กู้ชิงเฉิงซึ่งเดิมทีตั้งใจจะบุกทะลวงไปข้างหน้าพลันกระชากบังเหียนม้าแน่นขึ้น ใบหน้าของนางพลันเย็นลงทันที
ใบหน้าของนางดูเลวร้ายยิ่งนักผู้ที่อยู่ใกล้สามารถััได้ถึงไอสังหารที่โหมกระหน่ำมาจากรอบทิศทาง
คุณหนูใหญ่สกุลกู้กู้ตงหลิงเองก็ใ นางจึงถอยหลังไปหลายก้าว ในตอนนี้นางไม่มีความมั่นใจแม้แต่น้อย
กู้ชิงเฉิงเป็เพียงแค่หมอหญิงเหตุใดเลยจะมีพลังที่ล้ำลึกถึงเพียงนี้ ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
แต่ก่อนหน้านี้หมอหญิงตรงหน้าไม่เคยอยู่ในสายตาของนางเลยแม้แต่น้อย
ทว่าคนที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ เหตุใดจึงได้เก็บงำความสามารถมาโดยตลอด?โลกนี้ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยงั้นรึ
มิเช่นนั้นด้วยอำนาจและอิทธิพลที่แผ่ไพศาลของกู้ตงหลิงนางจะต้องล่วงรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างเป็แน่
ที่นางกับสตรีตรงหน้าต้องมาปะทะกันเช่นนี้นับเป็ความผิดพลาดครั้งใหญ่ยิ่งนัก
ไม่แปลกใจเลยที่คนของอันหยวนถังจะหยิ่งผยองและโอหังถึงเพียงนั้น
ครั้งนี้นางได้ทำเื่พังพินาศเสียแล้ว
อย่าว่าแต่ใบหน้าของนางถูกทำลายเลยแม้แต่พิษเหมันต์ขององค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินก็อาจจะไม่ได้รับการรักษา
เื่ที่โม่อวี้เฉินถูกพิษเหมันต์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นในชาติที่แล้วนางจึงไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย ในยามนี้ นางยิ่งรู้สึกสิ้นหวัง
“ตอนนั้น คนเหล่านี้ล้วนอยู่ในที่เกิดเหตุใช่หรือไม่?” ความโกรธแค้นในใจของกู้ชิงเฉิงพลุ่งพล่านนางชี้ไปยังเหล่าองครักษ์ที่รายล้อมอยู่รอบตัว รวมถึงกู้ตงหลิงด้วย
เดิมทีเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตนเองที่ต้องเป็นางร้ายนางจึงต้องทำอะไรบางอย่าง
ไม่ว่าจะปกป้องนางเอกหรือสังหารนางเอกทิ้งเสีย!
แต่ดูท่าแล้วการสังหารนางเอกนั้นจะง่ายกว่า ประหยัดเวลาและประหยัดแรงกว่ามาก
หูเอ้อร์พยักหน้า“ทุกคนในที่นี่อยู่ในที่เกิดเหตุทั้งนั้นขอรับ!”
อันที่จริงคนที่กู้ตงหลิงพามานั้น ถูกพวกเขาฆ่าไปเกือบหมดแล้วตอนนี้จึงเหลือเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
ทว่าอีกฝ่ายมีคนจำนวนมากแม้ว่าฝีมือของหูเอ้อร์จะสูงส่งเพียงใด เขาก็ยังเป็คนธรรมดาอีกทั้งยังต้องปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า ดังนั้นเขาจึงไม่อาจจะต้านทานได้และตกอยู่ในมือของกู้ตงหลิง
โชคดีที่เขาหนีออกมาได้และรีบรุดมาถึงทันเวลา
กู้ชิงเฉิงกำบังเหียนในมือแน่นพลางแค่นเสียงเ็า“ดี! ดีจริงๆ! อยู่กันครบเช่นนี้ข้าก็ไม่ต้องออกไปตามหาพวกเ้าเพื่อแก้แค้น!”
พูดจบนางก็หันไปพูดกับกู่ซินที่อยู่ในรถม้า “กู่ซินออกมาฝึกมือกันเถิด!”
คนเหล่านี้สมควรตายยิ่งนัก!
กู่ซินตอบรับคำพลางะโออกจากหน้าต่างรถม้า ในมือของนางถือกระบี่ไว้และเข้าไปจัดการองครักษ์ทั้งสองคน
หูเอ้อร์เองก็ไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าไปร่วมการต่อสู้ทันที
แน่นอนว่าเขาต้องแก้แค้นผู้ใดบังอาจแตะต้องคนของอันหยวนถัง ย่อมต้องไม่ตายดี!
วันนี้เขาจะให้คนเหล่านี้ตายโดยไม่มีที่กลบฝัง
กู้ชิงเฉิงกลับเข้าไปนั่งในรถม้าแล้วและมองกู้จิ่งเซวียน “เซวียนเอ๋อร์เราไม่อาจจะรังแกผู้ใดได้ แต่เราก็ไม่อาจจะถูกรังแกได้เช่นกัน”
“เซวียนเอ๋อร์ทราบแล้ว!” กู้จิ่งเซวียนเคยชินกับเื่ราวเหล่านี้มานานแล้ว
แม่ของเขามีนิสัยเช่นไรเขาย่อมรู้ดีที่สุด
นิสัยของเขาเองก็คล้ายคลึงกับกู้ชิงเฉิงมากคือมีแค้นย่อมต้องชำระ!
“ไม่รู้ว่าเสี่ยวโต้วจื่อกับคนอื่นๆ เป็อย่างไรบ้าง หากรู้แต่แรกพวกเราก็น่าจะพาเขาไปด้วยกันที่สวนหรูอี้ด้วยกันนะขอรับ” กู้จิ่งเซวียนกล่าวอย่างเป็ห่วง
“หากจัดการคนเหล่านี้เสร็จแล้ว ให้หูเอ้อร์กับกู่ซินพาเ้าไปสวนหรูอี้เถิดแม่ต้องกลับไปจัดการเื่ของอันหยวนถังต่อ” กู้ชิงเฉิงกำหมัดแน่น
อันหยวนถังคือผลงานที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจคือที่พึ่งพิงของนาง จะต้องไม่มีวันถูกทำลายเป็อันขาด
“แล้วแต่ท่านแม่ขอรับ” แม้กู้จิ่งเซวียนจะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้คัดค้าน
วิชาพิษของหยวนจิ่วแห่งสวนหรูอี้จะสู้กู้ชิงเฉิงได้อย่างไร
แต่โดยปกติแล้วเขาไม่สามารถไปสวนหรูอี้ได้ ทว่าในเมื่อตอนนี้มีโอกาสแล้ว เขาไม่อาจจะพลาดได้
ดังนั้นเขาจึงเชื่อฟังอย่างว่าง่าย
ยามนี้กู่ซินและหูเอ้อร์กำลังสังหารผู้คนอย่างดุเดือดเมื่อนายหญิงออกคำสั่งแล้ว ก็ไม่จำเป็ต้องเกรงกลัวสิ่งใดแน่นอนว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว
กู้ตงหลิงรู้สึกสับสนวุ่นวายในใจอย่างยิ่งนางกำแส้ในมือแน่น และจ้องมองไปยังรถม้าด้วยความเกลียดชังแม้นางจะมองไม่เห็นกู้ชิงเฉิง แต่ความเกลียดชังนั้นท่วมท้นยิ่งนัก
ในโลกนี้ยังมีสตรีอีกผู้หนึ่งที่หยิ่งผยองและโอหังยิ่งกว่านาง แข็งแกร่งยิ่งกว่านางและเป็อิสระเสรีมากยิ่งกว่านาง ความริษยาในใจของนางค่อยๆ ผุดขึ้นมาทีละน้อย
ตอนนี้นางอยากจะสังหารสตรีในรถม้าผู้นั้นให้ตายเพราะนางกลัวว่าวันหนึ่ง แสงสว่างของตนเองจะถูกรัศมีของนางบดบังไป
เหตุผลที่นางสามารถเปล่งประกายเจิดจ้าได้นั้นเป็เพราะนางได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งแต่หากเื่ราวเบี่ยงเบนไปจากเส้นทางเดิมวิธีการของนางที่มีอยู่ตอนนี้ก็คงไม่เพียงพอ
ในตอนนี้นางจึงเริ่มร้อนรนขึ้นมาบ้างแล้ว
ด้วยความสามารถของหูเอ้อร์และกู่ซินพวกเขาก็สามารถจัดการกับผู้คนที่ล้อมรถม้าไว้ได้ในเวลาอันรวดเร็วทว่าพวกเขาไม่ได้แตะต้องกู้ตงหลิงแม้แต่น้อย
บัดนี้เบื้องหน้าของร่างไร้ิญญาที่กองอยู่เต็มพื้นคือร่างของกู้ตงหลิงที่กำลังถือแส้หนังยาวในมือ
นางเองก็สวมผ้าคลุมหน้าดวงตาที่เผยออกมาฉายแววเ็าและความเกลียดชังที่เปี่ยมล้น
กู้ชิงเฉิงผลักประตูรถม้าและะโลงมาก่อนจะมองไปยังเหล่าทหารองครักษ์ที่กู้ตงหลิงนำมา บัดนี้ต่างล้มตายเกลื่อนกลาด ทว่าความเ็าในดวงตาของนางไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย
นางโยนแส้ม้าให้กับหูเอ้อร์และกู่ซินพร้อมกล่าวว่า“พาเซวียนเอ๋อร์ไปที่สวนหรูอี้แล้วบอกหยวนจิ่วให้ดูแลเซวียนเอ๋อร์ให้ดี”
“ขอรับ!/เ้าค่ะ!” หูเอ้อร์และกู่ซินไม่รีรอพวกเรารีบรับแส้ม้ามา จากนั้นจึงะโขึ้นรถม้า และจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
ในความคิดของพวกเขาด้วยฝีมือของนายหญิงกู้ตงหลิงผู้นี้ไม่คู่ควรแม้กระทั่งจะให้เป็คู่มือฝึกฝนเลยด้วยซ้ำ
กู้ตงหลิงในเวลานี้ก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้างทว่ากลับพยายามบังคับให้ตนเองสงบลง
นางผ่านสมรภูมิใหญ่มาแล้วไม่น้อยจะปล่อยให้กู้ชิงเฉิงทำให้นางหวาดหวั่นได้อย่างไร
“หมอกู้ แค่เ้ายอมคุกเข่าก้มกราบขอขมาและรักษารอยแผลบนใบหน้าของข้าตระกูลกู้ย่อมไม่เอาผิดเ้าอย่างแน่นอน” กู้ตงหลิงยังคงคุ้นชินกับการอวดดีในเวลานี้นางถึงกับเชิดหน้าขึ้นกล่าวเสียงดัง
คำกล่าวของนางเกือบทำให้กู้ชิงเฉิงหัวเราะออกมาถึงอย่างนั้นในดวงตาของนางเองก็ฉายแววขบขัน
“เ้าคิดว่าการคุกเข่าก้มกราบขอขมาจะสามารถแก้ไขปัญหาได้หรือ?” กู้ชิงเฉิงย่ำไปบนร่างไร้ิญญา นางก้าวทีละก้าวตรงไปยังกู้ตงหลิง
แรงกดดันที่แผ่ออกมานั้นทำให้กู้ตงหลิงรู้สึกสั่นสะท้านไปถึงก้นบึ้งหัวใจทว่านางก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะระงับความรู้สึกนั้นไว้ไม่ยอมให้ตนเองแสดงอาการใดๆ ออกมา
อันที่จริงแล้วการที่กู้ชิงเฉิงเผยฝีมือออกมาครั้งก่อน นั่นก็ทำให้นางใไม่น้อยแล้ว
ภายใต้วรยุทธ์ที่แข็งแกร่งเช่นนั้นคงมีแต่ความตายเท่านั้นที่รออยู่ นางไม่มีเรี่ยวแรงที่จะโต้ตอบเลยแม้แต่น้อย
แต่ถึงอย่างไรนางก็คือคุณหนูใหญ่ของตระกูลกู้แห่งเมืองหลวง เป็คนโปรดขององค์ฮ่องเต้และเป็เทพธิดาในดวงใจของเหล่าประชาราษฎร์
ในใต้หล้านี้คงไม่มีผู้ใดกล้าปลิดชีวิตนางหรอกเช่นไรก็คงต้องให้เกียรติแก่ตระกูลกู้และราชวงศ์ต้าฉินอยู่บ้าง
เมื่อคิดได้ดังนั้นกู้ตงหลิงก็เชิดหน้าขึ้นอีกครั้ง ความมั่นใจของนางเพิ่มขึ้นหลายส่วน“แน่นอนว่าคงไม่ได้ ผู้ใดที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงและเหิมเกริมเช่นนี้ สมควรถูกโบยสามสิบที!”
นางมักจะชื่นชอบการใช้แส้เสมอแส้ของนางมีหนามเหล็กแหลมคม หากถูกฟาดไป ย่อมฉีกกระชากิัเป็แผ่นๆ ได้ทันที
หากโดยโบยด้วยแส้สักสามสิบทีสามารถทำให้คนตายได้อย่างแน่นอน
กู้ชิงเฉิงพยักหน้าเล็กน้อยทำให้กู้ตงหลิงคิดว่านางหวาดกลัว
รถม้าเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วโม่อวี้เฉินะโลงมาจากใต้รถม้าตรงหัวมุมโค้งแห่งหนึ่ง ใบหน้าของเขาก็เคร่งขรึมแต่กับนิ่งสงบราวกับผืนน้ำ
กู้ตงหลิงผู้นี้เสแสร้งต่อหน้าเขาได้ดีเกินไปจริงๆ
มาบัดนี้นางจึงได้เผยธาตุแท้ ไม่คาดคิดว่านางจะร้ายกาจและอำมหิตถึงเพียงนี้นางไม่เพียงแต่ทุบทำลายอันหยวนถัง แต่ยังทรมานผู้คนของอันหยวนถังอีก
มันเกินความคาดหมายของเขาไปมากนัก
เขาได้ยินมาว่าในตอนที่กู้ตงหลิงอยู่ตระกูลกู้ นางไม่แม้แต่จะกล้าเหยียบมดให้ตายแต่นิสัยบ้าคลั่งเอาแต่ใจและวิธีการที่โเี้นั้นเป็สตรีผู้นั้นต่างหาก...
อันที่จริงแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาก็เคยตำหนิตนเอง หากเขาใส่ใจให้มากกว่านี้และปกป้องสตรีผู้นั้นให้ดีกว่านี้ ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์หนึ่งศพสองชีวิต
อย่างไรเสียพวกเขาก็เคยเป็สามีภรรยากัน ถึงจะเป็การแต่งงานที่ถูกจัดฉาก แม้เขาไม่ได้รักนางแต่ก็ไม่เคยคิดที่จะปลิดชีวิตนาง ยิ่งกว่านั้นเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้นก็ยังคงไม่ได้รับการคลี่คลายจนถึงทุกวันนี้
เขารีบย้อนกลับไปตามทางเดิมอย่างรวดเร็ว
เห็นเพียงกู้ชิงเฉิงสะบัดมือเบาๆร่างของนางยังคงยืนอยู่กับที่ไม่ได้ขยับทว่าเพียงพลังภายในอันร้ายกาจที่ถูกส่งออกไป กู้ตงหลิงก็ถูกซัดล้มกระแทกลงกับพื้น
“คุกเข่าคำนับ!” กู้ชิงเฉิงกล่าวเสียงเ็า
คุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงพยายามดิ้นรนไม่หยุดเพื่อจะลุกขึ้นยืนทว่ากลับไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
นางจึงเงยหน้าขึ้นและจ้องมองกู้ชิงเฉิงอย่างเจ็บแค้น “เ้ากำลังรนหาที่ตาย!เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร!”
“พูดมากเสียจริง!” กู้ชิงเฉิงยกมือขึ้นอีกครั้ง
กู้ตงหลิงก้มหัวลงโดยไม่รู้ตัวและก้มลงอย่างแรง เพียงครั้งเดียว ศีรษะก็แตกเืไหลนองความเ็ปทำให้นางกรีดร้องออกมา
“เป็อย่างไรบ้าง? เ้าจะก้มหัวขอขมาด้วยตนเองหรือจะให้ข้าช่วยเ้า?” กู้ชิงเฉิงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยดวงตาที่เผยออกมานั้นสุกใสเจิดจ้า หางตาที่เชิดขึ้นราวกับจะสะกดิญญาของผู้คน
คุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงกำหมัดแน่นกัดฟันแน่น ผ้าคลุมหน้าของนางหลุดร่วงไปแล้ว ใบหน้าที่ถูกทำลายเต็มไปด้วยเืแลดูน่ากลัวยิ่งนัก