14…...
นภาพร บอกธีรยุทธว่าจะกลับถึงกรุงเทพฯก่อนเที่ยงของวันนี้ เขาจึงตั้งใจว่าจะไปหาหล่อนใน่บ่าย โดยที่ไม่นัดหมายหล่อนก่อน หวังจะให้หล่อนดีใจที่ได้เห็นเขา ธีรยุทธตั้งใจที่จะบอกเล่าความจริงต่าง ๆ ให้นภาพรได้รับทราบทั้งเื่ที่เขาขายรถไปแล้ว และกำลังตัดสินใจที่จะขายบ้าน
“แม่ว่าซื้อรถมือสองที่มันสภาพดีกว่ารถคันนี้ไม่ดีกว่าหรือลูก..”
นวลพรรณติงบุตรชายเมื่อเห็นเขาบอกว่าจะเอารถยุโรปคันเก่าแก่ที่จอดทิ้งให้สนิมกินอยู่เช่นนี้มานานหลายปีขับไปหานภาพรที่บ้าน
“มันยังใช้การได้ดีอยู่นะครับแม่..ถึงสภาพภายนอกมันจะดูโทรมมากก็เถอะ..”
“ไม่ใช่ขับ ๆไปตายกลางทางเสียล่ะ..”
ธีรยุทธยิ้มรับกับคำพูดของมารดา เขาก็เคยคิดที่จะซื้อรถญี่ปุ่นที่สภาพพอใช้ได้มาขับใน่นี้อยู่เหมือนกันเพราะเขามีความจำเป็ที่จะต้องใช้รถอยู่โดยเฉพาะ่เวลาที่มารดาเจ็บป่วยขึ้นมาก็ต้องเตรียมพร้อมในการพาไปโรงพยาบาล เขาตั้งใจ ว่าเมื่อพบนภาพรแล้วเขาจะปรึกษาหล่อนเื่ซื้อรถคันใหม่ที่ราคาไม่แพงจนเกินไปแต่วันนี้เขาจำเป็ต้องใช้รถเก่าแก่คันนี้ไปก่อน
รถยุโรปคันนี้เป็รถคันโปรดบิดาของเขาที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากปู่ของเขาอีกทอดหนึ่ง แม้จะมีรถคันใหม่บิดาก็ไม่เคยคิดที่จะขายมันไปกระทั่งบิดาเสียชีวิตไปรถคันนี้ก็ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร ได้แต่จอดทิ้งไว้จนแทบจะเป็เศษเหล็กเขาไม่คิดว่าวันนี้จะได้นำออกมาขับไปไหนต่อไหนด้วยซ้ำ และตอนนี้เขาก็ขับมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านของนภาพรแล้ว
“คุณแมวเพิ่งจะขับรถออกจากบ้านไปเมื่อสักครู่นี้เองค่ะคงไปส่งเพื่อนของคุณหมอนที่โรงแรมน่ะค่ะ..แต่หนูก็ได้ยินคุณแมวบอกคุณหมอนว่าจะแวะไปหาคุณธีมที่บ้านด้วยนี่ค่ะ”
เด็กรับใช้ในบ้านของนภาพรรู้จักธีรยุทธดีในฐานะที่เป็คนรักของนภาพรจึงบอกให้ทราบพร้อมกับเปิดประตูรั้วให้เขาขับรถเข้ามาจอดในบ้าน
ธีรยุทธขับรถผ่านประตูรั้วเข้าไปด้านในเขาลงจากรถก็เดินไปทักทายเอริคกับสมรที่กำลังหยอกล้ออยู่กับลูกสาววัยน่ารักที่สนามหน้าบ้าน
“เข้าไปรอยัยแมวในบ้านก่อนสิธีม..”
สมร บอกธีรยุทธ ก่อนจะหันไปสั่งสาวใช้ให้นำน้ำเย็นไปให้แก่แขกผู้มาเยือน
“นึกว่ารถใครมา..เธอเองหรือธีม..”
เสียงปรางทองพูดขึ้นพร้อมกับเดินออกมา สายตาของนางกวาดมองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นรถที่มาจอดหล่อนก็ทำหน้าแปลกใจ
“รถบีเอ็มคันเดิมไปไหนเสียล่ะธีม” ปรางทองถามอย่างไม่รู้สึกแปลกใจ
“ผมเพิ่งขายบีเอ็มไปส่วนคันนี้เป็รถเก่าของพ่อที่จอดทิ้งไว้ผมก็เลยเอามาใช้น่ะครับ..”
ปรางทองหันไปมองหน้ากับสมรอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะมองคนรักของลูกสาวที่กำลังจะกลายเป็อดีตด้วยแววตาสงสารแกมเวทนา
“เข้าไปคุยกันข้างในก่อนสิ..”
ปรางทองกล่าวเชื้อเชิญด้วยสีหน้าเป็การเป็งานทำให้ธีรยุทธต้องเดินตามไปนั่งที่ห้องรับแขกภายในบ้านโดยมีสมร เดินตามเข้ามานั่งร่วมวงด้วย
“ทำไมต้องถึงกับขายรถขายราล่ะ…มีหนี้สินมากหรือยังไง” ปรางทองเป็คนถามขึ้น
“เอาไปจ่ายค่าจ้างชดเชยให้พนักงานที่บริษัทน่ะครับ..” เขาตอบตามตรง
“อุ๊ย!..แค่จ่ายค่าจ้างพนักงานถึงกับต้องขายรถเชียวแล้วหนี้สินอื่น ๆ ล่ะจ๊ะธีม มิต้องขายบ้านช่องของเก่ากันทั้งหมดเลยหรือ”
เสียงของสมรพูดแทรกขึ้นทำให้ธีรยุทธมีสีหน้าสลดวูบ
“ผม….ผมกำลังพยายามแก้ปัญหาอยู่ครับ…”
เขาตอบด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ
“ธีมมาวันนี้ก็ดีแล้ว…แม่มีเื่อยากจะคุยด้วยอยู่เหมือนกัน…”
ท่าทางที่เปลี่ยนไปของปรางทอง ทำให้ธีรยุทธอดแปลกใจไม่ได้ เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามารดาของคนรักจะพูดเื่อะไรกับเขาหวังว่าคงจะไม่เสนอให้เขากู้ยืมเงินร้อยละยี่สิบนั่นหรอกนะ
“แม่ถามตรง ๆ เลยนะธีม…”
“ครับ..”
“ธีมรักลูกสาวของแม่หรือเปล่า…ยัยแมวน่ะ”
“ทำไมคุณแม่ถามอย่างนั้นล่ะครับ…”
ธีรยุท ธมองหน้ามารดาคนรักอย่างไม่เข้าใจ
“ไม่มีอะไรหรอก..แม่อยากจะรู้เพื่อความมั่นใจ…”
“ผมรักแมวนะครับ..เรารักกันมาตั้งนานคุณแม่ก็รู้และหวังที่จะแต่งงานกัน แต่…ตอนนี้เื่แต่งงานคงต้องรอไปก่อน….เพราะธุรกิจของผมกำลังมีปัญหา...”
“แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ที่ธีมจะฟื้นขึ้นมารุ่งเรืองได้เหมือนเก่า” สมรเป็คนตั้งคำถามบ้าง
“เอ้อ…ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ..แต่ผมจะพยายามครับ..คุณแม่กับพี่หมอนก็คงจะรู้นะครับว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศเราตอนนี้แย่แค่ไหน..ธุรกิจต่างๆ ก็ซบเซาและปิดไปตาม ๆ กัน แม้แต่ธนาคาร อย่างบีบีซี.ก็ยังต้องปิดเลย..”
“อันนั้นแม่ไม่สนใจหรอก…แม่สนแต่ว่าถ้าให้ยัยแมวต้องรอธีมต่อไปอย่างไม่รู้กำหนดแบบนี้แม่ว่าทางที่ดีเธอสองคนน่าจะลองแยกกันไปก่อนดีกว่า….”
ปรางทองพูดอย่างไม่อ้อมค้อม
“แม่!..หมายความว่า…”
ธีรยุทธใจหายวูบ เขาไม่คิดมาก่อนว่าปรางทองจะกล้าพูดเช่นนี้กับเขา
“ธีม..ถ้าธีมรักลูกสาวแม่จริง ๆก็จงปล่อยยัยแมวไปเถอะนะ..ปล่อยให้เขาไปพบกับคนที่ดีกว่า ที่แม่พูดอย่างนี้ก็ในฐานะที่เป็แม่ ไม่อยากเห็นลูกต้องไปแบกรับหนี้สินที่ตัวเองไม่ได้ก่อ..”
“ใช่จ๊ะธีม..มีคนที่เขาพร้อมจะดูแลยัยแมวแล้ว…”
สมรรีบพูดเสริมคำพูดของมารดา
“หมายความว่ายังไงครับ...”
ธีรยุทธมองหน้าสองแม่ลูกสลับกันไปมา
“พี่มีอะไรให้ดู..รอเดี๋ยวนะ..”
สมรบอกก่อนจะเดินหายออกไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้ธีรยุทธนั่งตัวแข็งทื่อ มึนงงกับคำพูดของสองแม่ลูกอยู่อย่างคนหมดเรี่ยวแรงจนกระทั่งเสียงปรางทองพูดขึ้นว่า
“หมอน..เอาอัลบั้มรูปถ่ายให้ธีมดูสิ”
ปรางทองบอกสมรที่ตอนนี้เดินเข้ามานั่งที่เดิมพร้อมด้วยอัลบั้มรูปถ่ายติดมาด้วย
“นี่คือมาร์คคนที่พี่คิดว่าเหมาะสมกับยัยแมวมากที่สุด เขาเป็เพื่อนกับเอริคเป็นักธุรกิจอยู่ที่แคนาดา และพร้อมที่จะพายัยแมวไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น….”
สมรพูดพร้อมยื่นอัลบั้มให้กับเขา
“นี่ยัยแมวก็เพิ่งจะกลับจากไปเที่ยวเชียงใหม่กับมาร์คเห็นยัยแมวบอกว่าจะได้ทำความรู้จักกับมาร์คให้มากขึ้นตอนนี้แม่ก็เห็นเขาสองคนสนิทสนมกันดีคงจะไม่ต้องปรับตัวอะไรกันมาก”
ปรางทองบอก ในขณะที่สังเกตสีหน้าที่ซีดเผือดของธีรยุทธไปด้วยเขากำลังเปิดดูรูปภาพไปทีละภาพ โดยมีสมร อธิบายประกอบไปด้วย เป็ภาพของนภาพรกับชายหนุ่มชาวต่างชาติที่สมรบอกว่าชื่อมาร์คที่ถ่ายคู่กันในอิริยาบถต่าง ๆ ซึ่งแต่ละภาพล้วนแสดงถึงความสนิทสนมของทั้งคู่ มีทั้งนภาพรซบไหล่ ป้อนอาหารฝ่ายชาย และภาพของฝ่ายชายโอบกอดฝ่ายหญิงในสถานที่ต่างๆ
“แมวไม่เห็นบอกผมเลยว่าไปเที่ยวเชียงใหม่กับคนนี้เธอบอกว่าพาครอบครัวของพี่หมอนไปเที่ยวไม่ใช่หรือครับ..”
ธีรยุทธ พยายามที่จะไม่เชื่อคำพูดและภาพถ่ายนี้มากไปกว่าการเชื่อใจคนรัก
“แม่ว่ายัยแมวคงไม่อยากให้ธีมรู้น่ะสิ...คงกลัวจะเสียใจ”
“สองคนนี้กำลังจะแต่งงานกันนะธีม..การไปเที่ยวเชียงใหม่ด้วยกันก็คงจะคล้าย ๆ ไปฮันนีมูนล่วงหน้าน่ะแหละ ยัยแมวไม่น่าจะปิดบังธีมเลยนะ พี่นึกว่าบอกกันแล้วเสียอีก..”
สมรพูดด้วยน้ำเสียงที่จงใจจะให้ธีรยุทธได้รับรู้ความจริงหล่อนอยากจะให้เขากับน้องสาวได้จบกันไปเสียที เขาจะได้ตัดใจ และทำใจั้แ่บัดนี้ จึงไม่อยากจะอ้อมค้อม สมรถือว่าถ้าอยากจบก็ต้องเจ็บ
“บอกครับ…แต่บอกว่าไปกับครอบครัวพี่หมอน”
ธีรยุทธหน้าซีด เขานั่งนิ่งเหมือนรูปปั้นสมองของเขาชาไปหมด จับต้นชนปลายไม่ค่อยจะถูก ทุกอย่างกะทันหันเกินไป
ปรางทองกับสมร อาจจะดูเืเย็นแต่ปรางทอง ก็คิดว่านางทำเพื่ออนาคตที่ดีของลูกสาว นางรู้ว่าการห้ามลูกสาวไม่ให้คบหากับคนรักนั้นยากกว่าหลายเท่านักเพราะนภาพรเป็ตัวของตัวเอง ไม่ยอมให้มารดากับพี่สาวบงการชีวิตง่าย ๆ แน่ แต่กับธีรยุทธ อาจจะขอร้องได้ง่ายกว่า
ปรางทองจึงต้องหันมาเปิดฉากเจรจากับธีรยุทธแทน นางพอจะดูออกว่าธีรยุทธนั้นเป็คนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีพอตัวเขาก็คงเป็ลูกผู้ชายพอที่จะเสียสละให้คนที่รักไปได้ดีกว่าเขา แทนที่จะเหนี่ยวรั้งไว้ให้ตกต่ำไปกับเขาด้วย
“คุณแม่กับพี่หมอน ไม่เห็นจำเป็ต้องเอารูปพวกนี้ให้ผมดูก็ได้..”
เขายื่นอัลบั้มรูปส่งคืนให้กับสมร
“ตกลง.ธีมไม่เชื่อ.แล้วก็ไม่ปล่อยลูกสาวแม่ว่างั้นเถอะ.”
เมื่อเห็นเขานิ่งไปปรางทองก็จำเป็ต้องรุกต่อเพื่อหวังที่จะได้รับคำตอบจากเขาให้ได้
“ผมเข้าใจว่าแม่ไม่อยากให้แมวต้องมาลำบากกับผมซึ่งไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็ยังไง แต่ผมยืนยันว่าผมยังรักแมวเสมอ..”
เขาพูดช้า ๆ พยายามระงับเสียงที่สั่นพร่า
“ธีม…ถ้าความรักของธีม คือการดึงคนที่ตัวเองรักให้ตกต่ำมาด้วยแม่ก็เห็นทีจะต้องขัดขวาง” ปรางทองพูดตรงๆ
“คุณแม่ไม่ต้องขัดขวางหรอกครับ..ในเมื่อชีวิตผมกำลังลำบากแบบนี้ผมก็คงไม่เอาลูกสาวของแม่มาตกระกำลำบากด้วย…แต่ผมขอคุยกับแมวให้เข้าใจก่อนเถอะครับ..อย่างน้อยเราก็จะได้จากกันด้วยความเข้าใจ”
ธีรยุทธ พูดออกไปแล้วเขาก็รู้สึกปวดร้าวใจอย่างที่สุดหากแต่เขาพยายามปั้นหน้าให้ดูปกติ
“ธีมพูดจริงหรือลูก…”
ปรางทองมีน้ำเสียงกระตือรือร้นขึ้นมาทันที
“ผมพูดจริงครับ..”
เขาพูดให้ปรางทองมั่นใจและเป็การย้ำเตือนหัวใจตัวเองเข้าไปด้วย
“ถ้าอย่างนั้นแม่ก็สบายใจ…เฮ้อ..ขอบใจมากธีม..แม่ขอยกย่องน้ำใจธีม..อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าเป็ลูกผู้ชายแม่ขอให้ธีมเจอคนที่ดีกว่าลูกสาวของแม่เถอะนะ”
ปรางทองยิ้มให้กับอดีตว่าที่ลูกเขยด้วยความพอใจ
“พี่ก็ขอให้ธีมเจอแต่สิ่งที่ดีในชีวิต และพี่ขอชมเชยน้ำใจของธีมด้วยคนจ๊ะ..”
สมร มองคนรักของน้องสาวด้วยความรู้สึกที่ดี หล่อนรู้สึกเห็นใจเขาแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้
ระหว่างนั้นก็มีโทรศัพท์ของนภาพรเข้ามาที่มือถือของธีรยุทธ เขาชะงักไปชั่วคราวยังไม่กดรับสาย
“ยัยแมวโทรมาใช่ไหมธีม..”
สมรถาม ทำให้เขาพยักหน้ารับ
“ทำทุกอย่างให้ปกติเถอะธีม...รับสายยัยแมวแต่อย่าบอกเื่ที่แม่พูดอะไรกับธีมวันนี้เลยแม่ขอร้องนะ”
ปรางทองอ้อนวอนทั้งน้ำเสียงและแววตาทำให้ธีรยุทธจำต้องรับปากก่อนจะรับสายนภาพร
“ธีมทำไมรับสายช้าจัง...รู้ไหมคะว่าแมวขับรถมาหาธีมที่บ้าน แต่คุณแม่ของธีมบอกว่าธีมก็ไปหาแมวที่บ้านเหมือนกันทำไมไม่โทรบอกแมวก่อนคะ..”
เสียงของนภาพรต่อว่าเขามาทางสาย
“ธีมกะจะเซอร์ไพรส์แมว แต่ไม่คิดว่าแมวก็ทำเซอร์ไพรส์ธีมด้วยเหมือนกัน”
ธีรยุทธพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้ผิดปกติ
“คุณแม่กับพี่หมอนไม่ได้คุยอะไรให้ธีมไม่สบายใจใช่ไหมคะ..”
นภาพรถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจเขาจึงบอกให้หล่อนสบายใจว่าไม่ได้พูดคุยอะไรนอกจากถามทุกข์สุขธรรมดา
“งั้นก็ดีแล้วล่ะ..ธีมรอแมวอยู่ที่บ้านนั่นแหละเดี๋ยวแมวจะขับรถไปหาตอนนี้เลย”
“เอ้อ..แมว..คือธีมกำลังจะไปธุระที่อื่นต่อน่ะ..เอาไว้วันหลังก็แล้วกันนะ..”
เขาบอกหล่อนแต่สายตามองสบตากับปรางทองที่กำลังจ้องมองเขาคุยโทรศัพท์อยู่
“ไม่ได้นะคะธีม...จะมีธุระอะไรตอนนี้คะเราไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันแล้ว..ถึงยังไงธีมก็ต้องรอแมวอยู่ที่บ้านค่ะ..ถ้าแมวไม่เจอธีมอยู่ที่นั่นแมวจะถือว่าธีมไม่รักแมวแล้ว..”
คำพูดทิ้งท้ายของนภาพรทำให้เขาไม่สามารถที่จะปฏิเสธหล่อนได้เลย