ศักราชเจิ้นกวน พระจักรพรรดิถังไท่จง ขึ้นครองราชย์ปีที 8 ปลายเดือน 12 อีก 7 วันจะถึงวันขึ้นปีใหม่ ฤดูเหมันต์กำลังบอกลาต้าถัง แม้อาลัยอาวรณ์จำใจจาก วัฏจักรหมุนเวียนหลายแสนหลายภพชาติก็ยังคงเดิม อากาศเย็นสบายสายลมพัดเอื่อย
หลี่เฉิงเฉียน ยังคงออกกำลังกายยามเช้าเช่นเคย นับจากวันแรกนี่ก็ครบเดือนพอดี ที่เขาหมั่นเพียรฝึกฝนร่างกาย เวลานี้เขาวิ่งรอบตำหนัก กำลังจะครบ 15 รอบ คิดเป็ระยะทางได้ 24 ลี้ เมื่อถึงจุดหมายหลี่เฉิงเฉียนหายใจถี่รัวอย่างเหนื่อยหอบ มือท้าวเอวยืนโค้งคำนับอากาศอยู่นานสองนาน ด้วยระยะทางที่มากขึ้นร่างกายจึงยังปรับตัวไม่ทัน เมื่อเสร็จกิจทั่วไปเขาจะเข้าไปดูสวนผักก่อนเสมอ ตอนนี้ผักกาด ผักกวางตุ้ง และผักบุ้ง เติบโตได้ที่แล้วพอที่จะเก็บไปทำอาหารได้แล้ว เขาเก็บผักขึ้นมาบางส่วน ตั้งใจจะให้ขันทีเกานำไปถวายให้ฮองเฮาที่ตำหนัก หลี่เฉิงเฉียนล้างผักทั้งสามชนิดอย่างบรรจง เขาฝืนกฎแห่งธรรมชาติปลูกผักนอกฤดู ยืนมองหิมะขาวโพลนบนพื้น หวนนึกถึงเ้าของร่างในอดีต เขาแหกกฎมณเฑียรบาล แหกกฎ์ มาวันนี้เขาแหกกฎธรรมชาติ หรือเขาคือ ศัตรูของกฎทั้งปวง ยิ่งคิดให้ยิ่งหนักใจ
หลี่เฉียงเฉียน จัดแจงผักสดทั้งสามใส่ปิ่นโตเพื่อไม่ให้ใครรู้ ขันทีเกาเดินทางไปตำหนักคุนหนิงเพื่อขอเข้าเฝ้าฮองเฮา ฮองเฮานั่งอ่านรายละเอียดของการเตรียมการจัดงานวันขึ้นปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง
“ เผิงกงกงเปิ่นกงว่าจะเพิ่มผัดถั่วงอกเข้าไปในการอาหาร เปิ่นกงจะลงมือปรุงเอง ” เป็พระมหากรุณาธคุณ พ่ะย่ะค่ะ เผิงกงกงกล่าวยังไม่ทันขาดคำ นางกำนัลประจำตำหนักคุนหนิง รีบเข้ามารายงาน เื่ขันทีจากตำตงกงขอเข้าเฝ้าฮองเฮา
ฮองเฮารู้สึกแปลกพระทัย ยังไม่ถึงกำหนดวันส่งชา ทำไมถึงมาก่อนเวลา
“ ให้เข้ามาได้ ” ฮองเฮากล่าวด้วยเสียงเรียบ ขันทีเกาเดินประคองปิ่นโตไม้ ก้าวทุกก้าวอย่างระมัดระวัง
“ ถวายพระพรฮองเฮา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ พันปี พันพันปี ” ขันทีเกาวางปิ่นโตไม้ก้มกราบหน้าติดพื้น
“ ลุกขึ้นได้ ” ฮองเฮาทรงอนุญาติ เมื่อขันทีเกายืนขึ้นจัดแจงเครื่องแต่งการให้เรียบร้อยแล้ว จึงยื่นปิ่นโตส่งให้เผิงกงกง พร้อมแจ้งว่าหลี่เฉิงเฉียนให้เอามาถวายฮองเฮา เผื่อจะเป็ประโยชน์แก่ฮองเฮาไม่มากก็น้อย ฮองเฮาพยักหน้ารับ เผิงกงกง นำปิ่นโตวางบนโต๊ะ เปิดฝาปิ่นโตชั้นแรก ถึงกับตกตะลึงงันนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
“ ผะ ผะ ผักกาด ”
สิ้นคำเผิงกงกง หัวคิ้วของฮองเฮาต้องขมวดเข้าหากัน ลำพึงในใจ ฤดูหนาวเช่นนี้หลี่เฉิงเฉียนไปเอาผักกาดมาจากไหน ฤดูนี้ไม่สามารถปลูกอะไรได้ หากใครรู้เข้าจะไม่คิดว่าเขาเป็พ่อมดหมอผีหรอกหรือ ฮองเฮาจ่างซุนยื่นมือไปหยิบผักกาด พิจารณาดูแล้วก็เหมือนผักกาดทั่วไป ติดอยู่ที่หัวเล็กไปหน่อย
ชั้นที่สองของปิ่นโต ใส่ผักกวางตุ้งมา ชั้นที่สามใส่ผักบุ้งมา ฮองเฮาจ่างซุ่นได้แต่หายใจเข้าลึกๆ น่าสนใจ เขาทำได้อย่างไร หากไม่ได้เห็นกับตาเปิ่นกงคงยากจะขจัดความสงสัย หากมีผักสดร่วมบนโต๊ะอาหารของฝ่าา และ เหล่าขุนนางคงแปลกใจไม่น้อย อาจจะพอมีประโยชน์กับเขาในภายภาคหน้า ฮองเฮาสั่งเผิงกงกงให้นำของไปให้แม่ครัวทำอาหาร 2-3 อย่าง เปิ่นกงจะเข้าเฝ้าฝ่าา
ณ ตำหนักทรงพระอักษร ฮองเฮาเดินนำหน้าเหล่าข้าราชบริพาร หยุดยืนอยู่หน้าตำหนัก ขันทีเฝ้าตำหนักเข้ามาทำความเคารพ ฮองเฮาแจ้งความประสงค์ที่จะเข้าเฝ้าฝ่าา เมื่อได้รับพระาานุญาติ ฮองเฮาจึงย่างก้าวเข้าสู่ตำหนักทรงพระอักษร
“ ถวายบังคมฝ่าา ขอจงทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นหมื่นปี ”
ฮองเฮายอบกายทำความเคารพ หลี่ซื่อหมินเข้ามาประคองมเหสีของตน ลุกขึ้นเถิด วันนี้ฮองเฮามีเื่ด่วนอะไรถึงมาหาเจิ้นถึงที่นี่ วันนี้หม่อมฉันนำอาหารมาให้ฝ่าาทรงเสวยเพค่ะ หลี่ซื่อหมินพยักหน้าอมยิ้มน้อยๆ เป็เ้าที่ห่วงใยเจิ้นเสมอ ฮองเฮาจ่างซุนยอบกายคารวะ พยักหน้าให้เผิงกงกงนำอาหารเข้ามา นางกำนัลวางอาหาร 3 อย่างวางไว้บนโต๊ะ หลี่ซื่อหมินนั่งมองอาหารบนโต๊ะด้วยความประหลาดใจ ฮองเฮาจ่างซุนจึงอธิบายถึงที่มาของผักที่ใช้ทำอาหารมาให้ฝ่าาฟัง พร้อมกับขอพระาานุญาติ เขาเยี่ยมบุตรชายที่ตำหนักตงกง พระนางให้เหตุผลถึงเื่ที่ พระนางสงสัยว่าตำหนักตงกงได้ผักสดในหน้าหนาวมาจากไหน หากปลูกเองถ้าสามารถถ่ายทอดวิธีปลูกให้ประชาชนต้าถังได้ หน้าหนาวชาวบ้านจะได้มีผักสดกินกัน
หลี่ซื่อหมิน ทรงอนุญาติให้ฮองเฮาเข้าตำหนักตงกงได้ โดยให้อู๋กงกงไปด้วย ขอบพระทัยเพค่ะฝ่าา อาหารมื้อนี้เป็ที่พอพระทัยยิ่งนัก หลายเดือนแล้วที่หลี่ซื่อหมินไม่ได้เสวยผัดสด ความสดของผักทำให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยยิ่งนัก
เมื่อได้รับพระาานุญาติจากฝ่าา ฮองเฮาจ่างซุนจึงนั่งเกี้ยวมุ่งหน้าสู่ตำหนักตงกง ประมาณ 1 เค่อ ขบวนเสด็จของฮองเฮาก็มาถึงหน้าตำหนัก เผิงกงกงประกาศแจ้งเตือนถึงผู้มาเยือน อู๋กงกงเข้าไปแจ้งองครักษ์หลวงเฝ้ายาม ว่าฮองเฮาได้รับพระาานุญาติ ให้สามารถเข้าตำหนักตงกงได้
เสียงประกาศของเผิงกงกง ดังก้องกังวาน แม้อยู่นอกตำหนัก แต่ก็ทำให้หลี่เฉิงเฉียนสะดุ้งตื่นจากการพักผ่อนกลางวัน หลี่เฉิงเฉียนรีบลุกขึ้นจัดแจงเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย ก่อนจะพอขันทีเกาเดินไปรับเสด็จที่ตำหนักกลาง หลี่เฉิงเฉียนยืนรอไม่นาน ก็เห็นขบวนเสด็จที่กำลังค่อยๆ เดินทางมาถึง หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งลงจากเกี้ยว เมื่อหลี่เฉิงเฉียนเห็น หญิงวัยกลางคนผู้นั้นยืนอยู่ตรงหน้า ดั่งตกอยู่ในภวังค์ร่างกายไม่ยอมทำตามใจ้า ยืนแข็งทื่อร่างกายไม่ยอมขยับอยู่นาน อู๋กงกงแผดเสียงด้วยความไม่พอใจ
“ เห็นฮองเฮาทำไมไม่คุกเข่า .!! ”
หลี่เฉิงเฉียนได้สติหลุดออกจากภวังค์ รีบหมอบกราบหน้าผากติดพื้น
“ ถวายบังคมฮองเฮา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ พันปี พันพันปี ”
หลี่เฉิงเฉียนทำความเคารพปากสั่นตัวสั่น น้ำตาอาบสองแก้ม เหมือนร่างกายนี้อยู่นอกเหนือการควบคุม ความเศร้า ความเหงา ความเสียใจ ความถวิลหา ความรู้สึกต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาในใจไม่รู้จบ เขาสะอื้นร่ำไห้เหมือนเด็กน้อยอยู่นาน สายตาหลายคู่จับจ้อง คนเบื้องหน้าที่กำลังร่ำไห้ปานจะขาดใจตาย บ้างสงสาร บ้างเวทนา บ้างะเืใจ
ฮองเฮาจ่างซุน เข้าไปประคองหลี่เฉิงเฉียนให้เงยหน้า สองมือลูบหน้าด้วยความรักใคร่เป็ห่วง มารดายังคงเป็มารดาวันยันค่ำ ฮองเฮาพยุงบุตรของตนเข้าตำหนัก ทอดพระเนตรเห็นตำหนักที่เคยโอ่อ่า บัดนี้มีแต่ฝุ่นหยากไย่ พยุงบุตรนั่งบนโต๊ะกลางห้อง “ เ้าเป็อย่างไรบ้าง ” ฮองเฮาถามบุตรด้วยความเป็ห่วง
“ ผู้น้อยสบายดีขอรับ ” หลี่เฉิงเฉียนตอบกับฮองเฮา
“ ทูลฮองเฮาตำหนักกลางนี้ผู้น้อยตั้งชื่อใหม่ว่า ตำหนักสุญตา คือความว่างเปล่า ” หลี่เฉิงเฉียนทอดมองด้านนอกตำหนัก หลังจากถูกขังอยู่ในตำหนักเป็เวลานาน ผู้น้อยปล่อยวางจากทุกอย่าง ถ้าจะผิดก็ผิดที่ผู้น้อยไม่เข้าใจชีวิต คิดว่าตัวเองเกิดมาพร้อมกับเงินทอง อำนาจ ความสูงศักดิ์ รวมถึงราชบัลลังก์ สิ่งเหล่านี้ห่อหุ้มผู้น้อยให้ยึดติดอยู่กับภาพมายา หากถอดยศศักดิ์ออกเราก็เป็แค่ชาวบ้านธรรมดา เบื้องหน้าของผู้น้อย ก็คือ มารดา ส่วนด้านหน้าของฮองเฮาก็แค่บุตรคนหนึ่ง
วันนี้มารดามาหาบุตร คงเพราะผักสดเ่าั้ หากมารดายังไม่ทานมื้อกลางวันมา ลูกจะขอตอบแทนมารดาสักมื้อ แล้วลูกจะไขข้อสงสัยของมารดาทุกคำถามที่มารดาอยากรู้ ฮองเฮาพยักหน้ารับ เดิมทีอู๋กงกงจะตักเตือนถึงสถานะของหลี่เฉิงเฉียน แต่ฮองเฮาใช้สายพระเนตรห้ามไว้
หลี่เฉิงเฉียน ลงครัวด้วยตนเอง มีขันทีเกา และนางกำนัลจากตำหนักคุนหนิงเป็ลูกมือ รายการอาหารมีดังนี้ ผักกาดขาวห่อหมูราดซอส ต้มจืดหมูสับผักกาดขาว ผักกวางตุ้งราดซอส ผัดผักบุ้งหมูกรอบ กลิ่นหอมลอยตลบอบอวนทั่วตำหนัก นางกำนัลทั้งหลายต่างประหลาดใจที่หมูของคุณชายไม่มีกลิ่นสาบเลยสักนิด แค่ดมกลิ่นก็ชวนให้น้ำลายสอ อาหารทั้งหมดจัดวางขึ้นโต๊ะอย่างเป็ระเบียบ สองแม่ลูกนั่งทานข้าวคนละฝั่ง หลี่เฉิงเฉียนปรนนิบัติมารดาของตนโดยไม่ให้ใครคอยช่วยเหลือ เขารู้ดีว่าเวลาของตนกำลังเหลือน้อยลงทุกที สิ่งเดียวที่พอทำให้ได้คือ กตัญญูต่อมารดาของตนให้มาก