ท้องฟ้าวันนี้ก้อนเมฆเริ่มตั้งเค้าเต็มที่ คาดว่าฝนคงตกในอีกไม่ช้า ตอนนี้เยว่อวี้หลงกำลังนั่งจิบชาทานกับของว่างที่เป็ของฝากจากใครบางคน โดยที่ฝั่งตรงข้ามเป็บุรุษที่เรียกได้ว่าใช้คำว่าหล่อเหลาได้เปลืองมาก ก็จะใครซะอีกล่ะก็จวิ้นเกอนั่นแหละ อีกฝ่ายมาที่หน้าบ้านใน่สายวันต่อมาบอกว่า้ามาขอบคุณที่เคยช่วยเหลือ
คุณชายไป๋กงจวิ้นที่วันนี้มาในชุดสีน้ำเงินเข้มรัดผมอย่างเรียบร้อยมาพร้อมขนมเป็ของฝากที่สุดแสนจะไม่เข้ากันสักนิด เยว่อวี้หลงไม่ได้เห็นแก่ขนมหรอกนะที่เชิญอีกฝ่ายมานั่งสถานที่โปรดอย่างเช่นตอนนี้ แถมวันนี้อีกฝ่ายมาคนเดียวด้วยเห็นบอกว่าใช้ทั้งสองไปทำธุระให้จึงไม่ได้ตามมา
"ได้ข่าวว่าเ้ากำลังจะเดินทาง"ชายหนุ่มถามพลางจิบน้ำชาที่คนน้องรินให้ ซึ่งชาถ้วยเล็กนี้ละมุนลิ้นยิ่ง
"ใช่ขอรับ อีกไม่กี่วันนี้แล้ว"แม้เยว่อวี้หลงจะสงสัยว่าคนตรงหน้ารู้ได้อย่างไร แต่ก็ไม่คิดจะถามเพราะระดับนายน้อยพรรควิหคเมฆาครามคงจะสืบจนรู้แล้วว่าตนมีความเป็มายังไง
"อืม เช่นนั้นเ้าจักเดินทางไปพร้อมกับข้าเลยดีรึไม่"คนอายุมากว่าใคร่ควรพักนึงก่อนจะเอ่ยปากชวนออกมา แต่ก็กลัวว่าคนน้องจะปฏิเสธ
"หืม.."เยว่อวี้หลงใช้มือลูบกำไลที่อยู่บนข้อมืออย่างครุ่นคิดในขณะที่อีกมือก็หยิบขนมเข้าปากก็เคี้ยวไปด้วย กำไลวงนี้ได้มาั้แ่ที่ฟื้นมาคราวนั้นซึ่งตนไม่สามารถถอดมันออกได้เลยนับแต่นั้นไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์อะไร
"หรือเ้าไม่ไว้ใจข้า.."ชายหนุ่มหัวคิ้วขมวดแน่น หรือเนื่องจากตนเพิ่งรู้จักกับอีกฝ่ายไม่กี่วัน คนน้องคงจะปฏิเสธแน่ แต่เปล่าเลยอีกคนกำลังคิดถึงขนมที่อยากกินอยู่ต่างหาก ไม่ใช่แค่คิดอย่างอื่นอยู่ต่างหาก
"อ๋อ เปล่าๆขอรับ ขนมอร่อยมาก หืม..ไปได้ๆเดี๋ยวข้าขอบอกท่านพ่อท่านแม่ก่อนได้หรือไม่ จวิ้นเกอ"เยว่อวี้หลงรีบแก้ความเข้าใจผิด ตนจะเดินทางไปกับใครก็ได้อยู่แล้ว อีกอย่างไปกับอีกฝ่ายคงจะสะดวกสบายขึ้นด้วย
"อา..จริงสิข้ามีของจะคืนให้ท่านด้วย"เยว่อวี้หลงนึกขึ้นได้ ก่อนทำเป็ล้วงอกเสื้อเพื่อหยิบของบางสิ่งออกมา แต่ความจริงแล้วหยิบออกมาจากมิติเล็กๆมากกว่า คือทุกคนคงลืมไปแล้วใช่มั้ยว่าร่างเล็กเคยเข้าไปในนั้นมาแล้ว(ใช่ร่างจิต) แต่ในนั้นไม่ค่อยมีอะไรนักหรอก ส่วนมากจะเป็ขนมกับหนังสือนิยายที่แต่งทิ้งไว้มากกว่า
กล่องไม้ขนาดเล็กลวดลายบางอย่างถูกวางอยู่ตรงหน้าหนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่ ที่ของด้านในเยว่อวี้หลงไม่เคยเปิดออกมาเลยนับที่ั้แ่ได้มา ถึงแม้ไม่เปิดก็พอจะรู้ว่าของด้านในต้องเป็ยาสมุนไพรอายุหลายร้อยปีแน่แม้ว่ากลิ่นที่ออกมาจะบางเบาก็ตาม
"เ้าได้สิ่งนี้มาได้อย่างไร"ชายหนุ่มมองของที่อยู่ตรงหน้านิ่ง แต่มือก็ไม่ได้คว้าสิ่งนั้นมาทันที เพราะของชิ้นนี้ไม่เคยส่งมาถึงสำนักของเขาเลยั้แ่เมื่อหกปีก่อน
"เื่มันยาวมากนะ อันนี้คืนให้ท่าน เอาเป็ว่าของชิ้นนี้ก็ถึงมือเ้าของแล้ว ถึงข้าเก็บไว้ก็คงไม่มีประโยชน์เท่าไร่นัก"คนเด็กกว่าดันกล่องชิ้นนั้นไปด้านหน้าหวังให้คนอายุมากกว่ารีบเก็บไปได้แล้ว เพราะความอยากรู้บ้าๆของตัวเองตอนเด็กๆทำให้เกือบตายมาแล้วรอบนึง
"อืม ขอบคุณเ้ามาก เสี่ยวอวี้"ชายหนุ่มหยิบกล่องนั่นเข้าไปที่อกเสื้ออย่างเบามือ ก่อนจะปลดแหวนลายนกเฟิงหวงที่อยู่บนนิ้วกลางข้างขวายืนให้แก่คนน้องเพื่อแลกเปลี่ยน
"ส่งมือเ้ามาหน่อย" เสียงทุ้มนิ่งกล่าวพร้อมบอกแก่คนน้องด้วยใบหน้าพร้อมร้อยยิ้มที่หายาก ซึ่งถ้าจิ้นหยางกับจิ้นหวังมาเห็นคงได้แก่ขนลุกพรึบอย่างแน่นอน
แม้คนเด็กกว่าจะดูสับสนงุนงงมากกับรอยยิ้มนั่นอย่างไร ว่าแต่ให้ยื่นมือไปทำไมซึ่งสุดท้ายก็ยื่นมือขวาไปหาคนตรงข้ามตามคำบอก แหวนลายนกเฟิงหวงคอยๆบรรจงสวมไปที่นิ้วกลางของคนเด็กกว่า ตอนแรกเยว่อวี้หลงเข้าใจว่าแหวนวงนี้คงจะหลวมมากแน่ๆไม่คิดว่าพอใส่แล้วมันจะพอดีนิ้วเช่นนี้ ไป๋กงจวิ้นมองแหวนที่อยู่บนนิ้วของคนน้องนิ่ง ไม่รู้อะไรดลใจให้ตัวชายหนุ่มตัดสินใจเช่นนี้ถึงขนาดมอบแหวนที่ท่านแม่มอบให้ไว้ออกมาสวมให้คนน้อง
ส่วนคนนอกอย่างฉู่โม่ก็ได้แต่มองนายน้อยของตนถูกคนหน้านิ่งสวมแหวนให้อย่างทำอะไม่ได้ ได้แต่ะโในใจว่า 'แย่แล้วนายท่าน..นายน้อยกำลังถูกคนหน้านิ่งแย่งไปแล้ว นายน้อยท่านก็นิ่งให้เขาสวมให้ทำไมขอรับก็เข้าใจว่าท่านแพ้คนหน้าตาดีแต่แบบนี้ก็เร็วไป ท่านเพิ่งอายุ12เองนะ'
"เออ…ขออภัยขอรับ นายน้อยวันนี้ท่านบอกว่าจะไปที่ตลาดนี่ขอรับ"ฉู่โมตัดสินใจเดินเข้ามาบอกกล่าวแก่นายน้อยตน แม้ตนจะถูกนัยตาดุของคุณชายไป๋มองมาอย่างไร แต่ถึงอย่างไรนายน้อยของตนก็สำคัญกว่า
"อ๋อ จริงสิข้าลืมสนิทเลย ว่าแต่ท่านจะไปกับตลาดกับพวกข้ามั้ย พี่จวิ้น"เยว่อวี้หลงพึ่งนึกขึ้นได้ เพราะมัวแต่มึนงงกับรอยยิ้มของคนตรงหน้าที่สวมแหวนให้ ถึงแม้ตอนแรกจะเข้าใจว่าอีกฝ่ายจับจองหมั้นหมายตนเสียแล้ว แต่ก็คิดขึ้นได้ว่าที่โลกนี้ไม่มีการสวมแหวนหมั้นกัน ก็ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย แล้วอีกอย่างจวิ้นเกอคงไม่พิศวาสเด็กแบบตัวเองด้วย ใบหน้าเล็กพยักหน้าในใจเงียบๆกับตนเอง
"อืม"คนหน้านิ่งหุบรอยยิ้มไปั้แ่ถูกขัดการสนทนาแล้ว ตอบรับนิ่งๆ
…….
ตอนนี้คนทั้งสามมาถึงที่ตลาดได้สักพักแล้ว แต่ที่ทำให้เยว่อวี้หลงอึดอัดนิดหน่อยเห็นจะเป็สาวน้อยสาวใหญ่กับหนุ่มน้อยรูปงามบางคนที่ต่างก็เมียงมองมาที่ชายหนุ่มอายุมากที่สุด ั้แ่เดินมามีคนสะดุดล้มบ่อยครั้งมาก โดยเฉพาะสาวๆที่รวมถึงคุณหนูบ้านต่างๆด้วย แต่ทำให้คนเด็กกว่างงที่สุดเห็นจะเป็ชายหนุ่มร่างบางที่บางคนก็ทำเป็สะดุดอากาศมาทางจวิ้นเกอที่เดินมากับเขาด้วยนี่แหละ ดูเหมือนคนเด็กกว่าจะลืมเื่บางอย่างไปเสียแล้วและสำคัญมากๆด้วย
"คุณชายร้านหนังสืออยู่ด้านหน้าแล้วขอรับ"ฉู่โม่บอกกล่าวแก่นายน้อยขึ้นมาหลังจากที่เห็นคนเป็นายมองคนสะดุดอากาศรอบสุดท้าย
"อ้อ"เยว่อวี้หลงพยักหน้าตอบรับแ่เบา แต่ระหว่างที่เดินไปนั่นอยู่ดีๆก็มีคนกระเด็นมาที่ปลายเท้าด้านหน้าของตัวเอง
โครม
กึก
จึกๆๆ
ร่างบางหยุดเท้าย่อลงก่อนจะใช้นิ้วจิ้มๆไปที่คอชายหนุ่มด้านหน้าที่เนื้อตัวเปื้อนฝุ่นนิ่งๆ ไม่รู้อีกฝ่ายตายหรือยัง
ก่อนที่คนตัวสูงจะรีบเดินมาขวางที่ด้านหน้าเพราะกลัวว่าคนน้องจะมีอันตรายขึ้นมา รวมถึงคนสนิทของคนน้องที่รีบเข้าบังด้านหน้าด้วยอีกคน
"อ้อ ยังไม่ตาย"เมื่อรู้ว่าคนด้านหน้าไม่เป็อันใดแล้ว จึงยืนขึ้นโดยที่มีชาวบ้านแถวนั้นช่วยกันพยุงตัวคนเจ็บขึ้นมา
"เกิดเื่อะไรขึ้นรึท่านลุง" เยว่อวี้หลงหันไปถามคนที่พยุงชายหนุ่มที่หมดสติเมื่อกี้อย่างสนใจ ชายวัยกลางคนที่ถูกถามโดยเด็กหนุ่มด้านหน้าก็ตอบด้วยความเอ็นดู
"ก็คงจะเป็พวกคุณชายที่สำมะเลเทเมาพวกนั้นที่ทะเลาะกันอีกแล้วนั้นแหละคุณชาย นี้ก็คงจะถูกลูกหลงอีกคนแล้ว"ชายวัยกลางคนตอบด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ เพราะกลัวว่าตนจะถูกลูกหลงไปด้วยอีกคน
"อ๋อ ขอบคุณท่านลุงที่บอก" เยว่อวี้หลงพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะยื่นขวดยาสหมานแผลขวดเล็กกับยาแก้ช้ำในให้ป้อนแก่คนหมดสติ ก่อนจะพากันเดินเพื่อจากมาแต่ก็นะคนมันจะมีเื่อยู่เฉยๆเื่ก็มาหาถึงที่นี่แหละ
"หยุดเดี๋ยวนี้ เ้าใช่มั้ยที่เป็คนมาหาเื่คนของข้า"เสียงะโกร้าวของชายหนุ่มดังขึ้นที่ด้านหลังของทั้งสามคน เพื่อที่จะหยุดฝีเท้าที่กำลังจะจากไป
'เห้อ..อีกแล้ว'อวี้หลงคิดอย่างปลงๆ
'ผู้ใดมันมาขัดขวางการเดินเล่นของข้ากับเสี่ยวอวี้' ไป๋กงจวิ้นขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดขวาง
'นายน้อย ทำไมท่านออกจากบ้านแต่ละทีถึงมีแต่เื่' 'ฉู่โม่คิดด้วยค
วามสงสัยและปวดหัว..ปวดมากด้วย