เทียนฟื้นขึ้นมา เมื่อมองไปรอบๆ ตัว เห็นของสี่อย่าง
ป้ายไม้หนึ่งแผ่น ข้าวต้มหนึ่งชาม เสื้อสีเทาเนื้อหยาบหนึ่งชุด และตารางงานซึ่งเริ่มก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
อย่างที่ห้าคือกลิ่นจากโรงเลี้ยงสัตว์ด้านหลังเรือน แต่สิ่งนั้นคงไม่มีใครนับเป็ของต้อนรับ
เขานอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้ ฟังเสียงสัตว์ร้องต่ำผ่านผนัง และพยายามหายใจให้ลึกขึ้น ความเจ็บกลางอกบีบตอบทันที รสคาวจางๆ ไหลขึ้นมาถึงโคนลิ้น แผลที่ต้นแขนตึงตามจังหวะชีพจร ส่วนศีรษะหนักเหมือนมีใครยัดหินไว้ใต้กะโหลก
อย่างน้อยเขายังมีชีวิต และจากกลิ่นที่ชัดขนาดนี้ ประสาทรับกลิ่นก็คงยังใช้งานดีเกินความจำเป็
เทียนยันตัวลุกช้าๆ รอให้ภาพห้องหยุดเอียงก่อนกวาดตามอง เรือนพักมีเตียงสองหลัง แต่หลังข้างๆ ว่างเปล่า ผนังไม้เก่ามีรอยซ่อมหลายแห่ง หน้าต่างเปิดไปทางลานดินซึ่งเชื่อมกับโรงเลี้ยงสัตว์ โรงครัวเล็ก และอาคารเก็บฟาง
ชามข้าวต้มบนโต๊ะยังอุ่น เขาจึงวางแผนก่อนอย่างมีลำดับ ความหิวเป็ปัญหาที่แก้ได้ทันที ส่วนป้ายกับตารางงานไม่น่าหนีไปไหน
ข้าวต้มมีเมล็ดข้าวมากกว่าน้ำเล็กน้อย โรยผักเขียวซอยและเกลือ ไม่มีเนื้อ ไม่มีไข่ แต่หลังจากเกือบถูกกระทิงชนและไอเป็เืกลางลาน ข้าวต้มนี้มันก็ดูช่างน่ากินกว่าบุฟเฟต์โรงแรมซึ่งต้องจองล่วงหน้าเสียอีก
เทียนยกชามขึ้นซดคำแรก ความร้อนช่วยลดรสเค็มปะแล่มในปากที่ค้างมาั้แ่เมื่อวานได้บ้าง เขากินช้ากว่าความหิวบังคับ เพราะทุกครั้งที่กลืนเร็ว กลางอกจะตึงเหมือนมีเส้นบางๆ รั้งอยู่ข้างใน
หลังข้าวต้มพร่องไปครึ่งชาม เขาจึงหยิบป้ายไม้ขึ้นดู ด้านหนึ่งสลักตราสำนักธาราเมฆ อีกด้านมีคำว่า ‘ศิษย์รับใช้’ และชื่อ ‘เทียน’ ใต้ชื่อนั้นเหลือช่องว่างขนาดพอใส่อักษรอีกหนึ่งตัว
กระดาษข้างป้ายยาวกว่าหนึ่ง่แขน
เทียนคลี่มันออกบนเตียง รายการแรกคือขนอาหารสัตว์จากคลังไปคอกตะวันออกก่อนตะวันขึ้น ต่อด้วยเปลี่ยนน้ำ ล้างราง เก็บมูล ขนฟางใหม่ ตรวจประตูคอก และช่วยเตรียมยาสัตว์าเ็ เวลาของหลายรายการซ้อนกันอย่างน่าสนใจ
น่าสนใจ..ในความหมายเดียวกับตารางเรียนที่ลงวิชาเรียนสองตัวในห้องคนละตึก..แต่เริ่มเวลาเดียวกัน
เขาพลิกกระดาษดูด้านหลัง เผื่อมีรายชื่อเพื่อนร่วมงานหรือคำอธิบายว่าให้แบ่งหน้าที่กัน แต่พบเพียงช่องรับรองผลงาน ช่องค่าจ้าง และชื่อผู้รับผิดชอบ
ทั้งแผ่นมีชื่อเขาเพียงคนเดียว
เสียงประตูดังขึ้น ชายหนุ่มรูปร่างผอมในชุดศิษย์สีน้ำเงินเดินเข้ามาพร้อมกระบอกน้ำกับห่อยา เขาอายุใกล้เทียน หน้าตาธรรมดาแต่ดวงตาเคลื่อนไหวเร็ว ั้แ่ก้าวเข้าห้องก็สำรวจชามข้าว ป้าย และตารางงานครบก่อนมองคนบนเตียง
“เ้าฟื้นแล้วรึ? ดีแล้ว ข้านึกว่าต้องป้อนข้าวต้มคนหมดสติ”
เทียนวางตารางลง “ถ้าป้อนฟรี ผมหมดสติต่อได้นะครับ”
ชายหนุ่มชะงัก ก่อนหัวเราะออกมา “คำพูดเ้ายังประหลาดเหมือนข่าวลือไม่มีผิด ข้าชื่อเป่า าุโโม่ให้เอาน้ำกับยามาให้ เ้าเรียกข้าว่าเป่าก็พอ”
“ขอบคุณครับ เป่า”
“คำว่า ‘ครับ’ นั่นคืออะไร?”
เทียนนึกถึงบทสนทนาตลอดสองวันที่ผ่านมา คนที่นี่ใช้ข้า เ้า ท่าน และคำยกย่องตามฐานะ เขาพูดแบบเดิมแล้วคนยังเข้าใจ แต่ทุกครั้งจะมีสีหน้าราวกับได้ยินช้อนพูดได้
“คำลงท้ายให้เกียรติ...มั้ง” เขาตอบ “ข้าเคยชิน”
เป่าเลิกคิ้ว “เมื่อครู่ยังผมอยู่ ตอนนี้เป็ข้าแล้ว”
“กำลังปรับตัวครับ”
“แล้วก็กลับไปใช้อีก” เป่ายิ้ม
เทียนตัดสินใจว่าภาษาท้องถิ่นคงต้องใช้วิธีเดียวกับลงโปรแกรมใหม่ คือยอมให้เครื่องค้างบ้างระหว่างติดตั้ง
เป่าวางกระบอกน้ำลงแล้วหยิบตารางงานของเทียนขึ้นมาอ่าน รอยยิ้มบนหน้าค่อยๆ จางไป เขาไล่นิ้วลงมาั้แ่รายการแรกถึงรายการสุดท้าย จากนั้นพลิกด้านหลังเหมือนเทียนทำ
“ผู้ใดจัดตารางนี้ให้เ้า?”
“ยังไม่เห็นชื่อ มีแต่ช่องให้ข้ารับรอง” เทียนลองใช้สรรพนามใหม่อีกครั้ง “มันมีปัญหาหรือ?”
“ไม่มี หากเ้าแยกเป็สามร่างได้”
เทียนพยักหน้า “ตรงกับที่าุโโม่บอก งานนี้ใช้สามคน”
“ปกติคอกตะวันออกมีศิษย์รับใช้สามคนจริง ่รับศิษย์ใหม่อาจขาดคน แต่ไม่ควรขาดจนเหลือเ้าเพียงคนเดียว” เป่าวางกระดาษลง “ให้อาหารกับเปลี่ยนน้ำต้องเสร็จก่อนสัตว์ตื่นเต็มที่ มิฉะนั้นพวกมันจะหงุดหงิด งานล้างรางกับขนฟางทำพร้อมกันไม่ได้ ต่อให้เ้ามีปราณก็ไม่ทัน”
“ถ้าทำไม่ทัน?”
“รายการใดไม่ผ่าน ผู้ตรวจไม่ประทับตรา รายการนั้นไม่มีค่าจ้าง หากสัตว์าเ็หรือคอกเสียหาย อาจถูกหักค่าจ้างส่วนอื่นด้วย”
เทียนมองชามข้าว “ข้าวคิดเงินไหม?”
เป่าหัวเราะ “เื่แรกที่เ้าถามคือข้าว?”
“ข้า...ผมเพิ่งได้สิทธิ์กินเมื่อวาน ต้องตรวจเงื่อนไขก่อน”
“อาหารกับที่พักพื้นฐานไม่คิดเงิน เสื้อศิษย์ได้ปีละสองชุด งานที่ผ่านจึงมีค่าจ้าง แต่เป็เงินน้อย งานเรือนสัตว์ไม่มีคะแนนภารกิจ ต่อให้เ้าขนมูลสัตว์สูงเท่าหลังคาก็ยังเป็ศิษย์รับใช้”
ข้อมูลนั้นทำให้ข้าวต้มในปากจืดลงเล็กน้อย เทียนไม่คาดหวังว่าจะเลื่อนฐานะจากการล้างคอก แต่ตารางนี้กินเวลาั้แ่ก่อนตะวันขึ้นถึงเกือบเที่ยง หากต้องทำคนเดียว เวลาที่เหลือคงหมดไปกับการฟื้นตัว
“แล้วศิษย์ฝึกหัดต่างจากข้าอย่างไร?”
เป่าชี้ออกไปนอกหน้าต่าง “เห็นทางหินซึ่งขึ้นไปทางเนินด้านนั้นหรือไม่? ้ามีหอวิชากับลานฝึก ศิษย์ฝึกหัดเข้าเรียนพื้นฐานและใช้ลานตามเวลาได้ ศิษย์รับใช้ไปส่งของได้ แต่ห้ามอยู่ฟัง ส่วนภารกิจ เ้าตามผู้รับผิดชอบไปเป็แรงงานได้ แต่ไม่สามารถรับงานเองหรือนำทีมได้”
“ศิษย์สายนอก?”
“รับภารกิจเอง ใช้ทรัพยากรสำนักตามผลงาน และเข้าจัดอันดับ” เป่าตบอกตนเบาๆ “อย่างข้า”
เทียนมองเสื้อสีน้ำเงินซึ่งผ่านการปะตรงข้อศอกสองแห่ง เป่าดูไม่เหมือนศิษย์ชั้นสูงที่มีคนรับใช้ตามหลัง แต่ป้ายข้างเอวเป็โลหะ ไม่ใช่ไม้
“ศิษย์สายนอกทุกคนต้องเอายามาส่งคนเพิ่งรู้จักหรือ?”
“เฉพาะคนที่าุโโม่มอบหมายให้ข้าช่วยเท่านั้น”
คำตอบซื่อตรงจนเทียนชอบ เขาเปิดห่อยา ข้างในมีเม็ดสีน้ำตาลสองเม็ด กลิ่นขมลอยขึ้นทันที
“เื่สัตว์ประหลาดของเ้า เื่วงแสง หรือเื่ที่จ้าวเฟิงหน้าตึงกว่าตอนถูกหักคะแนน ข้าได้ยินมาหมดแล้ว” เป่าลากเก้าอี้มานั่ง “ตอนนี้เ้าควรจัดการป้ายก่อน เ้าหน้าที่เว้นช่องแซ่ไว้ เพราะชื่อคนในทะเบียนสำนักต้องใช้ให้ชัด คนไร้ตระกูลตั้งชื่อใช้ใหม่ได้”
เทียนพลิกป้ายอีกครั้ง ชื่อ ‘เทียน’ สลักอยู่โดดๆ ในโลกเดิมมันไม่มีปัญหา ที่นี่ผู้คนมีชื่อแบบจ้าวเฟิง กวนเซิง หรือหลินเยว่ ชื่อเขาสั้นจนเสมียนทุกคนรอให้พูดต่อ
“ตั้งอะไรก็ได้?”
“ตราบใดที่ไม่แอบอ้างตระกูลใหญ่” เป่าครุ่นคิด “เมื่อวานตอนวงแสงเปิด มีคนเห็นรอยพลังแดงทองคดอยู่หลังเ้า คล้ายัในภาพเก่า ใช้คำว่า ‘หลง’ เป็แซ่ก็ได้ เ้าจะได้ชื่อเป็ หลงเทียน เสียงไม่ต่างจากชื่อเดิมมากนัก”
ัไม่ตรงกับพญานาค แต่เทียนยังไม่รู้ว่าคนโลกนี้แยกสองสิ่งนั้นอย่างไร และอย่างน้อยคำว่า ‘หลง’ ก็ใกล้ร่องรอยพลังซึ่งทำให้เขามาอยู่ที่นี่ ดีกว่าตั้งแซ่ว่า ‘ไร้ปราณ’ ตามผลตรวจ
เขาลองออกเสียง “หลงเทียน”
ชื่อใหม่ฟังไม่ใช่เขาเสียทีเดียว แต่ยังมีชื่อเดิมอยู่ครบ เทียนไม่ได้รู้สึกว่าตนกลายเป็คนอื่น เพียงมีป้ายชื่อซึ่งเหมาะกับแบบฟอร์มของสถานที่ใหม่มากขึ้น
“เอาชื่อนี้” เขาตัดสินใจ “เวลาเบิกค่าจ้างจะได้ไม่หายเพราะชื่อไม่ครบ”
เป่าหัวเราะ “ข้าถือว่าเ้ารอดจากกระทิงเมื่อวาน เพื่อมาห่วงค่าจ้างไม่กี่เหรียญจริงๆ”
“คนรอดชีวิตก็ต้องกินข้าวใช่มั๊ย”
เป่าหยิบแท่งถ่านจากชั้น เขียนคำว่า ‘หลง’ ลงในช่องว่างชั่วคราว แล้วบอกว่าเ้าหน้าที่จะสลักให้เมื่อรับรองตารางงาน เทียนมองป้ายซึ่งตอนนี้อ่านว่า ‘หลงเทียน’ ก่อนวางไว้ข้างชาม
ชื่อใหม่ได้มาแล้ว
ส่วนทีมทำงานสามคนยังขาดอยู่สองคนเหมือนเดิม
หลังกลืนยาและพักจนเดินโดยไม่ต้องเกาะผนัง เป่าพาหลงเทียนออกจากเรือนพัก อากาศเช้ายังเย็น แสงอาทิตย์เพิ่งแตะยอดหลังคา โรงเลี้ยงสัตว์ทอดยาวตามแนวกำแพงท้ายสำนัก แบ่งเป็คอกไม้ คอกหิน และลานทรายตามชนิดสัตว์
ทุกก้าวทำให้กลางอกตึง หลงเทียนจึงเดินช้ากว่าเป่าครึ่ง่ตัว เขาพยายามไม่แสดงอาการมากนัก แต่เมื่อขึ้นบันไดสามขั้นหน้าเรือนสัตว์ ลมหายใจก็สะดุดจนต้องหยุด
เป่าหันกลับ “ยาที่ให้เป็เพียงยาห้ามเืกับลดปวด ไม่ใช่ยาฟื้นปราณ เ้าก็ไม่มีปราณให้ฟื้นอยู่แล้ว”
“ประโยคหลังไม่ต้องย้ำก็ได้”
“ข้าเห็นเ้าพยายามเดินเหมือนไม่เจ็บ”
“ข้าเดินแบบคนมีศักดิ์ศรี”
“คนมีศักดิ์ศรีหน้าซีดเช่นนี้หรือ?”
“แค่สูญเสียเืไปเล็กน้อยเท่านั้น”
เป่าส่ายหน้าแล้วลดฝีเท้าลงโดยไม่พูดเื่อาการอีก
ระหว่างทาง เขาชี้อาคารบนเนินให้ดู ประตูหอวิชามีศิษย์ชุดขาวสองคนตรวจป้าย คนชุดเทาอย่างหลงเทียนหิ้วตะกร้าไปส่งหน้าบันไดแล้วต้องถอยกลับ ลานฝึกข้างกันมีศิษย์ฝึกหัดกำลังฝึกท่ายืน ส่วนศิษย์สายนอกใช้ลานอีกชั้นซึ่งมีเสาหินวัดแรง
ขอบเขตฐานะไม่ได้อยู่ในคำประกาศ มันเป็ประตูแต่ละบาน ทางเดินแต่ละสาย และคนซึ่งผ่านไปได้โดยไม่ถูกเรียกไว้
“เมื่อวานข้าช่วยคนในลานไว้ วันนี้แม้แต่วิชาพื้นฐานก็ยังเข้าดูไม่ได้?”
“สำนักนับความดีแยกจากคุณสมบัติ” เป่าตอบ “เ้าช่วยคนจึงไม่ถูกไล่ออก แต่หากไม่มีปราณและสัตว์ถูกจัดชั้นต่ำ กฎก็ให้ได้เพียงศิษย์รับใช้”
“ระบบละเอียดดี”
“เ้าชม?”
“เปล่า ข้ากำลังหาว่าตรงไหนเขียนเล็กเกินไป”
เรือนเลี้ยงสัตว์ท้ายสำนักเป็อาคารไม้หลังใหญ่ ประตูเปิดกว้าง ภายในมีกลิ่นยา ฟาง และขนสัตว์ปะปนกัน าุโโม่นั่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ข้างมือมีเศษแผ่นหินสีดำขนาดสองฝ่ามือ รอยไหม้โค้งซ้อนกันบนผิวหินตรงกับวงซึ่งเหราทิ้งไว้
“เ้าฟื้นเร็วกว่าที่คิด” ชายชรากล่าวโดยไม่เงยหน้า “หรือยาของเรือนนี้ใช้กับคนได้ดีกว่ากับสัตว์”
หลงเทียนค้อมศีรษะตามที่เห็นเป่าทำ “ขอบคุณท่านาุโที่ช่วยไว้...ครับ”
คำสุดท้ายหลุดออกมาตามความเคยชิน เป่ากลั้นหัวเราะอยู่ด้านหลัง าุโโม่เพียงมองเขาครู่หนึ่ง
“เ้าจะใช้คำใดก็ใช้ให้คนฟังเข้าใจ อย่ามัวฝึกปากจนลืมฝึกสมอง”
“ข้าจะจำไว้”
“นั่ง”
หลงเทียนนั่งลงบนเบาะตรงข้าม โต๊ะมีสมุดบันทึกสามเล่ม แต่ไม่มีเล่มใดเปิด าุโโม่เลื่อนเศษหินมาให้
“นี่คือส่วนหนึ่งของพื้นที่ซึ่งวงอัญเชิญเ้าปรากฏ ลองแตะดู”
หลงเทียนยื่นมือไป ก่อนปลายนิ้วถึงหิน ชายชราก็ใช้ไม้เคาะหลังมือเขา
“ห้ามฝืนเรียกสัตว์”
“ข้าเรียกมาได้อย่างไรก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ”
“เมื่อวานเ้าก็ไม่รู้วิธี แต่เกือบฉีกพลังในร่างจนตาย”
คำพูดนั้นตัดมุกที่กำลังจะตามมา หลงเทียนวางฝ่ามือลงเบาๆ ผิวหินเย็นและสาก ตอนแรกไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นความร้อนเล็กๆ ใต้กลางอกเต้นหนึ่งครั้ง
รอยไหม้บนหินเรืองแสงแดงทองจางๆ
ภาพตัวอักษรปรากฏในการรับรู้ ไม่ได้ลอยอยู่กลางอากาศชัดเจนเหมือนครั้งแรก แต่มันอยู่ตรงขอบสายตา ต่อให้หลับตาก็ยังเห็น
เหรา
ใต้ชื่อนั้นมีพื้นที่ว่าง ไม่มีคำบอกชนิด ธาตุ ความสามารถ หรือระดับสายเื เส้นบางหลายเส้นคล้ายช่องสำหรับข้อความ แต่ทั้งหมดมืดสนิท
หลงเทียนนึกถึงกรงเล็บซึ่งกดพื้น หัวที่หันก่อนกระทิงเปลี่ยนทิศ และแรงชนซึ่งจมหายลงในแผ่นหิน หากสิ่งนี้เป็บันทึก มันก็ควรเขียนว่าเหรารับแรงสั่นหรือเบี่ยงแรงได้
แต่หน้าว่างไม่เปลี่ยน
เขาลองนึกประโยคให้ชัดขึ้น เหราอ่านแรงจากพื้น เหราถ่ายแรงลงหิน เหราเปลี่ยนทิศแรงชน ไม่มีคำใดปรากฏ
ความร้อนใต้กลางอกเริ่มเพิ่มขึ้น หลงเทียนรีบยกมือออก รอยแสงดับตามทันที อาการจุกแล่นขึ้นมาถึงลำคอ แต่ครั้งนี้ไม่มีเื
าุโโม่มองสีหน้าเขา “เห็นอะไร?”
“ชื่อเหรา ส่วนอื่นว่าง”
“ไม่มีข้อมูลสายเื?”
“ไม่มี”
“ความสามารถ?”
“ข้าเดาว่ามันรับแรงสั่นจากพื้นและเปลี่ยนทิศแรงได้ แต่สิ่งที่เห็นไม่ยอมเขียนตาม”
ชายชราพยักหน้าเล็กน้อย “ก็ดี”
หลงเทียนขมวดคิ้ว “ไม่เขียนอะไรเลย ดียังไงครับ?”
“อย่างน้อยสิ่งในตัวเ้าไม่บันทึกคำเดาเป็ความจริง” าุโโม่ใช้นิ้วเคาะหิน “เ้าเห็นมันทำเพียงครั้งเดียว เหตุใดจึงมั่นใจว่ามันรับแรงจากพื้น มิใช่ได้ยินเสียง หรือเห็นการขยับกล้ามเนื้อของกระทิง? เหตุใดจึงมั่นใจว่ามันถ่ายแรง มิใช่เกล็ดรับแรงได้ดี?”
คำถามแต่ละข้อกระแทกสมมติฐานของหลงเทียนตรงจุด เขามีข้อมูลเพียงเหตุการณ์เดียว ทั้งยังอยู่ในสภาพเจ็บและใกล้ถูกชน การที่ข้อสรุปฟังสมเหตุผลไม่ได้ทำให้มันเป็ความจริง
“ต้องทดลอง”
าุโโม่เลื่อนเศษหินกลับ “เมื่อวานเ้าสั่งให้มันรับกระทิงแทนเ้า เ้าคิดว่ามันเป็สัตว์สายต่อสู้หรือ?”
หลงเทียนมองรอยขาวซึ่งยังติดอยู่บนขอบหิน ภาพขาหน้าของเหราสั่นก่อนหายกลับไปผุดขึ้นมา เขาไม่รู้ว่าาแตามกลับไปด้วยหรือไม่ ไม่รู้ว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน และไม่มีทางถาม
“ไม่ใช่ ข้าไม่ได้สั่งมัน” เขาตอบช้าลง “ตอนนั้นมันก้าวออกไปขวางเอง แต่ข้ารู้สึกว่าต้องเคาะพื้นเพื่อนำทางให้มันรับแรงปะทะ และข้าก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเจ็บแค่ไหน”
“ดีที่รู้ว่ายังไม่รู้”
คำชมของชายชราฟังเหมือนคำตำหนิ แต่หลงเทียนรับไว้ เขามองประตูเรือนสัตว์ซึ่งเปิดไปยังคอกด้านหลัง หากงานของเขาทำให้ได้อยู่ใกล้สัตว์ ได้เห็นวิธีควบคุม ดูอาการาเ็ และทดลองโดยไม่เสี่ยงชีวิต บางทีตารางงานอาจไม่ใช่เพียงการถ่วงเวลา
ปัญหาคือเขาไม่มีเวลาว่างพอจะทดลองอะไรเลย
“ท่านาุโ” หลงเทียนเปลี่ยนท่านั่ง “หากข้า้าสอบใหม่ ต้องทำอย่างไร?”
“เ้าจะขอให้ข้าเปลี่ยนผลหรือ?”
“ไม่ครับ” คำลงท้ายเดิมหลุดตอนรีบปฏิเสธ “ข้า้ารู้เกณฑ์ ผลจะได้เปลี่ยนเพราะหลักฐาน ไม่ใช่เพราะท่านช่วย”
าุโโม่มองเขานานขึ้น จากนั้นหยิบกระดาษแผ่นเล็กออกมา เขียนสองบรรทัดด้วยหมึกดำ
“ข้อแรก เหราต้องพิสูจน์ว่าเป็สัตว์ต่อสู้ มิใช่เพียงรับแรงได้ครั้งหนึ่งในเหตุวุ่นวาย”
ปลายพู่กันเลื่อนลงบรรทัดสอง
“ข้อสอง เ้าต้องแสดงพลังเทียบปราณเริ่มต้นขั้นหนึ่ง เครื่องตรวจไม่จำเป็ต้องอ่านได้ แต่ผลต้องวัดและทำซ้ำได้”
หลงเทียนรับกระดาษมาดู เงื่อนไขแรกต้องเรียกเหรากลับมาและเข้าใจความสามารถ เงื่อนไขที่สองยากกว่า เขายังไม่รู้ว่าความร้อนในอกคืออะไร การใช้ครั้งแรกเกือบทำให้ตาย และไม่มีสิทธิ์เรียนวิชาพื้นฐาน
“หากทำได้?”
“ข้าจะรับรองให้เ้าประเมินเลื่อนเป็ศิษย์ฝึกหัด”
“หากทำไม่ได้?”
“เ้าก็ตักมูลสัตว์ต่อไป”
คำตอบชัดเจนดี ไม่มีคำปลอบใจ ไม่มีทรัพยากรแจก และไม่มีการรับรองว่าเขาจะสำเร็จ แต่เป็ครั้งแรกั้แ่มาถึงสำนักที่ทางข้างหน้าเขียนเป็เกณฑ์ ไม่ใช่คำตัดสินว่าไร้ค่า
หลงเทียนพับกระดาษเก็บในเสื้อ “ข้ารับเงื่อนไข”
“การรับด้วยปาก ง่ายกว่าลงมือทำ”
“ถ้าทำง่าย คงไม่ต้องมีท่านรับรอง”
าุโโม่ปรายตามอง เป่าหันหน้าไปไอปิดเสียงหัวเราะ หลงเทียนเพิ่งรู้ตัวว่าประโยคเมื่อครู่ฟังเหมือนกวนอาจารย์ จึงเติมคำซึ่งปลอดภัยที่สุด
“ครับ”
ชายชราถอนหายใจ “เ้าไปให้เ้าหน้าที่สลักป้ายเสีย ก่อนที่คำพูดแบบของเ้าจะทำให้ข้าปวดหัว”
บริเวณรับตารางงานอยู่ข้างคลังอาหารสัตว์ มีโต๊ะยาวตั้งใต้ชายคา เ้าหน้าที่สามคนนั่งตรวจป้ายกับกระดาษ ศิษย์รับใช้ต่อแถวรับงาน บางคนได้รายการครัว บางคนถูกส่งไปแปลงสมุนไพร ทุกคนมีตารางสั้นกว่าของหลงเทียนอย่างเห็นได้ชัด
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มนั่งอยู่หลังโต๊ะกลาง ใบหน้าคม ผมรวบเรียบร้อย ข้างมือมีสมุดรายชื่อกับตราประทับหลายสี เป่าลดเสียงเมื่อเข้าใกล้
“กวนเซิง ผู้ดูแลศิษย์สายนอกกับการจัดงาน อย่าเถียงเื่ไม่จำเป็”
หลงเทียนมองตารางยาวในมือ “เื่จำเป็นิยามว่าอะไร?”
“เื่ที่ไม่ทำให้เราถูกส่งไปล้างคอกเพิ่ม”
เมื่อถึงคิว เ้าหน้าที่รับป้ายไม้ไปดู “ชื่อเทียน ช่องตระกูลว่าง”
“ข้าขอใช้ชื่อหลงเทียนในทะเบียน”
เ้าหน้าที่มองกวนเซิง ชายวัยกลางคนเปิดหน้าผลสอบ ตรวจตรากรรมการ และพยักหน้า “คนนอกไร้ตระกูลเลือกชื่อใช้ในสำนักได้ สลักตามนั้น”
สิ่วเล็กตอกลงบนป้ายทีละจังหวะ ไม่นานคำว่า ‘หลง’ ก็อยู่หน้าชื่อเดิมอย่างถาวร เ้าหน้าที่วางป้ายข้างตารางงาน
“ตารางนี้เป็ของเ้า รับรองด้วยรอยนิ้วมือ”
หลงเทียนไม่แตะหมึกทันที “ข้าขอถามเกณฑ์สำเร็จของแต่ละงาน”
เ้าหน้าที่ชะงัก กวนเซิงเงยหน้าจากสมุด “มีข้อใดไม่ชัด?”
หลงเทียนวางกระดาษบนโต๊ะแล้วชี้เวลา “ให้อาหารคอกตะวันออกต้องเสร็จก่อนตะวันขึ้น เปลี่ยนน้ำเริ่มเวลาเดียวกัน ล้างรางกับขนฟางตามหลังหนึ่ง่ธูป งานชุดนี้ปกติใช้สามคน หากข้าทำคนเดียว ผู้ใดรับรองแต่ละรายการ และค่าจ้างคิดแยกอย่างไร?”
เขาพยายามใช้สำนวนของคนในสำนักให้ครบ ไม่เติม ‘ครับ’ ท้ายคำถาม เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายจับเื่มารยาทแทนเนื้อหา
กวนเซิงไล่สายตาตามรายการ “เหตุสอบเมื่อวานทำให้ผู้ดูแลสัตว์าเ็ คนของเรือนสัตว์จึงขาด งานต้องกระจายตามฐานะ ศิษย์รับใช้ใหม่ย่อมรับส่วนซึ่งว่าง”
“ส่วนที่ว่างมีสามส่วน”
“งานแต่ละรายการจ่ายแยก เมื่อเสร็จ ผู้ตรวจคอกจะประทับตรา หากทำไม่ครบก็ไม่ได้ค่าจ้างส่วนนั้น ไม่มีผู้ใดบังคับให้เ้ารับเงิน”
คำตอบไม่ผิด และนั่นทำให้มันน่าหงุดหงิด ถ้าหลงเทียนปฏิเสธ เขาไม่ได้ถูกหักค่าจ้าง แต่จะไม่มีงานผ่านเลย ส่วนอาหารกับที่พักผูกกับการทำโควตา หากไม่ทำต่อเนื่อง สถานะศิษย์รับใช้ย่อมถูกทบทวน
“แล้วหากเวลาในตารางทำให้สองงานเสร็จพร้อมกันไม่ได้?”
“เ้าต้องจัดลำดับเอง” กวนเซิงตอบ “ความสามารถในการทำงานก็เป็ส่วนหนึ่งของผลงานเช่นกัน”
เป่ายืนเงียบด้านหลัง แต่ใช้ปลายนิ้วแตะข้อศอกหลงเทียนหนึ่งครั้ง เตือนว่าการถามต่ออาจไม่เปลี่ยนคำตอบ
หลงเทียนมองช่องผู้รับรอง “ขอให้ระบุชื่อผู้ตรวจแต่ละคอกและค่าจ้างต่อรายการก่อนข้ารับรอง”
เ้าหน้าที่ทำหน้าไม่พอใจ “ศิษย์รับใช้คนอื่นไม่เคยมีใครถามมากมายเช่นเ้า”
“เพราะตารางคนอื่นสั้นกว่าของข้าครึ่งหนึ่ง”
กวนเซิงยกมือห้ามเ้าหน้าที่ เขาเติมชื่อผู้ตรวจและตัวเลขค่าจ้างลงในช่องว่างด้วยตนเอง “เช่นนี้ชัดหรือยัง?”
หลงเทียนอ่านทุกบรรทัด งานให้อาหารจ่ายมากสุดเพราะต้องยกถังหนัก งานเก็บมูลจ่ายต่ำสุด งานไม่ผ่านไม่มีเงิน แต่ไม่มีข้อความใดให้คะแนนภารกิจ
“ชัดแล้ว..ขอรับ”
ก่อนเขาจะกดนิ้วลงหมึก กวนเซิงหยิบกระดาษอีกแผ่นวางทับด้านล่าง
“ยังมีงานผู้ช่วยเก็บสมุนไพร ทีมจากหอสมุนไพรขาดคนแบกตะกร้า เรือนเลี้ยงสัตว์ต้องส่งศิษย์รับใช้หนึ่งคน เ้าเพิ่งเข้าใหม่ จึงรับส่วนนี้”
หลงเทียนอ่านเวลา งานเริ่มทันทีหลังตรวจคอก่สาย ไม่มี่พักระหว่างสองตาราง ค่าจ้างน้อยกว่างานให้อาหารสัตว์ และช่องคะแนนภารกิจถูกขีดทิ้งไว้ล่วงหน้า
“ข้าเป็ผู้ช่วย จึงไม่มีคะแนน?”
“ศิษย์รับใช้ไม่มีสิทธิ์รับภารกิจเอง” กวนเซิงกล่าว “ผู้รับผิดชอบจะรับคะแนน เ้ารับค่าจ้างตามงาน หากทำดีอาจมีคนจดจำ”
คำว่า ‘อาจ’ มีมูลค่าพอๆ กับสัญญารับเข้าทำงานหลังทดลองงานโดยไม่ระบุวัน หลงเทียนหันไปมองเป่า อีกฝ่ายส่ายหน้าเล็กน้อย
ถ้าเขาปฏิเสธงานสมุนไพร เขายังติดตารางเรือนสัตว์และไม่มีสิทธิ์ออกนอกพื้นที่ หากรับ เขาจะไม่มีเวลาพักหรือศึกษารอยวง แต่ได้ไปยังทุ่งสมุนไพรภายใต้ผู้รับผิดชอบ ได้เห็นพื้นที่ใหม่ และอาจพบสิ่งซึ่งใช้ทดลองสมมติฐานเกี่ยวกับเหรา
ทางเลือกหนึ่งปิดประตูแน่น อีกทางเปิดช่องแคบพอให้สอดนิ้วเข้าไปได้
หลงเทียนกดนิ้วลงในหมึก แล้วประทับรับรองทั้งสองตาราง
“ข้ารับงานนี้”
กวนเซิงปิดสมุด “ดี สำนักไม่เลี้ยงคนซึ่ง้าแต่สิทธิ์โดยไม่ทำหน้าที่”
หลงเทียนเก็บคำตอบไว้ในใจ หากพูดออกไปตอนนี้ เขาอาจได้หน้าที่เพิ่มก่อนอาหารเย็น เขาจึงรับป้ายกับตารางกลับมาแล้วค้อมศีรษะตามมารยาท
เมื่อเดินพ้นโต๊ะ เป่าดึงกระดาษไปอ่าน สีหน้าหนักขึ้นทุกบรรทัด
“ก่อนตะวันขึ้นถึงสายทำงานเรือนเลี้ยงสัตว์ จากนั้นไปทุ่งสมุนไพร กลับมาก็เย็น เ้าจะเอาเวลาที่ใดฝึกหรือศึกษาสัตว์?”
หลงเทียนมองป้ายไม้ในมือ ชื่อ ‘หลงเทียน’ สลักใหม่ยังมีเศษไม้ติดตามร่อง ใต้ป้ายคือตารางยาวสองแผ่น ส่วนช่องคะแนนภารกิจว่างสะอาดราวกับไม่มีวันตั้งใจให้เขาเขียนอะไรลงไป
เขาพับกระดาษเก็บอย่างระวัง
“เวลาฝึกยังหาไม่ได้” หลงเทียนตอบ “แต่อย่างน้อยทุ่งสมุนไพรน่าจะมีสิ่งให้ทดลอง”
เป่ามองเขา “เ้าคิดจะเรียกเหราในสภาพนี้?”
“ไม่ใช่วันนี้”
ความร้อนใต้กลางอกเต้นเบาๆ ราวกับเตือนว่าร่างกายยังไม่ลืมหนี้จากครั้งก่อน
หลงเทียนกระชับป้ายศิษย์รับใช้ในมือ เขาไม่มีสิทธิ์รับภารกิจ ไม่มีคะแนน ไม่มีเวลา และยังไม่รู้ว่าจะเรียกสัตว์ของตนกลับมาได้อย่างไร
แต่พรุ่งนี้เขาจะได้ออกจากพื้นที่เรือนเลี้ยงสัตว์
สำหรับคนซึ่งเพิ่งมีชื่อใหม่ในโลกนี้ ต่อให้ทางแคบก็ยังนับว่าเป็ทาง