อะระหังสัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ (กราบ)
สวากขาโตภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมังนะมัสสามิ (กราบ)
สุปะฏิปปันโนภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ (กราบ)
ฉัตรอรุณล้มตัวนอนเมื่อสวดมนต์เสร็จห้องเก็บของที่ครึ่งหนึ่งมีข้าวของมากมายของเ้าของบ้านจัดเก็บเป็ระเบียบเรียบร้อยอีกครึ่งหนึ่งเป็พื้นที่วางข้าวของและที่นอนของเธอ รูปภาพของยายเอื้อยและเถ้ากระดูกของท่านถูกวางไว้บนกล่องขนาดกลางเหนือศีรษะ
"ยายจ๋าฉัตรคิดถึงยาย ยายเอาใจช่วยฉัตรด้วยนะจ๊ะ" ความคิดถึงและความโหยหายายผู้เป็ที่รักมีมากเหลือคะนาฉัตรอรุณหลับตาลงในวันที่แสนเหนื่อยล้า...พรุ่งนี้ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ต้องฟันฝ่าอีกเยอะ
“นี่มันอะไรห่ะ?”ชายหนุ่มหัวเสียทันทีที่เห็นกับข้าวมื้อเช้าของตนบนโต๊ะ คนที่เคยทานของอร่อยๆดีๆแทบทุกมื้อเกือบรับสภาพอาหารประหลาดตรงหน้าไม่ได้
“เออ...หนูขอโทษค่ะหนูไม่ได้แจ้งคุณว่าของสดในตู้เย็นหมดแล้ว” คนผิด เอ๊ะ!หรือเธอไม่ผิดกันแน่นะ แต่ฉัตรอรุณยืนกุมมือก้มหน้าสำนึกผิดเสียเต็มประดา
“แล้วเมื่อวานเธอทานอะไร”
“มื้อเที่ยงกับมื้อเย็นหนูทานกับข้าวที่คุณทานเหลือค่ะ” ตอบออกไปอย่างไม่ปิดบัง
“แล้วเช้านี้เธอทานกับอะไร?”ยัยเด็กบ้าคนนี้คงทานแล้วแน่นอน เขารับรู้ว่าเธอตื่นเช้าั้แ่ตี 5เพียงแต่ไม่ได้ลงมาดูก็เท่านั้นเอง
นี่มันก็ 8โมงกว่าแล้ว ถ้าบอกว่ายังไม่ทานอะไรก็คงไม่ใช่
“หนูทานข้าวกับไข่ต้ม1 ฟองค่ะ” สาวน้อยไม่คิดจะปิดบังอีกนั่นแหละ
“อืมถ้าของสด ของใช้หมดเธอก็ไปเช็คนะ เดี๋ยวสายๆจะพาไปห้าง” กาจพลเปรยออกมาแค่นั้นก่อนที่เขาจะทานยาก่อนอาหารและจัดการไข่ลูกเขยและไข่ตุ๋นแครอทตรงหน้าแม้จะเป็อาหารธรรมดา เมนูไข่ทั่วไปแต่เขาก็พอรับได้อยู่...เพราะรสชาติมันกลมกล่อมอร่อยเหมือนเคย
เวลา 10โมงไม่ขาดไม่เกิน หนุ่มหล่อที่เพิ่งโดนยิงถากๆเมื่อ 2 วันก่อนขับรถยนต์คู่ใจออกไปห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านแปลกไปกว่าทุกครั้งเมื่อวันนี้มีหญิงสาวตัวเล็กๆ ติดสอยห้อยตามมาด้วยเธอนั่งมองโน้น สนใจนี่ตลอดเส้นทาง
“เธอขับรถยนต์รถมอเตอร์ไซต์เป็หรือเปล่า?” เขาถามเสียงเรียบดวงตาและสมาธิจดจ้องอยู่กับถนนตรงหน้า
“ขับไม่เป็หรอกค่ะ”ที่บ้านไม่เคยมีใช้เพราะมันราคาสูงแล้วอีกอย่างฉัตรอรุณก็ไม่เคยไปขับขี่ของใครอื่นด้วย
“แล้วจักรยานล่ะ”
“ขี่ได้ค่ะเมื่อก่อนหนูขี่ไปโรงเรียนเกือบทุกวัน” นั่นแหละยานพาหนะเพียงหนึ่งเดียวที่เคยมี จักรยานมือ 3 หรือมือ 4ไม่มั่นใจแล้ว ยายเอื้อยซื้อต่อจากคนข้างบ้าน ตอนเธอ 10 ขวบ ฉัตรอรุณดูแลรักษาอย่างดีจนสามารถขับขี่ไปร่ำเรียนั้แ่ตอนเรียนชั้นป.4 ถึง ม. 6
“อืมเธอจดมาหมดแล้วใช่มั้ยพวกข้าวของเครื่องใช้ที่ขาดนะ” ชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้าห้างสรรพสินค้าที่อยู่ห่างจากบ้านตนเพียง2 กิโลเมตรเท่านั้น่นี้เป็่เวลาที่ห้างเพิ่งเปิดบริการจึงมีที่จอดรถใกล้ๆให้เลือกมากมาย
"จดมาครบแล้วค่ะ"
“ไปเอารถเข็นมา”คนเจ็บสั่งการ
“ค่ะ”คนตัวเล็กวิ่งไปเข็นรถเข็นสีเขียวตามคำสั่งทันทีก่อนพวกเขาจะเดินไปเลือกซื้อสินค้าต่างๆ
“น้ำมันพืชหมดหรือเปล่า”
“มีเหลืออยู่ครึ่งขวดค่ะ”แม่บ้าน แม่ครัวจำเป็จดจำสิ่งต่างๆในบ้านได้เป็อย่างดีกาจพลใช้มือซ้ายหยิบน้ำนัมพืชลงตะกร้า 1 ขวด
“แล้วกาแฟกับครีมเทียมของฉันล่ะ”
“มีอยู่เต็มขวดโหลเลยค่ะแล้วก็ยังมีอีก 2 กล่องใหญ่ๆบนชั้นวางของ” นี่เธอก็จำได้อีก
“แล้วเธอดื่มกาแฟหรือเปล่า?”หันมาจ้องคนพูดจาเจื้อยแจ่ว
“หนูดื่มไม่เป็หรอกค่ะไม่เคยดื่ม” กาแฟมันค่อนข้างราคาสูงอยู่แล้วอีกอย่างตอนอยู่บ้านนอกเธอก็ไม่มีความจำเป็ต้องสิ้นเปลืองอะไรที่ไม่จำเป็ต้องตัดมันออกไป
“อ๋อ”กาจพลวางกล่องกาแฟในมือไว้ตรงตำแหน่งเดิมก่อนเขาจะเดินนำเพื่อเลือกซื้อของอื่นๆเข้าบ้าน
“คุณคะ?”
“อะไร?”คนช้อปปิ้งเพลินๆหันมาถามเสียงดัง
“เขาติดป้ายว่ายังไม่ถึงเวลาจำหน่ายนะคะ”ฉัตรอรุณแย้ง เมื่อผู้ใหญ่ใจดีของเธอสนใจ และเพ่งมองเครื่องดื่มแอลกฮอร์ที่โชว์ละลานตาเต็มทุกชั้นโดยมีป้ายขนาดใหญ่และตัวอักษรโตๆบ่งบอกเวลาจำหน่ายของมันเอาไว้
“ใช่เปิดจำหน่าย 2 ่แล้วกว่าเราจะเลือกซื้อของเสร็จก็คง 11โมง แล้วตอนนั้นฉันก็มีสิทธิ์จะซื้อมันแล้วด้วยยังจะสงสัยอะไรอีกมั้ย?” เดี้ยงแบบนี้คงหมดปัญญาออกไปนั่งฟังเพลงจิบเครื่องดื่มบันเทิงอารมณ์เหมือนเมื่อก่อน...เพราะฉะนั้น ตัดสินใจซื้อไปดื่มแกล้งเซ็งที่บ้านก็แล้วกัน
ไวน์ขวดละ 1,299บาทถูกหยิบลงรถเข็น กาจพลตั้งใจจะซื้อไปจิบฆ่าเวลาแค่ขวดเดียวแต่พอเห็นแววตาเศร้าๆแฝงความไม่พอใจของอีกคนเท่านั่นแหละ...
เขาจึงหยิบมันอีกขวดอีกขวดและอีกขวด
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่ายัยเด็กบ้าถึงกับทำหน้าเหรอหราตาโตเชียวล่ะ สะใจจริงๆ
เมื่อถึงเวลาชำระค้าสินค้าก็เป็เวลา11 โมงกว่าตามที่วิศวกรคนเก่งคาดการณ์เอาไว้
“เป็อะไรทำหน้าบึ้งั้แ่ที่ฉันซื้อไวน์แล้ว ถ้าฉันจะดื่มเธอห้ามได้เหรอ?” ยัยเด็กบ้า มีสิทธ์อะไรมายุ่งวุ่นวายเื่ความชอบส่วนตัวของเขา
“ห้ามไม่ได้หรอกค่ะแต่...แต่ว่า” ฉัตรอรุณช้อนตามองหน้าเขา
“แต่ว่าอะไรหรือว่าเธอเป็ห่วงฉันอย่างนั้นเหรอ?”ถามเอง ตอบเอง นักเลงพอ กาจพลรู้สึกกระชุ่มกระชวยใจเป็ที่สุดนานมากแล้วที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนแสดงท่าทางเป็ห่วงเขาแบบนี้
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะแต่เป็เพราะว่าไวน์พวกนั้นขวดตั้ง 1,299 บาท คุณซื้อ 4ขวดก็เท่ากับว่าต้องจ่าย 5,196 บาทเลยนะคะ" เงิน 5,000 กว่าบาทนั้น ถ้าย้อนไปเมื่อหลายเดือนก่อนเธอและยายสามารถใช้ได้ 2 เดือนเลยนะ
“เธอนี่มัน...”นอกจากไม่ได้เป็ห่วงสุขภาพของเขาแล้ว ยังโดนยัยเด็กบ้าหลอกด่าเข้าให้อีกต่างหาก
“ทั้งหมด 7,910บาท 25 สตางค์ค่ะ” เสียงแคชเชียร์สาวเสมือนกรรมการผู้ห้ามบนเวทีกาจพลยื่นบัตรเครดิตสีทองของตนส่งให้ไป
กรึบ กรึบ กรึบฝ่ายฉัตรอรุณจ้องเขม่งที่หน้าปัดแสดงยอดเงินที่ต้องจ่ายทั้งหมด แค่ชั่วโมงเดียวชั่วโมงเดียวเท่านั้นที่ซื้อสินค้าทั้งหมด
เงิน 7,900บาทหายวับไปกลับตา...เงินที่สามารถเลี้ยงเธอและยายเอื้อยได้ 3เดือนเต็มๆ
ไม่ได้การแล้ว...ต่อไปจะหยิบใช้อะไรเธอต้องคิดให้รอบคอบ ให้คุ้มค่ากับเงินที่ผู้ใหญ่ใจดีเสียไปในวันนี้ทุกบาททุกสตางค์
อีกหน่อยเดียวจะถึงทางเข้าหมู่บ้านอยู่แล้วแต่ชายหนุ่มกลับแวะเข้าข้างทางที่ดูเหมือนจะเป็ร้านอาหารอะไรสักอย่าง
"ลงจากรถได้แล้วหรือต้องให้ฉันเป็คนเปิดประตูให้หรือไง?" เขาดับเครื่องยนต์แต่เด็กบ้าใจคดยังนั่งเหม่อไม่ยอมลุกไปไหน
"ค่ะค่ะ" ฉัตรอรุณรีบปลดเข็มขัด ลงจากรถเดินตามผู้ใหญ่ใจดีของเธอเข้าไปในร้านอย่างงงๆ
"สวัสดีค่ะทั้งหมดกี่ท่านคะ"
"2 ครับ"เขาเดินไปยังโต๊ะประจำ ร้านนี้อร่อย สะอาดเเละอยู่ใกล้บ้านเขาที่สุด
"รับเบียร์เย็นๆเหมือนเดิมหรือเปล่าคะ?"พนักงานสาวส่งยิ้มถาม เนื่องจากจดจำลูกค้าขาประจำได้
"ครับรับน้ำเย็นเเละเบียร์เย็นหนึ่งขวด" กาจพลบอกกล่าวสายตาก็มองเปิดอ่านเมนูอาหารต่อไป
"ค่ะสักครู่จะมารับออเดอร์นะคะ" พนักงานคนนั้นเดินจากไปเเล้ว
"เธอจะกินอะไร?"เขายังอ่านต่อไปเรื่อยๆไม่ได้สนใจหญิงสาวที่นั่งตัวลีบอยู่กลางร้านอาหารขนาดใหญ่สักนิดฉัตรอรุณเปิดอ่านเมนูในสมุดเล่มสวยบ้างสายตาอ่านเเละจดจำราคาของมันไว้อย่างเเม่นยำ
เธอค่อยๆอ่านค่อยๆพิจารณา...อื้อหือ! เเพงๆทั้งนั้นเลย
"เบียร์เย็นๆค่ะส่วนนี่น้ำดื่มเย็นๆค่ะ" เเก้วเครื่องดื่มถูกจัดเสิร์ฟด้วยพนักงานคนเดิม
"จะรับอะไรดีคะ?"สาวเสิร์ฟอยู่ในท่าเตรียมจด
"ว่าไงเธอจะกินอะไร?" ชายหนุ่มหันไปสอบถามหญิงสาวที่มาด้วยกันอีกครั้ง
"เอาส้มตำไทยเเละข้าวเหนียวค่ะ"รายการอาหารสองอย่างหลุดจากปากของฉัตรอรุณไป ส้มตำไทยราคา 70 บาทเเละข้าวเหนียว 15 บาทเป็จานที่ราคาย่อมเยาว์ที่สุด
"เอาตามนั้นครับ"
"ค่ะ"พนักงานตั้งใจจด
"เเล้วอยากทานอะไรอีก?"เขาหันไปสอบถามเด็กใจคดเป็ครั้งที่สาม
"ไม่ค่ะไม่เอาอะไรเเล้ว" สาวน้อยรีบก้มหน้าก้มตา เธอไม่กล้าสั่งหรอกราคาเเพงจนกินไม่ลง
"หึ"เสียงกาจพลหัวเราะอะไรบางอย่างในลำคอ
"เอาปลากระพงทอดน้ำปลาหมึกผัดไข่เค็ม ต้มโคล้งปลาคัง แล้วก็ข้าวเปล่าเพิ่มอีก 1 จานครับ"เ้าตัวจัดการสั่งเมนูอาหารจานโปรด
"ค่ะรออาหารสักครู่นะคะ" พนักงานของร้านถอยออกห่างไปกาจพลจ้องมองเด็กสาวตัวเล็กที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอีกครั้งหากนับเวลาเขารู้จักกับเธอวันนี้เข้าวันที่ 3 เเล้วนิสัยเเรกที่เด็กสาวที่ชื่อฉัตรอรุณคนนี้ เปิดเผยตัวตนออกมาให้เขาได้เห็นคือ...งก
เธอเป็คนงกมากก็ตั้งเเต่เื่ไวน์ 4 ขวดของเขานั่นเเหละ ครั้งนี้ก็ตามต่อด้วยข้าวเหนียวส้มตำ
“ทั้งหมด 1,060บาทค่ะ" พนักงานคนเดิมเข้ามาเช็คบิลค่าอาหารตามคำสั่ง
“นี่ครับไม่ต้องทอน”
“ทำไมถึงไม่ต้องทอนล่ะคะ”อาหาร 3-4 อย่างตรงหน้าราคาพันกว่าบาทก็สูงมากอยู่แล้ว เงินที่เขาส่งให้ก็เกินราคาที่ว่าแล้วยังบอกว่าไม่ต้องทอนอีก
“ไม่ต้องทอนก็เพราะหมายความว่าฉันใจดีเขาบริการเราดี เราก็แค่ให้สินน้ำใจเล็กๆน้อยๆตอบแทนไปบ้าง เธอไม่เข้าใจหรือไง”คนไม่เคยทำงานอาชีพบริการประมาณนี้คงไม่เข้าใจทริปคือ์ของพนักงานเหล่านี้เลยล่ะ
“...” ฉัตรอรุณไม่เข้าใจหรอกสำหรับเธอรู้เเค่ว่าคุณกาจพลใจดีก็พอเเล้ว
เช้าวันใหม่
ตึง ตึง ตึง ตึงกาจพลสวมเสื้อผ้าอยู่หน้ากระจก ก็ต้องแปลกใจกับเสียงวิ่งตื่นของสมาชิกใหม่ในบ้าน
ก๊อก ก๊อก
“คุณกาจคะ”
“เข้ามาประตูไม่ได้ล็อค” ยัยเด็กบ้าของเขามีปัญหาอะไรแต่เช้าเมื่อวานเขากินเบียร์ที่ร้านประจำแค่ขวดเดียว เธอก็เเอบส่งค้อนมาให้เขาเห็นเเบบงงๆกลับมาถึงบ้านเเทนที่จะจิบไวน์ ดูฟุตบอลต่อ เป็อันต้องพับเก็บไวน์ใส่ตู้
ไม่ได้เกรงใจยัยเด็กนั้นหรอกนะเพียงแต่ว่าเขาอิ่มจากอาหารแล้วก็เท่านั่นเอง
“แฮ่กแฮ่ก จักรยานค่ะ มีคนเอาจักรยานมาส่งบอกว่าบ้านนี้เป็คนสั่งซื้อ แฮ่กๆ ” คนตัวเล็กหอบตัวโยน
“ก็ใช่นะสิฉันซื้อเอง” นี่เองนะหรือเื่คอขาดบาดตายของเ้าหล่อนดูทำหน้าเข้า ตาโตยิ่งกว่าไข่หานเเล้ว
ยัยบ๊องตลกชะมัด
ถูกต้องแล้วกาจพลเพิ่งมือลั่นกดซื้อในเว็บไชต์ออนไลน์ชื่อดังไปเมื่อคืนระหว่างดูบอลเช้านี่ของได้เเล้วรวดเร็วทันใจจริงๆ
กาจพลเซ็นต์เอกสารได้รับของเป็อันว่าจบสิ้นจักรยานสีชมพูหวานแว่วถูกเ้าหน้าที่เข็นลงมาจอดคู่กับรถยนต์ของเขาในโรงรถ
“เป็ไงชอบมั้ย?”
“นี่หมายความว่า...”เบ้าตาของฉัตรอรุณมีความร้อนตีขึ้นมาจากภายในตื้นตันสุดจะอธิบายเป็คำพูดได้
“ก็ใช่นะสิฉันซื้อให้เธอ จะได้ออกไปซื้อของ ไปโน้นไปนี่แถวๆนี้ไม่ต้องเดินให้เหนื่อยหรือเธอคิดว่าสีหวานขนาดนี้ฉันจะซื้อไว้ขี่เอง” ชาวบ้านในละแวกคงได้มองเป็แถวๆนะสิไม่แน่อาจจะถึงขั้นมองว่าเขาเป็พวกเบี่ยงเบนก็ได้
“ฮึก ฮึกขอบคุณมานะคะ หนูจะรักษามันอย่างดีที่สุดเลย” มือน้อยลูบเบาะสีชมพูที่ยังมีพลาสติกคลุมถึง2 ชั้นแ่เบา ทั้งๆไม่มีความจำเป็ที่เขาจะต้องสิ้นเปลืองซื้อเ้ายานพาหนะชิ้นนี้ให้เธอด้วยซ้ำ
ฉัตรอรุณก็แค่เด็กหลงทางคนหนึ่งได้เข้ามาอาศัยบ้านหลังนี้ก็โชคดีหนักหนา
คุณกาจของฉัตรใจดีมากๆเลย
แล้วสายวันนั้นจอมเห่อก็ขี่จักรยานคนใหม่เอี่ยมของตนเองไปร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้านเขาใจดีกับเธอขนาดนี้แล้ว ฉัตรอรุณก็อยากตอบแทนอะไรนิดหน่อยๆ ไม่ได้มีค่ามีราคาค่างวดมากมาย...แต่เธอทำมันด้วยความตั้งใจ
กริ๊กช้อนดังกระทบจานข้าว
“คุณอิ่มแล้วเหรอคะวันนี้มีของหวานไม่ทราบว่าจะรับด้วยหรือเปล่า?” เธอบรรจงและตั้งใจทำมันสุดๆ
“ของหวานเหรออะไร”
“บัวลอยค่ะ”บัวลอย 3 สีที่หญิงสาวทำจนสุดฝีมือ
“อืมเอามาลองหน่อยก็ดี” กาจพลนั่งในท่วงท่าสบาย่นี้นอกจากไม่ต้องทำงานแล้ว อยู่บ้านก็ไม่ต้องออกแรงทำงานบ้านเหมือนอย่างเคยมีผู้หญิงคนนี้เข้ามาในชีวิตก็รู้สึกสบายขึ้นเยอะ เจริญอาหารขึ้นมาก่นี้แผลโดนยิงก็ยังรู้สึกเจ็บๆ ตึงๆนิดหน่อย หากหายดีเขาคงต้องออกกำลังกายบ้างไม่อย่างนั้นคงอึดอัดตัวแย่
“มาแล้วค่ะ”คนร่าเริงเป็พิเศษรีบนำของหวานมาเสิร์ฟรวดเร็วทันใจฉัตรอรุณลุ้นตัวโก่ง ตอนที่เห็นเขาตักเข้าปากคำแรก
“อืมอร่อยดีไม่หวานเหมือนที่คิด แต่ฉันชอบนะรสชาติแบบนี้” กาจพลเป็คนไม่ชอบของหวานเขาทานอาหารคาว-หวานก็ไม่ชอบอะไรที่มันหวานจนเกินไป เพราะจากที่หวานมากๆมันจะกลายเป็หวานจนรู้สึกขม
“ค่ะ”สาวน้อยยิ้มแย้มฉ่ำปอดในใจ ดวงตาคล้ายลูกแก้วทอประกายหวิบหวับฉัตรอรุณสังเกตและเอาใจใส่ั้แ่วินาทีแรกที่ได้รับอนุญาตอยู่ร่วมชายคากับเขานั่นแหละคุณกาจจะดื่มกาแฟ 2 ครีม 1 ไม่ใส่น้ำตาลเลยเท่านี้ก็พอเดาทิศทางรสชาติอาหารได้ว่าคุณกาจพลปากร้ายใจดีของเธอไม่ชอบความหวานนั่นเอง
“เดี๋ยวตอนเย็นเธอไปเตรียมตัวนะจะพาไปออกกำลังกายและทานอาหารอร่อยๆด้วยกัน” เริ่มมันเสียวันนี้เลยน่าจะดีกว่า...คิดแล้วก็ลงมือทำมันจริงๆจังๆไปเลยแต่เขาคงเริ่มจากการเดิน ยืดเส้นเบาๆ เพราะสังขารยังไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่
“แค่ไปออกกำลังกายก็ได้ค่ะแต่ไม่ต้องพาไปทานอาหารอร่อยๆหรอก คุณอยากทานอะไรคะ เดี๋ยวหนูจะทำให้สุดฝีมือเลย”เมื่อวานทานไป 4 จาน จ่ายตั้ง 1,200 แล้วหากวันนี้คุณใจดีของเธอยังซื้อจักรยานสีชมพูให้อีก
เธอมาอยู่ที่นี่ได้เพียง2 วันเท่านั้นแต่ทำให้ผู้ใหญ่ใจดีเสียงเงินตั้งเยอะแล้ว
“งกว่างั้นหึ!” วิศวกรหนุ่มขำในลำคอ ยัยเด็กบ้าของเขางกจริงจังงกอยู่ในเส้นเืแล้วกระมัง
“ถ้าอย่างนั้นเราไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะกันแล้วค่อยกลับมาทานข้าวฝีมือเธอ...ที่นี่” ต๊อก ต๊อกเขาใช้นิ้วเคาะลงมาที่โต๊ะ
“ได้ค่ะคุณกาจอยากทานอะไรคะ” คนตัวเล็กถามอย่างตั้งใจ
คุณกาจดีกับเธอมากสาวน้อยตั้งมั่นที่จะดูแล ทดแทนบุญคุณเขาให้ได้มากที่สุดด้วยเช่นกันใช้เวลานิดหน่อยฉัตรอรุณก็ปรับตัวในสถานที่ใหม่ได้คำพูดวาจาเผ็ดร้อนจากเขาก็เบาบางไปเยอะเลย
ต่างคนต่างเริ่มเห็นความดีของกันและกัน...บ้านที่สงบสุขคือบ้านที่น่าอยู่ที่สุด
กริ่ง กริ่งกริ่ง
"ว่าไง?"
"กูได้รับอีเมลล์จากมึงเเล้วขนาดตัวไม่มาทำงานนะเนี่ย ยังมีกระจิตกระใจช่วยงานลูกน้องอีกนะมึง"นักธุรกิจเ้าสำราญกรอกเสียงตามสายมา่บ่ายแก่ๆ
"ก็เเผนกกูทำงานกันเป็ทีม"หัวหน้าเเผนกดีเด่น 10 ปีซ้อนกล่าวขึ้น
"เออ...ขอบใจมึงมากไอ้กาจเดี๋ยวเย็นนี้กูไปรับนะ" โทรมาขอบใจเพื่อนเื่งานเป็เเค่เื่รองจุดประสงค์ที่เเท้จริงของต้นตระกูลคือสิ่งที่เขากำลังจะเอ่ยจากนี้ต่างหากเปิดเื่ได้ดี มีชั้นเชิงสมเเล้วกับตำเเหน่งนักธุรกิจไฟเเรงเเห่งยุค
"มารับมารับใครวะ" กาจพลปิดเเลปท๊อบลงหัวใจเขาหวิวเเปลกหรือเพื่อนสนิทจะหมายถึงใครอีกคนคนที่กำลังทำงานอะไรสักอย่างอยู่ข้างล่าง
"กูจะไปรับมึงกับน้องฉัตรมาทานข้าวที่เพ้นเฮ้าท์วะขอโทษที่ฝากลูกเเมวน้อยไว้กับมึงเสียนาน กูยุ่งๆจริงๆ่นี้"ยุ่งวุ่นวายกับเื่ที่บิดามารดาพยายามจับคู่ให้กับลูกหลานไฮโซคนโน้นคนนี้นี่เเหละ
"เออ....กูกูไม่มีปัญหาอะไร" คนเก่งรอบด้าน อยู่ๆก็ตื้อไปไม่เป็กับคำถามของเพื่อน
กาจพลลืมเื่นี้ไปเเล้ว...ลืมเสียสนิทในที่สุดเพื่อนรักอย่างต้นตระกูลก็มาทวงของของมันคืน
"โอเคเพื่อนเดี๋ยวเลิกงานกูจะรีบซิ่งไปเลย น้องฉัตรจ๋าพี่ต้นอยากเห็นหน้าใจจะขาดเเล้ว" ประจบเหมาะเพราะต้นตระกูลเพิ่งเขี่ยคู่นอนคนปัจจุบันทิ้งไปฉัตรอรุณทำให้เขารู้สึกถูกชะตาเป็พิเศษตั้งเเต่วินาทีเเรกที่เห็นหน้าเเถมเด็กคนนี้ยังเเปลกจนไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนในชีวิตของเขา
เเปลกเเต่น่าสนใจทำให้ต้นตระกูลรีบพุ่งชนเป้าหมาย
น้องฉัตรอรุณว่าที่ของเล่นชิ้นใหม่ล่าสุด
“สวัสดีค่ะพี่ต้น”ฉัตรอรุณในฐานะตัวแทนเ้าของบ้านออกมาต้อนรับแขกผู้มาใหม่ใน่เย็นของวัน
“หวัดดีครับน้องฉัตรของพี่เออ...นี่เตรียมตัวจะออกไปแล้วใช่ไหม?” เธออยู่ในชุดคล้ายๆเดิมที่เขาเคยเห็นเสื้อยืดตัวโต กางเกงขา5ส่วน
“ค่ะกำลังจะออกไปออกกำลังกายกับคุณกาจ แต่คุณกาจยังไม่ลงมา” จริงๆฉัตรอรุณเตรียมตัวั้แ่ที่เ้าของบ้านบอกกล่าวตอนรับประทานอาหารเที่ยงแล้วล่ะ เธอจัดครัวจัดข้าวของ และดูทีวีฆ่าเวลาไปเสียเยอะแล้วด้วย
“เข้าใจอะไรผิดแล้วครับเย็นนี้พี่โทรมาชวนไอ้กาจกับน้องฉัตรไปทานข้าวสุดหรูที่ห้องของพี่ต่างหาก อย่าบอกนะว่าไอ้กาจมันยังไม่ได้บอกอะไร”ไอ้เพื่อนตัวร้าย เขาโทรมาั้แ่ชั่วโมงก่อนหน้า
“ฉัตรไม่ทราบค่ะ”เสียงน้อยง่อยลง ข้างในใจก็แป้วอย่างบอกไม่ถูก...เห็นทีว่าวันนี้คงไม่ได้เดินออกกำลังกายในสวนแล้ว
“น้องฉัตรเป็ไงบ้างครับอยู่ที่นี่สบายดีหรือเปล่า?” คนเ้าสำราญชวนคุยต่อหมายจะพิชิตหัวใจของเด็กสาวธรรมดาตรงหน้าให้อยู่หมัด...ไม่น่าจะเกินวันนี้ต้นตระกูลได้มีของเล่นชิ้นใหม่สมใจแน่นอน
“ฉัตรสบายดีค่ะสบายดีมากๆเลย คุณกาจใจดีกับฉัตรมากด้วย อนุญาตให้ฉัตรอยู่ที่นี่ได้ชั่วคราวค่ะ”ในเมื่อเดินไปทางไหนก็มืดมน บ้านหลังนี้เท่ากับแสงเทียนแสงสว่างหนึ่งเดียวในชีวิตก็ว่าได้วันข้างหน้าก็ต้องพยายามหาลู่ทางกันต่อไป...ว่าที่ไหนกันแน่เหมาะสมกับเธอ
“ไอ้กาจมันปากร้ายแต่ใจดีครับกับลูกน้องที่บริษัทก็เหมือนกัน ส่วนใหญ่ก็ทำงานกับมันยืด รักและเคารพมันทุกคน”ไม่ว่าจะหัวหงอก หัวดำ กาจพลสยบได้ไม่เว้น
“ค่ะ”สาวน้อยพยักหน้ารับฟัง เธอเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน
“พี่ต้นรอสักครู่นะคะเดี๋ยวฉัตรไปเอาน้ำเย็นๆมาให้” มาถึงกับคุยเป็วรรคเป็เวรลืมบริการแขกคนพิเศษไปได้
หญิงสาวธรรมดามาพร้อมน้ำเปล่าในเวลาไม่นานมันถูกส่งยื่นไปให้ จังหวะนั้นต้นตระกูลรีบคว้าทั้งแก้วทั้งมือมากอบกุมมือหญิงสาวออกจะสากๆ ไม่ได้นิ่มนุ่มอย่างที่เขานึกฝันเอาไว้...แต่ก็ไม่เป็ไร หยวนๆน่า
“ขอบคุณครับคนสวย”
“เออ...เออค่ะ ค่ะ” สาวน้อยรีบดึงมือของตนกลับมาถอยไปนั่งตรงเก้าอี้ตัวเล็กประจำตำแหน่งของตน
“น้องฉัตรบอกพี่ว่าที่นี่สบายดีแล้วสนใจอยากจะไปอยู่กับพี่ที่สบายกว่านี้หลายเท่าไหมครับ” เด็กสาวดูตื่นใรีบดึงมือตนเองออกเมื่อสักครู่นี้ทำเอาต้นตระกูลเกือบหงายหน้า ด้วยเพราะว่าไม่เคยมีใครทำกิริยารังเกียจตื่นกลัวเขาแบบนี้มาก่อน
เธอแปลกจริงๆฉัตรอรุณแต่ยิ่งแปลก ยิ่งยากนี่แหละคือยิ่งดี ยิ่งสนุกที่ได้เป็ผู้ล่า
“ไม่ค่ะฉัตรชอบอยู่ที่นี่” เพราะที่นี่ให้ความรู้สึกเสมือนได้อยู่บ้านตัวเองแม้ชีวิตจริงเธอคงไม่มีโอกาสได้เป็เ้าของเ้าบ้านหลังใหญ่แบบนี้หรอก...มันเกินฝันของฉัตรอรุณไปมากเหลือเกิน
“แต่เพ้นเฮ้าท์ของพี่ใหญ่กว่าบ้านหลังนี้อีกนะครับสวยกว่านี้ หรูกว่านี้ มีสระว่ายน้ำ มีฟิตเนตมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในตัวเลยนะครับ” ห้องสูทใจกลางเมืองหลวงมูลค่าเหยียบครึ่งร้อยล้านของนักธุรกิจชื่อดัง
“จริงเหรอคะ”ฉัตรอรุณจินตนาการเป็ถึงห้องพักใหญ่โตที่อยู่บนชั้นสูงๆที่ตนเคยเห็นผ่านละครมาบ้าง
“จริงสิครับเดี๋ยววันนี้พี่จะพาน้องฉัตรไปทานข้าวที่นั่น” แววตาของคนตัวเล็กทำให้กำลังใจของหนุ่มเ้าสำราญกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้งผิดกับชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่กลางขั้นบันไดเขาได้ยินคำพูดของเพื่อนรักและกาฝากของบ้านชัดเจนทุกคำ
เผยตัวตนที่แท้จริงออกมาแล้วสินะฉัตรอรุณแต่อย่าเผยให้มาก จนไม่ถูกตาต้องใจเพื่อนของเขาเสียล่ะ ...ไม่อย่างนั้นเธอจะมีแค่สิทธิ์ไปเห็น แต่ไม่มีโอกาสได้อยู่เพ้นเฮ้าท์ที่ใหญ่กว่าบ้านหลังนี้สวยกว่านี้ หรูกว่านี้ มีสระว่ายน้ำ มีฟิตเนต มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันหากนำบ้านที่ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขาเทียบกับที่นั่นแล้ว...ไม่เห็นฝุ่นเลย
ตึก ตึก
“มึงมานานแล้วเหรอวะ”
“เพิ่งมาถึงเมื่อกี้ออกไปกันเลยดีมั้ยวะกูสั่งให้เชฟทำอาหารไว้รอแล้วด้วย”
“อืม ไปสิกูพร้อมแล้ว” กาจพลหน้านิ่งไม่แม้แต่จะหันมองหรือเอ่ยชวนเด็กบ้าใจคดที่มายืนอยู่ข้างๆเขา ตามเขา ตัวติดเขาแจเหมือนเด็กคอยเดินตามพ่อแม่ไม่มีผิด
ถึงแม้ว่ากาจพลจะอายุมากกว่าเธอ15 ปี รอบกว่าๆ...ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเห็นฉันเป็พ่อหรือเป็ผู้ปกครองได้หรอกนะ
บ้าเอ๊ย!