เช้าวันต่อมา
ผมกลับไปยังบ้านแก้วมณี เปิดประตูบ้านเข้าไปเจอยายแก้วกับยายผมนั่งคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ท่านทักทายผมอย่างสดใส ผมพูดคุยกับพวกท่านนิดหน่อยก่อนจะขึ้นห้อง
เมื่อผมเปิดประตูห้องนอนเข้าไป ผมก็เห็นเอกซ์นั่งฟุบอยู่ตรงขอบหน้าต่าง
“อะ เอกซ์ไปทำอะไรตรงนั้น”
ด้วยความสงสัย ผมจึงเดินเข้าไปหามันใกล้ๆ แล้วผมก็ได้เห็นว่าใบหน้าหลับใหลของเอกซ์มีคราบน้ำตาแห้งติดอยู่เป็ทาง
อย่าบอกนะ ว่าเอกซ์เฝ้ารอผมอยู่ตรงหน้าต่างทั้งคืน!!
[X TALK]
หลังจากวายขึ้นรถแท็กซี่ลับตาไป ผมก็วิ่งไปที่รถมอเตอร์ไซค์ แล้วขี่บึ่งตาม แต่สุดท้ายผมก็คลาดกับวายระหว่างทาง ผมขี่ตามหาวายในทุกๆ สถานที่ที่คิดว่าวายจะไป แต่ก็หาไม่เจอ ผมไม่รู้จะไปตามหาวายที่ไหน เลยตัดสินใจบุกเข้าไปหาวายภายในโรงเรียนของมัน
เมื่อผมมาถึงโรงเรียนของวาย ผมต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมลุงยามอยู่นาน กว่าลุงยามจะปล่อยให้ผมเข้าไปได้ ทว่าผมเจอปัญหาใหม่ ผมไม่รู้ว่าวายเรียนอยู่ห้องไหน อาคารอะไร ผมเลยต้องลองเสี่ยงไปหาตามมุมอับของโรงเรียนก่อน
วายในตอนนี้กำลังเสียขวัญ มันคงไม่พร้อมจะเรียนหรอก ผมคิดอย่างนั้น ทว่า…ผมก็หาวายไม่เจอ
โชคยังดีที่หลังจากผมหมดหนทางก็เป็เวลาพักกลางวัน ผมถามนักเรียนที่เดินผ่านไปผ่านมา หลายคนไม่สามารถให้คำตอบผมได้ เพราะไม่รู้ว่าเป็วายคนไหน ผมก็ดันลืมชื่อจริงของวาย เลยได้แต่อธิบายรูปพรรณสัณฐานให้คนพวกเค้าฟัง จนในที่สุดเพื่อนร่วมห้องของวายก็ให้คำตอบที่ผม้าได้
“วันนี้วายไม่มาเรียนนะ”
“เห็นว่าโดนนักเลงต่างโรงเรียนแบกไปแหละ”
“ไม่รู้วายไปมีเื่บาดหมางอะไรกับคนพวกนั้น เป็ห่วงอยู่เหมือนกัน”
“ถ้านายเจอวาย ช่วยดูแลเขาด้วยนะ”
“ใช่ๆ พวกเราเป็แค่เด็กผู้หญิง คงทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ อีกอย่างพวกเราก็ไม่อยากให้เื่นี้ถึงหูครูฝ่ายปกครองด้วย”
“วายเป็เด็กดี เรียนเก่ง หากมีประวัติโดนหักคะแนนเพราะทะเลาะวิวาทกับต่างโรงเรียนคงไม่ดีแน่”
“ฉันขอให้นายหาวายเจอไวๆ นะ”
“อืม…ขอบใจสำหรับข้อมูล”
ผมเดินคอตกออกมาจากโรงเรียน
ผมนี่มันเลวจริงๆ หาเื่มาให้วายปวดหัวยังไม่พอ ยังหาเื่เดือดร้อนให้วายอีก สมแล้วที่วายจะเหม็นขี้หน้า
ผมขี่รถบึ่งออกมา เพิ่มลิมิตความเร็วของรถสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อหวังให้แรงลมที่ปะทะหน้าช่วยกระชากหยาดน้ำตาที่กำลังจะไหล
“กูขอโทษวาย กู…ฮึก”
ภาพเบื้องหน้ามันเลือนราง เมื่อก้อนน้ำตามันเอ่อท่วมท้นจนแทบล้นทะลัก ผมจำเป็ต้องลดความเร็วรถลง เพราะทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำ ทว่าในระหว่างที่กำลังผ่อนความเร็วอยู่นั้น รถยนต์คันหนึ่งก็ตบเข้าเลนซ้ายเพื่อที่จะแซงรถยนต์คันข้างหน้า ผมไม่สามารถเบรกได้ทัน จึงต้องหักเลี้ยวเพื่อหลบ
รถของผมพุ่งเข้าข้างทาง ผมต้องโดดออกจากตัวรถ กลิ้งหลุนๆ ตกลงกองหญ้าหนาสูง ผมสบถกับตัวเองแล้วก็ปล่อยหยาดน้ำตาให้รินไหล
หากว่าในตอนนี้ผมพาวายซ้อนท้าย วายก็คงต้องมาเจ็บตัวไปกับผมอีกแน่ๆ
ผมทั้งร้องไห้ ทั้งขำให้ความกับบ้าดีเดือดของตัวเอง หาแต่เื่ใส่ตัวไม่เว้นวัน สร้างศัตรูยังไม่พอ ยังสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก
ผมนอนสมเพชตัวเองอยู่นานสองนาน จนเริ่มมีคนมามุงเพราะนึกว่าผมรถล้มตายคาที่ ผมลุกขึ้นตรวจสภาพร่างกายของตัวเอง ไม่ได้รับาเ็อะไรมากมาย เพราะล้มลงบนพุ่มหญ้าหนา ส่วนรถก็ถือว่าโชคดีไม่ต่างจากผม มีเพียงลอยถลอกเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
ผมเข็นรถขึ้นมาจากข้างทาง แล้วไล่ไทมุงออกไป พวกเขาสบถด่าสาปแช่งผม หาว่าผมทำร้ายน้ำใจที่พวกเขาอุตส่าห์มอบให้ ผมยิ้มค่อนขอดกลับไป แล้วสตาร์ทรถขี่หนีอย่างรวดเร็ว
พอผมกลับมาถึงบ้านก็ปาไปห้าโมงเย็น ผมถามหาวาย แต่ยายบอกวายไปนอนบ้านเพื่อน ผมได้ยินอย่างนั้นก็แทบทรุด วายคงเกลียดผมเข้าไส้แล้วสินะ วายคงไม่กลับมาที่บ้านหลังนี้แล้วสินะ
ผมขึ้นห้องนอน ปิดประตูขังตัวเองแล้วเริ่มร้องไห้
“วาย มึงกลับมาได้ไหม กลับมาหากู ให้กูได้ขอโทษมึง…”
“อะ เอกซ์…เอกซ์”
ผมสะลึมสะลือตื่นเพราะมีคนปลุก
“อืม…”
“เอกซ์ตื่น นายมานอนฟุบทำไมตรงนี้”
เสียงนี้มัน…
“วาย!!”
ผมโผเข้ากอดวายราวกับกลัวเสียขอรักไป ผมกอดมันแน่น แน่นจนอีกฝ่ายต้องตบหลังผมให้คลายกอดออก
“กู ขอโทษวาย กูขอโทษ!”
ผมพูดไปปาดน้ำตาทิ้งไป แต่ยิ่งปาดก็เหมือนว่าน้ำตายิ่งไหล โคตรไม่แมนเลยว่ะ ตัวกู
“ระ เรายกโทษให้ ไม่ต้องร้องแล้ว อายเราบ้าง”
“มึงยกโทษให้กูไวจังวะ กูไม่เชื่ออะ เมื่อวานมึงยังโกรธกูอย่างกับอะไรดี”
“จริงๆ แล้ว…” วายก้มหน้าหลบตาผมแล้วเงียบไป มันคงกำลังเรียบเรียงคำพูดอยู่ ผมจึงไม่ได้เร่งเร้า
“จริงๆ แล้ว เมื่อคืนเรานอนคิดเื่นี้ไม่ตกเลยล่ะ กว่าจะหาข้อสรุปได้ เราก็รู้สึกว่าเราทำกับนายเกินไป ในตอนนั้น เรารับมือกับสถานการณ์แบบนั้นไม่ถูก มันกลัวไปหมด เราก็เลยหนีออกมา…” วายเว้น่หายใจ มันเงยหน้าขึ้น จ้องตาผม ั์ตาของมันฉายแววเศร้าหมองและรู้สึกผิด “เราขอโทษนะ”
นั่นคือความในใจของวาย มันเป็คำตอบที่ผมไม่ได้คิดเอาไว้
ผมคิดเพียงแต่ว่า วายจะต้องโกรธผม เกลียดผม และเหม็นขี้หน้าผมจนไม่อยากอยู่ใกล้ แต่ว่าสิ่งที่วายพูดมันเกินความคาดหมาย
“มึงคงไม่ได้พูดหลอกให้กูตายใจ แล้วหาเวลาเหมาะๆ ขนของย้ายออกหรอกนะ”
“เราจะทำแบบนั้นทำไม” วายอมยิ้มน้อยๆ ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ดูสดใสขึ้นมาเป็กอง
“ก็…มึงเกลียดกูไง”
“จะว่าเกลียดก็เกลียดแหละ แต่ไม่เท่าไอ้เสียม”
วายพูดติดตลกเพื่อทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้น แต่ดูเหมือนจะได้ผลตรงข้าม
“มึงจะพูดถึงมันทำไม มึงก็รู้ว่ามันเป็ตัวการทำให้กูกับมึง…”
“เฮ้ย! เราแค่พูดเล่น อย่าทำหน้าั์ดิ”
“แต่กูไม่เล่นกับมึงด้วย มึงก็รู้ว่ากูแค้นมันแค่ไหน”
“เอาน่าๆ นายก็ซัดมันปางตายขนาดนั้น มันคงไม่มาหาเื่นายอีกแล้วล่ะ”
“เหรอ มึงว่าคนอย่างไอ้เสียมจะจบง่ายๆ ไง เดี๋ยวแม่งก็มาอีก”
“แล้วนายไปทำอะไรให้มันจองเวรจองกรรมล่ะ”
“ก็...” ผมเงียบไม่ยอมพูดต่อ จะบอกวายดีปะวะ ถ้าวายรู้มันต้องคิดว่าผมเลวทรามยิ่งกว่าเก่าแหงๆ
“บอกๆ มาเหอะน่า ถ้ามันไม่หนักเกินไปเราก็รับได้” วายตบบ่าผมอย่างไม่คิดอะไร
“มึงแน่ใจนะว่าถ้ามึงรู้แล้วจะไม่เหม็นขี้หน้ากูยิ่งกว่าเก่า”
“เอ้า แล้วทำไมเราต้องเหม็นขี้หน้านายเพิ่มด้วย นายไปข่มขืนน้องชายไอ้เสียมมารึไง” วายพูดหยอกล้อชิลๆ ดูทรงแล้วถ้ามันรู้ความจริงก็น่าจะไม่เป็ไร
เอาวะ อย่างน้อยถ้ามันได้รู้ มันอาจจะเข้าใจผมมากขึ้นก็ได้
“กู...” ผมจับมือวายไว้ รวบรวมกำลังใจแล้วสารภาพบาป “กูไปแย่งสาวของไอ้เสียมมา”