ไม่ว่าจะเป็นอธิการบดีถังเต๋อหรือผู้อำนวยการซือเคอลา ต่างก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว
ฉู่ซิงหลานชะงักไปเล็กน้อย
เขาไม่เคยผ่านการฝึกทหารมาก่อน จึงไม่รู้เรื่องนี้เป็นธรรมดา
เพียงแค่รู้ว่าซูลั่วไม่ได้จงใจหลบหน้า อารมณ์ขององค์ชายเก้าก็ดีขึ้นมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
ถึงอย่างนั้น สีหน้าของเขาก็ยังคงเย็นชาเหมือนเดิม ก่อนจะหันหลังแล้วเดินจากไป
ทิ้งให้ถังเต๋อและซือเคอลาถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างโล่งอก
ในที่สุด...เจ้าตัวปัญหาก็ไปสักที!
ถังเต๋อหันไปถามซือเคอลา “เด็กผู้หญิงที่ชื่อซูลั่วนั่น เป็นลูกเต้าเหล่าใครกัน?”
“เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนครับ” ซือเคอลาจึงเล่าความเป็นมาของซูลั่วที่เขาไปสืบมาให้อธิการบดีฟังจนหมด
ถังเต๋อฟังจบก็ขมวดคิ้ว “ตามหลักแล้ว การที่เธอเข้าตาองค์ชายเก้าถือเป็นเรื่องดี แถมยังโชคดีที่ได้อยู่เคียงข้างพระองค์ในช่วงเวลาที่อ่อนไหวอีกด้วย ถ้าซูลั่วยังเป็นคุณหนูตระกูลซูอยู่ เธอก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้เป็นพระชายา แต่ในเมื่อเธอถูกขับออกจากตระกูลแล้ว เรื่องนี้ก็คงจะยากขึ้นเยอะ”
ซือเคอลาพยักหน้า “นั่นน่ะสิครับ ผู้พันหลัวจี๋ถึงได้สั่งให้พวกเราเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ”
“อืม...เรื่องในราชวงศ์มันซับซ้อนเสมอ พวกเราอย่าเข้าไปยุ่งเลยจะดีที่สุด”
“ครับ”
ซูลั่วไม่รู้เลยว่าฉู่ซิงหลานไปตามหาเธอถึงมหาวิทยาลัยจักรวรรดิ
เธอเผลอหลับไปพักหนึ่ง พอตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นจินแอนนี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้ว
เจ้าแมวตัวนี้อยู่ไม่สุขจริง ๆ
ซูลั่วบิดขี้เกียจไปมา ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมออกไปเดินเล่นสำรวจรอบ ๆ ยานอวกาศ
แต่พอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นคนสองคนเดินสวนมาพอดี
ช่างบังเอิญเสียจริง คนคนนั้นคือเจียงเฉินที่เพิ่งจะโดนฉู่ซิงหลานอัดไปหมาด ๆ กับเพื่อนร่วมรุ่นของเขานั่นเอง
เผ่าบีสต์แมนขึ้นชื่อเรื่องความสามารถในการฟื้นตัว บาดแผลภายนอกของเจียงเฉินจึงหายดีเกือบหมดแล้ว
แต่ความอัปยศอดสูที่ได้รับ ไม่ใช่เรื่องที่จะลืมกันได้ง่าย ๆ
และที่เจ็บใจที่สุดก็คือ เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองแพ้ได้ยังไง
พูดง่าย ๆ ก็คือ การประลองในวันนั้นสร้างความเสียหายทางกายให้เจียงเฉินไม่มากนัก แต่ความอับอายนั้นรุนแรงกว่าหลายเท่า
กลับเป็นเบลค เพื่อนของเจียงเฉินที่ยิ้มแล้วทักทายซูลั่ว “ซูลั่ว ทำไมเธออยู่คนเดียวล่ะ สามีของเธอไม่มาฝึกทหารด้วยเหรอ?”
เจียงเฉินหันไปถลึงตาใส่เบลคอย่างหัวเสีย ไอ้เพื่อนเวรนี่มันจงใจชัด ๆ!
ซูลั่วได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่รู้ทำไมพอเจอใครต่อใคร ทุกคนต่างก็ดูจะสนใจในตัวฉู่ซิงหลาน และเอาแต่ถามว่าทำไมไม่เห็นสามีของเธอ
จริง ๆ แล้ว...ตอนนี้คงต้องเรียกว่า อดีตสามี แล้วล่ะมั้ง
ป่านนี้ฉู่ซิงหลานก็น่าจะกดยอมรับคำร้องขอหย่าที่เธอส่งไปเรียบร้อยแล้ว
ซูลั่วเม้มปาก กำลังจะอธิบายว่าพวกเขาหย่ากันแล้ว แต่จู่ ๆ เจียงเฉินก็พูดแทรกขึ้นมา “ซูลั่ว ฉันไปถามคนตระกูลซูมาแล้ว พวกเขาไม่เห็นรู้เรื่องที่เธอแต่งงานเลย หรือว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นยอดฝีมือที่เธอจ้างมาเล่นละครตบตาเพื่อระบายแค้นกันแน่?”
เจียงเฉินไม่เชื่อเด็ดขาดว่าผู้ชายที่เก่งกาจขนาดนั้นจะเป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่งธรรมดา
และยิ่งไม่เชื่อว่า หลังจากที่เขาเพิ่งทิ้งเธอไปหมาด ๆ เธอจะไปแต่งงานกับผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้นได้ทันที
มีเหตุผลเดียวที่พอจะเป็นไปได้ คือซูลั่วจงใจจ้างคนมาเล่นละคร ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
ซูลั่วมองเจียงเฉินแล้วส่ายหน้า
ผู้ชายคนนี้ช่างหลงตัวเองเกินไปจริง ๆ ถ้าเธอคิดจะสั่งสอนเขา ก็ไม่จำเป็นต้องยืมมือคนอื่น เธอเองก็ซัดเขาให้ร่วงได้สบาย ๆ
เพราะไม่ได้รักมากขนาดนั้น จึงไม่ได้ใส่ใจมากขนาดนั้น
ส่วนเรื่องที่ฉู่ซิงหลานซ้อมเจียงเฉินไปหนึ่งยก ก็เป็นเพราะอีกฝ่ายโชคร้าย หาเรื่องใส่ตัวเองล้วน ๆ
แต่แววตาที่มั่นใจสุด ๆ ของอีกฝ่ายทำให้ซูลั่วรู้สึกขัดตา เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ฉันแต่งงานแล้วจริง ๆ และที่สำคัญ...การแต่งงานครั้งนี้ ซูเสี่ยวซีก็เป็นคนช่วยจัดการให้ด้วยนะ หรือว่า...เธอไม่ได้บอกนายเหรอ?”
“อะไรนะ?”
เจียงเฉินถึงกับอึ้งไป
เขาคิดมาตลอดว่าทำไมซูลั่วถึงได้แต่งงานอย่างกะทันหัน และสรุปเอาเองว่าเธอคงไม่ได้แต่งงานจริง ๆ แค่จ้างคนมาเล่นละครเท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว ก็เป็นเพราะเขาจากเธอไป ทำให้เธอรักจนเกิดแค้น และนำไปสู่การประลองในวันนั้น
แต่ตอนนี้ ซูลั่วกลับมาบอกเขาว่าซูเสี่ยวซีเป็นคนช่วยจัดการเรื่องแต่งงานให้เนี่ยนะ???
เจียงเฉินโพล่งออกมา “จะเป็นไปได้ยังไง! ฉันรู้ว่าเธอกับเสี่ยวซีไม่ถูกกัน ทำไมเสี่ยวซีถึงจะช่วยเธอหาสามีที่เก่งกาจขนาดนั้นได้?”
ซูลั่วมองเขาอย่างสมเพช
กลับเป็นเบลคที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ที่จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้
เขาทำหน้าตกตะลึง “หรือว่า...จะเป็นซูเสี่ยวซีที่ใช้สมองกลของเธอ ช่วยซูลั่วจับคู่แต่งงานให้? อ้อ...ก็คือคนเดียวกับที่อัดเจียงเฉินวันนั้นน่ะ?”
ซูลั่วพยักหน้าอย่างชื่นชม “ดูท่านายจะฉลาดกว่าเจียงเฉินเยอะเลยนะ”
“ฮะ ๆ ขอบคุณ”
เจียงเฉิน “...”
ซูลั่วรู้สึกรังเกียจเจียงเฉินจนไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้นาน จึงตั้งใจจะไปเดินเล่นที่ห้องโดยสารอื่น ดังนั้นจึงหันหลังเดินจากไปทันที
มีเพียงเจียงเฉินที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ขยับไปไหนอยู่นาน เขาพึมพำกับตัวเอง “แต่ทำไมเสี่ยวซีถึงทำแบบนั้น?”
“จะเพราะอะไรได้ล่ะ ก็ต้องเป็นเพราะซูเสี่ยวซีชอบนายไง มีแต่ทำให้ซูลั่วแต่งงานกับคนอื่นไป พวกนายสองคนถึงจะได้ลงเอยกันอย่างราบรื่น”
“เป็นไปไม่ได้! เสี่ยวซีไม่มีทางเป็นคนแบบนั้น! การยื่นขอจับคู่แต่งงานผ่านระบบมันเสี่ยงเกินไป ใครจะไปรู้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนแบบไหน เธอเป็นคนจิตใจดีมาก ต่อให้จะไม่ชอบซูลั่วแค่ไหน ก็ไม่มีทางเอาความสุขทั้งชีวิตของซูลั่วมาล้อเล่นแน่!”
เบลคส่ายหน้า เขาไม่คิดว่าคู่หมั้นคนใหม่ของเจียงเฉินจะใสซื่อบริสุทธิ์จริง ๆ
แต่จะว่าไป...สองคนนี้ก็กำลังจะแต่งงานกันแล้ว มีบางเรื่องที่ไม่ควรพูดตรงเกินไปนัก เดี๋ยวจะทำให้เพื่อนเสียความรู้สึกเปล่า ๆ
สุดท้ายเบลคก็หาข้ออ้างแล้วเดินจากไป ทิ้งให้เจียงเฉินยืนขมวดคิ้วอยู่ตรงนั้นคนเดียว
เจียงเฉินหยิบสมองกลออกมา คิดจะถามซูเสี่ยวซีว่าเธอเป็นคนยื่นคำร้องขอแต่งงานให้ซูลั่วจริง ๆ หรือไม่
แต่เมื่อมองหน้าจอที่ถูกตัดการเชื่อมต่อ เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้พวกเขาไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้
“เสี่ยวซีไม่มีทางเป็นคนแบบนั้นแน่!”
เจียงเฉินพยายามบอกตัวเอง เพราะในสายตาของเขา นอกจากซูเสี่ยวซีจะเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของดยุกซูแล้ว ข้อดีที่สุดของเธอก็คือความอ่อนโยนและจิตใจดี
ถ้าความอ่อนโยนและจิตใจดีที่ว่านั่นเป็นของปลอมล่ะก็...
แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ในใจของเจียงเฉิน ภาพลักษณ์ที่เขามีต่อคู่หมั้นซูเสี่ยวซี ก็ดิ่งลงเหวในทันที
ยานอวกาศที่บรรทุกนักศึกษาปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยจักรวรรดิทั้งสามร้อยห้าสิบคน หลังจากเดินทางมานานกว่าสิบชั่วโมง ในที่สุดก็เดินทางมาถึงดาวฝึก
สภาพแวดล้อมของดาวฝึก เหมาะสมกับการฝึกของนักศึกษากลุ่มนี้มาก โดยเฉพาะนักศึกษาคณะการทหาร
หอพักเป็นแบบสี่คนต่อหนึ่งห้อง ซูลั่วได้อยู่กับจินแอนนี่และนักศึกษาหญิงอีกสองคนจากภาควิชาหน่วยรบเดี่ยว
ช่วยไม่ได้ นักศึกษาหญิงในคณะการทหารมีน้อยอยู่แล้ว โดยเฉพาะภาควิชาเมคคาที่ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ รวมซูลั่วแล้ว ทั้งภาควิชาของเธอมีน้องใหม่ผู้หญิงแค่ห้าคนเท่านั้น
จินแอนนี่ขมวดคิ้วมองหอพัก “เล็กขนาดนี้ ยังจะให้อยู่กันตั้งสี่คนอีก ไม่อึดอัดตายเลยเหรอ”
นักศึกษาหญิงหน่วยรบเดี่ยวอีกสองคนมีระดับการกลายร่างไม่สูงเท่าจินแอนนี่ ฐานะทางบ้านก็ไม่ดีเท่า จึงไม่กล้าปริปากบ่นอะไร
กลับเป็นซูลั่วที่เลือกเตียงที่อยู่ใกล้ประตู วางของของตัวเองลง แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนทั้งที่ยังไม่ถอดรองเท้า
จินแอนนี่เห็นเช่นนั้นก็มานั่งลงข้าง ๆ เตียงของเธอ แล้วถามอย่างสงสัย “ซูลั่ว เธอนอนไม่พอเหรอ? แล้วอีกอย่าง ถึงจะนอนก็ต้องถอดรองเท้าก่อนสิ?”