ตอนที่ 19...หมั้นหมาย... 1
ไร่องุ่นเทพธาวัลย์บ้านสองชั้นหลังใหญ่สามหลังเชื่อมต่อกันด้วยสะพานโดยมีสระน้ำเป็เหมือนใจกลางของบ้านทั้งสาม
ห้องนอนสีฟ้าอ่อนข้าวของทุกอย่างจัดวางไว้อย่างเป็ระเบียบน้ำฟ้านั่งที่โต๊ะอ่านหนังสือในมือถือภาพถ่ายของพี่สาวภาพถ่ายในกรอบรูปขอบสีฟ้า
รอยยิ้มของหญิงสาวช่างอ่อนหวานแววตาอบอุ่นเป็มิตรน้ำฟ้าจ้องมองที่ภาพถ่ายเนิ่นนานก่อนจะละสายตามองผ่านกระจกใสบานใหญ่เห็นทั้งออฟฟิศโรงเก็บองุ่น โรงบ่มไวน์ และต้นองุ่นที่เขียวเป็แพไปจนสุดลูกหูลูกตา
สถานที่ทุกที่ในไร่องุ่นล้วนแล้วแต่มีความทรงจำมากมายระหว่างน้ำฟ้ากับพี่สาวเพราะความทรงจำเ่าั้เองที่ทำให้หยดน้ำตาของน้ำฟ้าก็หยดลงบนภาพถ่ายของพี่สาวเขาเช็ดน้ำตาหยดนั้นพร้อมกับยกแขนขึ้นปาดน้ำตาของตัวเอง
“พี่เนตรครับ”เสียงปนสะอื้นของน้ำฟ้าเขาหลับตาพยายามใช้ความคิดถึงพี่สาวจนกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังก้องในความรู้สึก
...“นี่ เป็ผู้ชายหนะเขาไม่ร้องไห้ง่ายๆ หรอกนะเป็ผู้ชายเขาต้องเข้มแข็งเพราะผู้ชายมีหน้าที่ปกป้องผู้หญิงนะรู้หรือเปล่า”...
น้ำฟ้าทิ้งตัวลงบนที่นอนแววตาจับจ้องเพดานห้องก่อนจะปล่อยให้หยดน้ำตาไหลออกมาอีกครั้งและเมื่อหลับตาลงภายใต้ความรู้สึกเ็ปเช่นนี้แววตากลมโตของรินอารีก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็น แววตาที่บ่งบอกถึงความห่วงใยแววตาที่พร้อมจะเ็ปไปกับเขา แววตาที่สามารถทำให้เขารู้สึกดีใน่เวลาที่เลวร้าย
“มันเป็อย่างนั้นจริงๆ เหรอครับพี่ แล้วทำไมผมถึงได้รู้สึกถึงความจริงใจจากแววตาคู่นั้นของเธอละครับทำไมผมถึงได้รู้สึกแบบนั้น”
ระหว่างที่น้ำฟ้ากำลังคิดหนักอยู่นั้นผ้าม่านที่หน้าต่างห้องนอนของเขาเริ่มขยับและพลิ้วไหวด้วยแรงลมซึ่งล่วงเลยเข้าสู่ภายในห้องนอนแล้วปะทะเข้ากับใบหน้าของเขาในความรู้สึกเหมือนสายลมกำลังพูดกับเขาว่า
...ไปสิ น้ำฟ้าไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาของนายเอง...
ศาลาไม้สักทั้งหลังใกล้กับออฟฟิศของไร่องุ่นคุณธิติวัสส์นั่งสีหน้าเครียดอยู่กับคุณธาวัลย์
“โธ่คุณคุณก็เห็นว่าเขาทำอย่างไรกับยายเนตร” คุณธิติวัสส์ชักเสียงเข้ม
“ฉันรู้...แต่นั่นมันเกี่ยวกับที่คุณบอกกับตาหนูด้วยเหรอ คุณไปพูดกับแกอย่างนั้นได้ไง”น้ำเสียงภรรยาเองก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน
“...”คุณธิติวัสส์มองหน้าภรรยาแล้วถอนหายใจ “ผมยังมีอีกเื่ที่ไม่ได้บอกคุณ”
“...”
“ผมรู้มาด้วยว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังจะแต่งงาน”
“...”คุณธาวัลย์นิ่งอึ้งครู่หนึ่งสีหน้าเริ่มเปลี่ยนเล็กน้อย “นั่นมันเื่ของพวกเขาเราก็แค่เอาตาหนูกลับมาแล้วไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาอีกก็แค่นั้นต่างคนต่างอยู่”
“ผมยอมไม่ได้หรอกพวกเขาต้องได้รับบทเรียนซะบ้างที่ทำกับลูก ๆ ของเราแบบนี้”
“อย่าไปยัดเยียดความเกลียดชังให้ลูกของเราเลยนะคุณ”
“ผมขอคุณได้ไหมสักครั้ง”
คุณธาวัลย์หมดหนทางที่จะหยุดหรือเปลี่ยนความคิดของสามีหล่อนได้แต่ถอนหายใจยกกาแฟขึ้นดื่ม ก่อนจะวางมันไว้บนจานรอง
“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่คุณเถอะค่ะ”น้ำเสียงไม่พอใจ “แต่ฉันขออะไรอย่าง”
“...”
“อย่าให้ต้องถึงขั้นฆ่าแกงกันเลยจะได้ไหมหล่ะ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกคุณ”...
ไร่ส้มธิตาการ
ระเบียงเรือนแก้วรินอารีกำลังวาดภาพผีเสื้อสีม่วงเกาะดอกดาวเรืองที่เ้าตัวจงใจวาดให้ออกเป็สีแดง หล่อนใช้สมาธิกับภาพวาดจนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ เดินขึ้นเรือนแก้วผ่านประตูแล้วตรงเข้าไปหาหล่อนและเมื่อชายหนุ่มเ้าของฝีเท้าเมื่อครู่เห็นว่าหล่อนกำลังตั้งอกตั้งใจวาดภาพเขาก็ยืนนิ่งมองดูหล่อนแล้วอมยิ้มรอจนกระทั่งภาพวาดนั้นเสร็จสมบูรณ์ด้วยการลงชื่อศิลปินบนภาพ
“ก๊อก ก๊อกก๊อก” ชายหนุ่มเคาะแก้วใสเบา ๆ และพูดออกเป็เสียงเคาะประตูแทน
“พี่ภัทร”รินอารียิ้ม
“จ๊ะ”นาราภัทรยิ้มตอบรับ “กว่าจะรอวาดให้เสร็จยืนจนขาชาหมดแล้ว”
“แล้วทำไมไม่เรียกรินละคะ”
“ไม่เอาหรอกเดี๋ยววาดไม่เสร็จจะมาโทษพี่อีก”
“ก็...พี่ภัทรก็มานั่งตรงนี้ก็ได้นี่คะ ไม่เห็นต้องไปยืนให้เหนื่อยเลย”
“เดี๋ยวรบกวนสมาธิ”นาราภัทรยื่นใบหน้าดูรูป “วาดอะไรอยู่เหรอ”
“รูปผีเสื้อค่ะ”
“อื้อ...”นาราภัทรยิ้ม “ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผีเสื้อตัวนี้ใครวาด”
“ทำไมเหรอคะ”
“ตาโตเหมือนคนวาดเลย”
“มาถึงก็ล้อรินเลยนะคะ”รินอารียิ้ม
คุณนวลหงส์คุณพนิตนันท์ และคุณนันทิศแอบมองกันอยู่ไกล ๆและเมื่อเห็นรอยยิ้มของรินอารีกับนาราภัทรทุกคนก็โล่งใจ
“ั้แ่กลับมาที่ไร่นี่เป็ครั้งแรกเลยนะค่ะที่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้ของยายริน”คุณนวลหงส์พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“พี่บอกแล้วว่าไม่ต้องห่วงทุกอย่างต้องเรียบร้อย” คุณนันทิศรู้สึกยินดีเช่นกัน
“พอลงจากเครื่องก็ขอตรงมาที่นี่เลยนะค่ะดูท่าตาภัทรของน้องต้องคิดถึงหนูรินมากแน่เลย” คุณพณิตนันท์ส่งเสริมบุตรชายเต็มที่
“พี่ว่าเราขึ้นเรือนใหญ่กันดีกว่าอย่าไปรบกวนสองคนนั่นเลย” คุณนันทิศอยากเปิดโอกาสให้นาราภัทรอย่างเต็มที่ซึ่งทั้งคุณนวลหงส์กับคุณพณิตนันท์ก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย
“วาดเสร็จแล้วใช่ไหม”
“เสร็จแล้วค่ะ”รินอารีสบตานาราภัทรเมื่อเขามีสีหน้าและแววตาเข้มขรึมขึ้นมา “พี่ภัทรมีอะไรเหรอคะ”
“ยื่นมือมาก่อนสิหลับตาด้วยนะ” น้ำเสียงดูจริงจัง
“...”
รินอารียื่นมือซ้ายพร้อมกับหลับตาอย่างที่นาราภัทรบอกอย่างว่าง่ายแต่ก่อนจะหลับตารินอารีก็แอบโกงโดยการแกล้งลืมตาเล็กน้อยและหล่อนก็ได้เห็นกล่องสี่เหลี่ยมสีแดงที่นาราภัทรล้วงออกจากกระเป๋ากางเกง
“มันคือแหวนรินอารี”หล่อนบอกตัวเองในความนึกคิด “เธอมีคู่หมั้นแล้วรินอารี”
ระหว่างนั้นหล่อนเริ่มรู้สึกถึงมือของนาราภัทรที่จับกุมมือซ้ายของหล่อนเอาไว้มือของเขาค่อย ๆประคองมือซ้ายของหล่อนอย่างแ่เบาก่อนจะควบคุมนิ้วนางของมือข้างนั้นครู่หนึ่งหล่อนรู้สึกถึงโลหะผิวเย็นที่ค่อย ๆเลื่อนเข้ามาจากปลายนิ้วนางจนสุดโคนนิ้ว
...มันคือแหวน...
รินอารียังไม่ลืมตาขึ้นทันทีที่รู้สึกถึงแหวนวงนั้นในนิ้วนางด้านซ้ายของหล่อน
“ตอนนี้เธอต้องตื่นเต้นและดีใจไม่ใช่เหรอ รินอารี แต่ทำไมถึงได้รู้สึกแปลก ๆอะไรอย่างนี้ หรือนี่เป็เพราะความทรงจำที่หายไป ใช่แล้วความทรงจำที่หายไปฉันถึงได้รู้สึกแบบนี้”
ระหว่างที่ใช้ความคิดทบทวนอยู่นั้นรินอารีก็เริ่มรู้สึกถึงไออุ่นจากลมหายใจที่กำลังใกล้เข้ามาและเวลาที่ไล่เลี่ยกันกว่าหล่อนจะนึกคิดอะไรได้ริมฝีปากของนาราภัทรก็ประทับเข้ากับหน้าฝากของหล่อนเสียแล้วหล่อนรีบลืมตาขึ้นทันที
“...”รินอารีมองหน้านาราภัทร
“ไปไกลถึงไหนแล้วพี่ก็นึกว่าหลับยาว ก็เลยปลุก” ยิ้ม
“พี่ภัทร”
“ครับ”
“รินขอโทษที่จำเื่ของเราไม่ได้”
“...”นาราภัทรยิ้มให้รินอารีก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะหล่อนเหมือนเด็กน้อย “ไม่เป็ไรนะ...แล้วเราค่อยมารื้อฟื้นมันด้วยกัน หรือถ้ารินยังจำมันไม่ได้ก็ไม่เป็ไรเราสร้างมันขึ้นมาใหม่ก็ได้เื่ราวของเรา”
“ค่ะ”รินอารีตอบพร้อมกับมองดูแหวนเพชรเม็ดงามที่นิ้วของหล่อน...
ไร่องุ่นเทพธาวัลย์
ขณะที่คุณธิติวัสส์กับคุณธาวัลย์นั่งดื่มกาแฟอยู่ที่ศาลาริมน้ำอย่างเคยเอื้อมขนุนก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามามหาพร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่ง
“คุณท่านคะ”
“มีอะไรละเอื้อม หน้าตาตื่นมาเชียว” คุณธาวัลย์เอ่ยขึ้น
“คุณหนูค่ะคุณผู้หญิง”
“คุณหนูเป็อะไร”คุณธิติวัสส์โพล่งขึ้น
“คุณหนูไปแล้วค่ะ”
“ไปไหน”น้ำเสียงคุณธาวัลย์เปลี่ยนไปทันที
“นี่ค่ะ”
คุณธาวัลย์รับกระดาษมาแล้วเปิดอ่านข้อความคุณธิติวัสส์มองดูภรรยาของตนเพื่อรอฟังคำตอบ
“ตาหนูบอกว่าแกอยากอยู่คนเดียวสักสองสามวันที่บ้านพักใกล้สนามบิน”
“ผมจะส่งคนของเราไป”
“ไม่ต้องหรอกบางทีแกอาจ้าอยู่คนเดียวจริง ๆ”
“...”คุณธิติวัสส์ได้แต่นิ่งเงียบเมื่อได้ยินน้ำเสียงและแววตาขึงขังของคุณธาวัลย์...