Chapter 8
ไม่มีวันขายศักดิ์ศรีตัวเอง
เช้าวันต่อมา
ณบริษัทดีอาร์
นวตาตื่นมาทำงานด้วยจิตใจที่ไม่ค่อยจะแจ่มใสนักเป็การทำงานวันที่สองที่แสนจะทรมาน ต้องทำงานร่วมกับประธานบริษัท แต่ไม่รู้จะมองหน้าเขายังไงดี
“บ้าจริงไอ้ตาเอ้ยไม่น่าเผลอตัวไปทำแบบนั้นเลย”
ขณะขึ้นลิฟต์มายังชั้นห้องทำงานของประธานบริษัทก็ได้แต่สบถกับตัวเอง
ติ๊ง
ลิฟต์ถูกเปิดออกจากชั้นห้าซึ่งยังไปไม่ทันถึงชั้นห้องทำงานประธานบริษัท
แต่ก็พบว่าคนที่เดินเข้ามาในลิฟคืออินทรีย์
“อ้าวตามาทำงานแต่เช้าเชียวนะ” อินทรีย์ยิ้มทักทายเมื่อเห็นหน้าผู้ช่วยเลขาซึ่งจะต้องมาทำงานช่วยเขาแต่ดูเหมือนว่าหน้าที่ของนวตาจะอยู่กับท่านประธานซะมากกว่า ดูแล้วดรัณภพอยากจะใกล้ชิดกับนวตามาก
อินทรีย์ก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมดรัณภพถึงรับนวตาเข้ามาทำงาน คงจะถูกใจเธอคนนี้มากสินะ
“ครับคุณอินทรีย์”นวตายิ้มเจื่อน กลัวว่าจะมีคนอื่นในบริษัทรู้เื่ความสัมพันธ์ของเขากับดรัณภพอีก
“แล้วเมื่อวานเป็ยังไงบ้างได้ไปต่อกับท่านประธานไหมล่ะ?” อินทรีย์เอ่ยถามคำว่าไปต่อไม่ได้หมายถึงดื่มต่อแต่หมายถึงเื่บนเตียงต่างหาก
“เอ๋มะ ไม่นะครับ...อยู่ต่อไม่นานก็กลับแล้ว”
แถไปอย่างนั้น ความจริงคือจบกันที่เตียงต่างหากสุดท้ายนวตาทำใจนอนค้างต่อไม่ไหวจึงขอกลับห้องก่อน
“หึงั้นเหรอ” อินทรีย์แค่นขำในลำคอ ยังไงก็ไม่เชื่อว่าดรัณภพไม่ได้มีความสัมพันธ์กับท่านประธานเมื่อคืนนี้
คนอย่างเสี่ยดรัณภพหากอยากได้ใครก็ต้องได้ไม่มีใครรอดเงื้อมมือไปได้ง่ายหรอก
ลิฟต์เคลื่อนตัวมาจนถึงชั้นห้องทำงานของดรัณภพนวตาเดินแยกจากอินทรีย์และเข้ามาภายในห้องทำงาน
แต่ก็พบว่าดรัณภพรออยู่ก่อนแล้วเขานั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวหรู ส่วนข้างกายเขามีลูกน้องผู้ชายที่อยู่ในผับด้วยเมื่อคืนยืนอยู่พร้อมกับในมือถือซองเอกสาร
“เอ่อสวัสดีครับ” นวตาในชุดทำงานสุดแสนจะเรียบร้อยยกมือขึ้นสวัสดีทักทายประธานบริษัทและลูกน้องของเขา
“อ้าวนวตา…มาแล้วเหรอ”ร่างสูงยิ้มรับ ความหล่อที่แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์ทำเอานวตาแอบหวั่นใจ
กลัวเขาจะพาเธอไปทำอะไรอีก
“ครับคุณภพ”ยิ้มเจื่อนๆพร้อมถือกระเป๋าหนังสีดำสี่เหลี่ยมสำหรับใส่เอกสารมาวางไว้ที่โต๊ะ
“มายืนตรงหน้าฉันสิมีเื่อยากจะคุยด้วย”
“ครับ”นวตารับคำแล้วเดินมายืนที่หน้าโต๊ะทำงานของดรัณภพส่วนเขาก็นั่งเหยียดตัวบนเก้าอี้หนังสีดำ
“เมื่อคืนเป็ยังไงบ้างเจ็บอยู่มั้ย?”
“มะไม่ครับ!” นวตาตอบเสียงดังเลิ่กลั่กพร้อมเหลือบมองลูกน้องของดรัณภพที่ยืนอยู่ด้านข้าง
ทำไมเขาต้องมาถามอะไรน่าอายแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นด้วยนะ
“หึงั้นเหรอ…ดีแล้วล่ะ”
“ครับ”
“บอกให้ค้างด้วยกันก็ไม่ยอมค้าง”
“ไม่เหมาะสมครับแยกกันแบบนี้ดีแล้ว”จะให้ทำใจหลับนอนร่วมกับประธานบริษัทที่ตัวเองต้องทำงานร่วมอยู่ทุกวันได้ยังไงกันล่ะ
“ไม่เป็ไรไม่ค้างก็ไม่ค้าง”
“…”
“แต่ฉันอยากจะยื่นข้อเสนอที่ดีกว่าเมื่อคืนให้นายนะ”
“เอ่อขะ ข้อเสนออะไรครับ?” เอ่ยถามน้ำเสียงตะกุกตะกัก
ลูกน้องของดรัณภพเดินเข้ามาแล้ววางเอกสารลงบนโต๊ะ
“ลองอ่านดูก่อนนะครับ”ลูกน้องของเขาว่าอย่างนั้น นวตาหยิบเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมาไล่อ่าน
สัญญาการเป็คู่นอนชั่วคราวของคุณดรัณภพ
“นี่มันเื่อะไรกันครับ?”นวตาถามด้วยน้ำเสียงสั่น โกรธจนสั่น นี่เขามองว่าเธอเป็คนแบบไหนกัน
“ก็ตามเอกสารนั้นไงสนใจมั้ย?”
“ไม่ครับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ผมมาที่นี่เพื่อทำงานเป็ผู้ช่วยเลขา”นี่ถ้าหากไม่ติดเื่เงินและค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตนวตาคงจะลาออกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
ทำไมถึงกล้าทำเื่หยามศักดิ์ศรีเธอถึงเพียงนี้นะ
“ทั้งที่มีข้อเสนอที่ดีกว่านั้นมากองอยู่ตรงหน้าเนี่ยนะ”ดรัณภพไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ตัวเลขเงินที่ระบุในสัญญานั้นไม่น้อยเลยสบายกว่าทำงานบริษัทเป็ไหนๆ
“ผมมีศักดิ์ศรีมากพอสมัครมาตำแหน่งไหนก็จะทำแค่นั้น”
“เอ่อลองพิจารณาดูอีกทีเถอะนะครับคุณนวตา”ลูกน้องในผับของดรัณภพมีนามว่า ‘สิงโต’เขาพยายามจะเกลี่ยมกล่อมให้นวตาลองอ่านข้อเสนออย่างละเอียดอีกสักครั้ง
“หึเขาไม่เอาก็คือไม่เอาแหละสิงโต จะไปบังคับขืนใจคงไม่ได้”
ดรัณภพเองก็ไม่ชอบขืนใจใครซะด้วยสิแต่ไม่รู้ทำไม…ความรู้สึกตอนนี้คืออยากจะเอาชนะนวตาให้ได้
“แต่แค่ปลายปากกานายเซ็นต์ลงไปในเอกสารนั้นชีวิตนายจะดีขึ้นอย่างมหาศาลเลยล่ะนะ”ปากบอกจะไม่ขืนใจ แต่ยังคงพยายามยื่นข้อเสนอที่สุดแสนจะพิเศษให้พนักงานหนุ่มตรงหน้าที่ยืนทำสีหน้าเคร่งเครียด
“ผมไม่เซ็นต์ให้ตายยังไงผมก็ไม่เซ็นต์!”
นวตาไม่มีทางจะเอาศักดิ์ศรีมาแลกกับอะไรแบบนี้รักษาซิงไว้ได้จนถึงอายุยี่สิบสองปีกลับมาถูกพรากไปด้วยความเมาเพียงชั่วข้ามคืน
ที่สำคัญคนที่ได้ครั้งแรกของนวตาไปก็คือผู้ชายตัวใหญ่สูงกว่าร้อยแปดสิบเิเในตอนนั้นเห็นเพียงว่าเขาหล่อ ใครเล่าจะไปคิดว่าเขาเป็ถึงเสี่ยเ้าของไนท์คลับ ทั้งยังเป็ประธานบริษัทที่นวตาทำงานอีกต่างหาก
“พิจารณาอีกทีเถอะนายอาจจะติดใจก็ได้ถ้าได้มาร่วมงานกัน”
“ผมไม่มีวันขายศักดิ์ศรีของตัวเอง”
“ในเมื่อศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้...จะแบกเอาไว้ทำไมให้มันเหนื่อย”
“...”
“ก็แค่นอนสบายๆบนเตียงให้ฉันได้เชยชมมันจะไปยากอะไรขนาดนั้นล่ะหนุ่มน้อย:)”
กับอีแค่หลับนอนด้วยกันเมื่อคืนก็ยังเอากันอยู่แท้ๆ จะปฏิเสธเสียงแข็งไปทำไม?ดรัณภพไม่เข้าใจเอาซะเลย
“ผมจะเอากับใครก็ต่อเมื่อเต็มใจในห้วงเวลาและอารมณ์ตอนนั้นจะไม่ยอมฝืนตัวเองเด็ดขาด”
“งั้นเหรอ…ก็ดีชอบในจุดยืนของนาย”
“…”
“โอเคไม่เซ็นต์ก็ไม่เป็ไร แต่จำไว้นะนวตา…หาก้าที่จะเซ็นต์มันเมื่อไรให้บอกได้ทันทีฉันจะยังรอนายอยู่ตรงนี้”
คำว่ารอของเขาก็ทำเอานวตาใจสั่นได้อยู่เหมือนกัน
รอนวตางั้นเหรอ?รอทำไมกันนะ
ทั้งที่เขาน่าจะสามารถฟาดเด็กๆที่ทั้งหนุ่มทั้งหน้าตาดีกว่านวตาได้ แต่กลับติดใจร่างเล็กนุ่มนิ่มตรงหน้าคนนี้ซะอย่างงั้น…
พักกลางวัน
ในที่สุดก็ถึงเวลาพักสักที นวตานั่งเกร็งทำงานร่วมกับเขามาทั้ง่เช้า
“งั้นผมขอตัวไปทานอาหารกับพวกพี่ๆพนักงานนะครับ”
พูดไปงั้นแหละ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปกินข้าวกับใครดีที่โรงอาหารคิดแค่ว่าลงไปก่อนเดี๋ยวคงหาโต๊ะนั่งได้
“ทำไม?นายก็ต้องไปกิบกับฉันสิ ทำงานเป็ผู้ช่วยเลขาอยู่นี่”
ดรัณภพว่าอย่างนั้น
“คุณอินทรีย์ไม่เห็นต้องออกไปทานข้าวกับคุณภพเลย”
เถียงไปอย่างที่ใจคิดคิดว่าเขาอยากจะแกล้งเธอซะมากกว่า
“หึ โอเคงั้นก็ลงไปกินข้าวกับพวกเพื่อนๆที่โรงอาหารเถอะ ป่านนี้พวกแผนกการตลาดคงจะลงไปแล้ว”
“ครับ”เมื่อเขาพูดแบบนั้นนวตาไม่รอช้ารีบลุกขึ้นแล้วออกจากห้องทำงานนี้ไปทันทีกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจลากเธอออกไปข้างนอกอีก
นวตา้าทำงานที่นี่อย่างราบรื่น ไม่อยากให้เพื่อนร่วมงานสงสัยในความสัมพันธ์และพาลเกลียดหรือนินทาเธอ
“อ้าวน้องตา มาทานข้าวด้วยกันสิคะ”
พี่พนักงานผู้หญิงผมยาวที่เมื่อคืนไปจัดเลี้ยงด้วยกันกวักมือเรียกภายในโต๊ะนั้นมีผู้ชายสองคนและผู้หญิงสองคน
“สวัสดีครับพี่ๆ”
นวตาเดินถือจานข้าวมันไก่ไปยังโต๊ะนั้นในทันที
“วันนี้กินอะไร”พี่ผู้ชายผิวขาวเอ่ยถาม
“ข้าวมันไก่ครับ”
“ทำไมไม่ออกไปทานกับท่านประธานล่ะจ๊ะวันนี้”
พี่ผู้ชายผิวแทนออกสาวถามขึ้นมาบ้าง
“แหะๆวันแรกออกไปทานกับคุณภพเพราะเขาเสนอจะเลี้ยงเนื่องจากมาทำงานวันแรกครับวันนี้เป็วันที่สองแล้วเลยมาทานเองที่โรงอาหาร”
แถไปอย่างนั้น กลัวว่าเพื่อนที่ทำงานจะพาลเกลียดที่ได้อภิสิทธิ์พิเศษกว่าคนอื่น
“งั้นเหรอ ดีจังเลยน้า”
พี่ผู้หญิงผมสั้นอีกคนพูดขึ้น
บรรยากาศการทานอาหารเป็ไปตามปกติ มีเม้าส์มอยคนนั้นคนนี้บ้างเป็ธรรมดา
นวตาเองก็ได้แต่ยิ้มเพราะไม่รู้จักคนที่ถูกเอ่ยถึงอาจจะอยู่แผนกอื่นที่เธอยังไม่เคยเจอ
“นั่นสิ ยัยส้มฝ่ายบุคคลฉันเห็นอยู่ตลอดแหละพยายามจะอ่อยคุณอินทรีย์เลยนะหล่อน”พี่ผู้ชายผิวแทนเอ่ย นวตาเองได้แต่นั่งกินไปเกร็งไป ไม่รู้จักสักคน
“แรดจ้ะ คงยากหน่อยแหละคุณอินทรีย์เขาก็คงเลือกเนาะ”พี่ผู้หญิงผมยาวที่เรียกนวตามานั่งด้วยตอนแรกก็เม้าส์อย่างออกรส
ทานไปได้สักพักก็ใกล้หมดเวลาพัก แต่พวกพี่ๆทั้งสี่ยังนั่งเม้าส์สนุกสนานกันนวตารู้สึกอึดอัดบวกกับใกล้เวลางานจึงขอตัวลา
“เอ่อ งั้นผมขอตัวขึ้นไป้าก่อนนะครับพี่ๆ”
“อ๋อ ใกล้หมดเวลาพักแล้วสินะ ไปเถอะจ้ะตาเดี๋ยวเผื่อท่านประธานเรียกใช้งานอะไรจะได้ง่ายเนอะ”
พี่ผู้หญิงผมสั้นพูดขึ้นบ้างแล้วแสยะยิ้มนวตาแอบตงิดใจ ไม่รู้ว่าจะสื่ออะไร
“ครับ ไว้เจอกันนะครับ”ใบหน้าสวยยิ้มลารุ่นพี่ในแผนกการตลาดแล้วเดินมาขึ้นลิฟต์
รู้สึกััได้ว่าบรรยากาศตอนกินข้าวมันแปลก…
คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง คิดมากไปแล้วไอ้ตา ได้แต่คิดกับตัวเองในใจ
“ยัยนวตาอะไรนั่น มึงว่าได้กับท่านประธานยังค๊า”ผู้ชายผิวแทนออกสาวถามขึ้นอย่างออกรส
“ฉันว่าไม่รอดจ้าเผลอๆเมื่อคืนก็จัดยันฟ้าสางนู่นแหละ”ผู้ชายผิวขาวพูดสมทบขึ้นมา
ทั้งโต๊ะหัวเราะคิกคัก
“แหม แกก็ไปอ่อยท่านประธานบ้างสิจ๊ะจะได้สบายแบบนังนวตาอะไรนั่น ได้ทำงานร่วมกับท่านประธานทุกวันอาหารก็ได้กินแพงๆตลอด”
ผู้หญิงผมยาวเสนอขึ้นเผื่อเพื่อนชายทั้งสองจะเจอช่องทางรวย
“ก็พยายามขยิบตาให้ท่านอยู่หลายครั้งนะไม่เห็นจะสนใจเลย”ผู้ชายผิวแทนว่าอย่างนั้นพร้อมหยิบแก้วน้ำชาไทยขึ้นมาดูดดื่ม
“สงสัยจะติดใจของเด็กอยู่ว่ะมันคงจะหนึบหนับน่าดู ฮ่าๆ” ผู้ชายผิวขาวว่าขึ้นมาบ้าง
ดูท่าการนินทานวตาจะเป็เื่ที่ทั้งกลุ่มสนุกสนานซะเหลือเกิน
แบบนี้นวตาคงทำงานอยู่ที่นี่อย่างไม่ราบรื่นนัก….