คืนนั้นหลังจากงานประลอง ณป่าหลังบ้านตระกูลชิง
ชิงหลงนั่งอยู่ใต้ต้นไม้อย่างเงียบงัน ชิงหลงนั่งสมาธิโคจรลมปราณไปทั่วร่างเพื่อเพิ่มปราณในร่างให้ระดับเพิ่มขึ้นชายหนุ่มจะเข้าป่ามาฝึกฝนทุกๆคืนแต่ก็ผ่านั้แ่เขาอายุ 8 ขวบแล้วที่ยังอยู่ปราณฝึกหัดขั้น 1 ก็ผ่านมา 5ปีแล้วระดับของเขาก็ไม่เพิ่มขึ้นแม้เขาจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม ปู่เคยบอกว่าเขาสามารถขึ้นปราณฝึกหัดขั้น1 ได้ั้แ่ 8 ขวบซึ้งยากนักที่จะมีคนทำได้ เพราะปกติแล้วจะขึ้นขั้น 1 ตอนอายุ 10ขวบ เขาเคยคิดว่าเขาต้องระดับปราณขึ้นพุ่งทยายอย่างรวดเร็วแน่ๆในรุ่นเดียวกันแต่ก็ไม่เป็อย่างนั้นเพราะตอนนี้ในรุ่นเดียวกันนั้น บางคนนำหน้าเขาไป 2-3ขั้นแล้วด้วยซ้ำ ช่างน่าเศร้าใจยิ่งนัก
ชิงหลงค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆพร้อมกันถอนหายใจ
เขาไม่ทราบว่าร่างกายเขาผิดปกติอันไดปราณเขาจึงไม่สามารถเพิ่มระดับได้ไม่ว่าจะเป็การกินยาเม็ดที่ช่วยในการบ่มเพาะหรือการฝั่งเข็มช่วย มันก็ไม่ทำให้เขามีระดับเพิ่มขึ้นได้เลย แม้จะเป็การดูดปราณจากศิลาเขาก็ไม่สามารถทะลวงขึ้นขั้น 2 ของปราณฝึกหัดได้
“เฮ้อ ทำไมข้าไม่สามารถเพิ่มระดับพลังปราณได้กันนะ”ชินหลงกล่าวพร้อมถอนหายใจ
ป่าหลังตระกูลชินนั้น เอาไว้สำหรับเด็กในตระกูลที่้าความเงียบสงบมาฝึกฝนวิชาชินหลงมักจะแอบเข้ามาในป่ายามดึกเพื่อฝึกฝนเพราะถ้าหากมา่เช้านั้นจะมีคนในตระกูลออกมาฝึกวิชาและล่าสัตว์อสูรกันเยอะเขา้าที่จะเลี่ยงการพบเจอผู้คน แม้่การคืนจะอันตรายกว่ามากแต่เพราะเขาเข้าป่านี้มาั้แ่เด็กจึงรู้สภาพแวดล้อมของป่านี้ดีว่าตรงไหนปลอดภัย
“อาหลง แอบมาฝึกวิชาในป่าดึกๆอีกแล้วนะ”เสียงไพเราะที่ลอยมากับสายลมกระทบเข้าหูชินหลง
มันหันไปตามเสียง เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็แทบทำให้มันหยุดหายใจอย่าว่าแต่มันเลยชายใดได้เห็นภาพตรงหน้าก็ต้องหยุดหายใจไปพร้อมๆกันเพราะว่าภาพที่มันเห็นนั้นเป็สาวงามอันดับหนึ่งของเมืองทุ่งคราม ผิวของนางขาวนวลเมื่อแสงดวงจันทร์สาดส่องยิ่งทำให้เหมือนว่านางเป็เทพธิดาลงมาจุติก็มิปานหยางซีเดินเข้ามาหามันพร้อมรอยยิ้มอันงดงามนางสวมเสื้อคลุมบางเบา เส้นผมปลิวไหวไปพร้อมกับสายลมช่างเป็ภาพที่งดงามยิ่งนัก
“ท่านพี่ มาทำอะไรที่นี้อย่างนั้นรึ”ชินหลงกล่าวพร้อมกับก้มหน้าหลบสายตาหญิงสาวเล็กน้อยภาพตรงหน้านั้นทำให้มันหน้าแดงขึ้นมาทีเดียว
“ข้าแค่นอนไม่หลับก็เลยออกมาเดินเล่น”หยางซีกล่าวพร้อมกับนั่งลงข้างๆ ชิงหลง
“แล้วเ้าหละฝึกวิชาไปถึงไหนแล้ว”หยางซีถาม
“ไม่รู้สิข้าไม่รู้สึกว่าข้าจะทะลวงด่านพลังขึ้นไปที่ปราณฝึกหัดขั้น2 ได้เลย” ชิงหลงทำหน้าเศร้า
“ฮ่าเ้าอย่ากดดันตัวเองมากจนเกินไปนัก ยิ่งเ้ากดดันตัวเองพลังการเพิ่มพลังปราณนั้นจะยิ่งยากขึ้นมาก”หยางซีตอบ
“เฮ้อ ท่านพี่ข้าลองมาทุกวิธีแล้ว พลังปราณข้านั้นไม่มีวีแววว่าจะเพิ่มขึ้นเลย”
“…..” หยางซี
บรรยากาศเงียบไปซักพัก มีเพียงเสียงสายลมที่แววผ่านหูเท่านั้น
“เ้าไม่ต้องเศร้าไปแม๊ไม่อาจฝึกวรยุทธ พี่แสนสวยของเ้าคนนี้จะปกป้องเ้าเอง ใครมารังแกเ้าฆ่าจะตบมันจนมันร้องหาบิดาให้ดู คิกๆ” หยางซีกล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างน่ารัก
ชิงหลงยิ้มออกมา “พี่หยางซี ทำไมท่านถึงทำดีกับข้านัก คนอื่นนั้นรังเกียจข้าเพราะข้าเป็ลูกกำพร้าที่ถูกเก็บมาเลี้ยงไม่ทราบต้นกำเนิดแถมยังฝึกวรยุทธไม่ได้ ข้านั้นไม่มีอะไรดีพอให้ท่านมาปกป้องข้าได้เลย” ชิงหลงกล่าวพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างเศร้าๆ
“เอ๋!!!” พลั่ว!!!!เสียงฝ่ามือของหยางซีตบเข้าทีหลังศีรษะชิงหลงอย่างแรง
“โอ้ยๆๆ ท่านพี่ทำอะไรเนี้ยมาตบข้าทำไม”ชิงหลงมือกุมหัวหันมามองหยางซีเคืองๆ
“เฮอะ เ้านี้นะช่างมองโลกในแง่ร้าย ไม่ว่าใครจะดูถูกเ้าอย่างไรจะไปสนใจทำไม ขอแค่เ้าไม่ดูถูกตัวเองก็พอ” หยางซีกล่าวพร้อมทำหน้ามุ้ย
“เ้าเป็ลูกกำพร้าแล้วอย่างไรฝึกวรยุทธไม่ได้จะเป็อะไรไป มันทำให้คุณค่าในตัวเ้ามันลดลงอย่างนั้นหรือ ถ้าเ้าดูถูกตัวเองก็เหมือนดูถูกท่านปู่ที่เลี้ยงดูเ้ามาั้แ่เด็กดูถูกข้าที่เชื่อว่าเ้านั้นไม่ใช่คนไร้ค่า ตัวเ้ามีดีกว่าที่เ้าเห็นนัก”หยางซีกล่าว
“……” ชิงหลง
หยางซีกล่าวต่อว่า “จำได้รึไม่สมัยยังเด็กนั้นเ้าคอยแอบเอาของกินมาให้ข้าตอนที่ข้าโดนท่านพ่อบังคับฝึกวรยุทธ ปกป้องฆ่าจากหมูป่าตอนอายุแค่ 8 ขวบ เ้าที่ปราณฝึกหัดขั้น1 ั้แ่ 8 ขวบนั้นช่างแข็งแกร่งยิ่ง” หยางซีกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัวชิงหลงเบาๆ
“ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไมปราณของเ้านั้นไม่สามารถเพิ่มระดับได้อาจเป็เพราะเ้านั้นพิเศษกว่าคนอื่น เ้าอาจจะต้องฝึกฝนในแบบที่ไม่เหมือนคนอื่นก็เป็ได้อย่าได้ท้อแท้ไป ข้าว่าซักวันเ้าจะต้องค้นพบวิธีที่ทำให้เ้าสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้แต่ ณ ตอนนี้ข้าจะปกป้องเ้าเอง ฮิฮิ” หยางซีกล่าวพร้อมกับยิ้มให้มัน
“ท่านพี่....” ชิงหลงมองหยางซีด้วยตาพร้ามัว
“ฮ่า อย่าได้เศร้าไปเลย อย่างน้อยเ้ายังมีข้าสาวสวยสุดแข็งแกร่งที่คอยปกป้องเ้าฮ่าๆๆๆๆ” หยางซีกล่าวพร้อมหัวเราะขบขัน
กลิ่นหอมจากตัวของหยางซีลอยเข้ามาแตะจมูกชิงหลงทำให้มันผ่อนคลายยิ่งนัก
“ข้าเข้าใจแล้วข้าจะไม่ท้อแท้จะพยายามฝึกวิชาแพท และหาทางรักษาข้าให้ได้” ชิงหลงกล่าวยิ้มแย้ม
“เยี่ยมมาก ต้องอย่างงี้สิอาหลงของข้าคริคริ” หยางซีกล่าวพร้อมกับหัวเราะน่ารัก
“นี้ก็ดึกมากแล้วรีบกลับตึกพักผ่อนเถอะยิ่งอยู่นานสัตว์อสูรยิ่งออกมาหากิน” หยางซีกล่าวพร้อมลุกขึ้นยืน
ชิงหลงก็ไม่กล่าวอะไรก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกันเดินตามหยางซีกลับไปที่ห้องพักของมัน
ตึกหลัก ตระกูลชิง
“เ้าว่าอย่างไร ได้ร่องลอยบ้างหรือไม่”อู่เจี้ยนพูดกับใครคนหนึ่ง
“แม้ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดแต่ก็คาดว่าจะน่าจะอยู่กับเจี้ยนเหวยความเป็ไปได้ มี 7 ใน 10 ส่วนทีเดียว” ชายในชุดคลุมกล่าวตอบ
“อืมคัมภีร์เทวะ ถ้าหากอยู่กับเจี้ยนเหวยจริงมันไม่ยอมยกให้เราง่ายๆแน่ ถึงแม้มันจะเป็คนในตระกูลชินก็ตาม” อู่เจี้ยนกล่าวเสียงเย็น
“แล้วท่านผู้นำมีแผนอย่างไร” ชายในชุดคลุมถาม
“เราต้องมีหลักฐานจนแน่ใจ ซัก 10 ใน 10ส่วนซะก่อนจากนั้นค่อยหาวิธีลงมือแย่งคัมภีร์มา” อู่เจี้ยนกล่าวเสียงเยือกเย็น
******* จริงๆเป็นามสกุล ชินนะครับ แต่ผมติดพิม งองู เลยกลายเป็ ชิง ไปเดียวแก้ให้ตอนหลังๆนะครับ **********