ใช้เวลาอยู่บนเครื่องบินไม่นาน ก็กลับมาถึงบ้าน เขาจูงมือหล่อนเข้ามาในบ้าน และให้แม่บ้านพาหล่อนไปอาบน้ำแต่งตัว... ผิงพาหล่อนเข้ามาในห้องนอนใหญ่ เป็ห้องที่เตรียมไว้สำหรับหล่อนกับเขา... แต่หญิงสาวเลือกที่จะเข้าพักอีกห้องซึ่งเป็ห้องเล็ก ถัดจากห้องของปรียานีย์ วีรดาเข้ามาข้างในห้องที่ปรียานีย์ที่เคยบอกว่า ห้องนี้เป็ห้องนอนสำหรับรับแขก ถูกประดับ ด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาวทั้งชุด โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้าทั้งผ้าปูที่นอนสีขาวลายดอกสีชมพู
“คุณดาไม่เข้าพักในห้องนอนใหญ่เหรอคะ”
“ไม่ค่ะ ดาจะนอนที่นี่”
พูดจบ วีรดาก็เดินไปมองห้องนอนขนาดเล็ก ที่ตกแต่งไว้เป็อย่างดี นั่งลงปลายเตียงรอคอยปรียานีย์กลับมาด้วยใจจดจ่อ... และไม่นานเกินรอ ปรียานีย์ก็เคาะประตู พร้อมเปิดประตูเข้ามาหาหล่อน หญิงสาวมองเพื่อนรักที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
“เป็ไงบ้างจ้ะ ดา ปรียาเพิ่งรู้ข่าวจากคุณปู่ว่า ดาจดทะเบียนสมรสกับพี่ปรัช และเพิ่งไปฮันนีมูนกลับมา แหมดีใจจัง”
“ปรียา ดา้าจะหย่า” ปรียานีย์ใกับคำพูดของหล่อน
“ยังไม่ทันจัดงานแต่งเลย จะหย่าซะแล้ว ไม่นะดาอย่าทำแบบนี้”
“เขาไม่ได้รักดา พี่ชายปรียาไม่ได้รักดา เขาพาผู้หญิงอื่นมานอนด้วย” หญิงสาวสะอื้นร้องไห้ ปรียานีย์รู้สึกสงสารจับใจจึงรวบร่างของเพื่อนรัก เข้ามากอด และเื่ราวที่หล่อนเดินทางกับเขาไปหัวหิน... ก็ถูกถ่ายทอดให้ปรียานีย์ฟังจนหมด ที่เขาทำทุกอย่างก็เพื่อพาหล่อนให้ไกลจากภานนท์เท่านั้น! เขาไม่ได้้าพาหล่อนไปฮันนีมูนตามที่บอกไว้
“ดาใจเย็นนะ ปรียาจะเล่าความจริงให้หมด... ว่าเป็แผนของปรียา พี่ปรัชจะใจร้ายแบบนี้ไม่ได้ และปรียาจะบอก เื่ที่ พี่ปรัชพาผู้หญิงอื่นไปนอนด้วย ให้คุณปู่รู้”
“ปรียา ดาตัดสินใจแล้ว ดาเพียงแค่อยากบอกให้ปรียา และปู่ปรียารับรู้ พรุ่งนี้ดาจะหย่า ฝากบอกพี่ชายปรียาด้วย เราจะหย่ากันคนละเขต” หญิงสาวเช็ดน้ำตาตัวเอง
“ปรียารู้สึกผิดนะที่ทำให้ ดาต้องเสียใจ ทำให้พี่ปรัชต้องเกลียดดา” ปรียานีย์กอดหญิงสาวพร้อมปลอบใจ
“ปรียา ถ้าปรียาจริงใจต่อดา ก็ทำตามที่ดาขอร้องเถอะ” หล่อนมองสบตาเพื่อนรักนิ่ง
“ก็ได้ปรียาจะบอกกับพี่ชายเอง... แต่คืนนี้นอนที่นี่ไหม ปรียาจะไม่กวนดาอีก” หญิงสาวมองนาฬิกาเป็เวลาค่อนข้างดึก จะกลับอาจรบกวนพ่อกับน้า หนำซ้ำถ้าเห็นหน้าทั้งสองคนหล่อนยังไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาอธิบายให้พ่อรู้ว่า... ทำไมถึงหย่า? วีรดาพยักหน้ายอมรับข้อเสนอของเพื่อน ในที่สุดก็ต้องค้างที่นี่อีกคืน
...
เมื่อปรียานีย์เห็นหน้าตาของเพื่อนรักไม่ร่าเริงแจ่มใส... และยืนยันว่าจะหย่ากับพี่ชายของหล่อน แม้ในใจปรียานีย์ไม่อยากให้วีรดา ต้องคิดแบบนั้นก็ตาม... หล่อนพยายามหว่านล้อมเพื่อนทุกวิถีทาง หนำซ้ำยังตามใจเพื่อนรักสุดๆ
“ถ้าดายืนยันที่จะหย่ากับพี่ปรัช ปรียาก็คงห้ามไม่ได้ แต่ตอนนี้พี่ปรัชไม่อยู่ ต้องคุยกันตอนกลับมา” หญิงสาวนั่งฟังเงียบ ไม่อยากเอ่ยถึงเขาอีก...ปล่อยให้ปรียานีย์พูดต่อ... “แต่ดารู้ใช่ไหมว่า ปรียากับคุณปู่้าดามาเป็สะใภ้ที่นี่” ปรียานีย์มองตาเพื่อนรักอย่างอ้อนวอน
“รู้แต่จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อคนสองคนไม่ได้มีความสุขในการอยู่ร่วมกัน” ที่สำคัญเขาไม่ได้รักหล่อน...
ตอนกลางคืนปรียานีย์ดักรอพี่ชาย เพื่อจะคุยด้วย หล่อนยังคงกังวลว่าจะคุยกับพี่ชายอย่างไรดี... ใจหนึ่งก็อยากหาทางทำให้พี่ชายรักเพื่อนให้ได้... หากรักกันการหย่า ก็ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน หล่อนเดินไปเดินมาอยู่นาน.. จนคิดได้ว่าจะพูดอย่างไรดีกับพี่ชาย หล่อนก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาทันที แต่แล้วคนที่รับโทรศัพท์ไม่ใช่พี่ชายของหล่อน กลับเป็บิ๊กเพื่อนของเขานั่นเอง
“น้องปรียาโทรมามีอะไรเหรอครับ”
“พี่ปรัชอยู่ไหนคะ ทำไมไม่รับสายปรียา พี่ปรัชคงรู้ตัวว่าทำผิดถึงหลบหน้าหลบตา” ปรียานีย์พูดด้วยความหงุดหงิด
“ไม่ได้หลบหน้าหลบตาไปไหนหรอก อยู่นี่แหล่ะ กำลังนั่งกับพี่สองคน เพราะไอ้ปรัชมันรู้ว่า แม่ เฮ้ย...น้องโทรมาเลยไม่อยากรับ”
“ก็ได้ค่ะ ปรียาจะรอพี่ปรัชกลับมา จะได้สะสางคดีความกัน”
“อย่ารอเลยครับน้องปรียา เื่คดีความอะไรนั่น พี่จะบอกไอ้ปรัชให้นะครับ คืนนี้สงสัย คงจะค้างที่นี่กับพี่ แค่นี้ก่อนนะครับ” บิ๊กพูดจบก็วางสายลง ปรียาเดินมานั่งบนโซฟาท่าทางหงุดหงิดไม่น้อย
‘พี่ปรัชนะ พี่ปรัช ทำไมต้องทำให้ดาเสียใจด้วย ไม่รู้แหล่ะปรียาจะต้องทำให้พี่ปรัชกับดารักกันให้ได้’ หล่อนหมายมั่นในใจ ที่สำคัญพี่ชายจะมาทำตัวเป็หนุ่มโสดไม่ติดบ้านแบบนี้ไม่ได้เป็อันขาด!
วันรุ่งขึ้นหญิงสาวตื่นแต่เช้า อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยเตรียมที่จะกลับบ้าน แต่ปรียานีย์เดินมาหาหล่อนก่อน หญิงสาวจึงหยุดลงนั่งตรงปลายเตียง
“ปรียา เข้าใจนะดา” ปรียานีย์ทำหน้าเศร้า จับมือวีรดาเบาๆ แล้วหล่อนก็ยิ้มขึ้น
“ไหนๆ วันนี้ดาก็ว่างแล้ว ไปดูงานที่บริษัทกับปรียาเถอะจะได้ไม่เหงา” หญิงสาวดึงมือกลับ
“แต่ดาอยากกลับบ้านนะปรียา”
“งั้น เราไปดูบริษัทของปรียาเสร็จ แล้วเราก็ไปหาอะไรกินกัน จากนั้นปรียาจะไปส่งที่บ้านดา” หญิงสาวใคร่ครวญคำพูดของเพื่อน ดูแล้วไม่มีอะไรเสียหาย... ที่สำคัญจะได้ไม่ต้องเจอหน้าเขาอีก วีรดาจึงยอมให้เพื่อนรักจับแต่งตัวในชุดเดรสกระโปรงสีสดใส แต่งหน้าแต่งตาให้หล่อนใหม่ จนแทบลอกคราบสาวบ้านๆ เกือบหมด
“ไปแค่บริษัทของปรียาเอง ทำไมแต่งตัวมากมายขนาดนี้ล่ะ”
“ดาเป็แขกของปรียานะ ต้องแต่งให้สวยสิ”
เมื่อพร้อมแล้วสองสาวก็พากันออกมาจากบ้าน โดยปรียานีย์เป็คนขับรถพาหล่อนมาที่ตึกสูงใหญ่ใจกลางกรุงที่มีป้ายติดชื่อบริษัท เดอะเบส เบฟเวอร์ เรจ จำกัด หล่อนเคยได้ยินปรียานีย์เล่าให้ฟัง แต่ไม่เคยได้มาด้วยตัวเอง เมื่อเดินเข้ามาภายในออฟฟิศ เห็น ฉากพาร์ติชันกั้นเป็ส่วนๆ พนักงานกำลังทำงานอย่างเขมักเขม้น
“คุณปรียา วันนี้มาแต่เช้าเลยนะคะ”
“พอดีปรียา พาเพื่อนมาด้วยค่ะ วีรดา เป็พี่สะใภ้” แต่แล้วปรียานีย์ก็ถูกหญิงสาวแตะแขนเบาๆ
“ดาเป็เพื่อนปรียาเองค่ะ คุณ เอ่อ”
“แองจี้ค่ะ เป็เลขา ของพี่ชายปรียาเอง”
“แองจี้เป็เลขาของพี่ปรัช แถมยังเป็เพื่อนสนิทอีกด้วยจ้ะดา” วีรดาพยักหน้ารับรู้ถึงความสัมพันธ์ของผู้หญิงตรงหน้า จากนั้นปรียานีย์ก็พาหญิงสาวไปต่อยังแผนกอื่นๆ
บริษัทเดอะเบส เบฟเวอร์ เรจ จำกัด เป็บริษัทผลิตเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ พวก น้ำดื่ม โซดา เครื่องดื่มเกลือแร่ น้ำผลไม้เข้มข้น ผลิตและจัดจำหน่ายทั้งใน และต่างประเทศ ภายใต้การบริหารงานของชายหนุ่ม ปรัชญา ธนโชติวรารัตน์ และ น้องสาว ปรียานีย์ ธนโชติวรารัตน์ เขาวางตำแหน่งให้ปรียานีย์ เป็ผู้จัดการฝ่ายขาย เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับพนักงานระดับล่างมากที่สุด จะได้คลุกคลีเข้าใจพนักงาน
อีกทั้งนำข้อมูลที่หล่อนได้รับส่งต่อผู้เป็พี่ชาย เพื่อเป็แนวทางในการวางนโยบายของบริษัทต่อไป… ทั้งหล่อนยังมีหน้าที่สอนงานขายให้ลูกทีม ผลักดันให้ลูกทีมพัฒนาฝีมือในการขาย เพื่อนำไปสู่การเป็พนักงานขายมืออาชีพ...