วันนี้เป็วันสำคัญที่สุดในชีวิตของ 'แดนนี่ แองเจิล คลาร์ก' ผู้พิพากษาชื่อดังและเป็ที่นับถือของใครหลายๆคนเพราะวันนี้เป็วันที่ภรรยาของเขาได้คลอดลูกออกมา แดนนี่ รอแล้วรอเล่าเขาเดินวนไปวนมาในโรงพยาบาลเพราะกังวลว่าภรรยาของเขาจะไม่ปลอดภัย ทันใดนั้นเองก็มีพยาบาลคนหนึ่งเดินออกมา
"คุณคลาร์กคะ" พยาบาลคนนั้นพูด
"ภรรยาของผมเป็ไงบ้าง? เธอปลอดภัยดีใช่ไหม? แล้วลูกของผมละเขาเป็ผู้ชายหรือผู้หญิง?" แดนนี่ถามไม่หยุด
"ใจเย็นๆนะคะ ภรรยาและลูกของคุณปลอดภัยดีและคุณได้ลูกสาวค่ะ" พยาบาลตอบแดนนี่ แดนนี่ถอนหายใจและกลับไปนั่งที่เก้าอี้ แต่ไม่ทันไรพยาบาลคนนั้นก็พูดต่อ
"แต่เราอาจจะมีปัญหาบางอย่างกับลูกสาวของคุณคะ" เธอพูดออกมา แดนนี่หันไปมองพยาบาลคนนั้น เธอเริ่มเล่าว่าปัญหาที่ทั้งหมอและพยาบาลเจอตอนทำคลอดคืออะไร พอแดนนี่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องทันที สิ่งที่เขาได้เห็นก็คือภรรยาของเขากำลังอุ้มลูกของเขาอยู่ 'ไดน่า' นี่เป็ชื่อที่เขาคิดเอาไว้สำหรับลูกสาวของเขาั้แ่แรก เขาได้เห็นหน้าตายิ้มแย้มของภรรยา
"คุณคะมาดูลูกของเราซิ" ภรรยาของเขาบอก แดนนี่ค่อยๆเดินไปดูลูกของเขาอย่างภาคภูมิใจ แต่ทว่ารอยยิ้มและสีหน้าแห่งความสุขก็ค่อยๆหายไปกลายเป็ความโกรธแทน
"นี่มันเื่บ้าอะไรเนี่ย! พวกคุณล้อผมเล่นหรอ!!" แดนนี้ะโใส่หมอและพยาบาลในห้องนั้น พวกเขาเ่าั้พยายามอธิบายให้แดนนี่ฟัง เหตุผลที่แดนนี่โกรธทันทีเมื่อเห็นหน้าลูกของเขาก็เพราะว่า ลูกของเขานั้นมีผมสีบลอนด์ทองซึ่งต่างจากตัวแดนนี่และภรรยาของเขา แดนนี่มีผมสีดำส่วนภรรยาของเขามีผมสีแดง แต่นั้นไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้เค้าโกรธ แต่เป็เพราะดวงตาของ ไดน่า นั้นดำสนิทเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนและมีประกายเหมือนดวงดาวอยู่ในดวงตาของเธอ
"นี่ต้องไม่ใช่ลูกผมแน่ๆ!! ไม่มีทาง!!" แดนนี่ะโและหันไปมองภรรยาของเขา สายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความโกรธ
"ผม้าผลตรวจ DNA เดี๋ยวนี้!!" แดนนี่สั่งหมอและพยาบาลในห้องนั้นแล้วพวกเขาก็ได้นำผลตรวจ DNA มาให้แดนนี่ดูและผลได้บอกไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าเด็กคนนี้เป็ลูกของเขาอย่างแน่นอน
"ที่รักคะ ได้โปรดยอมรับเถอะค่ะ" ภรรยาของแดนนี่พูดออกมาเสียงสั่น แดนนี่หันไปมองภรรยาของเขาก่อนที่จะบอกหมอและพยาบาลในห้อง
"ห้ามใครเอาเื่นี้ไปบอกใครเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน" แดนนี่บอกพวกเขาเ่าั้ ความเป็จริงแล้วการที่แดนนี่เป็ผู้พิพากษาที่คนส่วนใหญ่เคารพนั้นไม่ใช่เพราะนิสัยของแดนนี่แต่เป็เพราะพวกเขาเ่าั้กลัวอำนาจของแดนนี่ต่างหาก เพราะเขาเคยตัดสินคดีแบบสุดโหดมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งและใครก็ตามที่พยายามที่จะเอาเื่เหล่านี้มาเปิดโปงก็พบจุดจบที่ไม่สวยทุกราย
ผ่านมาได้ 15 ปี ไดน่าก็ได้โตเป็เด็กสาวเสียที เธอไว้ผมสั้นและดวงตาอันดำมืดของเธอนั้นไม่มีผลต่อการมองเห็นของเธอเลยแม้แต่น้อยแถมเหมือนจะทำให้เธอจมองได้ดีกว่าคนทั่วไปอีกหลายเท่า เธอใช้ชีวิตั้แ่ตอนเด็กจนถึงตอนนี้ในห้องของเธอในคฤหาสน์ขนาดใหญ่ของพ่อเธอ 'แดนนี่' พ่อของไดน่านั้นเป็คนยึดมั่นในความเพอร์เฟคทุกๆอย่างทำให้ทั้งชีวิตของไดน่านั้นอยู่แต่ในคฤหาสน์แห่งนี้ ไม่สามารถออกไปไหนได้เพราะเขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขามีลูกสาวเป็ตัวประหลาด ทุกๆวันเธอก็จะมองไปที่นอกหน้าต่างห้องนอนและจินตนาการว่าเธอได้ออกไปวิ่งเล่นอย่างมีความสุข เธอไม่สามารถไปเรียนที่โรงเรียนแบบเด็กคนอื่นได้จึงทำให้พ่อของเธอต้องจ้างครูมาสอนและครูคนนั้นต้องห้ามเห็นไดน่าเด็ดขาด นอกจากนี้พ่อของเธอก็ได้สั่งให้แม่บ้านที่ชื่อว่า มาธ่า มาคอยดูไดน่าตลอดเวลาและมาธ่าและไดน่านั้นต่างไม่ชอบหน้ากันอยู่แล้ว ถึงพ่อของไดน่ามองเธอเป็ตัวประหลาดแต่อย่างน้อยเธอก็ยังมีแม่ของเธออยู่ แม่ของไดน่านั้นต่างจากคนอื่นๆในครอบครัวเพราะแม่ของไดน่ามองเธอเป็ นางฟ้า แทนตัวประหลาด ทุกๆวันแม่ของเธอจะเข้ามาหาเธอค่อยหวีผมและหยอกล้อกับเธออยู่คลอดเวลา แต่การกระทำเหล่านี่ก็มักจะทำให้พ่อของไดน่าไม่พอใจ
เย็นวั้นนั้นแม่ของเธอได้เข้ามาในห้องของเธอแล้วถามไดน่าว่า
"ไดน่าเดี๋ยวแม่จะออกไปซื้อของ ลูกจะเอาอะไรไหม?" ไดน่าหันมามองแล้วตอบแม่ของเธอไปว่า
"ไม่เป็ไรค่ะแม่ หนูไม่เอาอะไรหรอกค่ะ" เธอพูด แม่ของเธอทำหน้าเศร้าแล้วพูดขึ้นมา
"แต่วันนี้ลูกยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ....เอาอย่างนี้ไหมล่ะเดี๋ยวแม่จะซื้อวาฟเฟิลของโปรดของลูกมาให้เอาไหม?" แม่ของเธอถาม ไดน่ายิ้มแล้วพยักหน้าก่อนที่แม่ของเธอจะเดินออกไป ผ่านไปได้ไม่นานไดน่าได้แอบหนีเข้าไปในห้องสมุดของพ่อเธอซึ่งเป็ห้องที่พ่อของเธอจะเก็บของมีค่าและหนังสือหายากเอาไว้มากมาย เธอชอบเข้าไปและอ่านหนังสือในห้องนั้นเป็ส่วนใหญ่แต่สิ่งที่ทำให้เธอชอบห้องนี้ที่สุดก็คือดาบที่พ่อของเธอเก็บเอาไว้ในตู้กระจก มันเป็ดาบที่สวย งามมากๆ เธอจำเื่ของดาบเล่มนี้ที่แม่ของเธอเคยเล่าให้ฟังว่า
"กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีนางฟ้าตนหนึ่งได้ใช้ดาบนี้ต่อสู้กับความชั่วรายและเหล่าคนบาป แต่แล้ววันหนึ่งเธอเผลอทำดาบเล่มนั้นตกลงมาที่โลก นางฟ้าตนนั้นพยายามหาแต่ก็หาไม่เจอ จนในที่สุดก็มีมนุษย์ไปเจอเข้าแล้วเรียกดาบเล่มนี้ว่า 'ดาบนางฟ้า' ผู้คนหลายคนเชื่อว่าเดี๋ยวสักวันหนึ่งนางฟ้าตนนั้นจะลงมาเกิดเป็คนแล้วก็จับดาบเล่มนี้แล้วคอยปราบเหล่าคนบาปให้หมดจากโลกอีกครั้งทำให้โลกมีแต่ความสงบสุข" นี่คือเื่ที่ไดน่าจำได้ เธอค่อยๆเอื้อมมือไปจับที่ตู้กระจกของดาบเล่มนั้นและััพลังบางอย่างได้ ทันใดนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้า นั้นเป็เสียงฝีเท้าของ มาธ่า เธอคงกำลังตามหาไดน่าอยู่แน่ๆ ไดน่าจึงค่อยๆแอบหนีและเข้าไปหลบในห้องนอนเธอ เวลาต่อมาแม่ของไดน่าได้กลับมาจากการซื้อของ เธอได้ซื้ออาหารและของแต่งตัวมากมายมาให้ไดน่าแต่แล้วก็ถูกหยุดโดยแดนนี่ สามีของเธอ
"ไปซื้อของมาหรอ?" แดนนี่ถามเธอทำให้เธอหยุดเดิน
"ชะ..ใช่คะ" เธอพูดด้วยเสียงสั่นคลอ เธอรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าแดนนี่ไม่ชอบที่จะให้เธออกไปซื้อของมากมายโดยเฉพาะของที่เกี่ยวกับเด็กเพราะเขาไม่อยากให้คนอื่นรู้เกี่ยวกับลูกสาวของเขา แดนนี่เดินเข้ามาใกล้ๆแล้วพูดว่า
"เสื้อผ้าเด็กผู้หญิงหรอ?" พอพูดเสร็จเขาก็หันไปมองภรรยาของเขา เธอพยายามที่จะเดินหนีแต่ก็ถูกแดนนี่จับแขนเอาไว้
"คิดจะหนีไปไหน ห้ะ!!" แดนนี่ะโก่อนที่จะตบหน้าภรรยาของเขาลงไปที่พื้น ไดน่าได้ยินเสียงแม่ของเธอร้อง เธอจึงรีบวิ่งลงมาจากห้องของเธอ
"แม่คะ!!!" เธอวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้วเอาตัวมาบังแม่ของเธอจากพ่อของเธอ แดนนี่มองไดน่าด้วยสีหน้าขยะแขยง
"แกนะ แก!!" แดนนี่พูดก่อนจะตบลูกสาวของเขา
"นังตัวประหลาด แกทำให้ชีวิตของฉันพังหมดแล้ว" เขาพูดก่อนจะเดินไปที่ห้องครัว แม่ของไดน่ารีบถามเธอว่า
"ไดน่าลูกเป็อะไรไหม" แม่ของเธอพูดออกมา
"หนูไม่เป็ไรหรอกค่ะ แล้วแม่ละเจ็บตรงไหนรึเปล่าคะ" ไดน่าพูด
"แม่ไม่เป็ไรหรอกจ้ะ..."แม่ของไดน่าเงียบไปครู่หนึ่ง
"เราขึ้นไปที่ห้องลูกไหมละ จะได้ไปกินวาฟเฟิลด้วยกันแล้วก็ลองชุดใหม่ที่แม่ซื้อมาให้ตกลงไหมจ้ะ?" เธอพูดและยิ้มไปที่ไดน่า ไดน่าพยักหน้าและทั้งคู่ก็ขึ้นไปที่ห้องนอนของไดน่า ทั้งสองคนได้กินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็ให้ไดน่าลองเสื้อผ้าใหม่ๆดู ทั้งสองพูดคุยกันอย่างมีความสุขก่อนที่ไดน่าจะนอนหนุนตักแม่ของเธอแล้วก็ถามแม่ของเธอ
"แม่ไม่เกลียดหนูหรอคะ?" ไดน่าถามแม่ของเธอ แม่ของเธอหลับตาและยิ้มให้กับเธอ
"แม่จะไปเกลียดลูกลงได้อย่างไรกัน หนูคือนางฟ้าตัวน้อยของแม่นะไดน่าอย่าลืมสิ" 'นางฟ้า' คำนั้นทำให้ไดน่ารู้สึกดีและนึกอะไรได้บางอย่างได้ ดาบในห้องสมุดเล่มนั้น 'ดาบนางฟ้า'
"แม่คะ...แม่เคยคิดที่จะหนีออกไปจากที่นี่ไหมคะ?" ไดน่าถามแม่ของเธอ
"ถ้าเอาตามความเป็จริงแม่ก็อยากอยู่แหละนะ แต่ถ้าหนีเดี๋ยวพ่อของหนูก็ตามหาเราเจออยู่ดี" แม่ของเธอพูดพร้อมถอนหายใจ ได้น่าลุกขึ้นและจับมือแม่ของเธอทั้งข้างก่อนจะพูดว่า
"ไม่ต้องห่วงค่ะแม่ หนูมีแผนที่จะทำให้เราทั้งคู่หนีออกไปจากที่นี่ได้ค่ะ" เธอพูดด้วยความมั่นใจก่อนที่แม่ของเธอจะเริ่มฟังแผนของไดน่า ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะหนีไปในวันคริสต์มาสและสัญญากันว่าจะหนีออกไปให้ได้ทั้งคู่
เมื่อวันคริสต์มาสมาถึ งไดน่าเตรียมตัวรอสัญญานจากแม่ของเธอ แต่ว่าเธอกลับได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังวิ่งมาที่ห้องเธอ
"ไดน่า!!! หนีไปเร็วลูก!! เขารู้เื่ของเราแล้ว" แม่ของเธอเปิดประตูและะโบอกไดน่า
"แม่คะ!!!" เธอพูดออกมาด้วยความใ แม่ของเธอมีาแทั้งตัวและที่หน้าแม่ของเธอก็มีแต่เื
"มันอยู่ที่ไหน!!!" แดนนี่ะโก่อนที่จะกระชากผมของภรรยาเขาออกจากห้องของไดน่า ไดน่าได้เผชิญหน้าพ่อของเธออีกครั้ง พ่อของเธอได้เดินเข้ามาหาเธอก่อนที่เขาจะอุ้มและเหวี่ยงไดน่าไปที่กำแผงห้องทำให้หัวของเธอแตกและมีเืไหลออกเป็จำนวนมาก
"ไดน่า!!!" แม่ของเธอะโ ภาพสุดท้ายก่อนที่เธอจะหมดสติก็คือแม่ของเธอกำลังโดนพ่อของเธอลากออกไปนอกห้องนอน ในขณะที่ไดน่าสลบไปนั้นเธอรู้สึกเหมือนเธอได้เห็นภาพอะไรบางอย่าง แม่และลูกสาวคู่หนึ่งเดินวิ่งเล่นด้วยกันในทุ่งดอกไม้ พวกเขาดูมีความสุขมากๆ เธอคิดว่านี่อาจจะเป็ภาพก่อนตายเหมือนที่เธอเคยอ่านเจอในหนังสือก็เป็ได้ แต่จู่ๆภาพของแม่ลูกคู่นั้นก็ค่อยๆหายไป จากทุ่งดอกไม้แสนสวยงามกลายเป็ป่าทึบอันมืดมิดที่แสนน่ากลัว ไดน่ามองไปรอบๆตัวเองก่อนที่เธอจะเจอหนวดสีดำรัดตัวเธอเอาไว้และเธอได้เห็นเงาปริศนาค่อยๆเดินออกมาจากป่า ไดน่าพยายามจะร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่เป็ผล ทันใดนั้นเองเงาปริศนาก็ค่อยๆปรากฏชัดเจนมากขึ้น ไดน่าเห็นชายใส่สูทสีดำตัวผอมสูงหัวล้านและชายคนนี้ไม่มีใบหน้าและหนวดเหล่านี้ก็ออกมาจากหลังของเขา เขาค่อยๆเอามือไปลูบหัวของไดน่าก่อนจะพูดกับเธอว่า
"ต่อจากนี้ เธอคือผู้พิพากษาบาปของมนุษย์"
ไดน่าค่อยๆลืมตาขึ้นมา เธอเห็นว่าตัวเองนั้นถูกจับใส่ชุดผู้ป่วยที่เป็โรคทางจิต แขนของเธอทั้งสองข้างถูกมัดเอาไว้และขาของเธอก็โดนล่ามเอาไว้แล้วเธอนั้นก็โดนขังอยู่ในห้องขังใต้ดินของบ้านเธอ
"ตื่นแล้วหรอ นังตัวประหลาด" เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดออกมา มาธ่า สาวใช้ในคฤหาสน์แห่งนี้มองไดน่าด้วยสีหน้าที่ชั่วร้าย
"นึกว่าแกจะตายั้แ่ตอนที่คุณคลาร์กโยนแกใส่กำแพงซะอีก น่าเสียดาย" มาธ่าพูดพร้อมไขกุญแจห้องและเดินมาหาไดน่า ไดน่าก้มหน้าและเงียบอยู่อย่างนั้น มาธ่ามองไปที่ไดน่าก่อนจะพูดออกมา
"สงสัยไหมละว่าคุณคลาร์กรู้แผนของแกได้ยังไง" พอมาธ่าพูดคำนั้น ไดน่าก็ค่อยๆเงยหน้ามามองมาธ่า มาธ่ายิ้มใส่ไดน่าและหยิบรูปออกมาจากกระเป๋าเสื้อตัวเอง มันเป็รูปที่ไดน่ากำลังนั่งมองไปที่นอกหน้าต่าง พอไดน่าเห็นก็ใทันที
"ชั้นเป็คนถ่ายรูปนี้และส่งให้นักข่าวเองแหละ" มาธ่าบอกไดน่าและก็หัวเราะ
"ทำ...ไม..กัน" ไดน่ากัดฟันพูด
"ทำไมนะหรอ? ก็เพราะชั้นเบื่อกับการต้องมาคอยเฝ้าระวังและดูแลแกตลอด 24 ชม. แล้วยังไงละ แถมถ้าแกแอบหนีออกมา คุณคลาร์กเขาก็จะด่าชั้นอีก ชั้นก็เลยคิดว่า ถ้ากำจัดตัวปัญหาทิ้งทุกอย่างก็จะจบแล้วยังไงล่ะ" มาธ่าพูดแล้วก็หัวเราะ
"คุณแม่อยู่ที่ไหน" ไดน่าถามมาธ่า
"หืม? อ๋อคุณนายคลาร์กน่ะหรอ....เธอตายแล้วแหละ" มาธ่าบอกไดน่า ไดน่าช็อคกับคำตอบที่เธอได้ยิน
"แกโกหก...ใช่ไหม" ไดน่าพูดด้วยความโกรธ
"เปล่าเลย..ความจริงล้วนๆ แล้วแกก็ทำอะไรไม่ได้ด้วย" มาธ่ายิ้มก่อนจะยื่นหน้าเขาไปใกล้ไดน่าเพื่อเยาะเย้ย ไดน่าทนไม่ไหวแล้ว เธอได้ะโออกมาด้วยความโกรธก่อนที่เธอจะสะบัดแขนทั้งสองข้างออกจากการพันธนาการของเธอ
"ได้ยังไงกัน!!" มาธ่าใก่อนที่เธอจะรีบวิ่งออกจากห้องนั้นแต่เธอก็โดนไดน่าที่โกรธแค้นจับขาเอาไว้ เธอล้มลงกับพื้นและหันหน้ามามองไดน่า สิ่งที่เธอเห็นก็คือดวงตาอันดำมืดแสนน่ากลัวกำลังมองมาที่เธอ
"ยะ..หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!!" มาธ่าพูด ไดน่ายิ้มด้วยสีหน้าที่ชั่วร้ายก่อนที่เธอจะนั่งคร่อมมาธ่าแล้วเอามือไปบีบคอของมาธ่า
"คนบาปอย่างแก..ฉันขอตัดสินให้แกนั้น..." ได้น่าหยุดพูดสักครู่ก่อนที่เธอจะลงแรงบีบคอของมาธ่ามากกว่าเดิม
"มีความผิด!!!" พอไดน่าพูดเสร็จก็มีเสียงดัง แคล็ก ออกมาจากคอของมาธ่า คอของเธอได้หักลงและมาธ่าก็ได้นอนตายอยู่ที่พื้น ไดน่ามองดูมาธ่าและหัวเราะออกมาอย่างคนบ้าก่อนที่เธอจะออกจากห้องใต้ดิน พอเธอขึ้นมาสิ่งแรกที่เธอทำก็คือ้าจะไปหาแม่ของเธอเพื่อพิสูจน์ดูว่าแม่ของเธอตายจริงหรือไม่ เธอจำได้ว่าตอนที่เธอเห็นแม่ของเธอล่าสุดก็คือหน้าห้องนอนของเธอเอง เธอรีบวิ่งขึ้นไปชั้น 2 และสิ่งที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้าทำให้เธอใจสลาย
"แม่คะ!!!!" เธอรีบวิ่งไปหาแม่ของเธอที่นอนจมกองเื สภาพแม่ของเธอคือโดนของมีคมแทงไม่รู้กี่ครั้ง
"แม่คะ..แม่ได้ยินหนูไหม" ไดน่าพูดออกมาทั้งน้ำตา แต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับ
"หนูขอร้องละ..ฮื่อๆ..ได้โปรดอย่าทิ้งหนูไปสิ" ไดน่าร้องไห้ไม่หยุด หลังจากที่เธอนั่งเศร้าเสียใจเป็เวลานานสีหน้าอันโศกเศร้าก็ค่อยๆกลายเป็สีหน้าแห่งความแค้น เธอเดินไปที่ห้องสมุดของพ่อเธอและมองดูดาบเล่มนั้น เธอทุบตู้กระจกและหยิบดาบเล่มนั้นออกมา เธอรู้ดิว่าต้องทำอะไรต่อจากนี้ ไดน่าเดินลงมาที่ห้องโถงและเห็นพ่อของเธอกำลังเช็ดมีดอยู่
"อะแฮ่ม" เธอส่งเสียงออกมา พ่อของเธอหันมาด้วยความใ
"เป็ไปไม่ได้ แกออกมาได้ยังไง" พ่อของเธอพูดออกมาพร้อมถือมีดไปทางไดน่า
"เป็อะไรไปคะคุณพ่อ..หึ หึ หึ กลัวหนูหรอ" เธอพูดและหัวเราะไปในเวลาเดียวกันเหมือนคนบ้าเธอค่อยๆเดินไปหาพ่อของเธอในขณะเดียวกันพ่อของเธอพยายามเดินถ่อยหลัง
"ฉันน่าจะฆ่าแกั้แ่ตอนที่แกยังเป็เด็กแล้วแท้ๆ ฉันไม่นานยอมนังนั้นเลย" เขาพูดออกมา แต่ก่อนที่แดนนี่จะทำอะไรได้ ไดน่าก็พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วและใช้ดาบนางฟ้าเล่มนั้นแทงไปที่แดนนี่ แดนนี่ทำตัวไม่ถูกเขาค่อยๆก้มมองาแนั้น ไดน่าแสยะยิ้มไปที่แดนนี่ก่อนที่ไดน่าจะพูดออกมา
"คนบาปอย่างแก..ฉันขอตัดสินให้แกนั้น...มีความผิด!!" ไดน่าะโออกมาก่อนที่เธอจะชักดาบออกมาและตัดคอพ่อของเธอ ร่างขอเขาค่อยๆทรุดลงกับพื้น ไดน่ายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะทำอะไรดี จนกระทั่งประตูหน้าบ้านของเธอเปิดขึ้นมาเอง ลมหนาวจากหิมะค่อยๆเข้ามาในบ้าน ไดน่าค่อยๆเดินออกไปและมองดูพื้นที่รอบๆบ้านของเธอ นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นโลกภายนอก เธอเดินออกมาที่หน้าบ้านของเธอก่อนที่จะมองกลับไปที่หน้าต่างที่ห้องนอนของเธอ นึกถึงความทรงจำเก่าๆเกี่ยวเธอและแม่ของเธอในคฤหาสน์แห่งนี้ ไดน่ามองไปที่ดาบของเธอ
"โลกใบนี้นั้นมีคนบาปอยู่มากมายและไม่มีใครสามารถหยุดพวกเขาทั้งหมดได้" เธอพูดออกมาก่อนที่เธอจะมองไปที่ถนนที่มีผู้ชายสองคนกำลังปล้นผู้หญิงคนหนึ่ง
"มีเพียงฉันเท่านั้นที่จะสามารถกวาดล้างพวกนี้ให้หมดจากโลกใบนี้ได้" เธอพูดขึ้นมาก่อนจะวิ่งเข้าไปหาชายสองคนนั้นและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง