
ตอนที่ 5
น้ำใจของนาง
อาจเป็เพราะยาที่กู่เหอให้คุณชายของเขาทานไปเริ่มออกฤทธิ์แล้วทำให้มือหนาที่เคยกุมมือของนางเอาไว้แน่ค่อย ๆ ผ่อนแรงลงทว่าเขาก็ยังคงจับมือของนางเอาไว้อยู่
หลิวซือนัวค่อย ๆ ดึงมือของนางออกจากมือใหญ่ของเขาอย่างช้าๆ ครั้นอยู่ ๆ เ้าของมือหนาที่เคยเกาะกุมมือนางเอาไว้แน่นราวปอกเหล็กก็สะบัดมือนางออกทันที ทั้งยังผลุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วทั้งที่นางสามารถมองออกได้อย่างชัดเจนว่าเวลานี้เขาไร้เรี่ยวแรงเพียงใดแต่ก็ยังฝืนลุกขึ้นมานั่งจนได้
“ท่านรีบร้อนลุกขึ้นมาเช่นนี้ ร่างกายท่านอาจจะยังรับไม่ไหวหากหมดสติลงไปอีก ข้าว่าคงจะไม่ดีแน่” หลิวซือนัวเอ่ยขึ้นนางลุกขึ้นไปนั่งลงที่อีกฟากหนึ่งของรถม้าซึ่งตรงกันข้ามกับที่ร่างสูงของบุรุษตาบอดนั่งอยู่
“เ้าเป็ใครกัน” เขาเอ่ยถามขึ้นเสียงแหบแห้งทุกคำพูดในยามนี้ของเขาถูกเอ่ยออกมาได้อย่างยากลำบาก
“ข้าก็คือคนอีกกลุ่มหนึ่งที่หลบพายุอยู่ที่อารามร้างเช่นกันกับท่านเมื่อคืน” นางเอ่ยตอบกลับไปอย่างใจเย็น
จู่ ๆ ครั้งหนึ่งยามที่นางมองไปทางเขา เมื่อครู่กับรู้สึกสงสารเวทนาเขาขึ้นมา คุณชายผู้นี้แม้ภายนอกจะสวมใส่อาภรณ์ราคาแพง ทว่าร่างกาย กับซูบผอมจนแทบจะเห็นถึงกระดูกอีกทั้งตายังบอดทั้งสองข้าง ซ้ำร้ายยังาเ็ที่ศีรษะชีวิตของคนผู้นี้เกินคำว่าอยู่มิสู้ตายไปแล้วหรือยังนางก็ไม่ อาจจะล่วงรู้แทนเขาได้ ทำได้เพียงนึกสงสารเขาอยู่ในใจ
หลิวซือนัวเข้าใจว่าคนที่มีสภาพเช่นเขาจิตใจย่อมไม่อาจสงบได้อาจถึงขั้นวิตกกังวลต่าง ๆ นางจึงคิดที่จะใจเย็นกับเขาให้มากหน่อย บุรุษผู้นี้เพียงแค่มองก็สามารถรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเป็คนที่ค่อนข้างถือตัวและมีโลกส่วนตัวมากทีเดียวหากไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นี้กับนางเพียงสองคนเห็นทีเขาก็คงไม่ยอมปริปากพูดกับนางแม้สักครึ่งคำเป็แน่
“เกิดสิ่งใดขึ้นกับข้า” อวี้หนานไห่เอ่ยถามขึ้นอีกครั้งยามนี้สติของเขาเริ่มที่จะกลับมาชัดเจนมากขึ้นแล้ว และเขาเองก็จำเสียงของสตรีที่อยู่กับเขาตอนนี้ได้แล้วนางก็คือคนจากอีกกลุ่มหนึ่งที่พักที่อารามร้างด้วยกันเมื่อคืน
“เกิดสิ่งใดขึ้นกับท่านข้าเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนักเห็นว่าเป็รถม้าของท่านเกิดอุบัติเหตุท่านเองก็ได้รับาเ็เพราะตกลงมาจากรถม้าด้วยเช่นกันตัวข้าและคนของข้าผ่านทางไปพบเข้าพอดี จึงได้ให้การช่วยเหลือพวกท่านตามที่กู่เหอคนของท่านได้ขอให้ช่วย”
“กู่เหอ ขอให้ช่วย?”
“ใช่แล้ว เวลานี้เขาก็น่าจะคุ้มกันอยู่ที่ท้ายขบวน พวกเราอีกไม่นานก็น่าจะถึงโรงเตี้ยมแล้ว คุณชายท่านก็พักผ่อนให้สบายเถิด”
หลิวซือนัวตอบคำถามทุกอย่างของเขาอย่างใจเย็น
ั้แ่นั้นแม้ในรถม้าจะน่าอึดอัดอยู่บ้างเพราะมีบุรุษหน้าน้ำแข็งที่ดื้อดึงไม่ยอมนอนพักผ่อนดีๆ มิหนำซ้ำเขายังพยายามนั่งทรงตัวมาตลอดทางทั้ง ๆ ที่ร่างกายเขาก็แทบจะไร้เรี่ยวแรงแล้ว
เป็ครั้งแรกเลยด้วยซ้ำที่หลิวซือนัวรู้สึกว่าตัวเองไม่น่าไว้ใจเสียขนาดที่ทำให้บุรุษที่าเ็ถึงขั้นไม่กล้าพักผ่อนเพียงเพราะมีนางอยู่ด้วยเลยหรือ นี่นางน่ากลัวถึงขั้นนั้นเชียว
เขาคงไม่คิดว่านางจะฆ่าเขาหากเขาหลับไปหรอกกระมังเขาจึงไม่กล้าหลับไปเช่นนี้ หรือว่านางควรจะเอ่ยบอกเขาไปตรง ๆ ดี ใช่แล้วควรบอกออกไปตรงๆ ให้ชัดเจนจึงจะดีที่สุด
“คุณชายท่านหลับพักสักหน่อยเถอะ ข้าไม่ลงมือฆ่าท่านหรอกท่านวางใจได้”
ทั้งที่เอ่ยไปตามตรงแล้ว ไฉนผลลัพธ์กลับกลายเป็ว่าคำพูดของนางยิ่งทำให้เขาไม่กล้าข่มตาหลับลงได้นางแอบเห็นเขาแอบหยิกเนื้อตัวเองอยู่หลายครั้งจนในที่สุดนางจึงต้องเป็ฝ่ายแกล้งหลับไปแทน
จากแกล้งหลับก็กลายเป็ว่านางเผลอหลับไปจริง ๆตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เพราะเสียงเรียกที่ดังมาจากด้านนอกรถม้า
“เรามาถึงโรงเตี้ยมแล้วขอรับคุณหนู เชิญคุณหนูลงรถม้าเถิดขอรับ”
“ข้าจะลงไปก่อน ท่านรอกู่เหอก็แล้วกัน”
นางเอ่ยก่อนที่จะเดินลงรถม้าไปบุรุษตาบอดผู้นี้ยังคงนั่งนิ่งเช่นเดิมไม่ขยับไปไหนเขาไม่แม้จะเอ่ยตอบกลับนางแม้สักคำ
บุรุษผู้นี้เย่อหยิ่งยิ่งนัก
หลิวซือนัวลงจากรถม้าโดยมีเสี่ยวหลินที่ยืนคอยอยู่ก่อนแล้วช่วยจับประคองนางเดินลงมาจากรถม้านางและเสี่ยวหนิงรวมถึงคนอื่น ๆ ต่างยืนรอกันอยู่ที่หน้าโรงเตี้ยมเพราะยามนี้เสี่ยวชิงและแม่นางกู่หรูซึ่งเสี่ยวหนิงบอกว่านางเป็น้องสาวของกู่เหอกำลังเข้าไปตรวจสอบด้านในโรงเตี้ยมด้วยกันกับเสี่ยวชิง
โชคดีที่พวกนางมาถึงโรงเตี้ยม ก่อนที่ฟ้าจะมืด อีกทั้งโรงเตี้ยมแห่งนี้แม้จะอยู่กลางป่าแต่ภายนอกก็ไม่ได้ดูย่ำแย่แม้จะดูทรุดโทรมไปหน่อยทว่ากับดูสะอาดสะอ้านดีทีเดียว
ด้านกู่เหอก็กำลังเผชิญหน้ากับคุณชายของตนอยู่ด้านในรถม้า
กู่เหอคุกเข่าลงต่อหน้าผู้เป็นายก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็ห่วง
“คุณชายท่านเป็เช่นไรบ้างข้าน้อยจะประคองท่านเข้าไปพักผ่อนในโรงเตี้ยมนะขอรับ”
“อืม”เ้าของใบหน้าซูบผอมเอ่ยออกมาสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงก่อนจะยอมให้คนสนิทประคองตนเพื่อลงรถม้า ทว่ายังไม่ทันที่คนทั้งคู่จะลงมาจากรถม้าได้สำเร็จอยู่ ๆ ไม่รู้ว่าลมพายุมาจากไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้าวของต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็กระจาดตะกร้าหรือสิ่งของที่มีน้ำหนักเบาต่างก็ถูกลมพายุนี้พลัดจนปลิวกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
หลิวซือนัวและเสี่ยวหนิงเห็นท่าไม่ดีพวกนางก็เตรียมที่จะวิ่งเข้าไปด้านในโรงเตี้ยมพอดีกับที่อยู่ ๆ ไม่รู้ว่ากระจาดอันใหญ่ปลิวมาจากไหนกู่เหอที่ประคองผู้เป็นายอยู่ลงมือปัดกระจาดอันนั้นทันทีก่อนที่มันจะปลิวมาถูกตัวคุณชายของเขาได้
ส่วนอวี้หนานไห่นั้นแม้ตนจะไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้ในขณะนี้อีกทั้งยังไม่สามารถใช้วรยุทธ์ได้ทว่าััที่เฉียบคมของเขาก็ยังสามารถใช้งานได้อย่างดีอยู่เขาจึงสามารถรับรู้ได้ถึงทิศทางที่สิ่งของพลัดเข้ามาได้เช่นเดียวกัน
ร่างกายของเขาขยับหลบไปเองโดยธรรมชาติทำให้ตัวเขาหลุดออกจากการประคองของคนสนิท อีกทั้งดูเหมือนว่าเขาจะก้าวพลาดทำให้ยามนี้ร่างกายของเขากำลังจะตกลงมาจากบนรถม้า
ท่ามกลางความโกลาหล ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากกู่เหอพยายามจะคว้าตัวคุณชายของตนทว่ากับไม่ทันเสียแล้ว มีเพียงแค่ชายเสื้อที่ฉีกขาดเพียงเท่านั้นที่เขาสามารถคว้าติดมือมาได้
เป็หลิวซือนัวที่หันไปเห็นร่างสูงอันเริ่มคุ้นตาที่กำลังเสียหลักล้มลงมาจากรถม้าไวกว่าความคิดเ้าของร่างอวบอิ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ถลาไปเพื่อพยายามช่วยร่างสูงที่กำลังจะตกลงมาโดยลืมนึกถึงกำลังของตนเองทำให้เวลานี้แม้จะช่วยร่างสูงเอาไว้ได้ทว่าพวกเขาทั้งสองต่างก็พากันล้มลงมากระแทกพื้นอย่างแรงนางซึ่งรับแรงกระแทกแทนบุรุษตาบอดจึงได้รู้สึกเจ็บร้าวไปทั่วทั้งแผ่นหลังบาง โชคดีที่ศีรษะนางไม่ได้เป็อะไรนางไม่รู้ว่าเขาเอามือมารองศีรษะนางเอาไว้ั้แ่เมื่อไหร่จึงทำให้นางไม่ได้รับาเ็เพราะศีรษะกระแทกพื้นแม้สักนิด
“คุณหนู!!!”
“คุณชาย!!!”
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างพากันร้องออกมาอย่างใก่อนจะพากันกรูเข้ามา ประคองนางและเขาเข้าไปในโรงเตี้ยมในทันที
ภายในห้องพักที่ชั้นสองของโรงเตี้ยมกลางป่าหลังจากที่หลิวซือนัว ล้างตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วยามนี้จึงได้นั่งหันหลังอยู่บนเตียงใหญ่เพื่อให้สาว ใช้คนสนิทของนางทายาที่แผ่นหลังให้
“คุณหนู รู้หรือไม่เ้าคะว่าเมื่อครู่บ่าวใเพียงใดที่เห็นคุณหนูล้มลงไปเช่นนั้น”เสี่ยวหนิงเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา ยิ่งได้เห็นรอยช้ำหลายแห่งบนแผ่นหลังที่เคยขาวนวลเนียนดุจหยกล้ำค่าของคุณหนูของนางแล้ว เสี่ยวหนิงก็ยิ่งน้ำตาไหลออกมามากกยิ่งขึ้น“แผ่นหลังของคุณหนูหากมีแผลเป็ขึ้นมา เสี่ยวหนิงตายก็คงไม่อาจชดใช้ได้”
“แค่แผลฟกช้ำเล็กน้อยเท่านั้นไม่ได้ร้ายแรงอะไรใยเ้าต้องคร่ำ ครวญเสียยกใหญ่เช่นนี้ด้วย”
“คุณหนู ท่านยังไม่ได้ออกเรือนหากมีแผลเป็ขึ้นมาจะทำเช่นไรเ้าค่ะอีกอย่างบ่าวสาบานกับฮูหยินใหญ่เอาไว้แล้วว่าจะดูแลคุณหนูให้ดี แต่บ่าวกลับทำไม่ได้กลับเมืองเป่ยโจวไปก็คงได้แต่ให้ฮูหยินใหญ่ลงโทษแล้วเ้าค่ะ” เสี่ยวหนิงยังคงคร่ำครวญต่อไม่เลิกมือก็บรรจงทายาให้คุณหนูของนางอย่างแ่เบาระมัดระวังเป็ที่สุด
“ฟกช้ำเล็กน้อยเท่านี้ไม่นานก็หาย เ้าไม่บอกท่านแม่ข้าไม่บอกท่านแม่ก็พอแล้วกระมัง อย่างได้คร่ำครวญอีกเลย” นางเอ่ยราวกับเป็เื่ง่ายๆ ทว่าสาวใช้ของนางกับยังเห็นเป็เื่จริงจังอยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยน
“บ่าวจะทำเช่นนั้นได้อย่างไรเ้าคะ ปกปิดความจริงซ้ำยังเป็ความผิดถือเป็โทษนะเ้าคะบ่าวไม่อาจทำเช่นนั้นได้หรอกเ้าค่ะ”
“แม้ว่าจะเป็คำสั่งของข้า เ้าก็ทำไม่ได้เช่นนั้นหรือ”
หลิวซือนัวเอ่ยถามเสี่ยวหนิงเด็กคนนี้แม้จะมุทะลุไปบ้างทว่ากับเป็คนจริงใจยิ่งเพื่อนางแล้วเสี่ยวหนิงก็พร้อมทำให้ทุกอย่างความจริงใจของเสี่ยวหนิงนางรู้ดีกว่าใครและยิ่งไม่อยากเห็นนางถูกลงโทษฉะนั้นหากการลงโทษนี้นางสามารถช่วยได้ นางย่อมต้องช่วยแน่
“คุณหนู….”
“เ้าเป็สาวใช้คนสนิทของข้าเป็คนที่ใกล้ชิดอีกทั้งข้ารู้ดีว่าเ้าพร้อมที่จะปกป้องข้ามากที่สุดข้าเองก็ไม่อยากให้เ้าเจ็บตัวเช่นกันเพราะฉะนั้นเื่ที่หลังข้าจะมีแผลเป็หรือไม่ก็ไม่ต้องบอกท่านแม่หรอก อีก อย่างแค่เพียงรอยช้ำไม่ใช่รอยแผลจะได้กลายเป็แผลเป็ได้เ้าก็อย่าได้ กังวลไปนักเลย ทำใจให้สบายเถอะ”
“เ้าค่ะ บ่าวทราบแล้วบ่าวจะไม่บอกเื่นี้แก่ฮูหยินใหญ่ก็ได้เ้าค่ะหากว่าคุณหนูจะยอมให้สัญญากับบ่าวสักข้อหนึ่ง”
“เ้าอยากให้ข้าสัญญาสิ่งใด”
“บ่าวอยากให้คุณหนูสัญญาว่าจะไม่หุนหันพลันแล่นเช่นนี้อีกผู้ใดจะ าเ็ก็ช่างเขา คุณหนูต้องเอาตัวเองให้รอดปลอดภัยไว้ก่อนได้หรือไม่เ้าคะ”
เสี่ยวหนิงเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง
แน่นอนว่าหลิวซือนัวก็ไม่อาจมองข้ามความเป็ห่วงและความจริงใจของเสี่ยวหนิงได้นางจึงได้รับปากรับคำสาวใช้คนสนิทของนางเป็อย่างดี
“ข้าให้สัญญากับเ้า ต่อจากนี้จะดูแลตัวเองให้ดีไม่หุนหันพลันแล่นอีก”
นางรับคำไปแล้วทว่าก็ไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดสิ่งใดที่ทำให้นางต้อง หุนหันพลันแล่นไปโดยไม่รู้ตัวอีกหรือไม่
ความจริงแล้วการที่นางถลาไปช่วยคุณชายตาบอดผู้นั้นก็ไม่รู้ว่าจะถือว่าเป็การหุนหันพลันแล่นได้หรือไม่จะอธิบายว่าอย่างไรดี ทั้ง ๆ ที่ตอนนางพุ่งไปช่วยเขานางเองก็ยังไม่ทันรู้ตัวว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่ด้วยซ้ำหากจะโทษก็คงจะต้องโทษความหูไวตาไวของนางที่เห็นอะไรเกิดขึ้นก็มักจะพุ่งออกไปก่อนโดยธรรมชาติของร่างกายนางนั่นแหละ
หลังจากที่เสี่ยวหนิงทายาให้นางเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่นานประตูห้องพักของนางก็ถูกเคาะเรียก ผู้มาเยือนก็คือกู่หรูน้องสาวของกู่เหอหนึ่งในผู้ติดตามของคุณชายตาบอดผู้นั้นนั่นเอง
“แม่นางกู่ เป็เ้าเองหรือ มาหาข้าใช่หรือไม่” หลิวซือนัวเอ่ยถามอย่างเป็มิตร
“คุณชายมีคำสั่งให้ข้าน้อยนำยาแก้ฟกช้ำมาให้คุณหนูเ้าค่ะ”
กู่หรูผู้นี้เอ่ยออกมาอย่างนอบน้อมเช่นกันแต่ท่าทางของนางกลับตรงกันข้าม กู่หรูผู้นี้มองก็รู้ว่าเป็ผู้ฝึกวรยุทธ์ อีกทั้งน่าจะเป็ผู้มีฝีมือไม่ใช่น้อยทีเดียวแม่นางกู่ผู้นี้จึงได้มีทีท่าองอาจห้าวหาญมิแพ้บุรุษ
“เสี่ยวหนิง เ้ารับเอาไว้แทนข้าที”
นางเอ่ยสั่งเสี่ยวหนิงให้เข้าไปรับยาจากกู่หรูเอาไว้
“คุณชายยังให้ข้ากล่าวอีกว่าเพื่อเป็การแสดงคำขอบคุณที่คุณหนูได้ให้ความช่วยเหลือหลายครั้ง ค่าใช้จ่ายในโรงเตี้ยมทั้งหมดของพวกท่านทั้งขบวนเดินทางคุณชายจะเป็ผู้รับผิดชอบให้ทั้งหมดเพื่อเป็การตอบแทนน้ำใจเ้าค่ะ”
เป็อย่างที่หลิวซือนัวคิดจริง ๆ ด้วยบุรุษตาบอดเ้านางของนางคงต้องรีบตอบแทนนางอย่างรวดเร็วแน่ เย่อหยิ่งเช่นเขาย่อมไม่ชอบการติดค้างบุญคุณใครเห็นได้ชัดั้แ่ที่เมื่อคืนเขาให้คนน้ำชาล้ำค่ามาให้แล้วครานี้ยิ่งแน่ใจบุรุษผู้นี้ยอมเสียเงินเท่าไหร่ก็ได้แต่จะไม่ยอมติดค้างน้ำใจผู้อื่นเด็ดเด็ดขาด
บุรุษผู้นี้หากไม่ใช่คนถือตัวรักศักดิ์ศรีมากก็คงจะเป็คนที่ระมัดระวังตัวเป็ที่สุด
“ให้เมื่อเป็น้ำใจจากคุณชายของเ้า ข้าเองก็จะไม่ปฏิเสธน้ำใจนี้ก็แล้วกัน”
“ฝากบอกคุณชายของเ้าด้วยว่า ขอบคุณอีกทั้งพวกเราไม่ได้ถือว่ามีบุญคุณใดติดค้างกัน ขอให้เขาวางใจเถิด”