กระบี่วิถีมาร

    บทที่32ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมือง

            คนของสำนักเงาจันทร์และผู้คนที่ดูการต่อสู้นี้ ต่างก็พากันตกใจ   เด็กหนุ่มหมิงเฉิง เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ และไม่เคยปรากฏชื่อเสียงเรียงนามให้ได้ยินมาก่อนเป็นคนฆ่าประมุขเงาจันทร์..


            "อาวุโสเงาจันทร์ที่เห็นกับตาว่าประมุขของตนเสียชีวิตแล้วก็พลันทำอะไรไม่ถูกทันที  หัวหอกหลักถูกฆ่าตาย ศิษสำนักเงาจันทร์จึงพากันขวัญเสียกันหมด


            "ถอย.... อาวุโสเงาจันทร์ ตะโกนขึ้นเพื่อให้ศิษเงาจันทร์หนี


            หลี่น่าที่กำลังพยุงหมิงเฉิงไว้ นางเห็นว่าสำนักเงาจันทร์กำลังจะหนี  สายตาของนางก็อำมหิตขึ้นมาทันที


            "บุกรุกวิหารไท่ชิง ทำลายวิหารจนพังยับเยิน ฆ่าศิษของข้าไปมากมาย เหอะ... คิดจะหนีอย่างนั้นรึ... 


            "อาวุโสหนึ่งรับคำสั่ง.... นำศิษที่ยังสู้ได้ไปกวาดล้างสำนักเงาจันทร์ให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ชีวิตเดียว.... นางพูดเสียงแข็ง


            อาวุโสหนึ่งและศิษของวิหารไท่ชิงเมื่อได้ยินคำสั่งดังนั้นก็พากันพุ่งตามไปทิศทางที่สำนักเงาจันทร์หลบหนี  


            ห่างใกลออกไป ประมุขหมื่นพิษและจางเหว่ยศิษเอกที่ยืนดูการต่อสู้และผลแพ้ชนะก็ออกมาแล้ว ประมุขหมื่นพิษก็พุ่งกลับไปยังสำนักของตนทันที


            "หึหึหึ.. หมิง...เฉิง....  ถัดมาอีกไม่ใกล เด็กหนุ่มที่ยืนดูการต่อสู้ตั้งแต่ต้นจนจบก็หัวเราะออกมา จากนั้นก็พุ่งหายไปในอากาศ


            ข่าวสงครามระหว่างสำนักเงาจันทร์และวิหารไท่ชิงรบลาฆ่าฟันกันนั้นโด่งดังไปทั่วเมืองหนานหวัง และผู้คนต่างก็จับตามองและให้ความสนอกสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเมืองเล็กๆแห่งนี้ การที่สองขั่วอำอาจเปิดศึกกัน จะเป็นผลชี้ชะตาของเมืองหนานหวังในอนาคต


            คนส่วนมากคิดว่ายังไงวิหารไท่ชิงก็แพ้แน่นอน แต่ทว่า เพียงแค่เด็กหนุ่มนามหมิงเฉิงปรากฏตัว กลับเปลี่ยนชะตาของวิหารไท่ชิง อย่างกับหน้ามือเป็นหลังมือ


            ผู้คนที่ทั่วเมืองหนานหวังเมืองเล็กๆแห่งนี้ ที่กำลังพูดถึงมากที่สุด นั้นก็คือ หมิงเฉิง เด็กหนุ่มที่ปลิดชีวิตของประมุขเงาจันทร์ พวกเขาต่างก็พูดไปต่างๆนาๆ บางก็พูดว่าหมิงเฉิงนั้นใช้เพียงปลายนิ้วก็สยบประมุขเงาจันทร์ได้ บ้างก็พูดว่า เขาใช้เพลงกระบี่ที่ว่องใวดุจสายลมตัดสะบั้นประมุขเงาจันทร์


            ส่วนไป๋หลานที่กำลังเดินทางไป วิหารไท่ชิงสาขารอง  พอนางได้ยินข่าวสงครามระหว่างสำนักเงาจันทร์และวิหารไท่ชิงเปิดศึกกัน นางก็ร้อนรนขึ้นมาทันที  ไป๋หลานนางพยายามขอร้องให้พานางกลับมาช่วยอาจารย์ของนาง แต่ทว่าผู้ที่นำทางนั้นไม่ยอมใจอ่อนให้นางกลับ


            ไป๋หลานจึงได้เพียงภาวนาให้วิหารไท่ชิงนั้นชนะศึกในครั้งนี้   เมื่อข่าวผลแพ้ชนะออกมา  นางก็พลันโล่งใจขึ้นมาทันที และเดินทางไปยังวิหารไท่ชิงสาขารองอย่างหมดห่วง


            อาวุโสหนึ่งพาศิษวิหารไท่ชิง บุกไปยังสำนักเงาจันทร์และฆ่าสังหารกวาดล้างสำนักเงาจันทร์ ส่วนสำนักเงาจันทร์ที่หัวหอกหลักนั้นได้ตายลงไป จึงทำให้ศิษส่วนใหญ่ขวัญเสียกันไปหมด จึงทำได้เพียงร้องขอชีวิตอย่างเวทนา  แต่ทว่าอาวุโสหนึ่งกลับไม่ใจอ่อน เขาฆ่าล้างคนของสำนักเงาจันทร์จนหมดสิ้น


            ตอนนี้ขั่วอำนาจในเมืองหนานหวังก็เหลือเพียงแค่สองเท่านั้น สำนักเงาจันทร์ที่ผู้คนต่างหวาดกลัว ตอนนี้ได้ลบหายไปจากเมืองหนานหวังเป็นที่เรียบร้อย ผู้คนที่พูดถึงหมิงเฉิงต่างๆนาๆ ต่างก็พากันอยากจะเห็นหน้าเขาสักครั้ง


            ณ วิหารไท่ชิง ห้องพักของหลี่น่า จ้าววิหารไท่ชิง บรรยากาศภายในห้องนั้นอบอุ่น บนเตียงนอน หมิงเฉิงกำลังนอนอย่างไม่ได้สติมาหนึ่งอาทิตย์กว่าๆแล้ว เขายังคงนอนอยู่อย่างนั้น


            หลี่น่า นางสั่งให้อาวุโสดูแลเรื่องของวิหารแทนตน  นางตอนนี้เดินเข้ามาภายในห้อง พอเดินมาถึงข้างๆเตียงนางก็นั่งลงช้าๆอย่างนุ่มนวล อาการบาดเจ็บของนางนั้นดีขึ้นแล้วเจ็ดในสิบส่วน แต่หมิงเฉิงนั้นหนักกว่าที่นางคิด


            ถึงแม้สีหน้าของเขาจะดูมีสีสันขึ้นมา แต่ชีพจรของเขายังคงปั่นป่วน ผ่านไปแล้วหนึ่งอาทิตย์ แต่หมิงเฉิงก็ยังมิได้สติ  นางจะแวะมาดูอาการของหมิงเฉิงเป็นประจำ เพื่อดูว่าเขาได้สติหรือยัง 


            เมื่อตอนที่นางอุ้มหมิงเฉิงมายังที่นอนนั้น  นางก็ต้องแปลกใจ เพราะอาการบาดเจ็บของหมิงเฉิงกลับกำลังฟื้นตัวอย่างไม่น่าเชื่อ  นางที่รู้ว่าหมิงเฉิงนั้นสามารถฝึกวิถีกระบี่ วิถีลมปราณและวิถีโอสถได้ ก็ตะลึงในพรสวรรค์ของเขามากแล้ว


            แต่การฟื้นตัวของหมิงเฉิงนั้น ทำให้นางรู้ความลับของเขาอีกอย่าง นั้นก็คือหมิงเฉิงสามารถฝึกวิถีกายาได้ด้วย การฟื้นตัวระดับนี้มีแต่วิถีกายาขั้นสองเท่านั้นถึงจะทำได้


            ถึงแม้หมิงเฉิงจะสามารถฝึกได้ทุกวิถีของการฝึกตน  แต่เขากลับฝึกเพียงวิถีกระบี่เป็นหลัก และวิถีโอสถเป็นรอง ส่วนวิถีจิตนั้น เขายังไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ถึงแม้วิหารไท่ชิงส่วนมากผู้คนจะฝึกวิถีลมปราณ แต่หมิงเฉิงกลับไม่เหลี่ยวแลวิถีลมปราณแม้แต่น้อย  ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวิถีกายา


            การที่เขาต่อสู้กับประมุขเงาจันทร์และได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ทำให้วิถีกายาของเขาทะลวงขั้นอย่างไม่รู้ตัว   ภานในความฝันของหมิงเฉิง ตอนนี้เขากำลังฝันถึงครอบครัว มันเป็นความฝันเดิมๆ ที่พ่อแม่และพี่สาว กำลังหายไปจากสายตาของเขาช้าๆ


            หมิงเฉิง....แม่รักเจ้า... พวกเราไม่อาจอยู่ดูแลเจ้าได้ หมิงเฉิงลูกรัก  จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเถอะ...


            ไม่..... ไม่..... อย่าทิ้งข้าไป.. ม่ายยย.....


            หมิงเฉิงสะดุ้งตื่นขึ้นมา พร้อมแววตาที่เหม่อลอย  ภายในความฝันนั้น ถึงแม้เขาจะฝันถึงพ่อแม่ และพี่สาว แต่ทว่าหน้าตาของพ่อและแม่ เขากลับมองไม่ชัดเจน เขามองเห็นเพียงพี่สาวของเขาเท่านั้น


            "หมิงเฉิง..... เจ้าฟื้นแล้ว.... หลี่น่าที่กำลังจะเดินออกไปจากห้อง ก็พลัยหยุดเท่าทันที เมื่อเห็นว่าหมิงเฉิงนั้นได้สติแล้ว แต่ทว่านางเรียกเขาอยู่สองสามที แต่หมิงเฉิงยังคงเหม่อลอย


            "หมิงเฉิง... หมิงเฉิง... นางเรียกอีกสองที


            หมิงเฉิงพลันได้สติขึ้นมา เมื่อได้ยินเสียงคนเรียกหา


            "จ้าววิหาร.... แค๊กๆๆ... หมิงเฉิงพูดออกมาได้ไม่กี่คำก็ไอออกมา


            "อย่าเพิ่งพูดอะไร... เจ้ายังไม่หายบาดเจ็บ นอนผักอีกหน่อยก่อน  หลี่น่าเห็นดังนั้นจึงพูดห้ามมิให้เขาพูดอะไรอีก จากนั้นนางก็ส่งสัญญาญเสียงออกไป   ไม่นานก็มีคนนำยาต้มเข้ามา


            "นี่คือยาบำรุงภายใน... ดื่มเถอะ..  นางนั่งลงข้างๆเตียงจากนั้นก็ยื่นยาต้มไปให้หมิงเฉิง


            "ท่านจ้าววิหาร... ทางฝังสำนักเงาจันทร์เป็นเช่นใดบ้าง.... หมิงเฉิงถามออกมา....  เขายังไม่ได้ดื่มยาลงไป แต่กลับถามเรื่องสำนักเงาจันทร์แทน


            "ไม่ต้องห่วง.... ตอนนี้ไม่มีสำนักเงาจันทร์อีกต่อ... นางพูดเสียงเรียบ


            "ท่านจ้าววิหาร.. แล้วไป๋หลานนาง...


            "เหอออออ..  หลี่น่าถอนหายใจออกมา จากนั้นก็พูดขึ้น


            "เมื่ออาทิตย์ก่อน ทางฝั่งวิหารไท่ชิงสาขารอง ได้มานำตังนางไปยังสาขารองแล้ว  ความจริงข้าต้องส่งเจ้ากับนางไปยังวิหารไท่ชิงสาขารองพร้อมกัน  แต่ว่ากลับหาตัวเจ้าไม่เจอ..  ข้าระดมกำลังออกตามหาเจ้าไปทั่ว  แต่ก็ไม่มีวี่แววใดๆเลย..


            "หมิงเฉิง  เหตุใดพลังยุมธ์เจ้าถึงได้ทะลวงข้ามขั้นได้เร็วขนาดนี้...... นางถามหมิงเฉิงด้วยความสงสัย เพราะเขาทะลวงข้ามสอมขั้นใหญ่ในเวลาไม่กี่เดือน  จึงทำให้นางตะลึงและสงสัย


            "เรียนจ้าววิหาร.... ข้าบังเอิญไปเจอวาสนาอย่างหนึ่ง  จึงทำให้พลังยุทธ์ทะลวงได้เร็วเช่นนี้... 


            "อื่ม.. ดีแล้ว ถือเป็นวาสนาของเจ้า เมื่อได้ยินคำตอบนางก็ไม่ได้ชักไช้อะไรอีก 


            " หากไม่มีเจ้า  ข้าเกรงว่า วิหารไท่ชิงคงถูกลบไปจากเมืองหนานหวังไปแล้ว  นางพูดออกมาแล้วส่ายหัว


            "เหออ.... บุญคุณของเจ้าครั้งนี้ ข้าไม่รู้ว่าวิหารไท่ชิงต้องตอบแทนเจ้าอย่างไรดี....


            "ท่านจ้าววิหารอย่าพูดเช่นนี้.... ยังไงข้าก็คือศิษของวิหารไท่ชิง   วิหารไท่ชิงมีภัย จะให้ข้ายืนนิ่งดูดาย ได้เช่นไร... หมิงเฉิงพูดตัดบทนาง


            "เจ้าก็เป็นเสียอย่างนี้... ไม่ชอบรับการตอบแทน.. นางพูดเสียงดุนิดๆ....


            "เช่นนั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน...  เมืองหนานหวังแห่งนี้ เล็กเกินเกินไปสำหรับพรสวรรค์ของเจ้า.....  พูดจบนางก็หยิบป้ายประจำตัวและแผนที่ออกมา


            "นี่คือป้ายประตัวของข้า และแผนที่ไปยังเมืองหนานเชิงและที่ตั้งของวิหารไท่ชิงสาขารอง  เจ้าสามารถไปหาไป๋หลานที่วิหารไท่ชิงสาขารองและเข้าเป็นศิษที่นั้นได้  พูดจบนางก็ยื่นให้หมิงเฉิง   หมิงเฉิงไม่ได้ปฏิเสธนาง


            "เจ้าพักผ่อนเถอะ... ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้า  การเติบโตของเจ้า  ข้าไม่อาจรั้งเจ้าได้ เพียงแต่จะส่งเสริมเจ้าเท่านั้น ถ้าหากวันใดเจ้าไม่มีที่ไป  วิหารไท่ชิงในเมืองแห่งนี้ เปิดแขนต้อนรับเจ้าเสมอ... พักต่อเถอะ.... พูดจบนางก็ไม่รบกวนหมิงเฉิงอีก


            "อ่ออ.. แล้วก็อีกอย่าง....  ของในคลัง  เจ้าสามารถเลือกไปใช้ได้ตามใจชอบ  อยากได้สิ่งใดเจ้าก็เลือกไปใช้เถอะ....  พูดจบนางก็พุ่งหายไปจากสายตาของหมิงเฉิง


            หมิงเฉิงนอนพักในห้องของนางต่ออีกหนึ่งอาทิตย์   ในทุกๆวันหลี่น่าจะมาเยี่ยมเขาและดูอาการวันละครั้ง  หมิงเฉิงลุกขึ้นจากเตียง เพราะอาการบาดเจ็บฟื้นฟู9ใน10ส่วนแล้ว  เขาเดินไปที่ห้องของไป๋หลาน  ภายในห้องนั้นยังสะอาดและผ้าปูที่นอนก็ยังคงเป็นสีแดงในวันแต่งงานเหมือนเดิม


            ของภายในห้องยังคงเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง  หมิงเฉิงเดินวนรอบๆห้อง ละลึกถึงวันเข้าหอที่เขากับนางเกือบจะได้รวมเป็นหนึ่ง  หมิงเฉิงเดินวนมาที่ลานฝึกที่ไป๋หลานนางใช้ฝึกประจำ  แต่ทว่ายามนี้เจ้าของลานนี้ไม่อยู่แล้ว  จึงทำให้บรรยากาศนั้นว่างเปล่าและเงียบเหงา

    คล้ายกับเรื่องกระบี่วิถีมาร ที่คุณอ่าน