กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง
เสียงกระดิ่งของรถจักรยานสีแดงที่ถูกขี่โดยร่างบางของผู้ที่สวมชุดฮูดกับกางเกงวอมสีดำ รองเท้าผ้าใบลายกระโหลกที่สวมใส่ปั่นจักรยานอยู่นั้นก็ดูท่าจะเก่าไปไม่น้อย แต่เพราะมันเป็ของขวัญชิ้นแรกที่ปะป๊าของเธอเป็คนซื้อให้ เมษาจึงใส่มันมาตลอดต่อให้แม้ว่ามันจะมีรอยปะที่เกิดจากการฉีกขาดไปบ้างเล็กน้อยก็ตาม
ร่างบางในชุดฮูดสีดำปั่นจักรยานไปจอดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ก่อนที่จะดึงยางมัดผมสีดำจากข้อมือไปมัดผมที่อยู่กลางหัวซึ่งปล่อยไว้ยาวแล้วทำเป็ทรงหางม้า เผยให้เห็นรอยแกะสลักซึ่งกันเป็รูปดอกกุหลาบที่อยู่ข้างขมับทั้งสองข้าง ซึ่งก่อนหน้านั้นถูกตัดเกรียนเพื่อจะทำให้รูปกุหลาบนั้นเด่นชัดขึ้น
ขอบอกเลยว่าเธอภูมิใจกับทรงผมนี่เป็อย่างมาก กะไว้ว่าตอนอายุ 16 เธอจะต้องตัดทรงผมนี้ให้ได้ และแล้วเมษาคนนี้ก็ทำสำเร็จ ถึงแม้ว่ามันจะเป็ทรงผมขัดใจแม่ก็ตามเถอะ เท่มั้ยล่ะเท่เนอะ เอาเป็ว่าปัดเื่ทรงผมนี้ไปก่อนก็แล้วกัน ตอนนี้เป็่เวลา 6 โมง ก็ถือว่ายังคงเช้าอยู่บรรยากาศที่ดูจะหนาวหน่อยๆบวกกับมีหมอกลงเล็กน้อยทำให้รู้สึกคัดจมูกขึ้นมาตะหงิดๆ
อยากจะกลับไปนอนที่บ้านจังเลยน๊า แต่ก็ทำได้แค่คิดเพราะว่าเมษาคนนี้ไม่ได้เกิดมาในตระกูลผู้มีอันจะกินหรือเศรษฐีแต่อย่างใด แต่เธอเกิดมาในครอบครัวธรรมดาที่หาเช้ากินค่ำ พอจะมีอาหารให้กินสามมื้อไม่ได้กินหรูหราหมาเห่า และในแต่ละมื้อนั้น ไม่ไข่เจียว ก็ ปลากระป๋อง มันจะวนเวียนไปแบบนั้นในสามมื้อ
ฐานะทางการเงินก็ไม่ได้ถึงกับจน จนไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ แต่ก็ไม่ได้มีเงินที่จะเหลือพอไปซื้อเนื้อวัวมากินซักมื้อก็แค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นเธอจึงต้องหาเงินเพื่อเป็ค่าขนมให้กับตัวเอง โดยงานแรกที่ทำอยู่ตอนนี้ก็คือ การส่งนมกับหนังสือพิมพ์ให้เหล่าคุณตาคุณยายตามบ้านพักคนชราน่ะสิ
และบ้านหลังแรกที่เธอมาส่งนั่นก็คือ บ้านของคุณยายสมอน หญิงชราผู้อยู่ในวัย 68 ปี ชีวิตของยายสมอนนั้นก็ถือว่าดราม่าอยู่พอสมควร ลูกชายสุดที่รักกับลูกสะใภ้บอกกับแกว่าจะพาแกมาเที่ยวทะเล ดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน แกรู้สึกมีความสุขเป็อย่างมากที่ลูกชายพาตนเองมาเที่ยว รอยยิ้มนั้นจึงระบายอยู่บนใบหน้าของหญิงชราอย่างหุบไม่มิด
แต่อนิจจาความสุขนั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน หลังจากปล่อยให้คุณยายลงไปนั่งอยู่ตรงม้านั่งแถวชายหาด สองผัวเมียนั่นก็บอกว่าจะขับรถไปซื้ออาหารแล้วนำมากินด้วยกัน แต่ที่ไหนได้พวกมันทั้งสองกลับขับรถหนีไปแล้วทิ้งยายไว้ที่ทะเล แล้วไม่กลับมารับอีกเลย ยายสมอนในตอนนั้นคิดว่าที่ลูกมารับตัวเองช้าอาจจะเกิดอุบัติเหตุก็เป็ได้เดี๋ยวอีกไม่นานเขาจะต้องส่งคนมารับยายกลับบ้านอย่างแน่นอน
แต่ทว่ารอแล้วรอเล่าั้แ่ดวงตะวันส่องหัวจนพลบค่ำ กลับไม่พบวี่แววว่าลูกชายจะมารับตนเองเลย ยายสมอนในเวลานั้นน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ร้องให้สะอึกสะอื้นอย่างหน้าสงสาร และวินาทีนั้นเองหญิงชราในวัย 68 ปี รับรู้ได้ทันทีเลยว่าตนเองนั้นถูกลูกชายทอดทิ้งเสียแล้ว
หัวอกคนเป็แม่แสนเ็ปแต่ก็ยังคงกอดความหวัง เฝ้ารอคอยให้ลูกชายกลับมารับตนเองไปอยู่ด้วยกัน ถึงแม้ว่าความหวังนั้นมันจะแสนริบหรี่ก็ตาม จนกระทั่งปัจจุบันคุณยายสมอนก็ยังคงรอคอยลูกชายมารับอยู่แบบนี้ในทุกๆวัน
ถ้ายัยเมษาคนนี้รู้ว่าบ้านลูกชายยายอยู่ที่ไหนละก็ แม่จะตามไปเผาบ้านให้ชิบหายวายวอดไปข้างนึงเลย ไอ้ลูกเวรทิ้งได้แม้กระทั่งแม่ตัวเองสมควรลงนรกไปซะ อ่าแค่คิดก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดๆซะแล้ว แต่ก็ช่างเถอะทำงานของตัวเองต่อดีกว่า
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณยายสมอนคะ อยู่มั้ยเอ่ย หนูเอานมกับหนังสือพิมพ์มาส่งค่ะ”
“อ้อ ยัยหนูเมษาเองงั้นเรอะ รอแปปนึงนะเดี๋ยวยายมาเปิดประตูให้” หญิงชราในวัย 68 ปี เดินเอื่อยเฉื่อยเนื่องจากเจ็บหัวเข่ามาเปิดประตูให้กับสาวน้อยวัย 16 ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะระบายรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“นี่ค่ะ นมสองขวดกับหนังสือพิมพ์”
“ขอบใจมากจ้ะ หนูเมษา”
“วันนี้ก็ขอให้เป็วันที่ดีสำหรับคุณยายสมอนนะคะ” คุณยายสมอนส่งรอยยิ้มมาให้ก่อนจะตอบกลับ
“วันนี้ก็ขอให้เป็วันที่ดีสำหรับหนู เมษา เช่นกันจ้ะ”
“ถ้างั้นหนูไปก่อนนะคะคุณยาย บ๊ายบาย”
“อ๊ะ เดี๋ยวก่อน” ร่างที่สวมชุดฮูดสีดำหยุดชะงัก ก่อนจะหันไปสบตากับยายสมอน
“มีอะไรงั้นหรือคะ คุณยายสมอน”
“อ่า ยายจะบอกว่าให้หนูขับรถระวังๆหน่อย ่นี้แก๊งเด็กแว๊นมาป้วนเปี้ยนแถวนี้กันเยอะ ยายกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับหนูน่ะ” เมษาฉีกยิ้มก่อนจะชูนิ้วโป้งแล้วชี้มาที่ตนเอง
“ไว้ใจได้เลยค่ะ คนอย่างยัยเมษาคนนี้จะไม่ทำให้ตัวเองเกิดอันตรายอย่างแน่นอน ขอบคุณมากเลยนะคะคุณยายสมอนที่เป็ห่วงหนู ถ้างั้นหนูไปก่อนนะคะ บาย” เมื่อวางใจแล้วยายสมอนจึงเดินกลับเข้าไปในบ้าน
หลังจากทำงานไล่ส่งนมกับหนังสือพิมพ์จนหมด เวลาก็ล่วงเลยไปจน 7.40 แล้ว เมษาได้ค่าแรงจากการส่งนมกับหนังสือพิมพ์มา 200 บาท เธอเก็บ 100 บาทหยอดกระปุกไว้เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน ส่วนอีก 100 บาทนั้นนำไปใช้เป็ค่าขนมไปโรงเรียนของตัวเอง
และวันนี้ก็เป็วันแรกที่เธอจะต้องเข้าเรียนชั้นมัธยมปลายปี1 ที่นี่ไม่เรียก ม.4 ม.5 ม.6 แต่เรียก ปี1,2,3 แทน เมษากลับบ้านไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปโรงเรียน ส่วนชุดที่เธอใส่นั้นก็ยังคงเป็ชุดฮูดสีดำเมื่อตอนส่งนม แต่เปลี่ยนกางเกงเป็ กางเกงยีนสีดำซึ่งมีรอยขาดตรงหัวเข่าและก็ยังคงสวมรองเท้าผ้าใบรูปหัวกระโหลกมอมแมมนั่นเช่นเดิม
วันนี้เธอรู้สึกคัดจมูกและดูเหมือนจะเป็หวัด เลยหยิบแมสสีดำในกล่องมาสวมใส่ปกปิดจมูกและกันจามใส่คนอื่น ในชีวิตที่แล้วการเป็โควิดนั้นมันไม่ใช่เื่ตลก แต่สำหรับในโลกนิยายนี้มันไม่มีไอ้โรคระบาดแบบนั้นน่ะสิ เพราะว่าความที่ต้องติดใส่แมสมาจากโลกก่อน จนทำให้เมื่อมาอยู่ในโลกนี้เธอก็ติดใส่แมสเช่นกัน แต่เพราะเมื่อเช้าดันลืมใส่ จึงทำให้เป็หวัดอย่างที่เห็นนี่แหละ
และถ้าถามว่าโรงเรียนที่เธอจะไปเรียนนั้นมีชุดยูนิฟอร์มมั้ย ก็ขอตอบตรงๆเลยว่าไม่มีจ้ะ นิยายเื่ ยืนงงในดงอันธพาลนั้น ดูเหมือนว่ายัยนักเขียนนั่นจะระบุให้ทุกโรงเรียนในเื่นี้ ไม่ต้องมีชุดยูนิฟอร์ม
คือ นักเรียนอยากจะใส่ชุดอะไรมาเรียนก็ได้ตามแต่ใจตัวเอง และนั่นจึงเป็สาเหตุที่ทำให้ทุกโรงเรียนมีการแบ่งชนชั้นกันเกิดขึ้น แล้วคนอย่างยัยเมษาล่ะอยู่ในชนชั้นไหนของโรงเรียน ติ๊กต็อก ติ๊กต็อก แน่นอนคนอย่างยัยเมษาก็ต้องอยู่ในชนชั้นต่ำสุดของโรงเรียนน่ะสิ เพราะเธอเป็นักเรียนทุนจึงถูกจัดให้อยู่ในชนชั้นต่ำสุดของโรงเรียน
ส่วนเหล่าผู้มีอันจะกินหรือคนรวยระดับมหาเศรษฐีนั้น มักจะรังเกียจเหล่านักเรียนทุนเพราะพวกเขานั้นต้องจ่ายเงินเพื่อเข้ามาเรียน แต่นักเรียนทุนนั้นไม่ต้องจ่ายอะไรเลย เพราะฉะนั้นในสายตาของพวกเขาจึงมองนักเรียนทุนเปรียบเสมือนกาฝากที่เกาะกินโรงเรียนแทน อ่า แต่คิดว่ายัยเมษาคนนี้จะสนใจงั้นหรือ คำตอบคือ ไม่ ขอแค่เพียงอย่ามาหาเื่เธอก็เป็พอแล้ว
แล้วโรงเรียนที่เธอได้เลือกเข้ามาเรียนนั้นก็มีชื่อว่า ไม่อยากจะพูดเลยวุ้ยโคตรกระดากปากมาก ชื่อของมันคือ ไอเวรนี่ไฮสคูล แค่ชื่อก็ทะแม่งทะแม่งแล้วป่ะ เห็นได้ชัดว่าเซ้นส์การตั้งชื่อของยัยนักเขียนนั่นเข้าขั้นวิบัติสุดๆ
โรงเรียนไอเวรนี่ไฮสคูล เป็โรงเรียนเดียวที่แบ่งชนชั้นกันด้วยฐานะทางสังคม และมีนักเลงอันธพาลน้อยที่สุด ส่วนใหญ่แล้วเ้าคนประเภทนั้นก็มักจะไปอยู่ในดงชนชั้นคนรวย แต่สำหรับโรงเรียนอื่นๆที่เหล่าตัวเอกในนิยายไปอยู่นั้นล่ะ ต่อให้คุณจะรวยหรือจนก็จะไม่ได้รับความเคารพหรือการปฎิบัติที่ดี นอกเสียจากว่าคุณจะเป็ผู้แข็งแกร่งเท่านั้น ใช่ โรงเรียนอื่นๆนอกจากโรงเรียนไอเวรนี่ไฮสคูลนั้น จะแบ่งชนชั้นกันด้วยความแข็งแกร่ง ซึ่งนั้นเป็สิ่งที่พระเอกของเื่้าจะไปอยู่เชียวล่ะ
ตัดเื่ความแข็งแกร่งบ้าบอนั่นทิ้งไป ตอนนี้เธอควรจะหันมาสนใจเร่งฝีเท้าของตนเองให้ทันเข้าเรียนก่อนจะดีกว่า ยังดีที่เธอได้ทำเื่ขอมาเรียนสายเนื่องจากติดธุระทำงานกับทางบ้าน จึงสามารถมาโรงเรียนสายได้ถึง 8.30 น. แต่แล้วในระหว่างทางที่อีกไม่ถึง 20 ก้าวก็จะถึงโรงเรียนแล้วนั้น นัยต์ตาสีเหล็กดันเหลือบไปเห็นชายร่างสูงคนหนึ่งซึ่งกำลังยืนเอาหลังพิงผนัง สองนิ้วคีบบุหรี่ก่อนจะสูบแล้วพ่นควันออกมาอย่างสบายอารมณ์
ถ้านับจากความสูงก็น่าจะราวๆ 190 เขามีผิวที่ขาวราวกับแสงนีออน ซึ่งขาวออร่ามากๆถึงแม้จะอยู่ภายในตรอกที่มีแสงสลัวๆก็ตาม ส่วนใบหน้านั้นคงต้องบอกเลยว่าครบองค์ประกอบสมบูรณ์แบบราวกับ์ปั้นแต่ง มีทั้งความหล่อเหลาปนความงดงามในคนเดียวกัน
นัยต์ตาสีฟ้าน้ำทะเลให้ความรู้สึกเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยอารมณ์ที่สามารถก่อสึนามิได้ทุกเมื่อ จมูกนั้นก็คมโด่งเป็สัน ริมฝีปากบางเฉียบแถมยังเป็สีแดงระเรื่อราวกับทาลิปสติก แต่สำหรับเมษาแล้วเธอคิดว่ามันน่าจะเป็ริมฝีปากที่สีดูธรรมชาติที่สุดแล้วสำหรับคนที่ขาวออร่าซะขนาดนั้นนะ ส่วนคิ้วของเขานั้นหรือเรียวสวยงดงามราวกับวาดเอง แต่พอสังเกตดีดีแล้วกลับไม่ใช่ แต่มันเป็คิ้วที่ดูสวยงามแบบไม่ได้วาดเลยด้วยซ้ำ
ชายคนนี้มีเส้นผมสีบลอนทองยาวประบาเขามัดเส้นผมไปครึ่งศรีษะอย่างลวกๆ ให้ความรู้สึกลุคหนุ่มเซอร์ไรงี้ ถึงแม้เสื้อเชิร์ตสีขาวจะดูคลุกฝุ่นไปนิด แต่กระดุมก็ถูกปลดออกจนหมดเผยให้เห็นกล้ามหน้าอกและซิกแพคที่สมบูรณ์แบบนั่น ขอบอกตรงๆเลยว่าแม่งโคตรเซ็กซี่บาดจิตมาก
ร่างที่สวมชุดฮูดสีดำกลืนน้ำลายดังเอื้อกเมื่อเจอสิ่งที่หน้าสนใจ
แต่ก็ต้องผละไปมองสิ่งที่อยู่รอบตัวของชายคนนั้น ตอนนี้มีศพนับสิบกำลังนอนร้องโอดโอย เนื่องจากโดนหักแขนหักขาและใบหน้าก็ยังมีรอยฟกช้ำดำเขียว ซึ่งเกิดจากฝีมือของพ่อคนงามคนนั้น ประมาณการว่าเ้าเหล่าศพทั้งหลายนั้นคงจะต้องเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลไม่ต่ำกว่า 3 เดือน หรือมากกว่านั้นอย่างแน่นอน
นัยต์ตาสีเหล็กของเมษากวาดไปรอบๆบริเวณนั้นอีกครั้ง จนไปพบเข้ากับวงแหวนสีดำที่ซึ่งล้อมรอบบริเวณนั้นเอาไว้ จากนั้นร่างในชุดฮูดสีดำก็นิ่งแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะก้มลงไปมองรองเท้าลายกระโหลกมอมแมมของตัวเอง และมันก็ยังไม่ได้เหยียบเข้าไปในวงแหวนสีดำนั่น เธอจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
แต่พอเงยหน้าขึ้นนัยต์ตาสีฟ้าน้ำทะเลนั้นก็ตวัดมาจ้องมองเธอแค่เพียงแวบเดียว ก่อนจะหันกลับไปสนใจบุหรี่ในมือของตัวเองต่อ อนุมานได้ว่าถ้าหากเธอเหยียบเข้าไปในวงแหวนสีดำนั่นแล้วล่ะก็ จะกลายเป็ศัตรูของพ่อคนงามทันที เพราะงั้นอีกแค่เพียง 20 ก้าวก็จะถึงโรงเรียนแล้ววิ่งเข้าโรงเรียนไปเลยดีกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้นจะรอช้าอยู่ไย ใส่เกียร์หมาวิ่งเข้าโรงเรียน4*100ไปเลยจ้า
“ฟู่ บ้าชิบเกือบจะโดน dangerous แล้วมั้ยล่ะตู” เมื่อคล้อยหลังเมษาจากไปภายในตรอกสลัว ชายหนุ่มผู้มีนามว่า วินเซน เหยียดยิ้มเย็นออกมา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“นึกว่าจะเป็ศัตรูซะอีกนะ หึ หึ” มือเรียวงามนั้นทิ้งก้นบุหรี่ก่อนจะใช้เท้าขยี้เพื่อดับมัน จากนั้นร่างสูงของชายหนุ่มก็เดินออกมาจากตรอกสลัว แล้วมุ่งหน้าสู่โรงเรียนไอเวรนี่ไฮสคูลซึ่งทิ้งห่างจากเมษาไปไม่ไกลกันมากนัก
……………………………………………………………………………….
ทอร์ค…..
เมษา:อิยัยนักเขียนโว้ยยย แกเอาฉากอะไรมาดักฉันอีกฮะ ยัยบ้าเอ้ยยย
ยัยเพิ๊ง:ก็ไม่รู้สินะ คิก คิก