หลังจากการสังหารหมู่ขุนพลอสุราเกราะเหล็กทั้งสามตนและดูดซับพลังจนทะลวงสู่ระดับ สิบห้ามหายุค (หนึ่งพันห้าร้อยล้านปี) กลิ่นอายของ "อัศวเทพ สุริยัน" ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่กลิ่นอายของมนุษย์อีกต่อไป แต่เป็กลิ่นอายของ "จอมมาร" ที่ผสานเข้ากับความสูงส่งของ "จักรพรรดิ" อย่างลงตัว
สุริยันในชุดคลุมสีขาวที่ตอนนี้ย้อมไปด้วยคราบเืแห้งกรังของศัตรู ยืนตระหง่านอยู่บนไหล่ของ "หลง ชิงเทียน" ที่แปลงร่างเป็มนุษย์กึ่งั ทั้งสองมุ่งหน้าลึกเข้าไปในดินแดนแห่งความตาย ทิศทางที่มุ่งไปคือูเาโครงกระดูกสูงเสียดฟ้าที่เป็ศูนย์กลางของแดนชำระบาปอสุรา
ยิ่งเข้าใกลู้เา บรรยากาศก็ยิ่งบิดเบี้ยว ท้องฟ้าสีเืหมูเริ่มเปลี่ยนเป็สีดำทมิฬ มีสายฟ้าสีแดงผ่าลงมาเป็ระยะๆ พื้นดินไม่ได้เป็ดินโคลนอีกต่อไป แต่ถูกปูด้วยกะโหลกศีรษะของสิ่งมีชีวิตนับล้านเผ่าพันธุ์ที่ถูกบดอัดจนแน่นเป็ทางเดิน
เบื้องหน้าของพวกเขา คือมหานครขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นจากซากศพของ "งูั์กลืนโลก" สัตว์อสูรระดับาที่ตายไปนานนับกัลป์ โครงกระดูกซี่โครงของมันโค้งงอขึ้นไปเป็กำแพงเมืองสูงกว่าหนึ่งพันเมตร กะโหลกหัวงูขนาดั์ถูกดัดแปลงเป็ประตูเมืองที่อ้าปากกว้างรอรับผู้มาเยือน
นี่คือ "นครราชันย์อสุรา" ฐานที่มั่นของ "อสุราทมิฬ" ผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้
"ถึงแล้วขอรับนายท่าน..." หลง ชิงเทียนกล่าวเสียงสั่น สายตาจับจ้องไปที่ประตูเมืองที่มีทหารอสุรายืนเฝ้าอยู่นับพันตน แต่ละตนมีระดับพลังไม่ต่ำกว่า "เขตแดนาาเซียน" (สามล้านปี) และมีแม่ทัพนายกองระดับ "เขตแดนุ์ะ" (แปดสิบยุค) เดินตรวจตราอย่างเข้มงวด
"ดูเหมือนวันนี้จะมีงานฉลองนะ" สุริยันสังเกตเห็นธงสีเืที่โบกสะบัดอยู่บนยอดกำแพง และเสียงโห่ร้องที่ดังกระหึ่มออกมาจากภายในเมือง
"มันคือเทศกาล 'สังเวยโลหิต' ขอรับ" หลง ชิงเทียนอธิบายจากความทรงจำที่ได้รับจากการกลืนกินพวกอสุราก่อนหน้านี้ "ทุกๆ หนึ่งร้อยปี เหล่าอสุราจะจัดการประลองฆ่าฟันกัน ผู้ชนะจะได้อาบน้ำใน 'บ่อโลหิตา' เพื่อเลื่อนระดับพลัง ส่วนผู้แพ้... จะถูกโยนลงไปเป็เชื้อเพลิงให้บ่อนั้น"
"น่าสนใจ..." สุริยันแสยะยิ้ม มุมปากยกขึ้นอย่างชั่วร้าย "งั้นข้าก็มาถูกเวลาพอดี บ่อโลหิตนั่นกำลัง้าเชื้อเพลิงชั้นดีไม่ใช่หรือ?"
สุริยันะโลงจากไหล่ของหลง ชิงเทียน แล้วเดินดุ่มๆ ตรงเข้าไปที่ประตูเมืองอย่างเปิดเผย ไม่มีการซ่อนเร้น ไม่มีการอำพรางกลิ่นอาย "ง้าวมารอสูรกลืนนภา" ในมือขวาลากไปกับพื้นกะโหลกจนเกิดเสียงดัง ครืด... ครืด... และประกายไฟสีม่วงแลบแปลบปลาบ
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
เสียงตวาดดังก้องมาจากหน้าประตูเมือง นายกองอสุราร่างั์สูงสิบเมตร สวมเกราะหนาม ถือกระบองเหล็กนิลกาฬ เดินออกมาขวางทาง มันมีดวงตาสามดวงและเขี้ยวที่ยาวโง้ง
"เ้าเป็ตัวอะไร? กลิ่นอายมนุษย์? แล้วข้างหลังนั่น... เผ่าั?" นายกองอสุรามองสำรวจด้วยความดูแคลน "รู้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน? มดปลวกต่างถิ่นอย่างพวกเ้า กล้าเดินเข้าทางประตูหลักรึ? คุกเข่าลง! แล้วคลานเข้าไปมอบตัวเป็ทาสซะ บางทีข้าอาจจะเมตตาจับพวกเ้าไปขังในคุกใต้ดินแทนที่จะกินสดๆ"
ทหารอสุรานับพันตนหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังก้องไปทั่ว
สุริยันหยุดเดิน เงยหน้ามองนายกองอสุราด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
"มดปลวก?" สุริยันเอียงคอเล็กน้อย "เ้ากำลังพูดกับข้า?"
"ก็กับเ้าน่ะสิ ไอ้มนุษย์หน้าโง่!" นายกองอสุราง้างกระบองเหล็กขึ้น "ดูเหมือนเ้าจะหูหนวก ข้าจะช่วยสงเคราะห์ทุบให้หายหูหนวกเอง!"
วูบ!
กระบองั์ที่หนักกว่าแสนตันฟาดลงมาใส่หัวสุริยัน แรงลมจากการหวดทำให้พื้นกะโหลกรอบๆ แตกกระจาย
หลง ชิงเทียนกำลังจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่สุริยันยกมือซ้ายขึ้นห้าม
สุริยันไม่ขยับหลบ เขาเพียงแค่ตวัดสายตามองขึ้นไป
"จงคุกเข่า"
คำพูดเพียงสามคำ แต่แฝงด้วย "เจตจำนงแห่งราชันย์" ที่รุนแรงจนบิดเบือนความเป็จริง!
โครม!
ทันทีที่สิ้นเสียง ร่างั์ของนายกองอสุราก็ร่วงกระแทกพื้นอย่างรุนแรงราวกับถูกูเาทับ! กระบองเหล็กหลุดจากมือ หัวเข่าทั้งสองข้างกระแทกพื้นจนกระดูกแตกละเอียด เืสีดำพุ่งกระฉูดออกจากปากและจมูก
"อะ... อะไรกัน! ขยับไม่ได้! ร่างกายข้า..." นายกองอสุรากรีดร้องด้วยความหวาดกลัว มันพยายามจะลุกขึ้นแต่เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกดหัวมันไว้กับพื้น
ทหารอสุรานับพันตนเงียบกริบทันที เสียงหัวเราะหายไปในพริบตา
สุริยันเดินเข้าไปหานายกองอสุราที่นอนหมอบอยู่ แล้วเหยียบเท้าลงบนหัวของมัน
"ข้าเกลียดคนที่มองข้าจากมุมสูง" สุริยันกล่าวเสียงเย็น "และข้าเกลียดเสียงเห่าของสุนัขเฝ้าประตู"
สุริยันออกแรงกดเท้าเพียงเล็กน้อย
ผัวะ!
ศีรษะของนายกองอสุราระดับุ์ะ ะเิออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย! สมองและเืสาดกระจายเต็มพื้น
"ฆ่า! ฆ่ามัน! มันฆ่านายกอง!" ทหารอสุราที่เหลือได้สติ ะโก้องและพุ่งเข้ามาหาสุริยันพร้อมกันดุจฝูงตั๊กแตน
สุริยันถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย เขาปักง้าวมารลงบนพื้นดิน
"อาณาเขตอสูรกลืนกิน : คลื่นมรณะ"
ตูมมมมมม!
คลื่นพลังสีม่วงดำะเิออกจากตัวสุริยันเป็วงกลม ขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมพื้นที่หน้าประตูเมืองทั้งหมด
ทันทีที่คลื่นพลังนี้ัักับร่างของทหารอสุรา ร่างกายของพวกมันก็หยุดชะงัก ิัเริ่มแห้งเหี่ยว กล้ามเนื้อลีบลง ดวงตาบุ๋มลึก
"อ๊ากกกก! พลังข้า! เืข้า!"
เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่ว ภายในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ ทหารอสุรากว่าหนึ่งพันตน กลายเป็ซากศพแห้งกรัง ร่วงหล่นลงกองกับพื้นราวกับใบไม้ร่วง พลังชีวิตและตบะทั้งหมดของพวกมันถูกดูดกลืนเข้ามาที่ง้าวมาร และส่งต่อไปยังสุริยัน
"รสชาติจืดชืด..." สุริยันบ่นพึมพำ "พวกระดับต่ำนี่ไม่อร่อยเลย"
เขาดึงง้าวขึ้นมา พาดบ่า แล้วเดินข้ามกองซากศพเข้าไปในเมือง โดยมีหลง ชิงเทียน เดินตามหลังด้วยความสยดสยองและเลื่อมใส
...
ภายในนครราชันย์อสุรา บรรยากาศเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ลานประลองกลางเมืองกำลังดุเดือด เืสาดกระเซ็น เสียงเชียร์ดังกระหึ่ม อสุรานับแสนตนกำลังมุงดูการต่อสู้ของผู้แข็งแกร่ง
แต่แล้ว ทุกอย่างต้องหยุดชะงัก เมื่อประตูเมืองทิศใต้ะเิออก!
บึ้มมมมม!
เศษซากประตูเมืองที่เป็กะโหลกงูั์ ปลิวว่อนเข้ามาในสนามประลอง ทับอสุราที่นั่งดูอยู่ตายไปนับร้อย
ฝุ่นควันจางลง ปรากฏร่างของชายหนุ่มชุดขาวถือง้าวสีดำ เดินเข้ามาอย่างอุกอาจ ท่ามกลางสายตาอาฆาตของอสุรานับแสนคู่
"ใครกล้ามาพังงานฉลองของท่านาา!"
เสียงคำรามดังก้องมาจากแท่นประธานเหนือลานประลอง
เงาร่างสีแดงเืพุ่งทะยานลงมา ยืนขวางหน้าสุริยัน แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาทำให้พื้นดินยุบตัวลง
มันคือ "ขุนพลเงาโลหิต" แม่ทัพมือขวาของอสุราทมิฬ!
รูปร่างของมันผอมเพรียวเหมือนโครงกระดูก สวมชุดคลุมสีแดงสดที่ทำจากหนังมนุษย์ ในมือถือเคียวคู่ที่เปรอะเปื้อนเื ระดับพลังของมันคือ... "เทพ์ ขั้นกลาง" (สามร้อยมหายุค / สามหมื่นล้านปี)!
ระดับสามร้อยมหายุค! สูงกว่าขุนพลเกราะเหล็กที่สุริยันเพิ่งฆ่าไปถึงสามเท่า!
"มนุษย์?" ขุนพลเงาโลหิตหรี่ตามอง "ข้าได้กลิ่นเืของขุนพลเกราะเหล็กบนตัวเ้า... เ้าสินะที่ฆ่าพวกมัน? บังอาจมาก!"
"สามร้อยมหายุค..." สุริยันมองขุนพลตรงหน้าแล้วเลียริมฝีปาก "ในที่สุดก็เจออาหารจานหลักเสียที"
"เ้ามองข้าเป็อาหาร?" ขุนพลเงาโลหิตโกรธจัดจนตัวสั่น "ตายซะ! เคล็ดวิชาเงาโลหิต : พันเคียวสังหาร!"
ฟู่วววว!
ร่างของขุนพลเงาโลหิตแยกออกเป็เงาร่างนับพันร่าง! ทุกร่างถือเคียวคู่ พุ่งเข้าใส่สุริยันจากทุกทิศทางด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองไม่ทัน แต่ละเคียวแฝงด้วยกฎแห่งการ "ตัดชีพจร" หากโดนแม้แต่รอยขีดเดียว เืในกายจะพุ่งออกมาจนหมดตัว
"นายท่าน! ระวัง! นี่มันภาพลวงตาผสานจิตสังหาร!" หลง ชิงเทียนะโเตือน
"ภาพลวงตา?" สุริยันยิ้มเยาะ
เขาหลับตาลง ไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย ปล่อยให้เงาร่างนับพันพุ่งเข้ามาจนเกือบถึงตัว
วินาทีที่คมเคียวกำลังจะััคอหอย
สุริยันลืมตาขึ้น ดวงตาข้างซ้ายเปลี่ยนเป็สีดำสนิท ดวงตาข้างขวาเปลี่ยนเป็สีขาวโพลน
"เนตรจักรพรรดิ : แยกแยะความจริงเท็จ"
โลกในสายตาของสุริยันเปลี่ยนเป็สีขาวดำ เงาร่างเก้าร้อยเก้าสิบเก้าร่างกลายเป็หมอกควัน มีเพียงร่างเดียวที่มีเส้นชีพจรสีแดงเต้นตุบๆ... นั่นคือร่างจริง!
"อยู่ตรงนั้นสินะ"
สุริยันหมุนตัวกลับหลังหัน แทงง้าวมารออกไปในทิศทางที่ดูเหมือนว่างเปล่า!
"เคล็ดวิชาง้าวมารอสูร กระบวนท่าที่สอง : แทงทะลุโลกันตร์!"
ฉึก!
ง้าวมารพุ่งทะลุความว่างเปล่า... แต่จู่ๆ เืสีแดงสดก็พุ่งกระฉูดออกมาจากอากาศธาตุ!
"อ๊ากกกก!"
ร่างจริงของขุนพลเงาโลหิตปรากฏขึ้น! ง้าวมารเสียบทะลุกลางหน้าอกของมัน ตรึงมันไว้กลางอากาศ เคียวคู่ในมือร่วงหล่นลงพื้น
"จะ... เ้า... เ้ารู้ได้ยังไง..." ขุนพลเงาโลหิตกระอักเื มองสุริยันด้วยความไม่อยากเชื่อ "วิชาเงาของข้า... ไร้ผู้ต่อต้าน..."
"วิชาของเ้าก็เหมือนเงา... มีแต่รูปลักษณ์ แต่ไร้ซึ่งแก่นสาร" สุริยันกล่าวสอนด้วยน้ำเสียงเ็า "ต่อหน้าดวงตาของข้า ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นได้"
สุริยันบิดด้ามง้าว
"และตอนนี้... จงมาเป็บันไดให้ข้าก้าวขึ้นไปอีกขั้น"
"จงกลืนกิน!"
วิ้งงงงง!
ง้าวมารอสูรส่งเสียงคำรามด้วยความปิติยินดีถึงขีดสุด! พลังตบะระดับ สามร้อยมหายุค อันมหาศาลของแม่ทัพปีศาจ ถูกสูบฉีดผ่านด้ามง้าวเข้าสู่ร่างของสุริยันราวกับเขื่อนแตก!
มันมากเกินไป! มากจนร่างกายของสุริยันเริ่มปริแตก มีแสงสีทองพุ่งออกมาจากรอยแยกของิั!
"อึก!..." สุริยันกัดฟันแน่น ความเ็ปจากการรับพลังที่มากเกินขีดจำกัดแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่เขาไม่ยอมปล่อยมือ เขาโคจรเคล็ดวิชาจักรพรรดิเอกภพเพื่อข่มพลังนั้นไว้
"ย่อยสลาย! ผสาน! ทะลวง!"
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงะเิดังขึ้นภายในร่างของสุริยัน
จากสิบห้ามหายุค...
ยี่สิบ...
สามสิบ...
...ห้าสิบ...
...หนึ่งร้อย...
พลังของเขาพุ่งทะยานไม่หยุดยั้ง! จนกระทั่งร่างของขุนพลเงาโลหิตกลายเป็ซากแห้งกรังและสลายไป
ระดับพลังของสุริยันหยุดนิ่งที่... "หนึ่งร้อยห้าสิบมหายุค (หนึ่งหมื่นห้าพันล้านปี)"!
ก้าวเข้าสู่ "เทพ์ ชั้นกลาง" อย่างสมบูรณ์!
สุริยันยืนหอบหายใจ ร่างกายที่ปริแตกสมานตัวเข้าหากัน ผิวพรรณดูแข็งแกร่งขึ้นราวกับสร้างจากโลหะศักดิ์สิทธิ์ ผมสีดำยาวสลวยปลิวไสวไปตามแรงลมปราณที่หมุนวนรอบตัว
ทั้งสนามประลองเงียบกริบ อสุรานับแสนตนมองดูภาพตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวจนลืมหายใจ แม่ทัพมือขวาผู้ยิ่งใหญ่... ถูกมนุษย์ฆ่าตายในกระบวนท่าเดียว!
สุริยันเงยหน้ามองขึ้นไปบนยอดเขาโครงกระดูก ที่ซึ่งมีปราสาทสีดำตั้งตระหง่านอยู่
เขาชูง้าวมารขึ้นฟ้า ชี้ไปที่ปราสาทนั้น แล้วะโก้องด้วยเสียงที่สั่นะเื์และปฐี
"อสุราทมิฬ!! ไสหัวออกมา!!"
"ข้า อัศวเทพ สุริยัน มาทวงบ่อโลหิตของข้าคืนแล้ว! หากไม่ออกมา ข้าจะรื้อปราสาทเ้าให้ลงมากองกับพื้นเดี๋ยวนี้!!"
เสียงประกาศศักดาของทรราชย์หนุ่ม ดังก้องกังวานไปทั่วแดนชำระบาป เป็สัญญาณแห่งาครั้งสุดท้ายที่จะเปลี่ยนเ้าของบัลลังก์แห่งความตาย!
(จบตอนที่ 12)