นับั้แ่วันที่แม่ทัพใหญ่กลับถึงเมืองหลวงจนบัดนี้ก็ปาเข้าไปราวเจ็ดวันแล้ว และก็ไม่รู้ว่าเขาต้องมนต์อันใดอาหารเช้าต้องระเห็จมากินที่เรือนปีกซ้ายของท่านแม่อาหารเที่ยงต้องให้แม่ครัวคนนั้นทำแล้วให้องค์รักษ์หรือพ่อบ้านไปส่งที่กองทัพ อาหารเย็นต้องยกจากเรือนมารดาไปที่ห้องหนังสือในเรือนใหญ่
'บัดซบ นางวางยาคนทั้งจวนเป็แน่!!!'
เขาคิดในใจด้วยความเคียดแค้น(?) แล้วใช้ตะเกียบคีบหมูชิ้นพอดีคำเข้าปากระบายอารมณ์สำรับเที่ยงในปิ่นโตวันนี้ ชั้นแรกเป็ข้าวขาวหุงสุกชั้นที่สองเป็หมูผัดพริกเปรี้ยวหวาน ชั้นที่สามเป็เครื่องเคียงและผักตบท้ายด้วยน้ำแกงกระดูกไก่ใส่ฟัก
"อาเปียว เ้าไปสืบมาว่าแม่ครัวที่ชื่ออิงอิงอะไรนั่นใส่อะไรแปลก ๆ ลงไปในอาหารหรือเปล่า"
องค์รักษ์เงาทำหน้าไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินนี่ ฝึกพวกเขาหนักขนาดนี้ เพื่อไปตามสืบเื่หลังบ้านของเ้านายตัวเองหรือจะให้ยกตัวอย่าง เมื่อสองสามวันก่อนพวกเข้าก็ได้รับภารกิจแปลก ๆ เช่นกัน
'วันนี้ที่ครัวมีอะไรกิน รีบไปสืบมาเร็ว'
'อาคุนไปแอบหยิบขนมบัวหิมะมาให้ข้าอีกจานที'
'ไปสั่งนาง ข้าอยากกินบะหมี่น้ำใส่เกี๊ยว'
ส่วนแม่นางอิงอิงอะไรนั่นพวกเขาไม่เคยเห็นหน้าที่แท้จริงเลย ทุกครั้งที่แอบลักลอบไปในครัวจะเจอนางใส่ผ้าปิดหน้า เหลือเพียงดวงตาสุกสกาว แพขนตาหนาทำเอาพวกเขาเพ้อฝันไปเสียหลายคืน
ตัวท่านแม่ทัพเองยิ่งแล้วใหญ่แม้แต่ชายผ้าคลุมของนางก็ยังไม่เคยเห็นซักทีหญิงสาวทำราวกับนายท่านของจวนเป็โรคร้าย กักตัวเองอยู่แต่เรือนด้านหลัง
ไม่ได้การล่ะเขาต้องหาวันซักวันไปซุ่มดูด้วยตนเองเสียแล้ว อย่างเช่นวันนี้เลยแล้วกัน
ยามฟ้าเปลี่ยนสีดวงตะวันกำลังจะลับลงสู่พื้นน้ำ มีร่างกำยำของท่านแม่ทัพใหญ่ เ้าของจวนทำตัวลับ ๆล่อ ๆ อยู่บนหลังคาโรงครัว แต่งกายด้วยผ้าสีดำ ปิดหน้าปิดตาดังกับขโมยขโจร
"อิงอิง วันนี้นายท่านไม่มาเรือนฮูหยินเ้าจะจัดสำรับให้ข้าไปส่งที่ห้องหนังสือเลยหรือไม่"
เสียงอันคุ้นเคยของแม่นมจวงเอ่ยขึ้น
'ได้เ้าค่ะเช่นนั้นข้าจะยกสำหรับไปให้ฮูหยินแทนท่านเอง'
"ได้ ๆ เช่นนั้นวันนี้มีอะไรกินเล่ากลิ่นหอมไปถึงประตูหน้าเลย"
'ข้าวหน้าไก่กับน้ำแกงฟักแล้วก็เฉาเหม่ยจิ้มน้ำตาลล้างปากเ้าค่ะเดี๋ยวข้าตักแบ่งไว้ให้ท่านกับพ่อบ้านฮ่าวที่ครัวนะเ้าคะ'
"ข้าวหน้าไก่หรือ ดียิ่งเ้าก็เรียกข้าสองผัวเมียว่าท่านลุงท่านป้าเถิด"
หลี่หยางเฉิงมองเด็กสาวด้านล่างยืนหันหลังให้เขาพยักหน้าให้แม่นมจวงอย่างว่าง่ายจากนั้นก็หันไปทำงานของนางต่อ
ข้าวหน้าไก่ฟังชื่ออาหารแล้วดูฝืดคออย่างไรก็ไม่รู้
'แต่เอ๊ะปกตินางไม่ได้ยกสำรับเข้าไปในเรือนท่านแม่เองไม่ใช่หรือแล้วเหตุใดจึงได้ยกถาดสำรับไปทางนั้นกัน...'
หรือเป็เพราะข้านี่นางสื่อสารอะไรกับแม่นมจวงกัน ฮึ่ม!!
"ไม่ได้ฝืดคออย่างที่คิดนี่ อื้มอร่อยมาก" เนื้อไก่ชุ่มฉ่ำ ไม่แห้ง แข็งเหมือนไก่ที่เขาเคยกินในเหลาอาหารทั่วไปน้ำจิ้มนี่ก็รสเปรี้ยวเค็มเผ็ดกำลังดี มีขิงดอง แตงกวากินคู่กันน้ำแกงฟักกลมกล่อมล้างคอ แม้กระทั่งข้าวก็ยังมีความมัน หอมอบอวลด้วยกลิ่นกระเทียมเข้ากันดียิ่ง
หากถามถึงรสชาติคนกินยากเช่นเขาก็กล้าพูดได้ว่าไม่มีที่ติเลย
"เรียนนายท่าน อึกข้าน้อยไปสืบมาแล้วขอรับแม่นางอิงอิงไม่ได้ใส่ยาหรือใส่สิ่งแปลกปลอมลงไปในอาหารแน่นอนขอรับ อึก"
อาเปียวพูดพลางกลืนน้ำลายเหนียวลงคอมองนายเหนือหัวพุ้ยข้าวเข้าปากด้วยความเอร็ดอร่อยแม้แต่เมล็ดข้าวเมล็ดสุดท้ายก็ไม่เหลือ
'ข้าจะไปขอแบ่งจากพ่อบ้านฮ่าวได้หรือไม่นะ'
"อ้อ ไปหาคนสอนภาษามือให้ข้าที"
ปลายยามห้ายกำลังจะล่วงเข้าสู่ยามจื่อ(ประมาณ 22.59 น.) ในขณะที่คนทั้งจวนเข้านอนหมดแล้ว
ดวงตะวันลับขอบฟ้าแสงจันทร์กลับมาเฉิดฉายเต็มพื้นสายธารอิงอิงตัวน้อยกำลังเดินไปอาบน้ำชำระร่างกายที่ส่วนท้ายสุดของจวน
นิ้วมือเรียวขาวดั่งลำเทียนค่อยๆ ปลดสายคาดเอวออก เผยแผ่นหลังสะอ้านสู่สายตาโจรราคะบนต้นไม้....
สาบานเถอะว่านี่คือเทพแห่งความตาย
หลี่หยางเฉิงมาแอบดูสตรีอาบน้ำ!!!