ตอนที่ 1 ตื่นมาก็(ดับ)อนาถ
หลังจากงานคอนเสิร์ตจบลง...
รถตู้วีไอพีของทางค่ายขับมาส่งนางฟ้าที่คอนโดหรูใจกลางเมืองพร้อมกับทีมงานและวิกกี้ตามปกติ แต่นางฟ้าที่กำลังอะดรีนาลีนฉีดพล่านจากความสำเร็จ กลับไม่ยอมขึ้นห้องไปนอนง่ายๆ เธอโบกมือลาวิกกี้ที่หน้าล็อบบี้ อ้างว่าจะขึ้นไปพักผ่อน แต่พอรถตู้ลับสายตาไป เธอกลับกดลิฟต์ลงไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดิน แทนที่จะเป็ห้องพัก
เธอเดินตรงไปที่รถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูสีแดงเพลิงที่จอดนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางแสงไฟสลัว
“คืนนี้มันต้องฉลองคนเดียวให้สุดเหวี่ยงหน่อยสิ!”
นางฟ้าพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่ง เธอสตาร์ทเครื่องยนต์เสียงดังกระหึ่ม ก่อนจะพุ่งรถออกสู่ท้องถนนยามวิกาลเพียงลำพัง โดยไม่ได้ฟังคำเตือนที่วิกกี้เคยพูดไว้ที่ลานจอดรถงานอีเวนต์เลยแม้แต่นิดเดียว
เวลา 01:15 น. บนถนนไฮเวย์สายเปลี่ยวที่ทอดยาวตัดผ่านชานเมือง
รถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูสีแดงเพลิง แบรนด์ยุโรปราคาเหยียบแปดหลัก กำลังพุ่งทะยานแหวกความมืดมิดของยามวิกาลด้วยความเร็วที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังเริงร่า
หลังพวงมาลัยหุ้มหนังอัลคันทารา คือ ‘นางฟ้า’ ไอดอลสาวอันดับหนึ่งของประเทศ เธอเพิ่งส่งวิกกี้กลับบ้านไปพักผ่อน ส่วนตัวเองขอขับรถกินลมชมวิวเพื่อฉลองความสำเร็จของคอนเสิร์ตใหญ่ค่ำคืนนี้ หญิงสาวอยู่ในชุดเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์แบรนด์เนมตัวเก่งกับกางเกงยีนส์ขาสั้น เธอกระทืบคันเร่งด้วยความมั่นใจเกินร้อย ใบหน้าสวยจัดสุดเพอเฟคปะทะกับสายลมเย็นเยียบยามดึก ดวงตากลมโตคู่สวยสะท้อนแสงไฟจากหน้าปัดรถยนต์เป็ประกายวาววับ
“Cause I’m a queen, and you know it! (เพราะฉันคือราชินี และพวกเธอก็รู้ดี!)”
นางฟ้าร้องะโคลอไปกับเพลงฮิตของตัวเองที่เปิดกระหึ่มลั่นรถ มือซ้ายเคาะจังหวะไปกับพวงมาลัยอย่างอารมณ์ดี ชีวิตของเธอกำลังอยู่ในจุดสูงสุด พรุ่งนี้เธอจะกลายเป็ศิลปินเดี่ยว ทุกคนจะต้องสยบแทบเท้า โลกทั้งใบคือเวทีของเธอ!
แต่ในขณะที่รถสปอร์ตกำลังพุ่งเข้าสู่่ทางโค้งหักศอกที่ขึ้นชื่อเื่ความอันตราย...บรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน
วูบ...
อากาศที่เคยเย็นสบายจากการขับรถรับลม จู่ๆ ก็ลดฮวบลงจนหนาวเหน็บทะลุเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง วิทยุที่กำลังเปิดเพลงแดนซ์สนุกสนาน ดับพรึ่บ! กลายเป็เสียงคลื่นแทรกซ่าดังก้องสะท้อนในหู...ซ่า...ซ่า และท่ามกลางเสียงคลื่นแทรกนั้น นางฟ้าสาบานได้ว่าเธอได้ยินเสียงกระซิบแหบพร่าของคนนับร้อย ไม่สิ นับพันคน! ดังสอดประสานกันเป็บทสวดสาปแช่งที่ฟังไม่ได้ศัพท์
“ไปลงนรกซะ...”
“นังเด็กปากดี...คืนนี้มึงตาย...”
“ปากดีนักใช่มั้ย...เดี๋ยวมึงลองเจอดีซะบ้าง...”
“โอ๊ย! อะไรเนี่ย! คลื่นแทรกเหรอ! รถคันตั้งหลายสิบล้าน เครื่องเสียงพังรึไงฮะ!” นางฟ้าสบถอย่างหัวเสีย มือเรียวเอื้อมไปตบหน้าปัดวิทยุดังป้าบ หงุดหงิดที่อารมณ์สุนทรีย์ถูกขัดจังหวะ
แต่จังหวะที่เธอละสายตาจากถนนเพียงเสี้ยววินาที และเงยหน้าขึ้นมองทางโค้งข้างหน้า...
เงาดำทะมึนนับร้อยร่าง!
ร่างโปร่งแสงที่เต็มไปด้วยาแ ใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาแดงก่ำ ยืนเรียงหน้ากระดานปิดกั้นถนนทางโค้งเอาไว้มิดชิด! พวกมันไม่ได้ยืนเฉยๆ แต่กำลังแสยะยิ้มกว้างจนถึงใบหู และพร้อมใจกันชี้นิ้วมาที่รถสปอร์ตสีแดงของเธอ!
“เฮ้ยยยยยยยยยย!”
นางฟ้าเบิกตากว้างจนแทบถลน สัญชาตญาณสั่งให้เธอกระทืบเบรกจนมิดเท้าและหักพวงมาลัยหลบอย่างสุดแรงเกิด!
เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดด! โครมมมมมมมม!!
เสียงยางบดขยี้กับพื้นถนนดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงเหล็กราคาแพงกระแทกเข้ากับแบริเออร์คอนกรีตกั้นทางโค้งอย่างรุนแรง รถสปอร์ตสีแดงเหินขึ้นไปในอากาศ หมุนคว้างราวกับของเล่นเด็ก ก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นถนนและพลิกคว่ำหลายตลบ เศษกระจกแตกกระจาย ปลิวว่อนไปทั่วบริเวณราวกับหิมะสีเื ถุงลมนิรภัยทำงานกระแทกเข้าที่ใบหน้าของเธออย่างจัง
ความเ็ปพุ่งทะลุขีดจำกัดเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงสู่ความมืดมิด
กลิ่นเหม็นไหม้ของยางรถยนต์และกลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“อูย...เจ็บชะมัด...รถฉัน...ประกันชั้นหนึ่งจะครอบคลุมไหมเนี่ย...”
นางฟ้าพึมพำเบาๆ เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความมึนงง รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนพื้นถนนยางมะตอยเย็นเฉียบ เธอสะบัดศีรษะแรงๆ ตรวจสอบร่างกายตัวเอง แขน ขา หน้าตา...ทุกอย่างยังอยู่ครบ ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน หรือรอยเืสักหยด เสื้อผ้าแบรนด์เนมก็ยังสะอาดสะอ้านเหมือนเพิ่งแกะออกมาจากไม้แขวน
“ฟู่...รอดตายปาฏิหาริย์ แม่เ้าโว้ย แต้มบุญฉันสูงจริงๆ” นางฟ้ายกมือขึ้นทาบอก ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะหันไปมองสภาพรถตัวเอง
และสิ่งที่เธอเห็น...ทำเอาหัวใจที่เพิ่งโล่งอกเมื่อครู่ ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
รถสปอร์ตสีแดงคันงาม ตอนนี้สภาพไม่ต่างจากเศษเหล็กที่ถูกเครื่องบดขยี้ มันพังยับเยินจนจำเค้าเดิมไม่ได้ ไฟหน้ารถยังคงกะพริบวิบวับ ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากฝากระโปรงหน้ารถ แต่ที่น่าสยดสยองที่สุดคือ...
ท่ามกลางซากรถที่พังยับเยิน มีร่างของผู้หญิงคนหนึ่งติดคาอยู่ตรงเบาะคนขับ ร่างนั้นโชกไปด้วยเื ศีรษะพาดห้อยลงมาด้านข้าง แขนขาพับงอผิดรูปอย่างน่ากลัว...
เส้นผมสีน้ำตาลประกายทอง...เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์แบรนด์เนม...กางเกงยีนส์ขาสั้น...
“นั่นมัน...ชุดที่ฉันใส่นี่...” นางฟ้าเบิกตากว้าง ปากคอแห้งผาก ก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ “เดี๋ยว...เดี๋ยวสิ! ถ้ายัยนั่นใส่ชุดเหมือนฉัน...แล้ว...แล้วฉันเป็ใครล่ะวะ!”
เสียงไซเรนรถพยาบาลและรถตำรวจดังแหวกความเงียบของยามค่ำคืนเข้ามาอย่างรวดเร็ว แสงไฟสีแดงน้ำเงินวูบวาบสาดส่องไปทั่วบริเวณ เ้าหน้าที่กู้ภัยหลายนายะโลงจากรถและวิ่งตรงเข้าไปที่ซากรถสปอร์ตทันที
“มีผู้าเ็ติดอยู่ในรถครับ! อาการสาหัส! ชีพจรเต้นอ่อนมาก! ขอด่วนเลยครับ!” เ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่งะโลั่น
“เฮ้ย! พวกคุณ! ฉันอยู่นี่! ฉันปลอดภัยดี! ไม่ต้องไปงัดซากรถ ยัยนั่นเป็ใครก็ไม่รู้!” นางฟ้ารีบวิ่งเข้าไปหาเ้าหน้าที่กู้ภัยที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด เธอเอื้อมมือไปตบไหล่เขาเพื่อเรียกความสนใจ
ฟุ่บ...
มือเรียวสวยของเธอ ทะลุผ่านหัวไหล่ของเ้าหน้าที่กู้ภัยไปอย่างง่ายดาย ราวกับคว้าได้เพียงอากาศธาตุ!
นางฟ้าชะงักกึก ชักมือกลับมามองด้วยความตกตะลึง เธอสลับสายตามองมือตัวเอง กับแผ่นหลังของเ้าหน้าที่ที่เพิ่งเอื้อมมือทะลุผ่านไปเมื่อครู่
“ดะ...เดี๋ยวสิ...นี่มันรายการซ่อนกล้องใช่ไหม! รายการแกล้งดาราใช่ไหม! ออกมาเลยนะ! ฉันรู้ทันหรอกย่ะ! แหม...ลงทุนสร้างรถปลอม ซีจีคนตาย ซีจีมือทะลุตัวได้ โคตรลงทุนเลย! ฉันให้ผ่าน!” เธอยังคงฝืนหัวเราะแห้งๆ ะโลั่นถนน แต่กลับไม่มีเ้าหน้าที่คนไหนหันมามองเธอเลยสักคน ทุกคนวิ่งทะลุร่างเธอไปมาราวกับเธอเป็เพียงธาตุอากาศ
เ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่างงัดประตูรถออก และค่อยๆ ประคองร่างที่โชกเืนั้นออกมาวางบนเปลพยาบาล แสงไฟส่องสว่างกระทบใบหน้าของผู้าเ็ชัดเจน...
ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ จมูกโด่งรั้น...แม้จะเปรอะเปื้อนไปด้วยเืและรอยแผล แต่ไม่มีทางที่เธอจะจำตัวเองไม่ได้
นั่นคือตัวเธอ...นางฟ้า...ตัวเป็ๆ (ที่กำลังจะตาย) นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงนั้น!
“มะ...ไม่จริง...ไม่จริงใช่ไหม...” ขาทั้งสองข้างของนางฟ้าอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นถนน เธอจ้องมองร่างของตัวเองที่ถูกหามขึ้นรถพยาบาลไปต่อหน้าต่อตา เสียงไซเรนค่อยๆ ห่างออกไป ทิ้งเธอไว้กับซากรถและความเงียบงัน
“ฉันตายแล้วเหรอ...เป็ไปไม่ได้! ฉันเพิ่งอายุ 26! ฉันกำลังดัง! ฉันมีเงินเก็บสามร้อยล้าน! ฉันยังไม่ได้ใช้เงินเลยนะโว้ยยยย!”
นางฟ้ากรีดร้องลั่นถนน น้ำตาที่ควรจะไหลกลับไม่มีสักหยด เพราะเธอไม่มีร่างกายเนื้อให้สร้างน้ำตาอีกต่อไป เธอฟูมฟาย ทุบพื้นถนนอย่างบ้าคลั่ง สติสัมปชัญญะที่เคยมีแตกกระเจิง นี่มันเื่บ้าอะไรกัน! ไอดอลสาวที่กำลังจะเปล่งประกายที่สุดในยุค กลับต้องมาตายอนาถข้างถนนแบบนี้เนี่ยนะ!
“ฮ่าๆๆๆๆ ดูสภาพมันสิ พวกเรา!”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยแหลมเล็กดังขึ้นจากด้านหลัง ท่ามกลางความมืดมิดที่ว่างเปล่า
นางฟ้าสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปตามเสียง ทันใดนั้น บรรยากาศรอบข้างก็เปลี่ยนไป ถนนไฮเวย์ที่เคยว่างเปล่า จู่ๆ ก็คลาคล่ำไปด้วย...ผี!
ใช่! ผีจริงๆ! ผีนับร้อยนับพันตนยืนล้อมวงดูเธออยู่ ราวกับกำลังชมมหรสพชั้นดี!
มีั้แ่ผีคุณลุงหัวขาดที่หิ้วหัวตัวเองไว้ในมือ ผีสาวชุดไทยที่หน้าตาเละเทะ ผีเด็กตัวเขียวปัดที่กำลังดูดนิ้ว ผีวัยรุ่นเสื้อยืดเปื้อนเื ทุกตนมีสภาพแตกต่างกันไป แต่สิ่งเดียวที่เหมือนกันคือ สายตาที่มองมาที่นางฟ้า มันคือสายตาของความสะใจและเกลียดชังอย่างหาที่สุดไม่ได้
ผีบางตนถึงกับถือถุงป๊อปคอร์นเคี้ยวกร้วมๆ พลางชี้หน้าด่าเธอ
“เป็ไงล่ะจ๊ะ แม่ไอดอลคนสวย! ปากดีนักไม่ใช่เหรอ! ด่าพวกกูให้ไปลงนรก วันนี้มึงได้ลงมาอยู่ระดับเดียวกับพวกกูแล้วนะเว้ย!” ผีเด็กแว้นคอหักะโเยาะเย้ย
“ใช่! ตอนมีชีวิตอยู่ด่าพวกฉันปาวๆ หาว่าพวกฉันไร้คลาส ไร้ประโยชน์ เป็สัมภเวสีเร่ร่อน! แล้วตอนนี้แกเป็อะไรฮะ! แกก็คือสัมภเวสีเร่ร่อนหน้าใหม่เหมือนกันนั่นแหละ นังเด็กเมื่อวานซืน!” ผีป้าแก่ๆ ที่หน้าเละไปครึ่งซีกผสมโรงด่าฉอดๆ
นางฟ้าอ้าปากค้าง มองดูเหล่าิญญาที่รุมด่าเธอฉอดๆ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอเพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนี้เองว่า โลกผีแม่งโคตรเหมือนโลกมนุษย์! มีการจับกลุ่ม มีการนินทา และที่สำคัญ...ผีก็มีหัวใจ! และพวกมันกำลังโกรธแค้นเธอขั้นสุด!
ด้วยความที่เป็คนหยิ่งทะนงและไม่ยอมแพ้ใคร นางฟ้าจึงผุดลุกขึ้นยืน ชี้หน้าด่ากราดกลับไปทันที
“หนอย...พวกผีชั้นต่ำ! กล้าดียังไงมาเยาะเย้ยฉันฮะ! ฉันคือนางฟ้านะเว้ย! ถึงฉันจะเป็ผี ฉันก็เป็ผีระดับซูเปอร์สตาร์! พวกแกนั่นแหละที่รวมหัวกันมาแกล้งฉันใช่ไหม! ไอ้พวกไม่มีอะไรทำ! ว่างมากนักก็ไปเกิดใหม่สิยะ จะมาสิงสถิตอยู่ทำไมให้หนักแผ่นดินโลกิญญา!”
นางฟ้าตะเบ็งเสียงด่าจนสุดหลอดลม กะว่างานนี้ต้องมีผีหน้าหงายกันบ้าง
แต่ผิดคาด...ไม่มีผีตนไหนสะทกสะท้านเลยสักนิด
“โอ๊ยยย รำคาญเสียงแหลมๆ ของมันว่ะ ปล่อยมันบ้าไปคนเดียวเถอะพวกเรา แช่งมันจนมันรถคว่ำสะใจแล้ว แยกย้ายๆ ไปหาศาลพระภูมิใหม่สิงดีกว่า” ผีคุณลุงหัวขาดบ่นพึมพำ ก่อนจะหิ้วหัวตัวเองเดินทะลุกำแพงหายไป
“นั่นดิ นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็เก่งแต่ปากตอนมีชีวิต พอตายมาก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอก แบร่!” ผีเด็กตัวเขียวแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ ก่อนจะวิ่งหายไปในความมืด
ิญญานับร้อยที่เคยล้อมรอบตัวเธอ ค่อยๆ สลายตัวหายวับไปทีละตน สองตน ไม่มีใครโต้เถียง ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครให้ความสำคัญกับคำด่าทอของเธออีกต่อไป...ในโลกหลังความตาย ชื่อเสียง ความรวย หรือความสวยที่เธอเคยภูมิใจ มันไร้ค่าพอๆ กับฝุ่นผง
นางฟ้าพยายามจะวิ่งตามไปกระชากคอเสื้อผีวัยรุ่นตนหนึ่งมาด่าต่อ แต่เธอก็คว้าได้เพียงอากาศ
“นี่! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ! ฉันยังด่าไม่จบ! ใครอนุญาตให้พวกแกเมินฉันฮะ! กลับมาฟังฉันเดี๋ยวนี้!”
เธอะโสุดเสียง...แต่ความเงียบคือคำตอบเดียวที่เธอได้รับ ถนนไฮเวย์กลับมาอ้างว้างอีกครั้ง มีเพียงซากรถสปอร์ตสีแดงที่ยับเยินเป็เพื่อนร่วมชะตากรรม
นางฟ้ายืนเคว้งคว้างอยู่กลางถนน แขนทั้งสองข้างตกลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ค่อยๆ มลายหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิต...ความโดดเดี่ยว และความสิ้นหวัง
เธอทรุดตัวลงนั่งยองๆ กอดเข่าตัวเองอยู่ริมถนน ภาพในอดีตเริ่มไหลย้อนกลับมาในหัวราวกับฉายหนังซ้ำ
‘ไงล่ะ ถ้ามีจริงก็ออกมาเจอสิ! หลอกชาวบ้าน ทำร้ายชาวบ้าน ก็สมควรตกนรก!’
‘ผีก็แค่พวกขี้แพ้ที่ตายแล้วไม่ยอมไปผุดไปเกิด!’
‘รำคาญ! อย่ามาทำเสียงหลอนแถวนี้ ไปไกลๆ เลยไป๊!’
คำพูดร้ายกาจที่เธอเคยพ่นใส่ความว่างเปล่าด้วยความคึกคะนอง เพียงเพราะคิดว่า ‘ผีไม่มีจริง’ บัดนี้มันย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเธอเอง เธอเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่า ทำไมผีทั้งโลกถึงเกลียดเธอ ทำไมพวกมันถึงยอมรวมพลังกันสาปแช่งให้เธอต้องมาพบจุดจบแบบนี้
ผีก็เคยเป็คน ผีก็มีความรู้สึก ผีก็เ็ปเป็เวลาโดนดูถูกเหยียดหยาม
“ฮึก...อะไรกันเนี่ย...” นางฟ้าซบหน้าลงกับหัวเข่า เสียงสะอื้นหลุดลอดออกมาจากลำคอ “เมื่อชั่วโมงที่แล้ว...ฉันยังมีแฟนคลับเป็หมื่นคนะโเรียกชื่อฉันอยู่เลย...ฉันมีแสงไฟส่องสว่าง...ฉันมีทุกอย่าง...”
เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดสนิท ไม่มีแม้แต่แสงดาว
“แต่ตอนนี้ ไม่มีใครสนใจฉันเลยมโดนเกลียดมโดนเกลียดทั้งโลกผีเลยเหรอเนี่ย...”
จากไอดอลสาวที่ทุกคนบนโลกรักและเทิดทูน พลิกผันกลายมาเป็ผีหน้าใหม่ที่โดนสังคมิญญาแบนและรังเกียจที่สุดในประวัติศาสตร์
บทเรียนแรกของโลกหลังความตายช่างแสนสาหัส นางฟ้าได้แต่กอดตัวเองแน่นขึ้น ท่ามกลางความเหน็บหนาวของโลกิญญาที่ไม่มีใครเหลียวแล...แม้แต่ผีด้วยกันเอง