ๆ อย่าให้คนอื่นเห็น แค่นี้ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?”


    “ไปเถอะ รีบไปจัดการซะ”


    ตู้ชวนพยักหน้า จากนั้นก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้กับลูกพี่ของตนก่อนจะหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไป


    “ตู้ชวน” บาวดี้เรียกชื่อเขา “ระวังตัวให้ดี จัดการเรียบร้อยแล้ว รีบกลับมา”


    “รู้แล้วครับ พี่บาวดี้”


    “ระวังตัวด้วย”


    เมื่อเห็นตู้ชวนออกไปจากห้อง บาวดี้ก็รู้สึกผิดกับเขาอยู่ไม่น้อย แต่อย่างไรพรุ่งนี้ก็ต้องนำของนั่นไปวางหน้าสถานีตำรวจ... ตัวเขาได้รับบาดเจ็บไม่สามารถไปจัดการด้วยตัวเองได้ ไอ้อ้วนนั่นก็ไร้สมอง อย่างไรก็ให้มันทำไม่ได้ ดังนั้นหลังจากคิดแล้วคิดอีก คิดอยู่พักใหญ่ ก็เห็นจะมีแค่ตู้ชวนเท่านั้นที่สามารถทำภารกิจเสี่ยงภัยในครั้งนี้ได้ บาวดี้คิดเอาไว้ว่าถ้าตู้ชวนสามารถเอาของไปวางไว้หน้าสถานีตำรวจและกลับมาได้อย่างปลอดภัย เขาจะแต่งตั้งให้เด็กคนนั้นกลายเป็นน้องชายคนสนิท มีอาหารเป็นของตัวเอง เขาจะไม่มีวันหิวโหยอย่างแน่นอน

    คล้ายกับเรื่องยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592