[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    141 อำนาจต่อรอง

    “ เชิญเลยครับเชิญเลย หรูอี้ฟิตเนสยินดีให้บริการครับ ”


    เฉินห่าวยิ้มด้วยท่าทางพอใจ สมาชิกทางฝั่งโรงแรมหรูอี้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆจนใกล้จะถึงเป้าหมายที่เขาตั้งเอาไว้แล้ว ต่อให้จะเทียบกับหลงเฉียงฟิตเนสไม่ได้ คนที่เดินทางมาใช้งานหรูอี้ฟิตเนสกลับเป็นคนที่เขาเลือกเอง ส่วนหนึ่งเป็นคนใหญ่คนโตมีชื่อเสียงเพราะผู้เฒ่าทั้ง 5 ชวนมาด้วยตนเอง


    การรักษาในวันเกิดของฉู่เฉียวนับว่าให้ประโยชน์มหาศาลแก่เขามาก หลังจากที่คนรอบตัวของผู้เฒ่าทั้ง 5 เดินทางมาใช้งานตามคำแนะนำ เขาได้แก้ปัญหาที่ทุกคนติดขัดจนผ่านมาได้ แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาเหล่านี้เดินทางกลับมาไม่ใช่เพราะคำแนะนำและการแก้ไขที่เขาทำได้


    สิ่งที่ล่อให้ผู้คนกลับมาคือค่าสถานะ 0.1 หน่วยจากเครื่องออกกำลังกาย การเพิ่มค่าสถานะได้โดยไม่ต้องอัพเลเวลทำให้คนที่ผู้เฒ่าทั้ง 5 แนะนำเดินทางกลับมา ซึ่งการกลับมาของพวกเขาราวกับเป็นการโปรโมทโรงแรมหรูอี้เพราะใครต่างก็อยากรู้สาเหตุที่คนเหล่านี้เข้าใช้บริการโรงแรมจึงตามเข้ามา


    หลังจากรู้ว่าคนรอบตัวผู้เฒ่าทั้ง 5 ได้อะไรจากโรงแรมเหล่าคนที่ตามติดก็เริ่มเสพติดอุปกรณ์ออกกำลังกายเช่นเดียวกันจนทำให้ตอนนี้โรงแรมของเขาเต็มไปด้วยคนมีหน้ามีตาในเมืองรั่วหยาง


    นับว่าโชคยังเข้าข้างเขาอยู่เพราะยังไม่มีตระกูลหานและตระกูลเจียงเข้าใช้งาน  ถึงแม้ตระกูลเจียงจะเป็นตระกูลทางฝั่งภรรยาเฉินห่าวไม่อยากต้อนรับเพราะผู้อาวุโสหลายคนโน้มเอียงไปทางตระกูลหาน


    เขาจึงต้องการลดระยะห่างของผู้คนรอบๆตัวของ 2 ตระกูลนี้แล้วบีบพวกเขาให้ตกต่ำ วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่เขาจะพาจินม่ายกลับมา


    การที่ตระกูลหานและตระกูลเจียงยังไม่โผล่หน้ามาจึงทำให้ธุรกิจฟิตเนสของเขายังดำเนินต่อไปได้อย่างสะดวก หากว่า 2 ตระกูลนี้โผล่มาเมื่อไหร่และเขาปฎิเสธที่จะให้บริการ โรงแรมหรูอี้คงไม่พ้นถูกคว่ำบาตรอย่างแน่นอน ต่อให้จะมีขาประจำเข้าใช้งานตระกูลหานและตระกูลเจียงสามารถทำให้โรงแรมหรูอี้กลายเป็นโรงแรมเถื่อนต่อหน้าชาวเมืองได้ ดังนั้นการที่ทั้งสองตระกูลไม่พบโรงแรมหรูอี้เขาจึงสามารถหาสมาชิกร้านได้เรื่อยๆ ยิ่งสมาชิกร้านเยอะการถูกคว่ำบาตรจากสองตระกูลก็ยิ่งได้รับผลกระทบที่น้อยลง


    “ ไวจังแฮะ ”


    เฉินห่าวมองดูเวลาพบว่าพรุ่งนี้เช้าเขาจะต้องเดินทางกลับไปสอนนักศึกษาอีกแล้ว พรุ่งนี้คงเป็นวันที่เขาเริ่มสอนฝ่าเท้าสายลมให้แก่นักศึกษาหลังจากคณะกรรมการทำการตรวจสอบและยืนยันมันผ่านการวิจัย


    เมื่อกลับมาหลงเฉียงฟิตเนสเฉินห่าวจึงแง้มเปิดประตูมองดูลูกสาวที่กำลังนอนหลับปุ๋ย ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าในภายภาคหน้าเธอจะกลายเป็นสุดยอดฮันเตอร์แบบไหน คงไม่มีใครแข็งแกร่งเทียบเท่าเธอ ต่อให้จะตัดเรื่องค่าสถานะ 30 หน่วยออกไป  การที่เธอใช้งานห้องขยายพลังและห้องขยายแรงต้านกำลังเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นสุดยอดของสุดยอดในทุกๆคืน


    “  ทางนี้ก็ใกล้จะจบแล้วสินะ ”


    เฉินห่าวลอบสังเกตกลุ่มของผู้อาวุโสทั้ง 3 ตระกูลและเหล่าสมาชิกระดับสูงของกิลด์ในเขต X  เหลืออีกเพียง 3 วันก็จะครบ 50 ชั่วโมงในการออกกำลังกาย ผู้อาวุโสกลุ่มแรกที่แบ่งกันเล่นจะเริ่มออกจากหลงเฉียงฟิตเนสเพื่อออกล่า 


    ตามกำหนดการณ์แล้วเขาจะปล่อยให้อุปกรณ์เลเวล 2 ว่างเป็นเวลา 15 วันหลังจากคนที่เขาเชิญเพิ่มค่าสถานะได้ครบทั้งหมด


    หลังจากปล่อยว่างเป็นเวลา 15 วันเขาจะเฝ้าจับตามองดูการล่าและการพัฒนาของเหล่าคนที่เชิญมา เมื่อทุกคนในพื้นที่ล่าเห็นความสามารถของคนกลุ่มนี้ที่เพิ่มขึ้นเขาจึงจะเริ่มคัดสมาชิกกลุ่มต่อไปให้เข้าใช้งานอุปกรณ์เลเวล 2


    หากเป็นไปตามแผนผู้คนจะเริ่มทำตามกับเขาดีขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าสถานะอีก 10 หน่วยจากอุปกรณ์ที่อยู่ชั้นบน


    เมื่อทุกคนเริ่มรู้แล้วว่าเขาคัดคน ในอนาคตเขาจะกลายเป็นผู้ที่สามารถต่อรองกับขุมอำนาจใดๆก็ได้


    ต่อให้ขุมอำนาจที่เคยใช้งานอุปกรณ์ของเขาจนไปถึงเลเวลสูงสุดที่เปิดให้ใช้งาน  คงไม่มีใครกล้าตัดความสัมพันธ์ของเขาแน่นอน เพราะเมื่อใดก็ตามที่ตัดความสัมพันธ์ทิ้ง ขุมอำนาจอื่นที่ยังเชื่อมสัมพันธ์กับเขาจะยังก้าวหน้าต่อไปเรื่อยๆ สุดท้ายพวกเขาก็จะถูกเตะออกจากทางเดินของผู้แข็งแกร่ง


    นับต่อจากนี้ผู้คนจะมองเขาไม่ใช่เพียงแค่ร้านฟิตเนสทั่วไป แต่จะมองเขาเป็นเสาหลักที่ขาดไปไม่ได้  เมื่อใดก็ตามที่มีขุมอำนาจหลุดออกจากร้านของเขาไป คนเหล่านั้นจะต้องเตรียมตัวรับมือกับการถูกเขี่ยทิ้ง  


    ต่อให้จะมีค่าสถานะ 10 หน่วยจากการใช้งานอุปกรณ์จนคิดว่าตนเองแข็งแกร่ง  ในพื้นที่ล่ายังมีผู้ที่เพิ่มค่าสถานะ 20 หน่วยและ 30 หน่วยทำให้ผู้ที่มีค่าสถานะ 10 หน่วยถูกมองไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไป


    “ หึหึ การทำให้ผู้คนเสพติดจนขาดไม่ได้มันดีแบบนี้นี่เอง ”


    เฉินห่าวปิดเปลือกตาลงช้าๆ วันนี้เขาขอนอนให้เต็มอิ่มสักวัน หากจะให้เขาใช้งานอุปกรณ์ออกกำลังกายแข่งกับลูกสาวคงตายเสียก่อน แม้เขาจะตายได้ก็ตามเฉินห่าวกลับไม่คิดจะตายเพราะความรู้สึก่อนตายยังคงติดอยู่ในสมองไม่ไปไหน


     “ ป๊ะป๋าหยูตื่นแล้วค่า ตื่นเย็วค่า ”


    มือน้อยๆนวดไปที่แก้มของป๊ะป๋าหลังจากเธอตื่นก่อนเวลาเพราะจะได้ไปมหาวิทยาลัยในเช้านี้


    เฉินห่าวลืมตาตื่นพบว่าวันนี้ลูกสาวเป็นคนมาปลุกเขาจึงยิ้มให้เบาๆก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจโดยมีลูกสาวลอกเลียนแบบท่าทาง


    “ เป่าเป้ยตื่นก่อนป๊ะป๋าเหรอวันนี้ เก่งจังเลยนะ ”


    “ ไปมาหาวิททาทาลัยกาน ”


    “ โอ้ เราต้องไปมหาวิทยาลัยกันสินะ เป่าเป้ยอยากเจอพี่ชายและพี่สาวสินะ งั้นเราไปอาบน้ำกันเถอะ ”


    เฉินห่าวพาลูกสาวทำกิจวัตรประจำวันจนเสร็จสิ้นก่อนที่เขาจะมอบหมายงานให้กลุ่มของอ้ายเสินที่ดูเหมือนจะเหน็ดเหนื่อยจากการล่าไม่น้อย


    การก่อตัวของมอนสเตอร์ทำให้พวกเขาจะต้องต่อสู้ยาวนานขึ้น ทุกเช้าที่กลับมาที่ร้านกลุ่มของอ้ายเสินจึงดูเหน็ดเหนื่อย


    ไม่ใช่แค่กลุ่มของอ้ายเสิน สมาชิกร้านคนอื่นๆที่ล่าในช่วงกลางคืนกลับมาที่ร้านด้วยสภาพไม่ต่างกัน แต่ละคนเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมาก เฉินห่าวจึงพอจะรู้ได้ว่าความเหน็ดเหนื่อยเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการล่าเหมือนทุกวัน พวกเขาคงจะพยายามสังหารมอนสเตอร์ให้ได้เยอะที่สุดเพื่อตัดขาดการเกิดคลื่นมอนสเตอร์จนนำไปสู่สงคราม


     ถึงอย่างนั้นความพยายามของเหล่าฮันเตอร์คงไม่สำเร็จเพราะเขามองเห็นการก่อตัวเล็กๆของมอนสเตอร์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา แม้พวกมันจะตกตายไปมาก การรวมกลุ่มยังคงเป็นเช่นเดิม อีกไม่นานจะต้องมีสงครามเกิดขึ้นแน่นอน


    เฉินห่าวเลือกที่จะไม่บอกความจริงก็เพราะว่าการปล่อยให้ฮันเตอร์ล่าแบบนี้เป็นหนึ่งในวิธีเพิ่มความแข็งแกร่งของทุกคนเช่นเดียวกัน


    ยิ่งพวกเขาล่ามากเท่าไหร่ เลเวลก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้นจากผลึกมานาที่ได้กลับมาในแต่ละวัน ต่อให้พวกเขาจะไม่มีวิธีดูดซับผลึกมานาผ่านฝ่ามือก็ตาม การกินผลึกมานาที่เลเวลสูงกว่าตนเอง 10 เลเวลเข้าไปทุกๆวันกลับทำให้เลเวลของพวกเขาเพิ่มเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ


    ในอนาคตที่สงครามระหว่างเขต X และมอนสเตอร์เกิดขึ้นเขาคิดว่าเลเวลเฉลี่ยของฮันเตอร์ที่เข้าใช้งานร้านของเขาคงสามารถงัดกับมอนสเตอร์ในสงครามได้อย่างแน่นอน


    หากมีเลเวล 160 และ 180 เข้าร่วมจนฮันเตอร์เขต X เอาชนะไม่ได้ เขาเพียงแค่ส่งอันอันและเฟยหลงเข้าช่วยเหลือเพียงเท่านี้ก็จบสงครามได้แล้ว


    แม้ฮันเตอร์จะหวาดกลัวกับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น เขากลับมองมันด้วยสายตาปกติไม่ต่างจากสงครามครั้งก่อน ต่อให้เลเวลของมอนสเตอร์จะยกระดับขึ้นไปมาก เลเวลของพวกมันยังไม่มากเกินกว่าที่เขาจะควบคุม 


    ถ้าหากสงครามในครั้งที่สองเกิดขึ้นในช่วงที่เขาว่าง ไม่แน่สงครามครั้งนี้เขาอาจจะได้ประโยชน์จากมันไม่น้อยเช่นกันเพราะอาณาเขตปลอดภัยของเขาคลุมทับพื้นที่ล่าทางตอนใต้ไปไกลมาก เขาจึงสามารถเข้าร่วมสงครามได้ในทันที


    “ เป่าเป้ยมามาหาวิททาทายัยแย้วค่า ”


    เด็กสาวมองป้ายมหาวิยาลัยด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายแสง พร้อมกับขอลงไปเดินด้วยตนเอง


    เฉินห่าวจึงปล่อยเป่าเป้ยลงไปเดินด้วยตนเอง วันนี้เธอแต่งตัวเป็นผีเสื้อมีปีกสีรุ้งอยู่ด้านหลังทำให้นักศึกษาที่เดินผ่านหันมองเพราะมีเด็กแต่งตัวด้วยชุดผีเสื้อกำลังด้อมๆมองๆแมลงที่บินเข้าไปตอมดอกไม้


    เฉินห่าวปล่อยให้ลูกสาวเล่นจนกว่าจะพอใจเพราะมาเช้ากว่ากำหนด แม้เขาจะอยู่ห่างลูกสาวก็ตามรอบๆตัวของเธอกลับมีด้ายพลังของเขาวางเอาไว้ หากมีสิ่งใดพยายามพุ่งเข้าโจมตีด้ายเหล่านี้จะเข้าป้องกัน แต่ถ้าหากเธอจะล้มเขาก็สามารถใช้ด้ายพยุงเอาไว้ได้


    “ อาจารย์เหวินสวัสดีค่ะ ”


    นักศึกษาที่เข้าคลาสของเขาครบ 2 ครั้งทักทาย เฉินห่าวจึงหันไปยิ้มให้ด้วยท่าทางสนิทสนม 


    “ อาจารย์ครับวันนี้เราจะได้เรียนเกี่ยวกับทักษะฝ่าเท้าสายลมไหมครับ ”


    “ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่ต้องห่วงเพราะฉันเตรียมอย่างอื่นเอาไว้แล้ว ”


    เหล่านักศึกษาที่เห็นเฉินห่าวที่สวนดอกไม้หน้าทางเข้าล้วนแล้วทักทาย แต่ละคนถามถึงทักษะฝ่าเท้าสายลมที่ยังไม่มีประกาศให้กลับมาฝึกฝนได้  เพียงเท่านี้เฉินห่าวก็รู้แล้วว่ามีคนสนใจทักษะของเขาเยอะเป็นพิเศษ


    “ เป่าเป้ยไปพบคุณลุงหวังรุ่ยกันเถอะ ”


    “ ค่า ”


    เด็กสาววิ่งกลับมาหาคุณพ่อด้วยท่าทางซุกซนก่อนจะกระโจนขึ้นไประดับอกให้คุณพ่ออุ้ม


    เฉินห่าวจำเป็นต้องสอบถามผู้อำนวยการหวังรุ่ยเกี่ยวกับทักษะที่เขาปรับแก้ไขว่าสามารถใช้ควบคู่ไปกับการสอนได้หรือยัง





    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน