“ถึงกับทำหน้าเครียดเลยหรือเพื่อนรัก” เหวินเฉียวเดินถือแก้วน้ำมานั่งลงข้างๆ ซ่งจื่อหยวน “เป็อย่างที่ฉันพูดเลยไหมล่ะว่านายจะต้องมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นมาแน่ๆ”
ซ่งจื่อหยวนกับเหวินเฉียวได้ยินบทสนทนาของแม่ลูกแซ่จางอย่างชัดเจนทุกคำ ป้าจางดูจะถูกใจหลินซูลี่และอยากได้เธอมาเป็ลูกสะใภ้เอามากๆ ถึงแม้จางชิงจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่หากมองจากสายตาที่เขามองไปยังหลินซูลี่และเด็กหญิงจางฉีฉีแล้ว ซ่งจื่อหยวนก็แทบจะฟันธงได้เลยว่าจางชิงเริ่มหวั่นไหวไปกับคำพูดของป้าจางเกินกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว
“นายคิดว่าคนโสดกับพ่อม่าย ใครจะมีสิทธิ์เอาชนะใจเธอมากกว่ากัน” ซ่งจื่อหยวนถามขึ้น
“ฉันว่าเื่นั้นมันไม่น่าจะเกี่ยวนะ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าผู้หญิงเขาจะชอบใครมากกว่ากันต่างหาก”
“แล้วระหว่างฉันกับพี่ใหญ่จาง นายคิดว่าเธอจะชอบใคร?”
“ตอบยากโว้ย! ฉันว่านะแทนที่นายจะมานั่งตั้งคำถามอยู่กับฉันอย่างนี้ นายเอาเวลาไปไล่จีบสาวในฝันของนายจะดีกว่าไหม”
“ได้สิ งั้นพรุ่งนี้นายไปบ้านโน้นกับฉัน”
เหวินเฉียวหันมามองเพื่อนอย่างสงสัย “ไปบ้านโน้น บ้านไหน? อ๋อ...บ้านข้างๆ เราเนี่ยหรือ ไปสิไป...ฉันจะไปเป็เพื่อนนายเอง แล้วเราจะไปทำอะไรที่นั่นหรือ”
“ทำความสะอาด ถางหญ้า เก็บกวาดวัชพืช ผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบเธอจะไปทำงานหนักอย่างนั้นได้ยังไง”
“นาย...นาย...” เหวินเฉียวชี้หน้าเพื่อนอย่างไม่เกรงใจ “วันหยุดของฉันทั้งที นายยังคิดที่จะลากฉันไปทำงานหนักอีกหรือ”
“ฉันจะทำงานบ้านคนเดียวทั้งอาทิตย์เลยตกลงไหม?” ซ่งจื่อหยวนยื่นข้อเสนอ
“ซักผ้าด้วย นายต้องซักเสื้อผ้าให้ฉันด้วยสามวัน”
“ตกลง”
“เธอจะไม่เข้าเมืองกับฉันจริงๆ หรือ” ฟางซินเยว่ถามย้ำเพื่อนอีกครั้ง “เธอมีของที่จะฝากฉันซื้อไหมล่ะ”
“เธอไปเถอะวันนี้ฉันตั้งใจจะทำความสะอาดบ้านของเราจริงๆ” หลินซูลี่ปฏิเสธไป แต่ในใจกับคิดว่า ‘ฉันไม่กล้าฝากเธอซื้อของหรอกจ้ะฟางซินเยว่ ฉันกลัวว่านอกจากฉันจะไม่ได้ของแล้ว ฉันยังต้องเสียเงินให้เธอไปฟรีๆ อีกมากกว่า เมื่อก่อนเธอเคยคืนเงินฉันหรือไง’
“งั้นฉันไปล่ะนะ” ฟางซินเยว่เดินออกไปรอรถรับส่งเข้าเมืองที่จุดนัดพบโดยไม่สนใจหลินซูลี่อีก
หลินซูลี่นั่งถอนวัชพืชอยู่ลานบ้านได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงซ่งจื่อหยวนกับเหวินเฉียวยืนเรียกอยู่หน้าบ้าน
“พวกคุณเปิดประตูเข้ามาได้เลย” หลินซูลี่ยืนขึ้นตอบเมื่อเห็นว่าเป็ใครที่ยืนอยู่หน้าบ้านพักของเธอ
“พวกเรามาช่วยคุณทำความสะอาดน่ะ แล้วนี่คุณอยู่บ้านคนเดียวหรือ” ซ่งจื่อหยวนถามขึ้น อันที่จริงพวกเขาควรที่จะมาช่วยงานเธอทำงานั้แ่เช้าแล้ว เพียงแต่เขารอให้ฟางซินเยว่ออกไปก่อนต่างหาก เพราะเขาไม่ชอบผู้หญิงคนนั้นเอามากๆ
“อืม...ซินเยว่เข้าเมืองไปแล้วล่ะ”
ทั้งสามคนช่วยกันทำความสะอาดลานบ้านจนงานเสร็จไปแล้วกว่าครึ่ง แดดก็เริ่มแรงขึ้นและยังเป็เวลาใกล้เที่ยงแล้วด้วย
“วันนี้พวกคุณสองคนอยู่กินข้าวที่บ้านฉันก่อนก็แล้วกันนะ ถือเป็ค่าตอบแทนที่พวกคุณมาช่วยงานฉันก็แล้วกัน”
“ขอบใจนะซูลี่” เหวินเฉียวรีบตอบรับทันที
“พวกเราไม่ได้มารบกวนคุณใช่ไหม ไม่งั้นให้เรากลับไปเอาอาหารในส่วนของเรามานั่งกินที่บ้านคุณก็ได้นะ” ซ่งจื่อหยวนหันไปต่อว่าเพื่อน “นายไม่รู้จักเกรงใจคนอื่นบ้างหรือไง”
“พวกคุณมาช่วยฉันทำงานนะ แค่อาหารกลางวันมื้อเดียวเอง คุณไม่ต้องเกรงใจฉันหรอก อีกอย่างวันนี้ฉันก็ทำอาหารเตรียมไว้ั้แ่เช้าแล้ว อยู่ที่พวกคุณเถอะว่าจะกินอาหารฝีมือฉันลงหรือเปล่า”
“งั้นก็ขอบคุณคุณมากนะ” ซ่งจื่อหยวนก็ไม่ปฏิเสธอีก
หลินซูลี่เดินเข้าไปในห้องครัวอย่างสบายๆ ก่อนที่เธอจะเข้าไปในมิติแล้วเอาสามชั้นตุ๋นผักกาดดองออกมาถ้วยใหญ่ ต้องยกความดีความชอบนี้ให้กับฟางซินเยว่ที่คอยมายืนป้วนเปี้ยนที่ห้องครัว เมื่อเช้าหลินซูลี่จึงเอาธัญพืชหยาบออกมาทำหมั่นโถวลูกั์เกือบสิบลูก เพราะเธอรู้ว่าฟางซินเยว่ไม่ชอบหมั่นโถวที่ทำจากธัญพืชหยาบมากที่สุด ทำให้มื้อนี้เธอมีอาหารเพียงพอสำหรับคนสามคน
“สามชั้นตุ๋นผักกาดดองหรือซูลี่ น่ากินมาก” เหวินเฉียวมองดูอาหารที่วางอยู่ด้วยความชอบใจ
“คุณเลี้ยงอาหารพวกเราดีเกินไปแล้ว” ซ่งจื่อหยวนมองอาหารอย่างเกรงใจ “หมูสามชั้นมันแพงมากเลยนะ”
“ฉันไม่ได้กินอย่างนี้ทุกวันนี่นา รีบลงมือเถอะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน”
ซ่งจื่อหยวนกับเหวินเฉียวกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย โดยที่ซ่งจื่อหยวนไม่ลืมที่จะคืบสามชั้นไปวางไว้ในจานของหญิงสาว และยังแอบลุ้นอยู่ในใจว่าเธอจะกินอาหารที่เขาคีบให้ไหม
หลินซูลี่เลิกคิ้วมองอย่างสงสัย “ทำไมหรือ? หรือว่าอาหารที่ฉันทำไม่อร่อย”
“ไม่ใช่ๆ อาหารที่คุณทำน่ะอร่อยมาก เพียงแต่ผมกลัวว่าคุณจะกินไม่ทันพวกเราสองคนเท่านั้นเอง” ซ่งจื่อหยวนรีบตอบ “แต่ว่าคุณคงไม่ถือใช่ไหมที่ผมใช้ตะเกียบของผมคีบอาหารให้คุณ”
เวลานั้นหลินซูลี่ก็ได้คีบสามชั้นแห่งความหวังดีของซ่งจื่อหยวนเข้าปากไปเรียบร้อยแล้ว เธออดที่จะแปลกใจกับตัวเองไม่ได้เหมือนกัน เพราะโดยปกติแล้วเธอเป็คนที่ชอบแยกของกินของใช้กับคนอื่น และเธอยังรักความสะอาดมาก แต่ทำไมสามชั้นที่ซ่งจื่อหยวนใช้ตะเกียบของเขาคีบมาวางไว้ให้ เธอถึงไม่นึกรังเกียจเลยล่ะ แถมเธอยังกินสามชั้นชิ้นนั้นอย่างเอร็ดอร่อยเสียด้วย
“เอ่อ...ฉันไม่ถือกับเื่แค่นี้หรอก ขอบคุณคุณมากนะ” หลินซูลี่หน้าแดงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
เหวินเฉียวมองดูเพื่อนทั้งสองคนพร้อมกับแอบอมยิ้ม เขาตัดใจวางตะเกียบลง “ฉันกลับไปเอาแตงโมที่บ้านก่อนดีกว่า เพื่อเป็การตอบแทนที่ซูลี่ทำอาหารอร่อยๆ ให้พวกเรากิน”
ซ่งจื่อหยวนมองหน้าเพื่อนรักอย่างขอบใจ ก่อนที่จะทำทีก้มลงไปสนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งหลินซูลี่ก็ไม่ต่างกัน เธอยังอดที่จะอายกับความตะกละของตัวเองไม่ได้
ซ่งจื่อหยวนยังคงใช้ตะเกียบของตัวเองคีบอาหารให้หญิงสาวต่อ ซึ่งเธอก็กินอาหารของเขาไม่หยุดเหมือนกัน จนสุดท้ายหลินซูลี่ก็ทนไม่ไหว “คุณจื่อหยวนคะ พอ...พอก่อนเถอะ”
“ผมขอโทษ เป็เพราะตะเกียบของผมหรือ”
“ฉันอิ่มแล้วต่างหากล่ะ ก็คุณเอาแต่คีบอาหารให้ฉันไม่หยุด ท้องฉันเกือบจะแตกแล้วนะเนี่ย ปกติฉันก็ไม่ได้กินมากขนาดนี้นะ” หลินซูลี่ใช้ตะเกียบของตัวเองคีบอาหารให้ชายหนุ่มบ้าง “คุณมัวแต่คีบอาหารให้ฉัน คุณก็เลยไม่ค่อยได้กินอะไรเท่าไหร่ล่ะสิ มาค่ะคราวนี้ฉันจะบริการคุณเอง”
ซ่งจื่อหยวนกินอาหารมื้อนั้นอย่างสุขสำราญใจ ไหนจะอิ่มท้องไหนจะอิ่มใจ กว่าที่เหวินเฉียวจะถือแตงโมกลับมา อาหารที่วางอยู่บนโต๊ะก็ถูกซ่งจื่อหยวนจัดการไปจนเรียบแล้ว
“วันนี้มีจดหมายมาหาเพื่อนของหนูด้วยนะ”
“เดี๋ยวหนูจะเอากลับไปให้เธอเองค่ะ แล้วมีจดหมายของหนูไหมคะคุณลุง” ฟางซินเยว่ถามเ้าหน้าที่ไปรษณีย์
“จดหมายของหนูก็มีเหมือนกัน พวกหนูนี่ดีจังเลยนะ คนที่บ้านคงเป็ห่วงพวกหนูมากเลยล่ะสิ ลุงเห็นที่บ้านของหนูเขียนจดหมายมาหาไม่ได้ขาดเลย”
“พวกเขาคงเป็ห่วงว่าพวกหนูจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างยากลำบากน่ะค่ะ”
“อ้อ...ลุงลืมบอกไปว่าวันนี้หนูคงส่งจดหมายไม่ทันแล้วนะ เพราะรถขนส่งไปรษณีย์เพิ่งจะออกไป หนูคงต้องมาใหม่สัปดาห์หน้าแล้วล่ะ”
“ถ้างั้นเดี๋ยวสัปดาห์หน้าหนูจะมาใหม่นะคะ วันนี้หนูขอตัวกลับก่อน” ฟางซินเยว่ไม่ได้ดีใจเลยสักนิดที่ได้รับจดหมายจากทางบ้าน นอกจากพวกเขาจะเขียนมาขอเงินเธอแล้ว ยังจะมีเื่อะไรที่พวกเขาอยากจะติดต่อกับเธอกันอีกล่ะ ฟางซินเยว่เก็บจดหมายของหลินซูลี่เข้ากระเป๋าไปอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่เธอจะไปขึ้นรถเพื่อกลับหมู่บ้าน