..... ในไม่ช้า สือเฟยหวิ๋นก็มาถึงยังห้องโถง เขาก้าวเท้าเข้ามา สองมือกุมคำนับ พลางเอ่ยขึ้น " ข้าน้อย สือเฟยหวิ๋นคำนับใต้เท้าหย่ง นายหญิง และคุณชายขอรับ "
ทั้งสามได้ยินดังนั้น ต่างพากันหันไปมองยังสือเฟยหวิ๋น ก่อนที่ทั้งสามจะอดสงสัยไม่ได้ว่า เด็กหนุ่มหน้าใสผู้มีอายุเพียงสิบสี่สิบห้าปีผู้นี้ อีกทั้งยังแลดูไม่ต่างจากเด็กหนุ่มตัวไป จะเป็คนสังหารเ้าหมาป่าสีขาวตัวนั้นจริงหรือ? ด้วยรูปร่างที่ธรรมดาของเขา พวกเขาไม่อาจจะเชื่อได้จริงๆ หย่งรุ้ย จึงเอ่ยถามขึ้น " เ้าเป็คนสังหารหมาป่าตัวนี้หรือ?" เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปยังร่างของาาหมาป่าสีขาว
สือเฟยหวิ๋นจึงตอบออกมาว่า " จริงขอรับ แต่ว่าเป็เพราะได้คุณหนูและนายกองโป้ร่วมทั้งผู้ติดตามค่อยช่วยเหลือขอรับ ข้าน้อยจึงสามารถสังหารมันได้ " เขาพูดออกมาแบบนี้ก็เพื่อจะบอกว่าไม่ใช่เขาคนเดียวที่สังหาราาหมาป่าสีขาว แต่ว่าคำพูดนี้กับเป็การเติมน้ำมันใส่กองไฟแก่นายกองโป้
หย่งรุ้ยพยักหน้ารับ " อืม ได้ยินหลายสาวชองข้าบอกว่า เ้ามีพละกำลังมาก สามารถใช้ธนูคันใหญ่ยิงมัน ข้าอยากจะเห็นคันธนูของเ้าจะได้หรือไม่ "
สือเฟยหวิ๋นลังเลอยู่ชั่วครู่ โดยนายกองโป้ เห็นท่าทีของสือเฟยหวิ๋นก็เอ่ยออกมาว่า " สือเฟยหวิ๋น เ้ามัวลังเลอะไรอยู่ ในเมื่อใต้เท้า้าจะดูธนูของเ้า ก็จงนำออกมาให้ใต้เท้าได้ดูเสีย "
สือเฟยหวิ๋นจึงเอ่ยออกมาว่า " ในเมื่อใต้เท้า้าจะดู เช่นนั้นข้าน้อยคงไม่อาจขัด " เอ่ยจบ เขาก็นำคันธนูสีดำทมิฬออกมาจากกล่องไม้ด้านหลัง...
" นี่ขอรับคันธนูของข้าน้อย " สือเฟยหวิ๋นเอ่ยขึ้น พร้อมกับยกคันธนูขึ้นมา
หย่งรุ้ย หย่งเสีย มู่ไป๋ ต่างก็เดินเข้ามาดูใกล้ๆ ก่อนที่มู่ไป๋ จะเอ่ยออกมาว่า " ดูๆไปคันธนูนี่นอกจากจะใหญ่กว่าคันธนูปรกติแล้วก็ไม่ต่างจากคันธนูทั่วๆไป "
หย่งรุ้ยพยักหน้าเห็นด้วย " อืม "
แต่ว่ามู่ปิงปิฝ กลับเอ่ยออกมาว่า " ท่านตา น้องเล็ก พวกท่านยังไม่รู้อะไร คันธนูของสือเฟยหวิ๋นคันนี้ มีน้ำหนักมาก อีกทั้งคนธรรมดาก็ไม่สามารถง้างสายธนูคันนี้ได้ "
ได้ยินดังนั้น ทั้งสามก็นึกสงสัย คันธนูสีดำทมิฬคันนี้ นอกจากจะใหญ่แล้วยังหนักด้วย แถมคนธรรมดายังไม่สามารถง้างสายธนูได้อีก มันไม่เวอร์ไปหน่อยหรือ? มู่ไป๋จึงพูดขึ้น " พี่ใหญ่ ในเมื่อท่านบอกว่าคันธนูของสือเฟยหวิ๋นคันนี้คนธรรมดาไม่สามารถง้าวสายธนูได้ ข้าเองก็ฝึกวรยุทธ์มาตั้งแตาเด็กอีกทั้งยังมีพละกำลังไม่แพ้ใคร ข้าขอลองง้างมันได้หรือไม่?
มู่ปิงปิงอ้ำอึ้ง แล้วหันไปทางสือเฟยหวิ๋น พลางเอ่ยขึ้น " เื่นี้เ้าต้องถามสือเฟยหวิ๋นแล้ว เขาเป็เ้าของคันธนู "
มู่ไป๋และหย่งรุ้ยต่างก็หันมาทางสือเฟยหวิ๋น แต่พวกเขายังไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา สือเฟยหวิ๋นก็รีบพูดขึ้น " หากคุณชาย้าจะลอง ข้าน้อยก็ไม่่ขัด "
มู่ไป๋ยิ้มออกมาทันที เขาเดินเข้าไปหยิบคันธนูขึ้นมาจากมือของสือเฟยหวิ๋น พลางเอ่ยขึ้น " ท่านตา คอยดูข้านะขอรับ "
แต่ทว่า เมื่อเขายกคันธนูขึ้นมาจากมือของสือเฟยหวิ๋น ใบหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนทันที ใบหน้าที่เดิมทีเต็มไปด้วยความมั่นใจ ตอนนี้เปลี่ยนเป็แข็งค้างด้วยความตื่นตะลึง เดิมเขาเห็นสือเฟยหวิ๋นยกมันขึ้นมาด้วยแขนซ้ายข้างเดียว ก็คิดว่าธนูคันนี้มันจะหนักแค่ไหนกัน แต่ปรากฏว่า เมื่อเขาได้มายกมันด้วยตัวเอง มันทำให้เขาต้องรีดเค้นพละกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อยกมันขึ้นมา ในใจก็คิดขึ้น " ธนูคันนี้สร้างมาจากอะไรกันแน่ เหตุใดถึงได้มีน้ำหนักมากเช่นนี้ "
จนเขาค่อยๆตั้งคันธนูขึ้นมา พลางสูดลมหายใจเข้า แล้วใช้มือขวารั้งสายธนู อึก....!!!! ครั้งนี้เขาถึงกับตื่นตะลึงยิ่งกว่าเก่า เนื่องด้วยว่า ตัวเขานั้น ได้ใช้พละกำลังทั้งหมดที่มี เนี้ยวรั้งสายธนูสุดกำลังแล้ว แต่ปรากฏว่า ไม่อาจทำให้สายธนูถอยหลังได้เลย มีเพียงแค่ขยับเล็กน้อยเท่านั้น
เขาพยายามฝืนทนหนี่ยวรั้งสายธนูอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา พลางเอ่ยขึ้น " เฮ้อออออ.. ท่านตาธนูคันนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ หลานไม่สามารถจะง้างสายของมันได้ขอรับ "
หยุ่งรุ้ยพยักหน้ารับ ก่อนจะมองไปยังสือเฟยหวิ๋น เขามองดูสือเฟยหวิ๋นั้แ่หัวจรดเท้า พลางเอ่ยขึ้น " หนุ่มน้อย การที่เ้าสามารถเนี่ยวรั้งสายธนูคันนี้ได้ แสดงให้เห็นว่า เ้าเป็คนที่มีพร์ไม่ธรรมดาคนนึง แต่ข้าไม่เข้าใจ เหตุใดเ้าไม่ไปสมัครเป็ทหาร กลับมาเป็บ่าวรับใช้เล่า "
สือเฟยหวิ๋น ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา มู่ไป๋ก็รีบพูดขึ้น " ท่านตา ท่านพูดอะไร ท่านลืมไปแล้วหรือว่า ผู้ที่จะเป็ทหารได้ต้องมีอายุสิบแปดปีขึ้นไป สือเฟยหวิ๋นดูๆไปอายุน่าจะพอๆกับหลาน จะเป็ทหารได้อย่างไรกัน "
ฮะฮ่าฮ่าฮ่า หย่งรุ้ยหัวเราะออกมา พลางเอ่ยขึ้น " นั่นสินะ ตาก็ลืมไปเลย " เอ่ยจบเขาก็หันไปทางมู่ปิงปิง " ปิงปิง ของขวัญชิ้นนี้ของเ้า ประทับใจตามากนัก แต่ว่าตาคงไม่อาจจะถือครองมันได้ หากตาจะนำเ้าาาหมาป่าตัวนี้ไปถวายให้แก่ฝ่าา เ้าจะว่าอะไรหรือไม่ "
มู่ปิงปิงรีบเอ่ยขึ้น " ในเมื่อาาหมาป่าตัวนี้หลานมอบเป็ของขวัญให้แก่ท่านตาแล้ว ท่านตาจะทำอย่างไรกับมันก็แล้วแต่ท่านตาเถอะ หลานไม่ขัดเ้าค่ะ "
" ดี ดี สมกับเป็หลานรักของตา แต่ว่า เพื่อตอบแทนน้ำใจของเ้า ตาจะมอบของสิ่งหนึ่งเพื่อเป็การชดเชย " เอ่ยจบ หย่งรุ้ยก็หยิบของบางสิ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นมันให้แก่นาง
มู่ปิงปิง จึงยื่นมือรับ พลางเอ่ยขึ้น " อะไรหรือเ้าค่ะท่านตา "
หย่งรุ้ยยิ้มออกมา พร้อมกับเอ่ยขึ้น " มันคือต่างหูทองคำที่ฮองเฮาพระราชทานให้ เดิมตาติดจะมอบให้แก่แม่ของเ้า แต่เพื่อตอบแทนเ้า ตาจึงนำมันมามอบให้เ้าแทน "
มู่ปิงปิงเปิดดู เจอต่างหูทองคำที่มีลวดลายสวยงาม นางก็รีบคำนับขอบคุณ
ฝ่ายมู่ไป๋เห็นดังนั้นก็ไม่น้อยหน้า รีบพูดขึ้น " ท่านตาช่างลำเอียงยิ่งนัก เหตุใดท่านตาถึงมีแต่ของขวัญให้แก่พี่ใหญ่เล่า แล้วของข้าหละ "
หย่งรุ้ยหันไปลูบหัวหลายชาย พลางเอ่ยขึ้น " ของเ้าตาก็มีเช่นเดียวกัน "
มู่ไป๋ยิ้มแป้นออกมาทันที หย่งรุ้ยจึงหันไปทางสือเฟยหวิ๋น แล้วพูดขึ้น " เ้าหนุ่ม ในเมื่อหลานของข้าได้เ้าช่วยเอาไว้ ข้าก็จะมอบรางวัลให้แก่เ้าเหมืิอนกัน "
สือเฟนหวิ๋นรับกุมมือคำนับทันที " ขอบคุณขอรับใต้เท้า "
หย่งรุ้ยจึงให้สือเฟยหวิ๋นออกไปได้ และให้คนนำสุราอาหารเลิศรสไปมอบให้แก่เขา อีกทั้งยังมีเงินอีกห้าสิบตำลึงเงิน ซึ่งรางวัลพวกนี้นับว่ามากพอควร แต่สือเฟยหวิ๋นกลับไม่ได้เก็บของรางวัลเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว เขานำมันไปแบ่งให้แก่เหล่าผู้ติดตามที่ออกไปล่าาาหมาป่าด้วยกัน ซึ่งทำให้ผู้ติดตามเ่าั้ซาบซึ้งใจยิ่งนัก ต่างก็เริ่มที่จะเปิดใจกับสือเฟยหวิ๋นมากขึ้น และการกระทำของเขา ทำให้นายกองโป้เริ่มที่จะคิดวางแผนกำจัดเขาแล้ว.....