เว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ

    บทที่ 38 แผนที่สองในสาม

                “ท่านน้าไม่ไว้ใจข้าหรือ?”

                “เจ้าก็เป็นหนึ่งในคนที่ช่วยชีวิตข้าจะไม่ไว้ใจเจ้าได้อย่างไร?”

                “ท่านรีบบอกข้ามาเถอะยามนี้หน้าสิ่วหน้าขวานนักอย่างน้อยมีข้ารู้อยู่อีกคนก็ยังดีกว่าท่านรู้อยู่คนเดียว”

                ไต้จี้หลิงอมยิ้ม“เจ้าช่างหว่านล้อมนัก มาใกล้ๆ ข้าสิ ข้าจะบอกเจ้า”

                ชายวัยกลางคนกระซิบกระซาบอยู่ครู่หนึ่งชิงเว่ยเว่ยก็ผงะทำตาโต            “เหตุใดท่านไม่บอกพวกเขาไปตามตรงล่ะเจ้าค่ะ?”

                “หากข้าบอกเช่นนั้นข้าก็ถูกฆ่าตายน่ะสิ ที่พวกเขาไว้ชีวิตข้าก็เพราะคิดว่าข้ายังมีของสิ่งนั้นอยู่”

                “จริงของท่านน้าดีที่ท่านมีไหวพริบ ไม่เช่นนั้นคงรักษาลมหายใจไว้ไม่ได้”

                “ข้าถูกกรอกยาเข้าไปวันละนิดจะกลายเป็นสภาพนี้ไม่รู้ว่าจะรักษากลับสู่สภาพเดิมได้หรือไม่?”

                ชิงเว่ยเว่ยนิ่วหน้า“ถ้าพูดเรื่องยา พวกเราน่าจะไปปรึกษาท่านหมอเกาดูเจ้าค่ะแต่ไม่รู้ว่ายามนี้นางจะอยู่ในโรงหมอหรือไม่? เพราะนางชอบเดินทางไปเสาะหาสมุนไพรคราวละหลายเดือน”

                “เจ้าของโรงหมอเกาจะรักษาไม่ได้เลยหรือ?ข้าเคยได้ยินว่าเขารักษาพิษได้นี่?”

                “หากไม่ร้ายแรงมากก็น่าจะได้นะเจ้าคะ”เด็กหญิงนั่งใคร่ครวญ “ท่านหมอเกาเป็นพี่ชายบุญธรรมของหมอเกาหญิงน่าจะได้วิชาจากนางมามากพอสมควร”

                “เรื่องนี้เจ้าก็รู้ด้วย”

                “ข้าเป็นคนป่วยมานานเจ้าค่ะกว่าจะกลับมาแข็งแรงเช่นนี้ กลิ่นยาข้าล้วนคุ้ยเคย”

                “ท่านน้าว่าแต่...ส่วนที่เหลือนั่นอยู่ที่ใดเจ้าคะ?”

                “ข้าฝังเอาไว้ในสวนใต้ต้นไม้ใหญ่ในบ้านพักที่เมืองชิงหลิง”

                เสียงฝีเท้าด้านนอกเข้าสู่โสตประสาทคนทั้งคู่

                “พวกเขากลับมาแล้วเจ้าค่ะ”

                ไต้จี้หลิงเลิกคิ้วมองวิทยายุทธ์ของชิงเว่ยเว่ยคงอยู่ในระดับยอดเยี่ยมเพราะนางหูไวเหมือนกับที่เขาได้ยินเสียงคนที่กำลังเดินตรงมาฝีเท้าของคนข้างนอกล้วนเบาเพราะเป็นคนฝึกยุทธ์

                บุตรชายผู้มีรูปร่างหน้าตางามสง่ารีบรุดเข้ามาด้วยความเป็นห่วง

                “เรียบร้อยแล้วท่านพ่อหากว่าพวกเขาเข้ามา มีโอกาสติดกับดักพวกเราแน่นอน”

                อาจารย์ใหญ่หวังยืนยิ้มน้อยๆอยู่ด้านหลังไต้เส้าจวิน

                “ดูเหมือนใต้เท้าไต้กับชิงเว่ยเว่ยจะคุยกันถูกคอเชียว”

                ไต้จี้หลิงมองไปยังร่างน้อยอย่างเมตตา“เสี่ยวจวิน ลูกศิษย์เจ้าคนนี้ ทั้งเก่งกาจ ฉลาด และกล้าหาญนัก”

                “ขอรับข้าเห็นด้วย” สายตาคมปลาบมองไปยังเด็กหญิงอย่างชื่นชมระคนสงสัยในใจเขาก็นึกอยากจะมีเวลาซักถามเรื่องที่นางยิงธนูและขี่ม้าได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งๆยามอยู่ในชั้นเรียนแสร้งหลบซ่อนความสามารถเอาไว้

                อาจารย์ใหญ่หวังให้ทุกคนนั่งเรียงรายกันแล้วเริ่มถามถึงเรื่องเหตุที่ทำให้ไต้เส้าจวินรู้ว่าไต้จี้หลิงถูกจับมาซ่อนไว้บนเขาไข่มังกร

                “เป็นเจ้าเองหรือชิงเว่ยเว่ย”

                “เจ้าค่ะเพราะข้าสงสัยจึงได้รบเร้าให้หัวหน้าไป๋พาขึ้นไปดูอีกครั้ง”

                ชิงเว่ยเว่ยจำต้องสารภาพเรื่องที่นางแอบเข้าไปในห้องอาจารย์ไต้แล้วเห็นภาพวาดของไต้จี้หลิงเด็กหญิงทำหน้าเจื่อนคุกเข่าขออภัยไต้เส้าจวินผู้เป็นอาจารย์ของตน

                “เจ้ามีความผิดที่แอบเข้าไปรื้อค้นข้าวของในห้องอาจารย์แต่เอาเถอะในฐานะที่เจ้าทำให้อาจารย์ได้พบกับบิดาจะยกโทษให้เจ้าสักครั้ง”

                “ขอบพระคุณเจ้าค่ะ”

                ไต้เส้าจวินหันไปมองฝาแฝดสกุลไป๋และไห่ฮ่าว“ข้าต้องขอบคุณพวกท่านอย่างมาก หากไม่มีพวกท่านก็คงจะช่วยท่านพ่อออกมาไม่สำเร็จ”

                “ใต้เท้าไต้ท่านเล่าเรื่องทั้งหมดให้ข้าฟังที”

                “ขอรับ”

                “ข้าเดินทางไปเมืองชิงหลิงตามคำสั่งของกรมกลาโหมเพื่อปราบโจรป่าทว่าระหว่างนั้นค้นพบแผนที่ลี่เลี่ยงจากหีบที่พวกโจรเก็บไว้ ข้าจึงรีบเก็บซ่อนไว้ไม่กี่วันต่อจากนั้นก็มีชายชุดดำผู้หนึ่งบุกเข้ามาในบ้านพักวิทยายุทธ์คนผู้นี้            ร้ายกาจนักเขากับข้ายื้อแย่งแผนที่กัน ข้าจึงใช้กระบี่ฟันแผนที่ขาดเป็นสองท่อนคนผู้นั้นจึงหนีไปพร้อมแผนที่หนึ่งในสาม ข้าจึงนำมันไปฝังไว้ใต้ต้นไม้ที่เรือนพักต่อมาข้าขึ้นไปปราบโจรบนภูเขา กลับถูกล้อมในค่ายโจร พวกมันใช้ไฟเผาข้าถูกนำตัวออกมา กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ถูกนำตัวออกจากเมืองชิงหลิงแล้วเจ้าคนที่มาบังคับขู่เข็ญให้ข้ามอบแผนที่บอกว่าพวกมันเอาศพสวมรอยเป็นข้าแล้วหากว่าข้าไม่ให้แผนที่พวกมันไป ก็ต้องอยู่อย่างนี้ไปตลอดชีวิต”

                “เหตุใดเจ้าถึงยอมทนด้วยเล่า?ในเมื่อแผนที่ก็มีหลายแผ่น แล้วแผ่นที่เจ้าได้มาก็เป็นแค่ของปลอม”

                “หากข้าบอกที่ซ่อนไปมันได้ของแล้วก็ย่อมจะฆ่าข้า ที่สำคัญแผนที่นั้นไม่สมบูรณ์ด้วยสู้ข้ารักษาชีวิตเอาไว้ อาจจะมีหวังว่าจะหนีออกมาได้แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีคนบุกเข้าไปช่วยเช่นนี้”สายตาของไต้จี้หลิงมองชิงเว่ยเว่ยด้วยความขอบคุณ “หากไม่มีเจ้า เว่ยเว่ยข้ายังไม่รู้เลยว่าจะมีชีวิตได้ถึงวันใดเพราะยามนี้ร่างกายของข้าก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ”

                ไป๋ซิงซวี่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบอาสา“เพื่อไม่ให้เอิกเกริก ข้าจะส่งคนไปเอาหลักฐานชิ้นนั้นมาถวายฮ่องเต้เองขอรับ”

                “ดีๆฝากเจ้าด้วยก็แล้วกัน”

                อาจารย์ใหญ่หวังมองดูคนที่นั่งในรถเข็นแล้วส่ายหน้าน้อยๆ“อาการของใต้เท้าไต้ดูเหมือนคงต้องใช้ฝีมือหมอเทวดามาช่วยจึงจะกลับมาเป็นดังเดิมได้”

                “อาจารย์ใหญ่เจ้าคะข้าขออาสาไปตามท่านหมอเกาเองเจ้าค่ะเพราะข้าก็เคยถูกพิษจนต้องนั่งรถเข็นเช่นนี้มาก่อน”

                หวังต้าจิ้งยกยิ้มมุมปากสายตาทอประกายพึงพอใจ “ไปสิ! ในเมื่อเจ้าเป็นคนไข้เก่า เขาก็คงไม่ปฏิเสธ”

                ไต้เส้าจวินพยักหน้า“ขอบใจนะชิงเว่ยเว่ย”

                “ด้วยความยินดีเจ้าค่ะ”

                ด้วยฐานะบุตรสาวคนโปรดของเจ้ากรมกลาโหมและน้องสาวของ     พระชายาชิงหลานมีหรือคนในเมืองหลวงจะกล้าปฏิเสธนาง

                ชิงเว่ยเว่ยกับไห่ฮ่าวจึงรีบไปยังโรงหมอของท่านหมอเกาครู่ใหญ่ชายสูงวัยก็หิ้วล่วมยาตามเด็กหญิงมาถึงบ้านสกุลหวัง ยังไม่ทันได้เคาะประตูคนเฝ้าประตูที่หลังงุ้มผู้นั้นก็เปิดออกมา

                “เชิญคุณหนูชิงเชิญท่านหมอเกา”

                ไห่ฮ่าวขมวดคิ้วแม้แต่คนเฝ้าประตูของเรือนนี้ก็ไม่น่าจะเป็นคนพิการทั่วไป

     

    ***********************


     

     

    คล้ายกับเรื่องเว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ ที่คุณอ่าน