“องค์หญิง องค์หญิงสามของพ่อไม่กลัวว่า แคว้นก้านฉีจะเล่นตลกหรือไร”
“เล่นตลก ลูกตลกกว่าพวกเขา เสด็จพ่อหากได้รั้งตำแหน่งฮองเฮาของแคว้นก้านฉี เสด็จพ่อคิดว่าควรจะเสี่ยงหรือไม่”
"อืมเนื้อหาในราชสาสน์เป็ในแนวทางนั้นเ้านำราชสาสน์ฉบับนี้ไปตบหน้าฝูเยว่ฮ่องเต้ ที่กล้ามาลูบคมข้า"หยูเหยียนยิ้มมุมปาก
วังหลวงแคว้นก้านฉี
“อย่าใช้คำว่าเสี่ยวทายสมควรจะใช้คำว่าเลือกวิธีการ ในเมื่อตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ฝ่าาจะต้องเลือกนางในหรือสนมในแต่ละคืน เื่นี้ใครว่าไม่สำคัญแต่สำคัญอย่างยิ่งยวด เช่นนั้นการเสี่ยงทายด้วยแกะสามตัวลากรถไปรอบๆ วังหลวงหากแกะทั้งสามพร้อมใจกันหยุดที่ตำหนักไหนนั่นย่อมเป็ผลดีต่อเ้าของตำหนัก”
“ท่านหัวหน้าขันทีท่านไม่กลัวหรือไรว่าสนมนางในจะพากันติดสินบน แกะทั้งสาม”ราชครู เลิกคิ้วสูงอมยิ้ม
“ในสมัยก่อนซือหม่าเอียนในราชวงค์จิ้นใช้วิธีนี้ในการเลือกสนมนางใน ในแต่ละค่ำคืนแล้วก็ได้ผลยิ่งนัก”
“เช่นนั้นข้าน้อยคิดว่าท่านราชครูคงจะต้องห้ามไม่ให้มีการติดสินบน..แกะ”
“นั้นก็ล้วนแต่ความสามารถของพวกนางเรามิควรปิดกั้นพวกนาง”
“ฝ่าาจะทรงปลื้มหรือกับสิ่งที่เราตั้งใจ”ขงจื้อเอ่ยปากด้วยความสงสัย
“วิธีนี้ถือว่าเหมาะที่สุดแล้ว ไม่เอาเปรียบอีกอย่างบางที่แกะอาจจะเลือกนางในในแต่ละวันได้ดีกว่าเรา”
ขงจื้อยิ้ม ในความคิดแฟนตาซีของราชครูชราแก่คร่ำครึแต่ช่างคิดอะไรได้ น่าเอ็นดูยิ่งนัก
“เป็เื่ที่ข้าอดขำเสียไม่ได้”
ขงจื้อกล่าวเมื่อ เข้ามาในห้องขณะที่จีจี้กำลังอบผ้าปูแท่นนอน
“แล้วกงกงท่านขำหรือไม่เล่า”
“ใครจะกล้าหัวเราะต่อหน้าราชครูนั่นเป็อาจารย์ของฝ่าาเชียวนะ”
“กงกง เื่นี้ควรจะเร่งบอกกล่าวกับเหล่านางกำนัลเพื่อให้พวกนางมีโอกาสได้ทำคะแนนกับแกะ”ขงจื้อยิ้ม
“เ้านำเื่นี้ บอกเล่ากับเหล่านางกำนัลแทนข้า จีจี้เ้ามาจากบ้านนา คงรู้ดีว่าแกะนิยมกินอะไรเป็อาหารจะได้บอกกล่าวกับเหล่าสนมนางใน”
“จีจี้คงไม่กล้าที่จะอวดอ้าง ความจริงจี้จี้หาเคยเลี้ยงแกะไม่”
ขงจื้อยิ้มมุมปาก
“ฝ่าาก็คงรอว่าเ้าแกะพวกนั้นจะหยุดที่ใครเป็แน่ข้าละตื่นเต้นแทนฝ่าายิ่งนัก”จีจี้ ยิ้มบางๆ
วันรุ่งขึ้นแกะสามตัวในรถลากกับความวุ่นวายโกลาหลเมื่อเหล่านางในและสนมหลายตำหนักต่าง ให้คนนำหญ้าฟางมากองไว้หน้าตำหนักของตนบางคนทั้งผลหมากรากไม้และขนมนมเนย แล้วแต่จะหาได้ บางคนลงทุนให้นางกำนัลประจำตำหนัก ทำเครื่องเสวยรสหอมหวานสำหรับแกะ
สร้างความแปลกใหม่และครื้นเครงในเมื่อไม่มีใครห้ามปรามแต่ละคนจึงต่างก็งัดไม้เด็ดออกมากันพัลวัน
ฝูเยว่ฮ่องเต้ยืนกอดอกมอง แกะหนุ่มสามตัวที่เทียมรถลาก ขงจื้อยืนยิ้มอยู่ข้างๆ
“ข้าละชื่นชมพวกท่านจริงๆ สามารถจัดการเื่การเสี่ยงทายนี้”
“ฝ่าาเพฮะ ยามนี้สร้างความครึกครื้นในวังหลวงยิ่งนัก สนมบางคนนางในบางคนที่ไม่เคยถูกเลือกต่างมีความหวังขึ้นมา”
“อืม ข้าเองก็ชอบคนที่มีความพยายามเ้าก็รู้ว่าข้านิยมหญิงงามที่มีความพยายามสูง หากพวกนางคนไหนพยายาม แค่เพียงให้ได้เดินมาเฉียดข้าข้าก็รู้ว่าว่าพวกนาง สร้างโอกาสให้ตัวเอง”
“ทุกนางล้วนพยายามพะย่ะฮะ พยายามให้แกะหยุดอยู่ที่พวกนาง ฝ่าาเองก็คงสมใจ”
“จีจี้เล่า”เอ่ยปากเมื่อไม่เห็นจีจี้มาหลายชั่วยามแล้ว
“กงนู่นามจีจี้ นางวันนี้ต้อง มีหน้าที่เก็บอาภรณ์ที่เหล่าสนมสวมใส่ไปยังหอซักล้าง”ขงจื้อตอบคำถามเบาๆ
“เ้า สับเปลี่ยนหน้าที่ของนางหรือ”
“ฝ่าา เพฮะ ความจริงข้าน้อยก็ให้นางจัดการแค่เื่แท่นนอนของฝ่าาแต่ทว่า บางทีความเป็กงนู่ก็ต้องทำหลายหลากหน้าที่”
“อืม นางเสร็จธุระให้เข้ามาพบข้าด้วย”
“เพฮะ”
“ปล่อยแกะๆๆๆๆๆๆ ”
เสียงดังจากท่านราชครูดังขึ้นขันที่ปลดเชือกที่รั้งตัวแกะทั้งสามออกปล่อยให้พวกมันเดินเข้าไปในช่องทางเดินทอดยาวไปสู่ตำหนักต่างๆ ตามแต่ใจปรารถนา
จีจี้หอบผ้าใส่ตะกร้าหวายปาดเหงื่อที่หยดริน
“เฮ้อเหลือสองสามตำหนักก็คงเรียบร้อย เหนื่อยจริงๆ จีจี้ทำไมไม่เกิดเป็บุตรีขุนนางเหมือนเขาบ้างจะได้เข้ามาในตำแหน่งนางในมิใช่กงนู่ ฝ่าาเองก็เถอะทำไมต้องมีสนมหกตำหนักสามพันนางด้วยนะ ทำให้กงนู่อย่างข้าเหนื่อยหนัก”
พูดไปก็ถอนหายใจไปชาติกำเนิดใครกันเลือกได้
“แอะๆๆๆๆๆๆ ”จีจี้เงยหน้าขึ้น จากกองผ้าภาพที่เห็นคือแกะสามตัวที่ยืนจ้องหน้าปากยื่นส่งเสียงร้องแอะๆๆๆๆๆๆๆๆ เหมือนจะบอกจีจี้ว่าเ้านั่นแหละ
"แอะๆๆๆๆๆๆๆ "