“ เอาล่ะ…ได้เวลาที่เราจะเดินทางไปหาพี่สาวเหมยลี่กันแล้ว เป่าเป้ยพร้อมหรือยังจ๊ะ ”
เด็กหญิงตัวน้อยสวมชุดสีแดงชูแขนขึ้นเหนือหัว เธออยู่ในกระเป๋าผ้าหน้าท้องของคุณพ่อจนดูราวกับจิงโจ้กำลังอุ้มลูกน้อยเตรียมเดินทาง
“ ไปกัน ไปขึ้นรถบัสบรึ๋นบรึ๋น ”
เฉินห่าวกางร่มป้องกันแดดมุ่งหน้าไปยังป้ายรถบัส เขาให้ัเฝ้าร้านเพราะใบปลิวมาส่งเมื่อเช้า อย่างน้อยอาจจะได้สมาชิกเพิ่มอีก 1 - 2 คน
ไม่นานก็มีกล่องหุ้มเหล็กวิ่งเข้ามาจอด เขาจึงใช้ความทรงจำร่างเดิมขึ้นรถบัสมุ่งหน้าสู่โรงเรียนสายลม หนึ่งในสองของโรงเรียนมัธยมในเขตเมือง X
เมื่อมาถึงเขาพบว่ามีผู้ปกครองจำนวนมากกำลังขับรถหาที่จอดเพื่อเข้าไปดูลูกๆของตนเองสอบ
การสอบในครั้งนี้มีความสำคัญกับพวกเขามาก มันเป็การสอบวัดพลังเพื่อนำไปใช้ในการยื่นมหาวิทยาลัย
ป๋องแป๋งป๋องแป๋ง เอาป๋องแป๋งไหมครับ !
ถังหูลู่หวานๆจ้า ถังหูลู่ !
ไส้ย่างครับ ไส้ย่าง !
พ่อค้าแม่ค้าส่งเสียงคึกคักตามรั้วของโรงเรียน เฉินห่าวรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าลูกสาวตัวน้อยที่กำลังมองทุกอย่างด้วยความสงสัย
“ ป๊ะป๋าป๋องแป๋ง ”
“ หือ เป่าเป้ยจะเอาป๋องแป๋งเหรอ ”
กลองเล็กๆผูกติดกับลูกปัด ทุกครั้งที่หมุนด้ามจับกลองลูกปัดที่ห้อยจะตีกลองดังป๋องแป๋ง เฉินห่าวจึงพาเป่าเป้ยน้อยเข้าไปหาเ้าของร้านขายป๋องแป๋ง เมื่อเห็นว่าลูกสาวตัวน้อยอยากได้กลองสีแดงจึงซื้อให้
“ ป๋องแป๋งป๋องแป๋ง ”
“ ใช่แล้ว ป๋องแป๋งของเป่าเป้ย ”
เด็กน้อยใช้มือเคาะกลอง เฉินห่าวจึงสอนวิธีเล่นแล้วส่งคืนให้ เด็กน้อยเห็นวิธีเล่นจึงสั่นกลองไปมา เพียงแต่ว่าแขนซ้ายที่ไม่ได้ถือกลองกลับสั่นไม่ต่างจากแขนขวาจึงทำให้เฉินห่าวยิ้มด้วยท่าทางพอใจกับท่าทางของลูกสาวที่ตัวสั่นทั้งร่างเพราะ้าสั่นกลอง
{ ได้บัตรแล้วโปรดนั่งตามหมายเลขนะครับ ได้บัตรแล้วโปรดนั่งตามหมายเลข การสอบของเด็กๆจะเริ่มแล้ว ขอให้ผู้ปกครองอยู่ในความสงบด้วยนะครับ }
บุคลากรของโรงเรียนคอยร้องะโบอกทาง หลายคนจึงรีบซื้อตั๋วเพื่อเข้าไปดูลูกๆของตนเอง
การซื้อตั๋วเป็การจ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือทางโรงเรียน เหล่าผู้ปกครองจึงเต็มใจซื้อเพราะเงินส่วนนี้จะใช้ในการเรียนการสอนเด็กรุ่นถัดไป พอมาถึงเก้าอี้ที่นั่งเฉินห่าวจึงหุบร่มเพราะแดดส่องมาไม่ถึง
“ ป๊ะป๋าพี่สาวอยู่ไหนเหยอ ”
เด็กน้อยทำตาแป๋วแหววให้ผู้เป็พ่อ เธอยังไม่เห็นพี่สาวที่มาหา
“ พี่เหมยลี่อยู่ข้างสนามนั่นไง ตรงนู้น! ”
เฉินห่าวชี้มือนำทางลูกสาว ทว่าสายตาของเด็กยังไม่สามารถมองเห็นได้อยู่ดี เขาจึงเขย่าขาเบาๆชวนเป่าเป้ยเล่นกลองต่อ
{ ผู้เข้าสอบหมายเลข 1 และหมายเลข 2 เข้าประจำที่ ! }
คุณครูผู้คุมสอบส่งเสียงมาจากกลางสนาม ผู้ชมบนอัฒจันทร์ทรงกลมจึงเงียบเสียง กลัวว่าพวกเขาจะทำลายสมาธิของเด็กๆ
การสอบในครั้งนี้จะเป็การต่อสู้ทั้งหมด ทุกคนจะได้คู่จากการสุ่มจับสลากก่อนหน้านี้ ยิ่งสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้เรื่อยๆจนอันดับสูง ยิ่งถูกจับตามมองจากมหาวิทยาลัยที่ส่งบุคลากรมาดูงาน
การต่อสู้ของเด็กชายทั้งสองเริ่มต้นขึ้น ชายรูปร่างสูงถือหอกภายในมือด้วยท่วงท่าองอาจ เลเวลของเขาคือ 14 นับว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยไปมาก คู่ต่อสู้ของเขาใช้ดาบตัวเล็กกว่าเล็กน้อย
เฉินห่าวมองดูท่าเตรียมของทั้งสองจึงจับตามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม้ท่าทางการจับอาวุธจะยังไม่ได้เพอร์เฟค ต่อจากนี้จะเป็ครั้งแรกที่เขาเห็นคนใช้ทักษะและสกิลต่อสู้กัน
เมื่อการต่อสู้เริ่มต้นขึ้นชายถือหอกเป็ฝ่ายเริ่มโจมตี เขาได้เปรียบคู่ต่อสู้เพราะระยะการโจมตีของหอกยาวกว่า หากชิงลงมือโจมตีได้ก่อน เขามีโอกาสที่จะชนะสูงมาก
เฉินห่าวเห็นการเคลื่อนไหวของเด็กชายถือหอก เขาจึงรู้ความคิดของชายคนนี้ที่คิดจะปิดจบให้เร็วที่สุดโดยใช้ประโยชน์จากระยะ
เพียงแต่ว่าชายถือดาบกลับป้องกันได้แล้วเข้าประชิด จนทำให้ผู้ถือหอกกวัดแกว่งหอกได้ยาก ถึงอย่างนั้นภาพที่ทุกคนเห็นกลับต่างออกไปเพราะพวกเขาเห็นเด็กทั้งสองกำลังทุ่มกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดไม่มีใครยอมใคร ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ
ทันใดนั้นชายถือหอกได้ปลดปล่อยเปลวไฟออกมาจากร่าง มันคือผลของสกิลที่เปิดใช้งาน ชายถือดาบใช้เปลวไฟเช่นเดียวกัน รูปแบบการใช้งานต่างกันมาก เพราะคนหนึ่งปลดปล่อยไฟออกมาได้ทั่วร่าง ส่วนอีกคนปลดปล่อยออกมาได้เพียงแค่ฝ่ามือ
ทว่าทั้งสองกลับคลุมเปลวไฟไปที่อาวุธแล้วใช้ออกด้วยทักษะที่เหมือนกัน ส่งผลให้ทุกคนเห็นแสงวูบวาบจากการกวัดแกว่งอาวุธทั้งสอง
“ น่าเสียดายที่ฉันไม่มีเนตรเซียน ไม่งั้นคงเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในไปแล้ว ”
เฉินห่าวเล่นกับลูกสาวต่อ ไม่สนใจการต่อสู้แล้วเพราะสิ่งที่มองเห็นคล้ายกับวรยุทธ์ไม่น้อย การฟาดฟันของทั้งสองอาศัยการชักนำมานาภายในร่างกายแล้วยังใช้สกิลเข้ามาทดแทนธาตุที่ผู้บำเพ็ญเซียนไม่สามารถใช้งานได้ใน่เริ่มต้น ถึงแม้จะใช้ธาตุได้เร็วกว่า การต่อสู้ของพวกเขาทั้งสองกลับไม่ต่างจากเด็กในสายตาของเฉินห่าวเช่นเดิม ไม่นานชายถือหอกก็เป็ผู้ชนะ เด็กสองคนถัดมาจึงขึ้นไปบนเวที
โดยการสอบไม่ได้มีเพียงเวทีเดียว มีนักเรียนหลายคนก้าวเท้าขึ้นไปบนเวทีที่ถูกแบ่งอีก 9 เวทีแล้วเริ่มต่อสู้ไปพร้อมๆกัน
“ เป่าเป้ย พี่สาวเหมยลี่ขึ้นไปบนเวทีแล้ว ให้กำลังใจพี่สาวเหมยลี่หน่อยเร็ว ”
เป่าเป้ยน้อยสั่นกลองป๋องแป๋ง แม้จะถือมานานแล้วเธอยังคงสั่นมันด้วยการขยับร่างทั้งหมดเช่นเดิมจนเฉินห่าวหัวเราะด้วยความพอใจ
“ เหมยยี่ชู้ชู้ ”
“ ช่ายๆ พี่เหมยลี่สู้ๆ ”
“ ชู้ชู้ ”
เหล่าคนดูส่วนหนึ่งมองไปยังสนามสอบที่ 9 บนใบหน้าของพวกเขามองเด็กสาวตัวเล็กที่เดินขึ้นไปบนเวทีด้วยความสงสัยเพราะเธอทำให้ตัวเองดูใหญ่ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าหลายชั้น
ผู้คนเริ่มคุยกันถึงวิธีของเด็กสาว บางคนบอกว่าเธอไม่มีเงินซื้อเกราะจึงอาศัยการสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆเพื่อป้องกัน คู่ต่อสู้ที่เธอกำลังยืนเผชิญหน้าอยู่นั้น ไม่ได้สวมใส่อะไรเลย เขามีเพียงดาบเล่มยาวถือเอาไว้ในมือข้างขวา
เมื่อกรรมการให้สัญญาณ ชายถือดาบจึงรีบพุ่งตัวเข้าประชิดเด็กสาวหวังจะจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด เขารู้ว่าคู่ต่อสู้ในครั้งนี้มีอาชีพเทมเมอร์ หากทำให้เ้าของสัตว์เลี้ยงหมดสติได้ก่อน เขาไม่จำเป็ต้องสู้กับสัตว์เลี้ยงให้ยืดเยื้อ แม้ว่าหนอนตัวสีเขียวจะมีพลังต่อสู้ที่เตี้ยต่ำก็ตาม ชายถือดาบกลับไม่ประมาทแม้แต่น้อยยังคงทำตามคำแนะนำของครูฝึก โดยเล็งไปที่เ้าของสัตว์ที่กำลังสวมใส่เสื้อผ้าหนาเตอะ
ปลายดาบพุ่งแหวกลมเข้าหาเด็กสาว เป้าหมายของมันคือกลางหน้าอก ต่อให้เขาจะแทงดาบออกไปสุดแรงบนเวทีนี้มีพลังป้องกัน มันจะเข้าไปยับยั้งการโจมตีทั้งหมดที่กำลังจะสร้างความเสียหาย จนไม่ทำให้ใครตกตาย
แต่ในจังหวะที่ปลายดาบกำลังจะแทงทะลุเสื้อชั้นแรก ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับหายไปสร้างความใให้เด็กชายไม่น้อย เขาจึงพยายามกวาดตามองหา จู่ๆกลับััได้ถึงความเ็ปบริเวณแก้มขวาก่อนที่ร่างจะเซไปทางซ้ายมือหลายสิบก้าว
เด็กชายสะกดข่มความเ็ปบริเวณแก้มเอาไว้แล้วทรงตัวให้มั่น หากเขาล้มลงไปบนพื้นจะถูกปรับคะแนนอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงรีบตั้งตัวแล้วมองดูเด็กสาวที่หายไป เมื่อครู่จะต้องเป็การโจมตีของเธอแน่ ซึ่งเขาไม่รู้ว่ามันเป็การโจมตีจากหนอนสีเขียวหรือว่าเป็การโจมตีจากเ้าของหนอน
ทันทีที่สายตาของเขามองไปที่เด็กสาว เขาพบว่าอีกฝ่ายกำลังตื่นตะลึงสลับมองระหว่างหมัดขวาที่ชูค้างไว้กับเท้าทั้งสองของตนเอง ทำราวกับว่าไม่เชื่อความเร็วและพละกำลังที่แสดงออกมาเมื่อครู่
เด็กชายเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังเยาะเย้ยตนด้วยท่าทาง จึงรู้สึกโกรธไม่น้อย ตัดสินใจพุ่งเข้าไปฟันตรงๆพร้อมกับเปิดใช้งานสกิลจนมีเปลวไฟลุกไหม้ เขาจะเผาเสื้อผ้าของอีกฝ่ายให้อับอายถึงที่สุด
เด็กสาวที่ยังอยู่ในความตื่นตะลึงกับพลังของตนทำเพียงก้าวขาวหลบไปด้านข้างเล็กน้อย ความเร็วของเธอเหนือกว่าคู่ต่อสู้มาก ต่อให้จะมีเลเวลเพียง 11 ก็ตาม เธอกลับเร็วกว่าคู่ต่อสู้ที่มีเลเวลมากถึง 15
ทันทีที่หลบปลายดาบได้อีกครั้งเพราะเร็วกว่า เธอจึงชกหมัดเข้าไปที่ท้องน้อยจนเลเวล 15 พุ่งถอยหลังไปหลายก้าวราวกับถูกสิบล้อชน
อ้วก!
มื้อเช้าที่กินเข้าไปพ่นออกมาจากปากกองเต็มพื้น หมัดเมื่อครู่สั่นะเืไปถึงกระเพาะจนอ้วกออกมา เด็กชายเลเวล 15 กลับไม่สามารถลุกยืนได้ เขาจึงทรุดตัวลงไปนอนบนพื้นพยายามสูดลมหายใจให้ได้มากที่สุด แต่กลับทำไม่ได้เพราะตกอยู่ในอาการจุก
คุณครูเห็นว่าเด็กชายเลเวล 15 ต่อสู้ไม่ได้แล้วจึงรีบประกาศผู้ชนะพลางมองดูผู้ฝึกสัตว์ด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ เนื่องจากผู้ฝึกสัตว์เลเวล 11 ใช้เพียงหมัดกลับเอาชนะนักดาบได้ ทั้งๆที่เธอมีร่างกายที่อ่อนแอกว่า ถึงอย่างนั้นเด็กสาวได้ตรวจสอบร่างกายก่อนเข้าสอบแล้วพบว่าไม่ได้ใช้ยา การสอบจึงดำเนินต่อไป
“ นี่ฉันเอาชนะได้ด้วยล่ะถิงถิง นายเห็นหมัดเมื่อครู่นี้หรือเปล่า ”
จิ้วจิ้ว
หนอนสีเขียวที่เกาะอยู่บนหัวของเด็กสาวส่งเสียงร้อง ราวกับบอกผู้เป็เ้าของว่ามันเห็นทุกอย่าง เหมยลี่ไม่ยอมเสียโอกาส ก่อนลงจากเวทีเธอไม่ลืมนำป้ายที่เขียนด้วยหมึกอย่างเร่งรีบขึ้นมาชูเหนือหัว เพื่อโปรโมทฟิตเนสให้กับพี่ชายจนทุกคนเห็นแผ่นกระดาษที่เขียนว่าหลงเฉียงฟิตเนสในมือของเด็กสาว
หนอนสีเขียวเห็นว่าเ้านายชนะแล้ว มันจึงลงมาเลียพื้นดินต่อไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
เฉินห่าวเห็นป้ายร้านตัวเองยิ้มกว้างไม่น้อย เด็กสาวโปรโมทร้านให้เขาั้แ่การต่อสู้ครั้งแรก
การที่เธอเอาชนะเลเวล 15 ได้กำลังเป็ที่พูดถึง แม้จะไม่ค่อยมีคนพูดถึงป้ายของเธอก็ตาม ท้ายที่สุดทุกคนจะต้องสงสัยป้ายและถามหามันอย่างแน่นอนเพราะเด็กสาวจะต้องแสดงมันเพื่อบอกบางอย่าง
“ เป่าเป้ย พี่สาวเหมยลี่ชนะด้วยล่ะ พี่สาวเก่งสุดๆไปเลย ”
“ พี่ฉาวชู้ชู้ ”
เด็กสาวตัวน้อยสั่นกลองป๋องแป๋งด้วยท่าทางดีใจ แม้จะไม่เห็นพี่สาวก็ตาม
ขณะนั้นเองเฉินห่าวได้กลิ่นบุหรี่ มันคือสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็สุขภาพของเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม เขาจึงมองหาต้นทางของกลิ่นพบชายหัวล้านสวมเสื้อกล้าม กำลังยืนดูการสอบของเด็กอยู่ห่างจากเขาไปไม่ไกล
“ คนเยอะแยะไม่ดูตาม้าตาเรือ งั้นฉันจะสอนบทเรียนให้มันสักหน่อยจะได้จำว่าบุหรี่อันตรายต่อสุขภาพ ”
เฉินห่าวควักเข้าไปในกางเกง เขาจำได้ว่าเ้าของร้านป๋องแป๋งทอนเหรียญให้เขามา 3 เหรียญ เขาจึงนำเหรียญราคา 1 เหรียญมาถือในมือก่อนจะใช้นิ้วดีดไปที่ปากของชายหัวล้าน
ต่อให้เขาจะไม่สามารถใช้วรยุทธ์ได้ก็ตาม ความเคยชินของผู้ฝึกยุทธ์ทำให้เขารู้วิธีควบคุมมือ แม้จะไม่มีปราณ นิ้วของเขาได้รับการเสริมพลังจากค่าสถานะความแข็งแกร่ง 10 หน่วยจนเขาไม่ต่างจากเลเวล 10
เพียงพริบตาที่เหรียญถูกดีด มันพุ่งออกไปด้วยความเร็วกระแทกเข้าที่ฟันหน้าของชายหัวล้านจนทำให้บุหรี่หลุดมือพร้อมกับฟัน 1 ซี่ที่หลุดหายไป
โอ๊ย!
เสียงร้องดึงความสนใจของคนที่อยู่รอบๆ เมื่อผู้คนเห็นว่าชายหัวล้านถูกลอบโจมตีกลับไม่มีใครเห็นใจ เพราะเขาสูบบุหรี่ในที่สาธารณะแล้วยังเป็โรงเรียน
“ เหอะจำไว้ด้วย บุกหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ สูบมากไปฟันจะผุเอาได้ ”
เฉินห่าวหันมาส่งยิ้มให้ลูกสาว หลังจากพบว่าชายหัวล้านกำลังร้องะโหาคนลอบโจมตีจนบุคลากรเข้ามาเชิญตัวของเขาออกไปเพราะกำลังสร้างปัญหา