บทที่ 21 เจียงเสวี่ยเกือบเผยความจริง
ความตื่นตระหนกฉายวาบในดวงตาของเจียงเสวี่ย ก่อนเธอจะรีบปฏิเสธ "ฉันเปล่า ตอนนั้นฉันเพิ่งลงมา ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเด็กคนนั้นถึงไปที่นั่นได้"
เจียงหว่านขัดจังหวะการโต้เถียงของเธอด้วยด้วยเสียงเย้ยหยัน "คิดว่าฉันจะเชื่ออย่างนั้นเหรอ?"
“ถ้าอยากจะสร้างเื่ไร้สาระขึ้นมา ก็สร้างให้มันดี ๆ หน่อยสิ!”
"เด็กอายุสามขวบอาจพูดไม่ได้ แต่เจียงเสวี่ย เธอทำแบบนี้ไม่กลัว์ลงโทษบ้างเหรอ?"
"เธอก็เป็ผู้หญิงคนนึง และในอนาคตเธอเองก็จะมีลูกเหมือนกัน!"
“เธอจะไม่รู้สึกเสียใจบ้างเลยเหรอ ถ้าลูกของเธอถูกหลอกให้ตกลงไปในกระทะ?”
เจียงเสวี่ยตื่นตระหนก เธอรีบปกป้องตัวเอง "ฉันไม่ได้ทำ อย่ามาพูดไร้สาระ"
เจียงหว่านไม่ไหวติง พูดต่อ "เจียงเสวี่ย ที่นี่ไม่มีคนอื่นอยู่ แล้วทำไมเธอยังไม่กล้ายอมรับอีก?"
“นี่เธอกล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับงั้นเหรอ!”
เจียงเสวี่ยพูดอย่างไม่พอใจ "อย่ามาพูดไร้สาระ ฉันไม่ได้ทำ!"
เจียงหว่านขึ้นเสียงบ้าง "ถ้าไม่ใช่เธอ แล้วทำไมเธอถึงไม่ช่วยเด็ก? ทั้งที่เธออยู่ใกล้เด็กที่สุด เธอสามารถรุดไปที่นั่นได้ทันเวลา"
"แต่ั้แ่ต้นจนจบ เธอกลับซ่อนตัวและเฝ้าดู กระทั่งหลัวิ่และคนอื่น ๆ วิ่งออกไป เธอก็ยังไม่ทำอะไรสักอย่าง!"
“เื่แบบนี้ มีแต่คนที่เป็ต้นเหตุเท่านั้นแหละที่จะรีบวิ่งหนี เพื่อไม่ให้ใครเจอความผิด”
“เจียงเสวี่ย เธอมันวัวสันหลังหวะ[1]*!”
เจียงเสวี่ยโกรธมาก ดวงตาแดงก่ำจ้องมองไปที่เจียงหว่านอย่างแค้นเคือง ก่อนะโลั่น
“ใช่ ถ้าเป็ฉันแล้วไงล่ะ!”
คำพูดโกรธเกรี้ยวออกมาจากปากของเธอ เธอกำลังจะยอมรับว่าตนเป็คนวางแผนใส่ร้ายอีกฝ่าย แต่จู่ ๆ สายลมก็พัดหวน มุมเสื้อผ้าสีขาวบริสุทธิ์ก็ถูกพัดแกว่งไปมา
มุมของเสื้อผ้านั้นวับแวมผ่านประตูที่แง้มอยู่ครึ่งหนึ่ง
หัวใจของเจียงเสวี่ยเต้นไม่เป็จังหวะ เธอพลันเข้าใจทันทีว่ามีใครบางคนแอบฟังอยู่หลังประตู
รูม่านตาของเธอหดลงทันใด เธอปรับความคิด พลางรีบเปลี่ยนคำพูด
"ใช่ ฉันรู้สึกผิดเพราะเห็นเทียนเทียนปีนกระทะและไม่ได้หยุดเขา แต่ฉันไม่รู้ว่ามีน้ำมันร้อนอยู่ในกระทะ และฉันก็คิดว่าไม่มีใครใช้มัน"
“ฉันไม่รู้ว่ากระทะใบนั้นอันตรายจนกระทั่งเห็นเธอเร่งรีบออกไป แต่ฉันไม่อยากคุยกับเธอ”
“เธอเป็ผู้หญิงบ้าที่ไล่กัดคนไปทั่ว ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเธอคิดใช้เล่ห์กลอะไรอีก”
"อันที่จริงพอฉันรู้ว่าเทียนเทียนเกือบตกลงไปในกระทะฉันเองก็เสียใจ"
“แต่พวกเธอสู้กันไปแล้ว ถ้าฉันเข้าไปพูด เธอจะต้องโกรธมากกว่าเดิมแน่ ๆ และฉันรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ปล่อยให้เทียนเทียนต้องาเ็ ฉันก็เลยจากมา”
เจียงหว่านตะลึง เธอกล้าเดิมพันสุดตัวว่าเื่นี้เจียงเสวี่ยเป็คนวางแผนยุยงอย่างแน่นอน
เมื่อกี้อีกฝ่ายกำลังจะสารภาพแล้ว แต่กลับเปลี่ยนคำพูดกะทันหัน
เจียงหว่านสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เมื่อเห็นดวงตาของเจียงเสวี่ยที่กระจ่างขึ้น เธอก็รู้ว่าไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้แล้ว
แต่ไม่เป็ไร ยังไงก็ได้กำไรนิดหน่อย!
เจียงหว่านพูดต่อ "ได้ ถึงเื่นี้จะไม่เกี่ยวข้องกับเธอ แต่เธอได้เห็นเื่ทั้งหมด เธอรู้ว่าเทียนเทียนปีนกระทะเอง และเธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้คิดลวนลามเด็กสามขวบ"
"แต่พอหลัวิ่ออกมา ทำไมเธอถึงไม่ออกมาอธิบายความจริง!"
เมื่อได้ยิน เจียงเสวี่ยก็หัวเราะทันที "ทำไมฉันต้องไปอธิบาย?"
“พวกเราเป็อะไรกัน? เธอเป็ใครสำหรับฉัน!”
“อีกอย่าง ก็ไม่มีใครมาถามฉันว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่ถามทำไมฉันต้องพูดด้วย!”
เจียงหว่านหัวเราะอย่างโกรธเกรี้ยว เธอพยักหน้าพลางเหยียดยิ้ม ทันใดนั้นก็ก้าวไปข้างหน้าและตบอีกฝ่าย
เพี๊ยะ!
เสียงตบดังก้องไปทั่วห้อง ส่วนเจียงเสวี่ยที่ถูกตบก็รู้สึกงุนงงมาก
“นังบ้า แกกล้าดียังไงมาตบฉัน!” หลังจากรู้ตัว เจียงเสวี่ยก็ะโใส่เจียงหว่านทันที
……
เจียงหว่านเยาะเย้ย "ฉันไม่ได้กล้าอะไร ฉันแค่้าจะตบเธอ ไม่มีเหตุผลทั้งนั้น!"
หลังจากพูดจบ เธอก็คว้าคอเสื้อเจียงเสวี่ยและเริ่มทุบตีอีกฝ่ายต่อ
เจียงเสวี่ยอ่อนแอมากจนไม่สามารถตอบโต้อีกฝ่ายได้ สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือปิดหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้เสียโฉม
"อ๊า ช่วยด้วย! นังหมีั์บ้าไปแล้ว ช่วยด้วย!"
เจียงเสวี่ยปิดหน้าของเธอพลางะโอย่างบ้าคลั่ง
ส่วนเจียงหว่านไม่พูดไม่จา เมื่อเห็นว่ามองไม่เห็นหน้าอีกฝ่าย เธอจึงทำเพียงปล่อยหมัดตรงชกไปที่หลัง
เจียงเสวี่ยถูกทุบตีจนร้องไห้หาพ่อแม่ ทั้งยังกรีดร้องครั้งแล้วครั้งเล่า
นอกประตู สะใภ้เฉินกับหลัวิ่มองหน้ากัน
"เราควรเข้าไปหยุดมันไหม?” สะใภ้เฉินถามอย่างลังเล
ในความเป็จริงเธอไม่้าเข้าไป เธอไม่พอใจเจียงเสวี่ยมานานแล้ว เพราะครั้งล่าสุดที่มีคนขว้างกระถางดอกไม้ลงมา นั่นน่าจะเป็ฝีมือเจียงเสวี่ยเช่นกัน แต่เธอไม่มีหลักฐาน
นอกจากนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจียงเสวี่ยหว่านเมล็ดของความบาดหมาง
หลัวิ่แค่นเสียงแล้วหันหน้าหนี "เธออยากช่วยก็ไปเองสิ ทำไมฉันต้องไปช่วยด้วย!"
หลังจากพูดจบ เธอก็หันหลังและจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
แม้ว่าเธอจะไม่ได้ถามเทียนเทียนว่าทำไมถึงไปปีนกระทะได้ แต่เธอก็เข้าใจสิ่งหนึ่ง
เจียงหว่านพูดความจริง ลูกชายของเธอปีนกระทะด้วยตัวเอง แต่ก็เป็ความจริงที่เจียงเสวี่ยได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
แม้ว่าเจียงหว่านจะน่าโมโห แต่ความเฉยเมยของเจียงเสวี่ยก็ทำให้เธอไม่พอใจมาก
แค่เธอไม่เข้าไปเอาเื่อีกฝ่ายก็ดีแล้ว ให้ไปช่วยเหรอ? ฝันไปเถอะ!
ด้านสะใภ้เฉินกับหลัวิ่จากไปแล้ว ส่วนทางเจียงหว่านในห้องก็ไม่ได้สนุกต่อ
เพราะเจียงเฉิงกลับมาพอดี
เมื่อเจียงเฉิงเดินเข้าประตูไป แล้วเห็นน้องสาวถูกทุบตี ปฏิกิริยาแรกของเขาคือตกตะลึง เขาหยุดชะงักอยู่นานก่อนที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อดึงทั้งสองแยกออกจากกัน
ยังไงทั้งคู่ต่างก็เป็ผู้หญิง ต่อให้เขาและเจียงเสวี่ยจะเป็พี่น้องกัน ก็ไม่ใช่เื่สำคัญที่จะเข้าข้างเธอ แต่พอเจียงเฉิงดึงเจียงเสวี่ยออกมา เจียงหว่านก็ยังคงตามมาทุบตีต่อ
มือที่ยื่นออกไปของเจียงเฉิงแข็งค้าง ก่อนจะคิดได้ว่าคงต้องหันไปขอให้เฉียวเหลียนเฉิงช่วยอย่างจนใจ
ตอนเจียงเฉิงเข้าห้องไป ทางเฉียวเหลียนเฉิงก็กำลังฟังรายงานของผิงอันด้วยใบหน้าที่มืดมนลงเรื่อย ๆ
ผิงอันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก แต่เขารู้ว่าตอนนั้นเจียงหว่านโต้เถียงกับคนข้างนอกและต่อสู้กัน
"ผมด่าเธอตอนเข้ามาในห้อง และเธอก็โกรธมากจนทำชามแตก"
“พ่อครับ ชามในบ้านของเราทั้งสามใบแตกหมดแล้ว” ผิงอันดูโกรธจัด
เฉียวเหลียนเฉิงขมวดคิ้วและไม่พูดอะไร แม้ว่าจะอยู่ด้วยกันไม่นาน แต่เขารู้ว่าเจียงหว่านไม่ใช่คนที่จะอยู่ดี ๆ ก็ไปสร้างปัญหา
แต่มักเป็ปัญหาที่เข้ามาหาเธอต่างหาก!
ถ้ามีคนยั่วยุเธอ เธอจะจัดการอีกฝ่ายจนต้องตั้งคำถามกับชีวิตอย่างแน่นอน
ดังนั้น คำพูดเพียงด้านเดียวของผิงอันจึงไม่สามารถเชื่อถือได้
ในเวลานั้นเอง เจียงเฉิงรีบออกมาเรียก
“เฉียวเหลียนเฉิง ไปดูภรรยาของนายเร็ว เธอกำลังทุบตีน้องสาวของฉันอยู่เนี่ย!”
เฉียวเหลียนเฉิงรีบเข้าไปดู
เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปยังบ้านเจียง เขาก็เห็นเจียงเสวี่ยถูกเจียงหว่านคร่อมอยู่ที่พื้น
เฉียวเหลียนเฉิงรีบะโ "เจียงหว่าน พอแล้ว หยุด!"
เจียงหว่านเพิกเฉยและทุบตีต่อไป
เดิมทีเจียงเสวี่ยปกปิดใบหน้าของเธอ และสาปแช่งด้วยความโกรธ
แต่เมื่อได้ยินเสียงเฉียวเหลียนเฉิง เธอก็ปล่อยน้ำตาไหล และเอามือที่ปิดหน้าออกทันที
“อ๊า พี่เฉียว ช่วยฉันด้วย ฉัน…ฉันจะโดนเธอทุบตายแล้ว ช่วยฉันด้วย!”
เจียงเสวี่ยร้องไห้อย่างน่าเวทนา แต่เจียงหว่านไม่สนใจ จับใบหน้าเธอและตบเต็มแรง
หลังจากตบไปไม่กี่ครั้ง ใบหน้าของเจียงเสวี่ยก็เปลี่ยนเป็สีแดงและบวมขึ้นทันที
เฉียวเหลียนเฉิงคิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะพูดห้าม เขาจึงก้าวไปข้างหน้าและคว้าข้อมือของเจียงหว่านไว้
แต่เจียงหว่านยังไม่หยุด เมื่อมือหนึ่งถูกคว้า ก็ใช้มืออีกข้างตบ
พอมือทั้งสองถูกคว้า ก็ใช้เท้าเตะแทน
ด้วยความจนใจ เฉียวเหลียนเฉิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากก้าวไปข้างหน้า กอดเจียงหว่านไว้และลากตัวออกมา
ถึงกระนั้น เจียงหว่านก็ยังดิ้นและพยายามพุ่งออกไป เพื่อใช้โอกาสนี้ตบเจียงเสวี่ยอีกสองสามครั้ง
[1] วัวสันหลังหวะ หมายถึง คนที่มีความผิดติดตัวทําให้คอยหวาดระแวงวัวสันหลังขาด