Chapter 3
“ทัชไปส่งขนมให้พี่หน่อย”
ชายหนุ่มรูปร่างสูงท่าทางดูใจดีเอ่ยขึ้นขณะกำลังเอาขนมออกจากตู้อบ และนั่นคือพี่แทน พี่ชายของผมเอง
พี่แทนเป็คนที่เมื่อดูภายนอกแล้วโคตรคุณชาย พูดเพราะ สุภาพ อ่อนโยน แต่ทุกคนล้วนมีข้อยกเว้นกันทั้งนั้นและก็แนะนำว่าอย่าไปทำให้พี่ท่านโกรธไม่งั้นจากเทพบุตรจะกลายร่างเป็ซาตานในทันที แต่ร่างนั้นไม่ค่อยได้เจอหรอกเพราะพี่แทนเป็คนใจเย็นพอสมควร
ส่วนรูปร่างหน้าตาไม่ต้องพูดถึงพี่แทนฮอตมากๆ ถึงจะไม่ได้เป็เดือนก็เถอะ ผมว่าก็ไม่แปลกนะใครจะไม่ชอบผู้ชายแบบพี่แทนล่ะ และอย่าถามหาความเหมือนของผมกับพี่แทนนะต่างกันั้แ่หน้าตาละ
“เยอะปะ” ปกติก็จะมีบ้างที่จะต้องไปส่งขนมแบบนี้แต่เป็กรณีที่สถานที่ไม่ไกลจากร้านเท่าไหร่
“ไม่เท่าไหร่”
“ขอที่อยู่ด้วยค้าบบ”
พี่แทนเดินไปหยิบกระดาษก่อนจะยื่นให้ผมเป็ที่อยู่ซึ่งไม่ไกลจากร้านเท่าไหร่แต่นี่มันเหมือนสตูดิโออะไรสักอย่างที่ผมเคยขับรถผ่านนี่นา
“อย่าเถลไถลล่ะ”
“ครับผม!” พี่แทนยิ้มก่อนจะยีหัวผมเป็เื่ปกติครับเห็นหัวน้องเป็ผ้าเช็ดมือ ฮ่าๆ
“พี่ให้พี่แนนเตรียมของไว้แล้ว ไปส่งได้เลย”
ผมพยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องทำขนมทันที วันนี้ไอ้โก้ไม่มามันก็จะเหงาๆ หน่อยไม่มีใครให้ต่อปากต่อคำ สาเหตุที่มันไม่มาน่ะหรอครับนอนตายอยู่ห้องนู่นเมื่อคืนทั้งกินเหล้าทั้งเล่นเกม ถามว่าผมรอดมาได้ยังไงก็มันไม่ให้ผมแตะเหล้าเลยสักนิดน่ะสิมันบอกว่าผมเมาแล้วชอบสร้างปัญหาแต่วันนี้ปัญหาคือมันนั่นแหละ คิดแล้วก็สมน้ำหน้า!
ผมสวมหมวกกันน็อคแล้วขับรถออกไปทันที รถคันนี้เป็รถของร้านที่มีเอาไว้ส่งของเวลาจำเป็ ผมเบื่อผมก็ไปส่งของ ไปแล้วไม่กลับร้านก็มีเย็นค่อยกลับทีเดียวกลับมาก็โดนพี่แทนบ่นเป็เื่ปกติ รายนั้นก็ไม่ี้เีบ่นเลยยังทำหน้าที่ได้ดีเหมือนเดิม
ไม่ถึงยี่สิบนาทีผมก็มาถึงสถานที่ที่พี่แทนเขียนไว้ในกระดาษ มันเป็สตูดิโอซึ่งมองด้านนอกก็เหมือนจะไม่ใหญ่
ผมถือขนมที่ลูกค้าสั่งก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน
“เอาขนมมาส่งครับ”
คนที่อยู่ข้างในหันมามองผมก่อนจะทำงานของตัวเองต่อ อ้าว สรุปไม่มีใครสนใจเลยหรอหรือผมมาผิดที่วะ แต่พอมองที่อยู่ในมือก็ถูกนี่หว่า
เหมือนทุกคนจะกำลังยุ่งอยู่กับการจัดฉากไว้ถ่ายอะไรสักอย่าง แต่ช่วยมาจ่ายเงินแล้วเอาขนมไปก่อนได้ไหมค้าบบ
“ทั้งหมดเท่าไหร่”
“450 บาทครับ” ผมหันไปตอบคนข้างหลังแต่ก็ต้องเบิกตากว้างแล้วอยากอุทานออกมาดังๆ ว่า
เวรแล้ว!
ผมรีบก้มหน้าทันทีซึ่งมันก็ดูจะไม่ได้ช่วยอะไรแล้ว เพราะตอนนี้เขาคงเห็นหน้าผมเต็มๆ แล้วล่ะ
คนตรงหน้าผมคือคนที่ชื่อ ธัญ
“เงยหน้า” ทำไมเสียงโหดจังวะ
ผมเงยหน้าตามที่คนตรงหน้าบอกก่อนจะยิ้มออกมา
“นายเองหรอ” ผมนี่แหละครับ
“ทั้งหมด 450 บาทครับคุณลูกค้า”
“เมื่อไหร่จะคืนเสื้อ” ผมนี่ยื่นขนมให้เก้อเลยครับช่วยสนใจสิ่งที่กูพูดด้วยเว้ย
“เดี๋ยวผมเอามาคืนนะครับ แต่ตอนนี้ผมต้องทำงานก่อน” ผมบอกจุดประสงค์จริงๆ ไม่ใช่ว่าจะอยากเก็บไว้หรอกนะเสื้อน่ะ แต่ใครจะไปรู้ว่าจะมาเจอกันที่นี่วะ
“ไปเอามาคืนสิ”
“ตอนนี้…หรอครับ”
“ใช่ แล้วค่อยกับมาเก็บตังค์ทีหลัง” ว่าแล้วคนตรงหน้าก็แย่งถุงขนมจากมือผมไปอย่างหน้าตาเฉย เป็คนแบบไหนวะเนี่ยแล้วสรุปคือผมต้องไปเอาเสื้อมาคืนเขาก่อนใช่ไหมถึงจะได้เงินค่าขนมอะ
ไม่มีทางเลือกสินะ
“ขอโทษที่อ้วกใส่นะครับ แล้วก็จ่ายค่าขนมมาด้วย” ผมยื่นเสื้อคืนให้อีกคนที่ดูจะไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร แถมยังดูเมินๆ ผมอีก
“รู้ไหมว่าเสื้อตัวนี้ราคาเท่าไหร่” ดูก็รู้ว่าแพงแต่เท่าไหร่ผมจะไปรู้ได้ไงวะ
“ไม่รู้ครับ”
“แพงกว่าค่าขนมที่นายเพิ่งมาส่งแล้วกัน” มันก็ต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้วปะวะ
“เข้าใจความหมายที่ฉันจะสื่อไหม” ผมทำหน้างงทันที
เดี๋ยวนะผมต้องแปลไทยให้เป็ไทยอีกหรือไง
“รีบๆ พูดได้ปะครับ ผมต้องไปทำงานต่อนะ” หน้าตาคนตรงหน้าก็ยังไม่ได้ทุกข์ร้อนตามผมเลยแม้แต่น้อย
“ก็หมายความว่าฉันจะไม่จ่ายค่าขนมที่นายมาส่งไง”
“ได้ไง” ของซื้อของขายนะเว้ย
“นายทำให้ฉันเห็นเสื้อตัวนี้แล้วรู้สึกไม่ดี หรือนายไม่คิดจะรับผิดชอบมันล่ะ” ร้ายกาจ นี่คือความคิดแรกที่ผุดขึ้นมา นี่จะหาเื่ไม่จ่ายสินะ
“มันคนละเื่กันนะครับ”
“เื่เดียวกัน” ทำไมพูดยากแบบนี้วะ
“อ้วกนะไม่ใช่น้ำหกใส่จะได้ลืมกันง่ายๆ นายเข้าใจใช่ไหม” พูดขนาดนี้ผมคงต้องเข้าใจแล้วล่ะ ถือซะว่าเลิกแล้วต่อกันก็แล้วกัน
450 บาท เอาเงินตัวเองออกแทนก็ได้วะ
“นายชื่ออะไร” ขณะที่ผมกำลังจะหันหลังกลับเสียงคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็เอ่ยขึ้น
“ขอโทษนะครับ ผมต้องไปทำงาน” ว่าแล้วก็หันไปฉีกยิ้มให้ ผมไม่ปลื้มคนที่ทำให้ผมเสียเงิน 450 บาทว่ะ!
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”
“เจอลูกค้ากวนตีนอะดิ” ผมตอบพี่แทนอย่างหงุดหงิด
“เอาน่า เป็ฝ่ายบริการต้องรู้จักควบคุมอารมณ์นะ” โถ่พี่ผม ใครจะไปใจเย็นแบบพี่ได้ล่ะ
“แต่ลูกค้าที่เราไปส่งเมื่อกี้เขาสั่งเครื่องดื่มน่ะ”
“หะ!” ทำไมผมรู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลกๆ ไม่ใช่ว่าจะเป็อย่างที่ผมคิดนะ
“ผมไม่ไปส่งนะ”
“แล้วใครจะไปส่งล่ะ”
“ก็ให้คนอื่นไงพี่แทน” ผมเริ่มโอดครวญ
“คนอื่นเขามีงานกันหมดมีแต่เรานี่แหละที่ว่าง รีบไปรีบมาเดี๋ยวพี่ให้ปรางทำเครื่องดื่มให้”
ทำไมผมรู้สึกว่าจะได้เสียเงินอีกแล้ววะ ได้โปรดเถอะครั้งนี้จ่ายเงินด้วยนะถึงจะไม่เยอะแต่ก็กินข้าวได้หลายมื้อเลยนะเว้ย
และผมก็มาลงเอยอยู่ที่สตูดิโอที่ผมเพิ่งจะออกไปได้ไม่นานเพราะต้องมาส่งเครื่องดื่มอีก ทำไมไม่สั่งพร้อมๆ กันวะแม่ง ไม่รู้รึไงว่ากูี้เีมาส่งเนี่ย
“เอาเครื่องดื่มมาส่งครับ”
“รอแปปนึงนะคะน้อง”
“ครับ”
ผมยิ้มให้กับพี่ผู้หญิงก่อนจะมองรอบๆ รู้สึกเหมือนจะถ่ายแบบเลยแฮะ
“น้องคะ คุณธัญบอกว่าจ่ายค่าเครื่องดื่มไปแล้วนะคะ”
รอยยิ้มของผมเริ่มหุบลงช้าๆ เล่นกูแล้วไง
ใจเย็นไว้ไอ้ทัชแค่ค่าขนมกับเครื่องดื่ม มึงไปอ้วกใส่เขาเลยนะเว้ย
“ผมขอคุยกับคุณเอ่อ…ธัญหน่อยได้ไหมครับ” แต่งานนี้ต้องมีการต่อรองครับ
“คงจะไม่ได้ค่ะ คุณธัญถ่ายแบบอยู่”
“งั้นผมขอเข้าไปดูหน่อยได้ไหมครับ ผมจะไม่ถ่ายรูปหรืออะไรทั้งนั้นครับแค่เข้าไปดูเฉยๆ ” ส่งรอยยิ้มหวานๆ ไปให้หนึ่งทีเผื่อพี่เขาจะใจอ่อน
“ไม่ได้จริงๆ ค่ะ” นอกจากจะไม่ใจอ่อนแล้วยังไม่มีเยื่อใยอีก ไม่เห็นแก่ความพยายามของผมบ้างหรอวะ
“พี่แป้งคะน้องที่จะมาถ่ายแบบอีกเซตเขามาไม่ได้แล้วค่ะ”
“อ้าวทำไมล่ะ ก็นัดกันไว้แล้วนี่”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ตอนนี้ก็ติดต่อไม่ได้เลย”
ดูท่าจะมีปัญหากันนะ แต่ปัญหาของผมก็มีเหมือนกันอะ คนเราก็นะดูมีฐานะแต่ไม่น่าจะมาทำกันแบบนี้เลย
“งั้น…” พี่ผู้หญิงมองผมก่อนจะยิ้มออกมา
ทำหน้าแบบนี้ผมเริ่มกลัวแล้วนะ
“น้องอยากเจอคุณธัญใช่ไหม”
ผมเปลี่ยนใจตอนนี้ทันไหมล่ะ
“ช่วยถ่ายแบบให้พี่หน่อยสิ ได้เจอคุณธัญแถมพอถ่ายเสร็จก็ได้ค่าจ้างด้วย”
ผมหูผึ่งทันทีที่ได้ยินคำว่าค่าจ้างไม่ได้สนใจข้อเสนอแรกแม้แต่น้อย ถ้าเป็ผมปกติก็ไม่ได้ร้อนเงินนะแต่วันนี้ผมช็อต
….…………………………………
สุดท้ายผมก็มานั่งนิ่งๆ ให้ช่างแต่งหน้าเสริมหล่ออยู่หน้ากระจกจนได้ ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยถ่ายแบบก็เคยถ่ายบ้างตอนหาเงินซื้อมอเตอร์ไซค์ ตอนนั้นก็ทำทุกอย่างเลยครับกว่าจะได้มาไม่ได้ง่ายๆ เลย
“ผิวดีนะคะเนี่ย เคยถ่ายแบบรึเปล่าจ๊ะ”
“เคยครับ”
“ถ่ายอะไร” ไม่ใช่เสียงพี่ที่แต่งหน้าแต่เป็เสียงของคนที่ทำให้ผมต้องมาถ่ายแบบอยู่แบบนี้
ว่าแต่เหมือนผมลืมอะไรสักอย่างแฮะ แต่ช่างเถอะนึกไม่ออก
“เสื้อผ้า”
ก็ไม่ต่างกับที่จะถ่ายตอนนี้หรอกครับ แต่ผมค่อนข้างจะแปลกใจที่คนดูดีมีฐานะอย่างเขาจะมาถ่ายแบบอะไรแบบนี้ด้วย
จะใครซะอีกล่ะครับ ก็คุณธัญไง
“เสร็จแล้ว ไปเปลี่ยนชุดที่พี่เตรียมไว้ให้เลยนะ”
“ครับ”
พอผมลุกจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ต้องอึ้งเมื่อคนตรงหน้าผมอยู่ในชุดสูทเต็มยศ
เชี้ย…โคตร ดู ดี
ผมยอมรับแบบไม่อคติเลยนะ พออยู่ในชุดนี้แล้วดูน่าเชื่อถือไม่เหมือนกับที่แกล้งผมเลยอะ
“จะอ้าปากทำไม” เสียงคนตรงหน้าทำให้ผมรู้สึกตัวก่อนจะงับปากลง
“น้องเขาคงอึ้งในความหล่อของคุณธัญมั้งคะ”
ไม่เถียงหรอกนะว่าหล่อจริงแต่ผมไม่ชอบสายตาเวลาเขามองผมว่ะ มันเหมือนรังเกียจยังไงก็ไม่รู้
อาจจะเป็เพราะผมไปอ้วกใส่เข้าแหละ ไม่รังเกียจก็บ้าแล้ว
ผมเลิกสนใจคนตรงหน้าแล้วเข้าไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า พอมองเสื้อผ้าแล้วก็ต้องแปลกใจผมคิดว่าจะได้ใส่สูทเหมือนเขาซะอีกแต่กลับเป็ชุดธรรมดาที่วัยรุ่นใส่กัน
ไม่ใช่ถ่ายเซตเดียวกันหรอกหรอ
แต่ก็ดีเหมือนกันเขาคงไม่อยากถ่ายกับผมเหมือนกันนั่นแหละ
ผมรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปสแตนบายทันที ชุดที่ผมใส่จะเป็เสื้อแขนยาวสีดำกับกางเกงยีนส์และรองเท้ามียี่ห้อคู่หนึ่ง มันก็ไม่ต่างจากที่ผมเคยถ่ายเท่าไหร่
“ตามสบายเลยนะน้อง” ผมพยักหน้าให้พี่ตากล้องก่อนจะเริ่มโพสท่า
ผมโพสท่าไปเรื่อยก่อนจะสะดุดสายตาที่มองมาของคนที่ชื่อธัญ ผมควรเรียกพี่ดีไหมแต่ไม่ดีกว่าไม่ถูกซะตาว่ะ
ผมจ้องกลับแต่ทางนั้นก็ไม่หลบสายตาจะเอาใช่ปะ ด้ายยยคิดว่าคนอย่างไอ้ทัชจะยอมแพ้รึไง
และเหมือนเกิดสงคารมทางสายตาซึ่งทั้งผมและเขาก็ไม่มีใครยอมหลบสายตาก่อนอีกคนจะกระตุกยิ้มแล้วหันหลังเดินออกไปทันที
โถ่ นึกว่าจะแน่
“น้องมองกล้องด้วย”
“ขอโทษครับ”
แต่คงต้องรีบดึงตัวเองกลับมาทำงานต่อแล้วล่ะ
ผมถ่ายมาจนถึงชุดสุดท้ายซึ่งอีกไม่กี่นาทีผมจะได้รับค่าจ้างแล้ว ต้องทำงานดีๆ หน่อยแล้ว
“เสร็จแล้วครับ ขอบใจมากน้อง” ถ่ายอีกสองสามรูปพี่ตากล้องก็บอกว่าเสร็จแล้ว ในที่สุดผมก็จะได้กลับสักทีถึงถ่ายแบบจะไม่ยากแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะง่ายซะทีเดียวยิ่งถ้าตากล้องเื่มากยิ่งยากเข้าไปใหญ่
“เดี๋ยวค่ะพี่ของอีกสักเซตนะ จะให้ถ่ายคู่กับคุณธัญ” ผมนี่ทำหน้างงเลยครับ ถ่ายคู่ด้วยชุดนี้เนี่ยนะมันใช่หรอวะพี่ คนหนึ่งใส่สูทเต็มยศแต่อีกคนเหมือนเด็กแว๊นเนี่ยนะ
“ผมต้องเปลี่ยนชุดไหมครับ”
“ไม่จ่ะ เอาชุดนี้เลย”
ถามจริง คิดอะไรอยู่ครับหรือเป็การออกแบบที่ผมไม่สามารถเข้าถึงได้
ถามว่าผมมีปัญหาไหมก็ไม่หรอกครับแค่งงเฉยๆ ว่ามันจะไปกันได้หรอ
สักพักคนที่จะเป็คู่ถ่ายรูปกับผมก็เดินเข้ามา มาในชุดสูทเต็มยศเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือสวมแว่น พอมองชุดตัวเองก็นึกขำในใจ เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เอาชายเสื้อเข้าในกางเกงข้างหนึ่งกับกางเกงยีนส์ขาดเข่า ถ้าจะพูดให้ตัวเองดูดีหน่อยก็แต่งตัวสไตล์เกาหลีส่วนอีกคนก็ลุคผู้บริหารดีๆ นี่เอง
กะจะให้ผมดับเลยสินะ
“เข้าฉากได้เลยจ้า”
ทั้งผมและเขาเดินเข้าฉากที่จัดเตรียมไว้ ก่อนพี่อีกคนจะมาบอกว่าต้องทำยังไงบ้าง
แต่เขาลืมไปรึเปล่าครับว่าถ่ายคู่ยืนซะไกลเลย
“ใกล้ๆ กันนิดหนึ่งนะครับ”
พอพี่ตากล้องบอกแบบนั้นเขาก็ยังไม่ยอมขยับมาลำบากผมเองที่ต้องขยับไปหา ถ้าผมไม่ขยับวันนี้คงไม่เสร็จหรอกดูจากหน้านายแบบอีกคนละ
“นี่คุณช่วยให้ความร่วมมือหน่อยดิ ผมอยากถ่ายเสร็จไวๆ เนี่ย”
สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเงียบและการถูกมองด้วยหางตา ให้ตายสิ ผมกำลังเจอคนประเภทไหนเนี่ย
“ผมว่าพอแค่นี้ดีกว่าไหมครับ เหมือนน้องเขาจะอยากกลับแล้ว”
ผมนี่แทบจะหันไปมองคนพูดในทันที โยนให้ผมเฉยเลยกลายเป็ว่านายแบบที่จับได้หน้าสตูดิโออย่างผมมีความเื่มากในการทำงานอีก
“โอเค พี่ก็ได้รูปพอดีเลยเอาเป็ว่ากลับกันได้นะทุกคน ส่วนน้องไปรับค่าจ้างกับพี่ผู้หญิงคนนั้นนะ”
เดี๋ยว! ได้ภาพตอนไหนวะ จะเทพไปไหนเนี่ยพี่พวกผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยแค่ยืนใกล้ๆ กันเอง
แต่ก็ช่างเถอะครับ งานเสร็จผมมีหน้าที่รับเงิน!
“ขอบใจมากนะน้องถ้าไม่ได้น้องงานพี่ไม่เสร็จแน่ๆ ”
ผมยิ้มให้กับพี่ผู้หญิงคนที่เสนอให้ผมมาถ่ายแบบ แฟร์ๆ กันทั้งสองฝ่ายครับเพราะผมก็ต้องใช้เงินเหมือนกัน จะได้ไปจ่ายค่าขนมกับค่าเครื่องดื่มที่มีคนไม่ยอมจ่าย!
พูดถึงเื่ขนมกับเครื่องดื่มผมก็นึกอะไรขึ้นได้ว่าไม่ได้บอกพี่แทนว่ามารับจ๊อบข้างนอก เอาแล้วโดนบ่นอีกแน่ๆ ก็คิดอยู่ว่าตัวเองลืมอะไร
“นี่หาเงินจ่ายค่าขนมหรอ” เสียงดังใกล้ๆ ทำให้ผมรีบหันไปมอง
ผมมองอีกคนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดธรรมดาแต่ก็ยังคงความเรียบร้อยไว้อยู่ดี ผมว่าพี่แทนดูคุณชายแล้วนะคนตรงหน้าผมยิ่งคุณชายเข้าไปอีก
“ก็คุณไม่ยอมจ่ายไง”
“ไม่ให้ซื้อเสื้อใหม่ก็ดีแค่ไหนแล้ว” โห ดูพูดเข้า คิดว่าคนอย่างผมจะมีปัญญาซื้อใหม่ให้รึไง
“ขอโทษแล้วไงคุณ คนมันไม่ได้ตั้งใจ”
อีกคนไม่ได้พูดอะไรต่อแถมเหมือนจะเก็บของอะไรสักอย่าง ก่อนที่จะพูดขึ้นโดยไม่ได้หันมามองผม
“ทำงานเสร็จแล้วก็กลับบ้านสิ” นี่คือการไล่ทางอ้อมหรอแต่ผมว่าไม่อ้อมนะน่าจะไล่ตรงๆ เลยล่ะ
ไม่ได้อยากอยู่เท่าไหร่หรอกเว้ย
ผมรีบเดินออกไปหารถที่จอดอยู่ทันทีกลับไปต้องโดนท่านพี่บ่นสินะ แต่ไม่เป็ไรอย่างน้อยก็มีเงินจ่ายค่าขนมกับเครื่องดื่มล่ะวะ