ชายหนุ่มอ้าปากจะต่อว่าแล้วก็ชะงักไปภายใต้ผ้าคลุมศีรษะสีดำอาจทำให้อีกฝ่ายไม่อาจสังเกตเห็นสีหน้าและแววตาของเขาได้ถนัดแต่อีกฝ่ายที่แต่งตัวด้วยชุดเดรสกระโปรงสีม่วงอ่อนไร้ผ้าคลุมหน้าอย่างนี้ ทำให้เขาเปลี่ยนคำพูดเป็การกลืนน้ำลายแทนแม้สาริศามองไม่เห็นใบหน้าอีกฝ่าย แต่ประสาทัับอกให้เธอต้องระวังตัวอย่างที่สุดเขาทำราวกับตัวเองเป็ราชสีห์ที่พบเหยื่อเคราะห์ร้ายเข้าให้แล้ว
“ว้าย!”
หญิงสาวร้องเสียงหลงเมื่อเท้าที่สวมรองเท้าส้นเตี้ยถอยหลังอย่างไม่รู้ตัวและเพราะความไม่ระวังทำให้เธอสะดุดกับรากไม้ขนาดใหญ่จนเสียหลักล้มลง แต่ชายในชุดดำก็เร็วพอที่จะคว้าเอวบางไว้ได้ก่อนแต่ทำให้สาริศาซุกอยู่ในวงแขนของเขาอย่างไม่ตั้งใจ
“!!!”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างใเธอซุกอยู่ในอกกว้างของชายแปลกหน้า นานหลายชั่วอึดใจกว่าที่เธอจะเรียกสติแล้วยกมือขึ้นผลักอกเขาออกสุดแรงแต่มันก็เหมือนเอามือไปทุบกับกำแพงหินที่แสนแข็งแกร่ง
“อยู่นิ่งๆก่อน” ชายหนุ่มสั่งน้ำเสียงเฉียบขาด แล้วกดศีรษะหญิงสาวให้แนบชิดแผงอกมากยิ่งขึ้น นาทีถัดมาเธอได้ยินประโยคสนทนาที่เธอไม่เข้าใจความหมายคล้ายว่าเขาพูดคุยกับใครสักคนหรือสองคนและเมื่อบทสนทนาจบลง เขาก็คลายวงแขนออกอย่างง่ายดาย
“นักท่องเที่ยวรึ?”เขาเอ่ยเมื่อเห็นหญิงสาวทรงตัวยืนได้เองแล้ว
“ใช่ค่ะ” สาริศาตอบแม้จะนึกลังเลเพราะไม่รู้ว่าเขาเป็ใครกันแน่แต่การใช้สิทธิ์นักท่องเที่ยวดูท่าจะปลอดภัยกว่า เพราะประเทศไหนๆก็ห่วงภาพพจน์ด้วยกันทั้งนั้น
“คุณเดินออกนอกเส้นทางแล้ว”เขาเอ่ยแล้วหยิบแผ่นพับในมือหญิงสาวออกมากางตรงหน้าที่เป็แผนผัง “ส่วนนี้ยังไม่ได้ให้เข้าชม”
“เอ่อ...ขอโทษค่ะ”สาริศาแอบถอนหายใจ เวลาเขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติฟังดูน่าเข้าใกล้ไม่น้อย “แต่ที่นี่สวยจนน่าหลงใหลจริงๆ”
ชายหนุ่มหันไปถอนหายใจหนักๆ “เทซาเนียยังไม่พร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวเท่าไหร่นักหรอกทางที่ดีคุณควรรีบกลับประเทศของคุณดีกว่า”
“???”
หญิงสาวคงไม่รู้ว่าแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเธอทำให้หัวใจของชายหนุ่มอ่อนโยนลงเขาเผลอยิ้มอย่างไม่รู้ตัว แต่เพราะนิสัยที่คอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลาทำให้เขารีบตวัดผ้าคลุมศีรษะปิดบังรอยยิ้มอย่างรวดเร็วก่อนที่อีกฝ่ายจะสังเกตเห็น
“รีบออกไปจากที่นี่เถอะเมื่อครู่เ้าหน้าที่มาเตือนแล้ว”
“อ้าว...แล้วคุณไม่ใช่รปภ.หรอกเหรอคะ”
“รปภ.?” ชายหนุ่มขมวดคิ้วแล้วก็อดแหงนหน้าหัวเราะเสียงดังออกมาไม่ได้เขาโน้มหน้าลงมาแล้วใช้นิ้วเกี่ยวเส้นผมของเธอไว้เบาๆ“วันนี้ช่างเป็วันดีของผมจริงๆ”
สาริศาได้แต่อ้าปากค้าง เธอไม่เคยเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนมากขนาดนี้ ลมหายใจของเขาผ่าวร้อนจนทำให้เธอร้อนรุ่มเธออยากจะถอยห่างจากเขาแต่ก็ก้าวขาไม่ออก และโชคดีที่เขาเป็ฝ่ายปล่อยเธอแล้วก้มศีรษะให้เล็กน้อยก่อนก้าวยาวๆจากไปอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวยกมือขึ้นทาบอกััได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงและเร็วกว่าปกติ เธอต้องปลอบใจตัวเองให้สงบจิตสงบใจไว้สาริศาทำงานพิเศษเป็นักดนตรีในผับหลายแห่ง ทำให้คุ้นเคยกับผู้ชายหลากหลายรูปแบบ แต่เจอผู้ชายมาก็เยอะแต่ไม่ครั้งไหนเลยที่จะเป็แบบนี้มาก่อน
ทำไมหัวใจจึงหวั่นไหวอย่างนี้.
....
แสงแฟลชวูบวาบเรียกสติของหญิงสาวมือเรียวกำลังแหวกเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อบางเบาจนเห็นบราลูกไม้สีดำที่เน้นย้ำผิวขาวเนียนละเอียดเอวคอดกิ่วเข้ากับกางเกงยีนขาสั้นที่ขอบรุ่ยร่ายอวดเรียวขาสวยกับรองเท้าบูทหนังสูงครึ่งแข้ง
แต่สิ่งที่สะกดสายตาทุกผู้คนดวงตาคมที่จับจ้องมองเบื้องหน้าและริมฝีปากที่เผยอขึ้นอย่างเย้ายวนผมยาวเหยียดตรงของเธอถูกดัดเป็ลอนดูอ่อนหวาน การเป็นางแบบมืออาชีพทำให้หญิงสาวไม่ปริปากบ่นแม้ว่าจะทำงานเกินเวลาที่คาดไว้กว่าชั่วโมงเศษ
“ได้แช่น้ำอุ่นคงดีขึ้น” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองพลางขยับท่าให้ช่างภาพเก็บภาพเธออยากให้งานออกมาดูดีที่สุดแม้
จะบอกตัวเองเสมอว่านี่ไม่ช่สิ่งที่เธอ้าก็ตามที
“โอเคเรียบร้อยขอบคุณน้องริต้ามากครับ”
นางแบบสาวถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วยิ้มบางๆเธอเดินไปดูรูปจากกล้องของช่างภาพพลางดื่มน้ำดับกระหาย พูดคุย
กันอีกสองสามประโยคแล้วหญิงสาวก็ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเดินทางกลับที่พัก
เธอเก็บข้าวของเครื่องใช้เล็กๆน้อยๆ ที่วางอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ เสียงประตูเปิดออกเรียกสายตาของเธอให้หันไปมองอย่างรวดเร็ว
“ริต้าจ๊ะ ของขวัญจากแฟนคลับจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะคุณแฮรี่”
หญิงสาวยิ้มเหนื่อยๆแต่ก็ยื่นมือไปรับช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่มาไว้ในวงแขน เธอพลิกอ่านการ์ดที่แนบมาด้วยแล้วดึงมันออกใส่ในกระเป๋าสะพายของตัวเองรวมกับใบอื่นๆที่เธอเก็บมาไว้แล้ว “ฝากช่อดอกไม้ไปให้ที่โรงพยาบาลด้วยนะคะ”
“ใจดีเหมือนเดิมนะ” แฮรี่-ชายวัยสามสิบสี่สิบแต่ดูปราดเปรียวเหมือนเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ด เขาเป็คนคอยดูแลคิวการแสดงให้กับนางแบบสาวสวยที่แสนลึกลับ
“สำหรับฉันดอกเดียวก็พอค่ะ” นิ้วเรียวหยิบดอกกุหลาบสีขาวออกมาจากช่อดอกหนึ่ง ดอกไม้และของขวัญบางอย่างที่เธอได้รับหญิงสาวจะให้ผู้จัดการส่วนตัวนำไปมอบให้ตามโรงพยาบาลต่างๆเพื่อเป็กำลังใจให้คนป่วยคนอื่นๆ
“พรุ่งนี้วันหยุดของฉันใช่ไหม”
“ถามทั้งรู้หมายความว่าไง” แฮรี่หัวเราะร่วน“ได้หยุดพักห้าวัน หลังจากนั้นบินไปถ่ายแบบที่ญี่ปุ่น”
“ก็...” หญิงสาวยิ้มน้อยๆ “ตอนนี้ฉันเป็อิสระแล้วขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ”
“เธอหมายถึงการปิดมือถือด้วยใช่ไหม”
หญิงสาวพยักหน้ารับอีกฝ่ายก็ได้แต่ถอนหายใจหนักๆอย่างเข้าใจ “ฉันไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะแค่เป็ห่วงเฉยๆคุณอยู่เมืองนอกมากกว่าบ้านเกิดอย่างนี้ อาจจะมีอะไรที่้าความช่วยเหลือ”
“เื่นั้นฉันรู้ค่ะ” เธอหันหลังและก้าวมาช้าๆ อย่าง้าจะตัดบทสนทนา“รับรองว่าฉันไม่เบี้ยวงานแน่นอน”
‘ฉันรู้ว่าที่นี่เป็ยังไง...เพราะฉะนั้นฉันจึงมายืนอยู่ในประเทศนี้นะซิ!’
สาริศา กวินนาถถือกระเป๋าส่วนตัวมาที่รถเก๋งคันเล็กแล้วพามันเคลื่อนไปสู่จุดหมายที่้า แต่มันไม่ใช่บ้านหลังงานในหมู่บ้านจัดสรรแสนหรูหราอีกแล้วตอนนี้เธอซื้อคอนโดเล็กๆ กลางกรุงเพื่อเป็ที่พักอาศัย หญิงสาวเผลอมองตัวเองที่กระจกส่องหลังของรถแล้วถอนหายใจเบาๆมือเรียวเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดริมฝีปากที่สีแดงสดของลิปสติกยังเคลือบติดอยู่