ตอนที่ยี่สิบหก เสี่ยงอันตรายเพื่อหยกฝึกวิชา
การสร้างองค์กรเป็เื่ราวที่ช้าๆ มันมีความหนืดของสังคมในการคำนวณในสิ่งที่ต้องเคลื่อนไหวเป็หมู่คณะ การคำนวณเื่นี้เป็เื่ที่ต้องทำใจและค่อยๆแก้ไขไปตามสภาพที่มี
ในเวลาสามวันผมค่อยๆวาดรูปเสือเป็สัญลักษณ์หน้าปกคู่มือบุตรพยัคฆ์ การรัดเงื่อน วาดภาพประกอบต่างๆ
เคลื่อนไหวไปอย่างเชื่องช้าคือลักษระขององค์กรที่มีคนมากมายมาเกี่ยวข้อง
ในทางกลับกันการฝึกฝีมือของผมกับอี้จิงทะลุเกินดวงจันทร์และด้วยความเร็วที่สูงขึ้นเรื่อยๆจนผมต้องพยายามแอบติดเบรกเพราะกลัวมุก
“ฮึ พื้นฐานเ้ายังอ่อนหัด เพราะเร่งความเร็วในการฝึกฝีมือมากเกินไป”
ซึ่งผมต้องสารภาพว่าผมไม่ได้เร่ง
ผมพยายามให้อี้จิงเข้าใจเื่พื้นฐานของการเดินลมปราณที่ผมค่อยๆหลอกให้พวกหวังม่อและลุกกระจ๊อกเอาตำราที่พวกเขามีมาให้ผมด้วยข้ออ้างว่าจะช่วยชี้แนะเคล็ดวิชาให้ ซึ่งผมก็ทำอย่างนั้นจริงๆนั่นล่ะ
แนวเื่ของกระบบี่เย้ยยุทธจักรที่ฟังคำเดียวและอธิบายหลายคำอย่างเป็จริงเป็จัง
แค่คนที่ทำหน้าที่วิเคราะห์เคล็ดวิชาคืออี้จิง
ซึ่งผมก็ได้เรียนรู้ขึ้นมากว่าคนทั่วไปในโลกนี้เรียนกันประมาณไหน เป็การกลบจุดอ่อนของหวังลี่คนเดิมที่เน้นหนักในสายวิชาการมากกว่า
แต่เป้าหมายหลักคือผมพยายามศึกษาเื่พื้นฐานที่ทุกคนรู้เกี่ยวกับกำลังภายในก่อนที่จะไปทดลองในสิ่งที่คนไม่รู้
และได้รู้ว่า แนวทางของผมกับอี้จิงคือแนวทางที่ลึกล้ำกว่าที่พวกลูกกระจ๊อกฝึกกัน
อ้อ และสามวันนี้ อี้จิงกับผมทะลุไปที่นักยุทธระดับสามดาวแล้ว..เรียกว่าวันหนึ่งบรรลุหนึ่งดาวหากไม่ใช่เพราะผมพยายามหยุดอี้จิงไว้ อี้จิงอาจบรรลุไปถึงสามดาวต่อหนึ่งวันเลยก็ได้
การพัฒนารวดเร็วของพระเอกโชวเน็นมันเป็อย่างนี้นี่เอง
หากผมเป็พระเอก ผมคงออผจญภัยในโลกกว้าง แกว่งเท้าหาเสี้ยนและบรรดาเท้าที่จะตามมากระทืบ
แต่เมื่อผมอยู่ในโลกนี้ไม่มีดวง์ช่วย
วิธีการที่ผมคิดได้คือฝึกให้พลังของผมสูงมากขึ้นก่อนถึงจะไปกระทืบพวกนั้น
ดังนั้นแม้ผมรู้ว่าของวิเศษอยู่ที่ไหน แต่หากมันต้องผ่านสัตว์อสูรหรือจอมยุทธที่ฝีมือสูงเฝ้าไว้อยู่ ผมก็จะเลี่ยงพวกนั้นให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
กลยุทธเดียวของผมที่มีคือฝึกให้พลังเหนือกว่าพวกนั้นเท่านั้น
ในเวลากลางคืนที่ผ่านมาอี้จิงก้าวข้ามผ่านขั้นสะสมลมปราณไปได้อย่างง่ายดายและหลังจากอี้จิงก้าวข้ามผ่านเสร็จก็ช่วยยกระดับลมปราณไปอีกขั้นหนึ่ง
แต่ผมรู้ว่าผมต้องเสี่ยงอันตรายบ้าง หาก้ามีฝีมือเหนือผู้คน
ผมจึงต้องเสี่ยงอันตรายอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
“เออ อี้จิงพี่ขอยืมหยกเย็นเก้าหยินมาช่วยฝึกวิชาธาตุหยินหน่อยได้หรือไม่?”
หัวใจผมเต้นตุ้มต่อม
อี้จิงยื่นมาให้แบบไม่คิดอะไร
“นี่ค่ะท่านพี่”
Mission accomplished ภารกิจสำเร็จ
ได้หยกเย็นเก้าหยินของวิเศษในเื่มาใช้ฝึกวิชา
ผมลอบหายใจอย่างโล่งอกและรู้สึกค่อนข้างแปลกใจที่อี้จิงให้ง่ายๆทั้งที่ในเื่มารดาของอี้จิงบอกไว้ว่าให้เก็บไว้อย่าให้ห่างกายและให้คนที่ไว้ใจที่สุดเท่านั้น
แน่นอน ผมไม่ได้ยึดแนวทางแดนไซฮกจนกระทั่งจะแบ่งหยกเย็นเก้าหยินให้คนทั่วไปใช้แบบสาธารณะหรอก ทำอย่างนั้นด้วยนิสัยของคนในโลกนี้ได้มีการไล่ฆ่ากันทั่วแผ่นดินแบบกระบี่ปราบมารต่างๆแน่นอน
ผมแค่พยายามใช้แนวทางแดนไซฮกที่ซ่อนไว้ในแนวทางค่านิยมของสังคมนี้เท่าที่ทำได้เท่านั้น
เพื่อลดความรู้สึกผิดในจิตใจผมได้พยายามแนะแนวทางให้อี้จิงฝึกวิชาได้เก่งมากขึ้นอย่างจริงจัง
เพราะทางเทคนิค หากอี้จิงเก่งขึ้นไวขึ้นผมก็จะเก่งขึ้นไวขึ้นด้วยเช่นกัน
“จากการสังเกตของพี่ อี้จิงเดินวิชาเกี่ยวกับธาตุเย็น สายหยินได้ดีมาก แต่จะฝึกวิชาธาตุหยางหรือตามมาตรฐานลำบาก ตรงข้ามกับพี่ที่ฝึกได้ทั้งสองสาย..”แม้จะทำได้ไม่ดีในธาตุไหนเลยก็ตาม
หากให้แต้มตามธาตุ อี้จิงธาตุหยินอยู่ที่ 20 ธาตุหยางอยู่ที่ -9 ของผมธาตุหยางจะอยู่ที่ 7 ธาตุหยินจะอยู่ที่ 3
ตามหลักดีเจ็ดส่วนเสียสามส่วนของท่านเหมา ที่อีกนิดก็จะกลายเป็คนธรรมดาไปแล้ว
เนื่องจากคิดอะไรไม่ออกผมจึงปรับพื้นฐานอีกครั้งใช้หยกเย็นเก้าหยินฝึกวิชาสายเย็นร่วมด้วย
ถ่วงเวลาอี้จิงให้ช่วยผมฝึกไปอีกทาง
ซึ่งก็รุดหน้าอย่างรวดเร็วมากกว่าเดิม ผมสามารถบรรลุวิชาธาตุหยินนำแข็งที่อี้จิงฝึกได้ภายในวันเดียวเพราะหยกเย็นเก้าหยินและการเดินลมปราณช่วยจากอี้จิงที่เลื่อนเป็นักยุทธแล้ว
หยินหยางสมดุลรวมกันได้ก็รวม รวมกันไม่ได้ก็ไม่จำเป็ต้องรวม
อย่างที่ผมเคยบอกไว้ เส้นทางสู่ยอดยุทธนั้นยาวไกล อี้จิงต้องแบกผมขึ้นูเานั้นไป
น้ำแข็งเย็นจับรอบตัวของผมบางๆส่วนกลางหน้าผากมีรูปดวงจันทร์แทนที่ดวงอาทิตย์เมื่อฝึกวิชาแนวทางธาตุเย็นนี้
ที่ผมต้องรอบคอบไว้หน่อยเพราะจำได้ว่าวิชาธาตุหยางที่ซ่อนอยู่ในภาพ มีข้อดีคือฝึกได้รวดเร็ว ลมปราณเพิ่มพูน แต่พอถึงระดับเซียนยุทธความร้อนมากไปจะเผาตัวจนตาย
เรียกว่าคือวิชาที่ผู้คิดค้นยังคิดค้นได้ไม่สมบูรณ์นั่นเอง
และเป็สาเหตุที่ปกปิดเคล็ดวิชานี้ไว้จากคนอื่นในวงศ์ตระกูล
เพราะมองว่าลูกหลานอาจจะเก่งแต่อาจจะตายหมู่เมื่อฝึกก้าวหน้ามากขึ้นนั่นเอง
ฟู่
คราวนี้ของเหลวสีดำพุ่งออกมาพร้อมกับน้ำแข็ง
ธาตุเย็นก็ช่วยการปรับร่างกายพื้นฐานให้สมดุลเช่นกัน
“เท่านี้พี่ก็สามารถช่วยในการพัฒนาวิชาไปพร้อมกับอี้จิงได้แล้ว เอาล่ะ เรามาวิเคราะห์แนวทางหมัดสายฟ้าของอี้จิงกัน”
ผมต้องทำท่าว่าสอนแลกเปลี่ยนกับการที่อี้จิงช่วยผมเดินลมปราณบ้าง
อี้จิง อยู่ระดับนักยุทธระดับหนึ่งดาว ด้วยความพยายามของผมที่พยายามปรับพื้นฐานร่างกายให้เธอก่อน และผมได้แนะนำเื่ของการเพิ่มประสิทธิภาพการมองคู่ต่อสู้และการเคลื่อนไหว
ทำให้เธอเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าเดิมหลายเท่า
จนตอนนี้มองเห็นเป็ภาพติดตาในทุกการเคลื่อนไหวของเธอแบบเดียวกับผีเสื้อจริงๆ
หวังลี่อยู่ในระดับนักยุทธระดับหนึ่งดาว แต่ฝึกพลังสองสายเพื่อสร้างสมดุลย์ระหว่างความร้อนและความเย็น
แน่นอนในสายตาคนทั่วไปอาจจะมองว่าทั้งพวกเราสองคนฝึกด้วยความเร็วเหนืุ์
แต่หยกเย็นเก้าหยินและร่างกายเก้าหยินมันก็โกงอย่างนี้นั่นล่ะ