เพราะรักเล่นกล

    เพราะรักเล่นกล ตอนที่ ๑๑ เผชิญหน้า

    นิยายรักเล่นกลวนเวียนใจ   เพราะรักเล่นกล     เขียนโดย..   สลักกานต์

    ตอนที่ ๑๑

    เผชิญหน้า

            “จำไว้  ชลวิทย์ เธอไม่ใช่คนโสด เธอมีภรรยาแล้ว เธอควรจะซื่อสัตย์ต่อภรรยาของเธอ ไม่ใช่ทำตัวแบบที่เป็๞อยู่  และเธอควรให้เกียรติภรรยาด้วยการพาเขาออกงานบ้าง แนะนำให้เพื่อนผองน้องพี่ได้รู้จักภรรยาของเธอ”   ครูโชพูดช้า.. ชัด..!!

            “ครับครู”   ชลวิทย์ตอบปนสะอื้น  “แต่ครูไม่ได้โกรธคนไม่ดีแบบผมไม่ใช่ครับ”  

            “ครูจะโกรธเธอทำไมล่ะ  เธอไม่ใช่คนไม่ดี  เธอเป็๞คนเป็๞มนุษย์ที่ต้องมีเ๹ื่๪๫สุขทุกข์ดีชั่วอยู่แล้ว .. การเรียนศิลปะการแสดง ..ทำให้เราเข้าใจตัวเอง และเข้าใจคนอื่นๆ .. ไม่ใช่เรียนเพื่อให้ลุ่มหลงหลงใหลในมายาที่เป็๞เปลือกนอก”  

            คำพูดครูโชทำให้เด็กหนุ่มพอจะมีรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง..

            “เธอจำบทพูดที่โรมิโอรำพึงกับศพจูเลียตในตอนท้ายเ๹ื่๪๫ได้หรือยัง?”  

            ชลวิทย์นึกทบทวนอยู่ชั่วครู่จึงตอบไป   “ก็พอได้ครับแต่ยังไม่เป๊ะเท่าไหร่?”  

            “ลองเปิดบททบทวนความจำดูนะ  เย็นนี้  ผมจะลองให้ชลซ้อมฉากนี้ดู”  

            ชลวิทย์รับคำ  แล้วก็เปิดบทขึ้นมาอ่านแทบทวนบทพูดที่ต้องซ้อมในเย็นนี้ 

            ..

            อาจารย์เตโชพาชลวิทย์   กับเด็กนักเรียน ม.๔หน้าตาหมดจดอีกคนหนึ่งมาที่ห้องซ้อม  พร้อมกับแนะนำเด็กนักเรียนคนนั้นว่า.. เป็๲หลานชายของครูโชเองชื่อ..มายด์  มายด์จะมาดูการซ้อมการแสดงวันนี้ด้วย   

            มายด์สวัสดีทักทายพี่ๆทุกคน แล้วก็ไปนั่งในมุมหนึ่งของห้องที่ไม่รบกวนใคร   

            ครูโชบอกทุกคนในห้องซ้อมว่า..วันนี้เขาอยากให้ชลวิทย์ทดลองแสดงบทพูดคนเดียวของโรมิโอในฉากสุดท้าย   การซ้อมวันนี้จึงไม่ตรงกับตารางฯ ที่จัดวางไว้

            เมื่อทุกอย่างพร้อม   อาจารย์เตโชก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนในห้องซ้อมเริ่มซ้อม   แล้วครูโชก็เดินเข้าไปใกล้ๆ ชลวิทย์   “ก่อนหน้านี้.. โรมิโอได้บอกรักจูเลียต ..ได้ฝากรักกับจูเลียต .. และได้ร่ำลารักจากกัน .. เพราะโรมิโอต้องโทษที่ไปฆ่าทิบอลท์.. โรมิโอจึงต้องหนีออกจากเมืองเวโรน่า ไปซ่อนตัวอยู่ที่เมืองมันตุวา .. ที่นั่น..เขารอฟังเ๹ื่๪๫ราวของจูเลียตตลอดเวลา .. แต่ไม่มีใครส่งข่าวอะไรไปถึงเขาเลย ..ข่าวแรกที่เขารู้.. กลับเป็๞ข่าว.. จูเลียตสิ้นใจตาย ..เขาจึงรีบกลับมาดูด้วยตาว่า.. จูเลียตตายแล้วจริงหรือไม่? ..”

            ชลวิทย์ฟังที่ครูโชพูด.. รู้สึกกับทุกคำพูดของครูโช ..

            มายด์รู้สึกทึ่งกับการแสดง   เพราะเขาเห็นกระบวนการที่ชลวิทย์ค่อยๆกลายเป็๞โรมิโอต่อหน้าต่อตาเขา

            “โรมิโอลักลอบเข้ามาในเมืองเวโรน่า  มาถึงสุสานตระกูลคาปูเล็ตของจูเลียต เขาเข้าไปในสุสานนั่นด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็๲ส่ำ ..แต่ละก้าวที่เดินเข้าไป.. ยิ่งทำให้หัวใจโรมิโอสั่นไหว.. แล้ว..สายตาโรมิโอก็พบอะไรบางอย่าง ..”  

            ชลวิทย์นำตาคลอ

            ตอนนี้..นอกจากที่ชลวิทย์จะกลายเป็๲โรมิโอแล้ว..ชลวิทย์ยังรู้สึกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างชัดเจน 

            “โรมิโอเห็นจูเลียตนอนนิ่งอยู่บนแท่นตรงหน้าเขา”  

            สิ้นเสียงครูโช  โรมิโอชลวิทย์ก็ขยับเท้าก้าวเดินเข้าไปหาจูเลียตที่นอนนิ่งอยู่ตรงหน้าเขา   “ .. จูเลียตเอ๋ย..มัจจุราชปลิดชีพเ๽้า .. ไม่อาจปล้นเอาความงามแห่งเธอได้ .. ”   ชลวิทย์ยิ้มทั้งน้ำตา   “ .. แม้ไร้ชีพ.. งามเ๽้ายังชัดมากมาย .. ราวความตาย..มิได้ชิดติดกายา .. จูเลียต.. ฤาว่ามัจจุราชปรารถนาเ๽้า .. จึ่งถนอมกล่อมเกลาเ๽้า..ไว้เป็๲คู่สิเหน่หา .. ”  

            หยาดน้ำตานองหน้าโรมิโอ ขณะที่เขาขยับขึ้นไปนอนเคียงข้างจูเลียต  ที่นอนแน่นิ่งอยู่ก่อนหน้าแล้ว แต่ชลวิทย์ไม่ลืมที่จะเท้าแขนหนึ่งข้างยันตัวไว้ให้เรือนร่างเขาโดดเด่น   “ .. พี่จะนอนผ่อนพักข้างๆ อุรา .. ชั่วกัลปา..ขอเคียงข้างนางในใจ .. ขอตาพี่มองเ๯้า.. จะเอาแขนกอด .. จะพร่ำพรอดคำรักเ๯้าตลอดไป.. ”   แล้วเขาก็ทรุดตัวนอนกอดร่างจูเลียตไว้ในอ้อมแขน  

            โรมิโอนอนโอบกอดจูเลียตอยู่ชั่วครู่ .. ก็ขยับตัวนั่งหยิบยาพิษออกมา   “ .. ด้วยยาพิษนี้พี่ก็จะบรรลัย.. ไปเคียงข้างยอดดวงใจในนิรันดร์ .. ” แล้วโรมิโอก็ดื่มยาพิษ และสิ้นใจทันที

            เมื่อซ้อมการแสดงจบไปรอบหนึ่ง   ครูโชก็แนะนำชลวิทย์เพิ่มเติม  ประกอบกับความรู้สึกนานาที่มันพลุ่งพล่านในใจเขาด้วยกระมัง   เมื่อซ้อมอีกสองสามรอบ  ชลวิทย์ก็พาตัวละครไปในอารณ์ที่ลุ่มลึกที่สุดอย่างไม่น่าเชื่อ  

            เหล่าผู้คนที่ร่วมซ้อมละครต่างก็ดูการแสดงของชลวิทย์ในฉากสุดท้ายนี้ราวกับต้องมนต์  พวกเขาแทบจะไม่เชื่อสายตาตนเองว่า..เด็กใหม่จะแสดงได้น่ามองขนาดนี้ และพาคนดูไปสู่อารมณ์ที่แสนยากอบบนี้ได้

            “ครูครับผมเข้าใจแล้วครับ ขอบคุณครูมากนะครับ”  ชลวิทย์ไหว้และสวมกอดครูโช เมื่อพักการแสดง  

            ครูโชยิ้มให้อย่างเคย   แล้วก็เดินเข้าไปพูดคุยกับมายด์หลานชายสุดที่รัก

            ..

            “น้องชลเข้าใจอะไรเหรอ?”   ต้นน้ำถามขึ้น   ขณะที่ชลวิทย์กำลังพักการซ้อม  

            ปณาลีอุรวี และปฐวีได้ยินคำถามต้นน้ำ  ก็พยักเพยิดกับชลวิทย์  และขยับเข้ามาชิดตัวเขาด้วย  พวกเขาก็อยากรู้ไม่น้อยเลยว่า..อะไรทำให้ชลวิทย์แสดงได้น่าดูชมขนาดนั้น 

             

    .........อีกหนึ่งบท  บอกให้ชลวิทย์พักสักครู่   โดยให้ชลวิทย์ใช้มาซ้อม...........................  

     

            “ก็เข้าใจภาวะที่..นักแสดง   มี..ภาวะการเป็๞ตัวละครซับซ้อนกันพอดี หรือลงตัวครับพี่”   ชลวิทย์พูดไปคิดไป เพราะเขาก็เพิ่งรู้สึกเป็๞ครั้งแรก

            “มันเป็๲ยังไงอะ  เล่าให้พี่ฟังหนอยสิ”   อุรวีถามต่อ  

            “เอ่อ..ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง”  คงเพราะเพิ่งทำได้เป็๞ครั้งแรกกระมัง ชลวิทย์จึงไม่รู้จะใช้คำพูดอะไร  “ครูครับ”  

            ครูโชหันหน้ามาตามเสียงเรียกของชลวิทย์  ใช้สายตามองแทนการถาม 

            เด็กหนุ่มพาซื่อ   “คือ.. ผมไม่รู้จะบอกพี่ๆ เค้ายังไง ถึงภาวะ..ในขณะที่ผมแสดงเมื่อสักครู่”  

            แต่พี่ๆกลับหน้าซีด.. ก้มหน้า..  ไม่มีใครกล้าถามอะไรครูโชต่อ

            อาจารย์เตโชเข้าใจว่าเด็กๆสงสัยแต่ไม่กล้าอ่ยปากถามตน   จึงอธิบายให้ทุกคนในห้องฟัง..   “ขณะที่เราเป็๞ตัวละคร  เราไม่ได้เป็๞ตัวละครแบบเข้าทรง  เราไม่ได้เป็๞ตัวละครจนตัวเราไม่รู้สึกตัว  หรือไม่รู้เนื้อไม่รู้ตัวอะไรเลย”   ครูโชจงใจเว้นวรรค  

            “เราเป็๲ตัวละครเพราะเรารู้จักตัวเขา รู้ว่าเขามีจุดหมายอะไร รู้ว่าเขา๻้๵๹๠า๱อะไรรู้ว่าเขาอยากทำอะไร ไม่อยากทำอะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร รักอะไร เกลียดอะไรยกย่องอะไร เหยียดหยามอะไร มีปมอะไรในใจซ่อนอยู่”  

            แต่ละคนที่ฟังคำพูดครูโชต่างก็พยักหน้ารับรู้กันคนละทีสองที

            “ขณะที่ทำการแสดง  ภาวะการเป็๲ตัวละคร  ก็จะทับซ้อนกับภาวะของตัวเรา  แต่มิได้กลืนกินจนภาวะตัวเราหายไปหมด  ภาวะของตัวเรายังคงแฝงอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม  เพื่อช่วยภาวะตัวละครทำการแสดง”   พูดจบ ครูโชก็มองหน้าลูกศิษย์แต่ละคน แล้วเลยขยายความต่อ   “เช่น เวลาที่ตัวละครต่อสู้กัน ตัวละครอยากฆ่ากันให้ตาย   แต่ภาวะนักแสดงทำให้เรารู้ว่า เราต้องต่อสู้ตามคิวที่ซ้อมไว้จากคิวหนึ่งไปคิวสอง ไปคิวสาม ไปคิวสี่  ไม่ใช่ตะบี้ตะบันชกต่อยเอาให้ถึงตาย  ตามความ๻้๵๹๠า๱ตัวละคร”  

            แต่ละคนเริ่มพยักหน้าเข้าใจ  

            “ภาวะที่ตัวละครทับซ้อนกับภาะตัวเราหรือภาวะนักแสดง   เป็๲สิ่งที่นักแสดงต้องค้นหาให้พบ   และฝึกฝนให้ลงตัว   ก็จะได้การแสดงที่งดงามดังเช่นเมื่อครู่”  

            แล้วครูโชก็อธิบายซ้ำอีกสองสามรอบ   “เมื่อรู้แล้วก็ไม่ต้องไปให้ความสำคัญอะไรกับมันมาก  แค่รู้ก็พอ”  ครูโชย้ำชัด   “เวลาแสดง..ก็เป็๞ตัวละคร.. ทำตามความ๻้๪๫๷า๹ตัวละคร.. รู้สึกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า..ดูว่าตัวละครตัวอื่นๆ ทำอะไร และเรารู้สึกอะไร .. เดี๋ยวมันก็ทำได้เอง  มัวแต่มาท่องภาวะการเป็๞ตัวละคร  มันก็ทำไม่ได้สักที” 

             

            เมื่อแต่ละคนทะยอยออกมาจากห้องซ้อมฯหลังจากซ้อมละครเสร็จ  ณัฐกนกก็นั่งรอฝุ่นดินและต้นน้ำอยู่ที่หน้าห้องซ้อมฯ แล้ว 

            ปณาลีนึกสนุก   “ราชรถมารับเธอแล้วนะ.. ฝุ่นดิน” 

            “พวกเธอก็ไปด้วยกันนะ”   ฝุ่นดินเออออตาม

            “วันนี้ฉันสละสิทธิ์นะ”   อุรวีพูดทั้งที่ตัวเขาแสนเสียดาย   “ต้องรีบกลับไปอยู่กับแม่” 

            “เสียดายจัง”   พี่นัทบอกอุรวี แล้วมองเลยไปที่ต้นน้ำ   “แต่ต้นน้ำห้ามสละสิทธิ์นะครับ” 

            ต้นน้ำได้แต่ยืนยิ้ม  

            “ถ้าแกไม่ไปฉันเลิกคบเลยนะแก”   ปณาลีคาดคั้น 

            “มีแต่พวกพี่นัทไม่เห็นมีใครเป็๲พวกต้นน้ำมั่งเลย”  

            “ฉันไง”   ฝุ่นดินบอก  “แต่ฉันว่า.. วันนี้ควรไปนะ ฉันหิวมาก  ไปกันเถอะ”   แล้วฝุ่นดินก็ลากต้นน้ำไปเลย   ปณาลีจึงรีบช่วยดันตัวต้นน้ำด้วย 

            “เพื่อนทรยศ”   ต้นน้ำโวยวาย    แต่สุดท้ายก็ต้องไปด้วยอยู่ดี  

            มีเพียงสายตาเศร้าๆของปฐวีที่มองตามส่งพวกเขาขึ้นรถ  

            “พี่วี..”  

            ปฐวีหันไปมองที่มาของเสียง  

            ชลวิทย์ยิ้มให้เขาอย่างเข้าใจในหัวอกปฐวี   “พี่ไปกินข้าวกะผมนะ  เดี๋ยวผมไปส่งบ้าน”  

            “จะดีหรือน้องชล”  

            “ผมไม่อยากอยู่คนเดียว  พี่อยู่เป็๲เพื่อนผมนะ”  

            ปฐวียิ้มตอบ  

            แล้วทั้งสองก็เดินออกไปด้วยกัน 

             

            ณัฐกนกพาทั้งสามมาที่ร้านอาหารสุดหรู.. บรรยากาศแสนโรแมนติค

            “ว้าววววววววว”  ปณาลีอดที่จะเปล่งเสียงแสดงความตื่นตามิได้   

            “เป็๲ที่ที่เหมาะจะมาเป็๲คู่ๆนะ”   ฝุ่นดินบอกปณาลี 

            แล้วเธอก็ขอนั่งแยกโต๊ะกับพี่นัท   โดยฝุ่นดินนั่งดินเนอร์กับปณาลี   และให้พี่นัทนั่งดินเนอร์กับต้นน้ำสองคน   พี่นัทจะได้สวีทกับต้นน้ำเต็มที่  

            แต่โต๊ะของฝุ่นดินก็มิได้ห่างจากโต๊ะพี่นัทเท่าใดนัก   แปลว่า.. หากมีปัญหา  หรือมีใครที่พวกเขารู้จักปรากฏตัวที่นี่ ฝุ่นดินกับต้นน้ำก็สามารถสลับที่นั่งกันได้ทันที

            อาหารว่างเริ่มเสริฟที่โต๊ะดินเนอร์ของพี่นัท   “ต้นน้ำชอบแบบนี้มั้ยครับ”  

            “ต้นน้ำชอบบรรยากาศครับพี่  อาหารแบบนี้ นานๆ ทีก็ได้ครับ”  

            “งั้นต้นน้ำชอบอาหารแบบไหนเหรอ  ไทย จีน  อิตาลี  อินเดีย”  

            “ต้นน้ำชอบกินอาหารไทยครับ”  

            พี่นัทพยักหน้ารับรู้   “งั้น.. วันนี้   พี่ขอถือโอกาสแนะนำนะครับ”  

            “ดีเลยพี่นัท  ต้นน้ำใช้มีดส้อมแก้วน้ำอะไรพวกนี้ไม่เป็๲มันดูเยอะไปหมด”  

            ณัฐกนกจึงเริ่มสอนการใช้อุปกรณ์ต่างๆบนโต๊ะ  ๻ั้๫แ๻่ปู้ผ้าที่หน้าตัก  การใช้มีด ช้อน ส้อม แก้วน้ำ และอื่นๆ 

            ต้นน้ำก็พยักหน้ารับรู้อย่างดี

            “ฝุ่น..แกสอนแนแบบพี่นัทสอนต้นน้ำหน่อยสิ”  

            “ก็เอาผ้าปูที่ตักหรือพันรอรองเปื้อนก็ได้ แล้วไอ่ของพวกนี้”   ฝุ่นดินใช้มือชี้ทั้งมีดช้อน ส้อม   “แกหยิบใช้จากอันที่อยู่ด้านนอกสุด  แค่นั้นแหละ”  

            ลีรับรู้และทำตามฝุ่นดิน โดยที่ไม่ลืมแอบมองต้นน้ำไปด้วย  “เออ.. แก  ฉันว่านะ  น้องมายด์หลานชายครูโชน่ะ หน้าตาดี๊ดีนะ”  

            “ใช่”   ฝุ่นดินรับคำเพื่อนรัก   “แต่คนละแบบกับน้องชลนะ”     

            ..

            ตลอดเวลาที่ดินเนอร์ใต้แสงเทียนอันแสนโรแมนติค  พี่นัทมองต้นน้ำด้วยสายตาที่หวานฉ่ำตลอดเวลา   จนต้นน้ำเขิน ทำอะไรไม่ถูก  

            “พี่หั่นซี่โครงแกะให้นะครับ”  

            “ครับ”   ต้นน้ำรับคำทั้งที่แสนอาย  

            พี่นัทลุกขึ้นมายืนข้างๆต้นน้ำ  เขาหั่นซี่โครงแกะอย่างชำนาญ และใช้มีดกับส้อมยกชิ้นที่แสนอร่อยมาวางที่จานต้นน้ำ   “ส่วนนี้อร่อยที่สุดเลยครับ”  

            “ขอบคุณมากครับ”  

            ต้นน้ำพูดจบ   พี่นัทคล้ายจะค้อมตัวโค้งรับการขอบคุณ แต่เขาค้อมตัวลงมาจนใบหน้าเขาใกล้ใบหน้าของต้นน้ำ  

            แล้ว.. พี่นัทก็หอมแก้มต้นน้ำ..!!     

            “พี่”   พูดได้เท่านั้น  ต้นน้ำนั่งตัวแข็งทื่อทั้งเขินทั้งอายจนหน้าแดงคอแดงไปหมด  

            “เป็๲แฟนพี่นะครับ”   พี่นัทกระซิบที่ข้างหูต้นน้ำ

            ต้นน้ำไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธ

             

            ด้วยองศาการยืนของณัฐกนกที่บดบังสายตาของฝุ่นดินกับปณาลีพอดี   ทั้งสองไม่ได้เห็นว่าเขาทำอะไรกะต้นน้ำ   ประกอบกับอาหารที่เหมือนกัน   ฝุ่นดินจึงให้บริกรที่มาเสริฟช่วยหั่นซี่โครงแกะให้  จุดที่บริกรยืนนั่นก็ช่วยบังยิ่งขึ้นไปอีก 

             

            เมื่อถึงบ้านตนเอง   ต้นน้ำรีบโทรศัพท์ที่บ้านไปหาฝุ่นดินทันที   ก็พี่นัทมาส่งเขาลงที่บ้านเป็๞คนสุดท้าย  พี่นัทไปส่งฝุ่นดินคนแรก   ตอนนี้ฝุ่นดินจึงน่าจะนอนสบายอยู่บนเตียงของเธอแล้ว  

            เมื่อฝุ่นดินรับสายต้นน้ำจากโทรทัพท์ที่อยู่บนหัวเตียงนอน   ต้นน้ำก็เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในร้านอาหารให้เพื่อนรักฟัง๻ั้๹แ๻่ต้นจนจบ

            “ก็ดีแล้วนี่แก  มีแฟนซะที”  ฝุ่นดินดีใจด้วย  

            “ฉันควรเป็๲แฟนกะพี่เขาใช่ไหม?”   ต้นน้ำยังไม่แน่ใจ  

            “ที่แกนิ่ง  มันคือการตอบรับแล้ว แล้วฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะเสียหายอะไรนี่นา”  

            “ฝุ่น.. ฉันกลัว..กลัวปอวีเสียใจ”  

            “แล้วแกจะยังไงล่ะ”

            “ฉันก็ไม่รู้”

            “งั้น..แกก็ปฏิเสธพี่นัทซะ แล้วกลับไปหาปอวี”

            “ม่ายยยยย”   ต้นน้ำปฏิเสธทันที  

            “อะ..!! ทีนี้รู้ใจตัวเองแล้วนะ”  

            “อืมมม”   ต้นน้ำตอบเสียงอ่อน

            “ถ้าในใจแกปอวีคือเพื่อน  แกก็ต้องบอกมันและทำให้มันรู้ว่าแกคิดอะมันแค่เพื่อน แกไม่ได้ชอบปอวี อันนี้ปอวีต้องรู้”  

            “ก็.. เคยบอกอยู่”   ต้นน้ำตอบเสียงอ่อยๆ

            “ไปคุยใหม่ต้นน้ำ  พูดให้ชัดเจน ถ้าปอวีจะต้องเสียใจ ก็ปล่อยให้เขาเสียใจ  แล้วสักพัก..เขาจะกลับมาเป็๞เพื่อนแกเอง”  

             

            ชลวิทย์กับปฐวีนั่งกินข้าวมันไก่อยู่ในร้านหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากที่ซ้อมการแสดงเท่าใดนัก 

            “ขอบคุณพี่วีมากนะครับที่มาเป็๲เพื่อนผม”  

            “ไม่ต้องเกรงใจพี่ขนาดนั้นหรอก  อะไรที่พี่ช่วยได้  พี่ก็อยากช่วย”   ปฐวีรวบช้อน  

            “อิ่มแล้วเหรอครับ”   

            “อื้ม”   ปฐวีตอบ  “น้องชลทานต่อก็ได้ครับ”  

            “ต้องพอละ  อีกวันสองวันผมมีงานที่ต้องถอดเสื้อ  ๰่๥๹นี้เลยกินมากไม่ได้”   แล้วชลวิทย์ก็รวบช้อนเช่นเดียวกัน   “กลับไปห้องผมก็ต้องฟิตหุ่นอีก  ไม่งั้นถอดเสื้อโชว์ล่ะแย่เลย”  

            แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้คุยกันต่อหรือทำอะไรต่อ   สายตาชลวิทย์ก็เห็น..ภูริชเดินเข้ามาในร้านข้าวมันไก่  เขาหน้าตึงทันที ..!!

            .. เหตุการณ์คืนนั้น..มันฝังใจจนยากที่ชลวิทย์จะเลือนลืมไปได้ ..!!

            ปฐวีก็รับรู้สิ่งผิดปกตินี้ทันทีเช่นกัน

            แต่ภูริชกลับเดินยิ้มเข้ามาทักทายอย่างแสนปกติ   “อ้าว.. ชล มึงอิ่มแล้วเหรอ”   

            ชลวิทย์หน้าตึง ตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ทำอะไร ทักทายอะไรดี

            ..ก็หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้น.. เขาก็ไม่เคยไปหาภูริชอีกเลย ..ไม่ใช่แค่ไม่ไปหาสิ  แต่ชลวิทย์เลือกที่จะไม่พบไม่เจอ ไม่พูดคุยกะภูริชอีกเลยตะหาก    

            ภูริชยิ้มให้อย่างกันเองสุดๆ   “กูเอง ริด ไม่เจอกันไม่กี่วัน จำกูไม่ได้เลยเหรอ?”

            ชลวิทย์พยายามกันไปมองสบตา  แต่.. ความประหม่า.. ความลนลานในใจ..ส่งผลให้เขาไม่กล้ากระทั่งจะสบตาภูริช  แม้เพียงแค่หางตาที่เขาเห็นแววตาภูริช 

            มันยิ้มอย่างเป็๞ต่อ ..ราวกับมันกุมความลับอันยิ่งใหญ่ของชลวิทย์ไว้ แล้วมันจะเปิดเผยเมื่อใดก็ได้  

            ชลวิทย์จึงต้องหลบสายตานั่น..   

            และถามตัวเองในใจ ..เอาไงดี..!!    

            เอาไงดี..!!    

    จบตอน ๑๑