บทที่ 21สถาบันโนเซนแทน
ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ายพักแรมเฮรัคยังคงครุ่นคิดถึงหนทางข้างหน้า ในเวลานี้เขายังมืดแปดด้านว่าจะไปหาหญ้าอุกกาบาต ได้จากที่ใด สิ่งเดียวที่ทำได้คือการเก็บงำความสงสัยนี้ไว้เพื่อไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อเดินทางถึงสถาบันโนเซนแทน
แสงสีทองของดวงอาทิตย์ยามเช้าค่อยๆ ทาบบนขอบฟ้าเฮรัคลืมตาขึ้นพลางสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด เขารู้สึกสดชื่นอย่างน่าประหลาดราวกับความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำเดินทางได้เลือนหายไปจนหมดสิ้นทั้งที่ตลอดทั้งคืนเขาไม่ได้หลับนอนเลยแม้แต่น้อย แต่กลับใช้การ ทำสมาธิ เพื่อฟื้นฟูจิติญญาแทน
เฮรัคเหลือบไปเห็นเอมิลเดินย่องออกมาจากรถม้าของเมลิสซาพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก
"อรุณสวัสดิ์ เอมิล"
เอมิลสะดุ้งสุดตัวก่อนจะรีบปรับสีหน้าแล้วยิ้มตอบ
"เช้าแล้วหรือ?เ้านอนบนกองฟางนี่ทั้งคืนเลยหรือไง?"
"ประมาณนั้นแหละ"
เฮรัคตอบสั้นๆไม่คิดจะอธิบายเื่การฝึกวิชาสมาธิให้ยืดเยื้อ
ระยะหลังมานี้ความสัมพันธ์ระหว่างเอมิลและเมลิสซาดูจะรุดหน้าไปไกลจากความกังวลและพันธนาการเื่ฐานะในอดีตบัดนี้ทั้งสองกลับสามารถแสดงความรักต่อกันได้อย่างเปิดเผยและไร้ข้อกังขาเฮรัคมองตามแผ่นหลังของเพื่อนรักพลางคิดในใจ
บารอนบัคเคยบอกว่าเอมิลกับเมลิสซาไม่เหมาะสมกัน...บางทีเขาอาจจะรู้ว่าเอมิลคือลูกชายแท้ๆแต่กลับไม่รู้ว่าเมลิสซาไม่ใช่สายเืเดียวกับตนโลกใบนี้ช่างเล่นตลกไร้เหตุผลเสียจริง
ครึ่งเดือนต่อมา
ภายใต้ท้องฟ้าที่ประดับด้วยหมู่ดาวนับล้านเฮรัคนอนเอกเขนกอยู่บนหลังคารถม้าที่เคลื่อนไปตามทางตำแหน่งของดวงดาวบนฟากฟ้าขยับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา และในจิตสำนึกของเขาดาวดวงแรกที่เขาสลักไว้นั้นเกือบจะสมบูรณ์แล้ว
"ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว..."
ตลอด่เวลาที่ผ่านมา เฮรัคฝึกฝน วิชาสมาธิดาราอย่างมุมั่น จนกระทั่งวินาทีที่ดาวในจิตสำนึกควบแน่นจนสมบูรณ์แสงดาวเจิดจรัสพลันะเิออกภายในห้วงจิตสาดประกายพลังเวทมนต์ไหลพุ่งไปตามเส้นเืและมวลกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย
ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยััมาก่อนหลั่งไหลเข้ามาเฮรัครับรู้ถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างชัดเจนในระดับที่น่าทึ่งเขามองเห็นการไหลเวียนของ พลังเวทมนต์ ในร่างกายตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการทำเครื่องหมายจากเชนหลาน อีกต่อไป
ประสาทััของเขาเฉียบคมขึ้นจนรับรู้ถึงมดที่ไต่คลานอยู่ในกอหญ้าเบื้องล่างเห็นดักแด้ที่กำลังดิ้นรนแหวกเปลือกออกมาและได้ยินแม้กระทั่งเสียงปีกของยุงที่บินผ่านไปไกลๆความรู้สึกนี้ประหนึ่งว่าจิติญญาของเขาได้เชื่อมต่อเข้ากับ 'สายข้อมูล' ของโลกทั้งใบ
“แจ้งเตือน! การทำสมาธิดาวดวงแรกสำเร็จเสร็จสิ้น...ความแข็งแกร่งทางกายภาพเพิ่มขึ้น 0.6 พลังจิตเพิ่มขึ้น 1.0”
เชนหลาน รายงานผลผ่านระบบ ชิปพันธุกรรม
"เชนหลานแสดงค่าสถานะปัจจุบันของข้า"
“[สถานะปัจจุบัน:เฮรัค เมอร์ลิน]
พละกำลัง: 2.0
ความว่องไว: 1.6
ความทนทาน : 2.8
พลังจิต: 3.5
พลังเวทมนต์: 100%”
เฮรัคเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
"ความแข็งแกร่งทางกายภาพยังเพิ่มขึ้นได้อีกงั้นหรือ?"
ก่อนหน้านี้ เชนหลาน เคยระบุว่าร่างกายของเขาแตะขีดจำกัดทางพันธุกรรมไปแล้วหนทางเดียวที่จะก้าวข้ามได้คือการเป็อัศวิน แต่บัดนี้ดูเหมือนว่า เส้นทางของพ่อมดจะมอบกุญแจที่เหนือชั้นกว่าในการปลดล็อกขีดจำกัดมนุษย์
เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมบารอนบัคถึงพ่ายแพ้ต่อมัลคอล์มอย่างง่ายดาย...เป็ไปได้ว่าต่อให้พ่อมดไม่ใช้เวทมนตร์พละกำลังพื้นฐานของพวกเขาก็อาจเหนือกว่าอัศวินชั้นสูงไปหลายขุม เพราะพวกเขาคือ 'ระดับชีวิต' ที่อยู่สูงกว่านั่นเอง
"เชนหลานบันทึกสิ่งที่ต้องทำด่วนสามอย่าง"
เฮรัคสั่งการในใจ
"หนึ่ง...หาแหล่งที่อยู่ของหญ้าอุกกาบาต สอง... สืบหาพิกัดของหอคอยวงแหวนที่หก และสาม...ระบุให้ชัดว่า ปฏิทินเรืองรอง คือยุคสมัยใดกันแน่"
เขามีลางสังหรณ์ว่า นิโคลัส เ้าของนาฬิกาเรือนนี้อาจเป็พ่อมดจากยุคโบราณและองค์กรอย่างหอคอยวงแหวนที่หกอาจจะล่มสลายหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์นานแล้วก็ได้
สองเดือนต่อมา
คณะเดินทางของเฮรัคก็มาถึงเมืองสวอน
เมืองสวอนเป็เมืองที่ใหญ่และรุ่งเรืองที่สุดในมณฑลเพิร์ลอีกทั้งยังเป็ที่ตั้งของ สถาบันโนเซนแทน อันเลื่องชื่อเนื่องด้วยคณะของพวกเขามีอัศวินในเครื่องแบบและพกพาอาวุธครบมือการเข้าเมืองจึงต้องผ่านการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด
เมลิสซาในยามนี้ดูสุขุมและสง่างามขึ้นมากนางก้าวข้ามคราบเด็กสาวผู้โศกเศร้าและกลายเป็ผู้นำตระกูลที่เข้มแข็งอย่างชัดเจน
นางนำทางทุกคนไปยังบ้านพักขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้กับถนนาาซึ่งบารอนบัคเคยซื้อทิ้งไว้ให้ แม้จะดูคับแคบไปบ้างเมื่อต้องอยู่รวมกันหลายคนแต่ก็ถือเป็ที่พำนักที่มั่นคงในเมืองใหญ่แห่งนี้
"เฮรัค...พรุ่งนี้ข้าจะพาเ้าไปพบท่านอาจารย์โคลดนะ"
เมลิสซาเดินมาบอกที่หน้าห้องของเขา
"ขอบพระคุณครับคุณหนูเมลิสซา"
เฮรัคตอบด้วยความซาบซึ้ง
เมลิสซาฉีกยิ้มที่มีเสน่ห์
"ไม่ต้องขอบคุณหรอก...หากในอนาคตเ้าได้เป็พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่พวกเราคงต้องฝากชีวิตไว้กับเ้าแล้วล่ะ"
เฮรัคเพียงยิ้มรับอย่างนอบน้อมเขารู้สึกได้ว่าเมลิสซาพยายามสร้างความใกล้ชิดกับเขามากขึ้นอย่างจงใจแม้ร่างกายของเขาจะดูเหมือนเด็กชายวัยสิบสี่แต่จิติญญาที่ผ่านโลกมาสองชาติทำให้เขารู้เท่าทันเล่ห์กลของสตรีดี
‘ข้าไม่อยากเสียเพื่อนอย่างเอมิลไป...ดังนั้นข้าควรรักษาระยะห่างจากนางให้ดี’
เขาคิดพลางปิดประตูห้องลงเบาๆเมื่อเส้นทางพ่อมดอยู่ตรงหน้าเขาก็ไม่มีแก่ใจจะไปวุ่นวายกับเื่รักใคร่ที่ซับซ้อนเช่นนี้
คืนนั้น เฮรัคต้องเข้าสู่สภาวะฌานสมาธิเพื่อปิดกั้นเสียงรบกวนจากห้องข้างๆเนื่องด้วยบ้านหลังนี้ผนังค่อนข้างบางและประสาทััที่เฉียบคมเกินมนุษย์ของเขาก็ทำให้การข่มตานอนเป็เื่ยาก
เช้าวันรุ่งขึ้น
เอมิลและทหารคนอื่นๆออกไปหางานทำเพื่อเลี้ยงชีพ ส่วนเมลิสซาก็พาเฮรัคตรงไปยังสถาบันโนเซนแทน
สถาบันแห่งนี้คือศูนย์กลางความรู้ของขุนนางในอาณาจักรนอร์ตันมีการสอนั้แ่วิทยาการความรู้ การทหาร ไปจนถึงมารยาทชนชั้นสูง
เมลิสซานำทางเขาลัดเลาะผ่านสวนสวยเข้าไปจนถึงศาลาหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงัด
ทั้งสองขึ้นไปยังชั้นสองเมลิสซาเคาะประตูไม้โอ๊กบานใหญ่อย่างแ่เบา
"ท่านอาจารย์โคลด...เมลิสซามาเยี่ยมเ้าค่ะ"
"โอ้ เมลิสซาหรือ? เข้ามาสิ..."
เสียงแหบพร่าทว่าเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตของชายชราดังออกมาจากข้างใน