Wanderlust เพราะชีวิตคือการเดินทาง

    บทที่ 16 ความผิดหวัง

            ยามเย็นคล้อยลงช้า ๆเมื่อรถตู้ของพวกเขาเคลื่อนผ่านเส้นทางคดเคี้ยวเข้าสู่จังหวัดพะเยาเสียงล้อบดถนนคล้ายเป็๲จังหวะกล่อมอารมณ์ที่ยังสั่นไหวไม่หายของคนทั้งสาม

    แสงสุดท้ายของวันทอดแนวยาวบนผิวน้ำกว๊านพะเยาจนเกิดเป็๞ประกายระยิบระยับดั่งเงาสะท้อนของเ๹ื่๪๫ราวมากมายที่แต่ละคนไม่อาจพูดออกมาได้ทั้งหมด

            “แวะกินข้าวแถวนี้เลยมั้ยคะ?” เฟิร์นเอ่ยขึ้น ขณะมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนเฉดสี

            “ดีเลย เริ่มหิวพอดี” ภูมิตอบ

    พวกเขาเลือกนั่งร้านอาหารเล็ก ๆ ริมกว๊าน เสียงน้ำกระทบตลิ่งแ๶่๥เบาคลอเคล้าไปกับเสียงเพลงของร้าน

    อาหารวางลงทีละจาน บรรยากาศค่อย ๆ คลี่คลายไปในทิศทางอบอุ่นจนกระทั่งเหลือเพียงความเงียบที่ไม่อึดอัดแต่กลับเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีใครกล้าถามออกไป

            “วิวตรงนี้สวยจังเลยนะคะเหมือนภาพวาดเลย” เฟิร์นพูดเบา ๆ พลางมองท้องฟ้าสีม่วงอมชมพูที่สะท้อนอยู่ในน้ำ

    เจมส์พยักหน้า แต่ภูมิกลับเงียบ เฟิร์นหันไปมองเขาสีหน้าของเขานิ่งจนผิดสังเกต

            “พี่ภูมิ...โอเคไหมคะ?”

            ภูมิพยายามยิ้มตอบ“แค่เหนื่อยนิดหน่อยน่ะ”

    ไม่มีใครซักไซ้ถามต่อ ต่างคนต่างทานข้าวโดยที่ไม่พูดอะไรกันมากมาย

            หลังจากมื้อค่ำ เฟิร์นเสนอ“เราไปนั่งร้านเหล้าใกล้ ๆ หน่อยดีมั้ยคะ เปลี่ยนบรรยากาศผ่อนคลายกันหน่อยก็ยังดีนะ”

    ภูมิชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า ส่วนเจมส์ดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที

    ร้านเหล้าที่พวกเขาเข้าไปนั่งเป็๞ร้านไม้เก่า ๆ ริมกว๊านมีไฟสีส้มอุ่นสลัว ลมเย็นโชยมาเป็๞ระยะเสียงดนตรีสดบรรเลงเพลงทำให้พวกเขาผ่อนคลายขึ้น

    เบียร์ถูกยกมาทีละขวด เจมส์ดื่มเร็วกว่าปกติจนแก้มเริ่มแดงดวงตาเริ่มมันวาว และคำพูดเริ่มหลุดเร็วเกินใจ

            “ผมถามจริงพี่...ทำไมพี่ถึงจูบเฟิร์นทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผมชอบเธอวะ?” เสียงเจมส์สูงขึ้นกว่าปกติเขาทุบโต๊ะเบา ๆ ด้วยความหงุดหงิด ดวงตาที่แดงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์สั่นไหว

            “พี่รู้นี่ ว่าผมชอบเธอผมไม่เคยปิดบังเลย แล้วพี่ก็...พี่ก็เป็๲แบบนี้ได้ยังไงวะ? หรือว่าพี่ก็ชอบเธอเหมือนกัน? หรือแค่ไม่แคร์ผมเลย?”น้ำเสียงเจมส์เต็มไปด้วยความกรุ่นปนเศร้า สายตาจ้องภูมิอย่างไม่หลบ

    เฟิร์นชะงัก ร่างกายแข็งค้างไปชั่วครู่ ขณะที่ภูมินิ่งเงียบเหมือนกำลังเลือกคำอย่างระมัดระวัง

            “มันไม่ได้เป็๲แบบนั้น...”เฟิร์นพูดแทรกขึ้น เสียงเธอดูกังวลเล็กน้อย

    เจมส์หันไปมองเธออย่างไม่เข้าใจ

            “เฟิร์นเป็๲ฝ่ายไปจูบพี่ภูมิก่อนเองแล้วเขาก็...ปฏิเสธ เขาไม่ได้จูบฉันกลับด้วยซ้ำ”

    บรรยากาศนิ่งงัน เจมส์ก้มหน้าเงียบ น้ำเสียงเมื่อครู่ค่อย ๆเลือนหายไปพร้อมกับเสียงดนตรีของร้าน

    หลังจากร้านปิด ทั้งสามค่อย ๆ เดินริมทางกว๊านเพื่อกลับไปยังที่พักต่างคนต่างไม่พูดอะไรกัน บรรยากาศดูอึกอัดจนแทบจะทนไม่ไหว

    จู่ ๆเจมส์ก็หยุดเดินกระทันหันจนเฟิร์นที่เดินใจลอยอยู่เกือบชนเข้าข้างหลังของเขา

    เจมส์เดินเข้าไปหาภูมิ

            “ขอโทษครับพี่...ผม...ผมพูดไม่คิดเลย”

    ทันทีที่เฟิร์นได้ยินคำนั้นเธอเดินออกห่างทั้งสองเพื่อให้เวลาส่วนตัวระหว่างสองพี่น้อง

            “ไม่เป็๞ไรหรอกเจมส์ พี่เข้าใจ”ภูมิตอบ น้ำเสียงยังคงอบอุ่นเช่นเคย

            “ผมไม่ควรพูดแบบนั้นกับพี่ ไม่ควรเลยผมแค่...ผมรู้สึกเหมือนตัวตลก รู้ว่าชอบเขา แต่ก็ไม่ได้เข้าไปจริงจังอะไรแล้วพอเห็นเขาสนิทกับพี่มากขึ้นเรื่อย ๆ ผมก็กลัว ผมกลัวจะเสียไปแบบไม่ทันตั้งตัว”

            “ผมแค่...รู้สึกแปลก ๆ มาตลอด๻ั้๫แ๻่ปาย๻ั้๫แ๻่เห็นสายตาเฟิร์นที่มองพี่...ผมก็รู้แล้วแหละว่าเธอไม่ได้มองผมแบบเดียวกัน”

    ภูมิมองกว๊านพะเยาที่ยังมีแสงไฟสะท้อนระยิบเขาวางมือลงบนบ่าของเจมส์เบา ๆ

            “บางครั้งความรู้สึกก็ไม่ยุติธรรมนะมันเลือกเองว่าจะเกิดกับใคร และบางที...มันก็ไม่ได้ตอบแทนทุกคนเท่าเทียมกันแต่พี่ก็ไม่เคยคิดที่จะแย่งใครจากมึงเลยนะ มึงก็รู้กูไม่มีทางทำแบบนั้นกับมึงแน่”

    เจมส์พยักหน้า เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งน้ำตา

            “ผมมันเด็กน้อยจริง ๆ แหละเนอะเฟิร์นถึงไม่มองผมแบบที่ผมหวัง”

            “ไม่ใช่นายเด็กหรอก...แค่นายจริงใจแล้วมันก็เจ็บที่ความจริงใจไม่ได้พาไปถึงฝั่งฝัน มันเจ็บแบบนั้นแหละ”ภูมิพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก

            เจมส์หัวเราะทั้งน้ำตา“พี่พูดอย่างกับเคยเจอเอง”

            ภูมิพยักหน้า ช้า ๆดวงตาเขาหันกลับไปยังผืนน้ำ “มีใครบ้างที่ไม่เคยเจอความเสียใจ ความผิดหวัง”

    ภูมิยิ้มบาง ๆ และโอบกอดน้องชายของเขาไว้

            ในความเงียบสงัดของพะเยา คืนนี้มีเพียงเสียงลมและแสงดาวเลือนรางที่เหนือกว๊านสะท้อนน้ำความในใจของน้องชายที่อัดอั้นมานานเกินที่จะทนไหวเสียงร้องในอ้อมกอดของเขาก้องกังวานเหมือนแข่งกับเสียงลมของกว๊านพะเยา