แล้วพนักงานออฟฟิศในร่างห่านก็นึกถึงภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่เคยนอนดูอยู่บนเตียงแคบๆ
ภาพของสัตว์ในจอเงินพวกนั้นมักจะจับเข่าคุยกันได้ฉอดๆราวกับสมาคมแม่บ้านที่คอยจับกลุ่มพูดคุยเื่สัพเพเหระ
'บางทีฉันอาจจะกลายเป็ห่านผู้หยั่งรู้แห่งยุคโบราณและสามารถฟังภาษาสัตว์ได้ทะลุปรุโปร่ง!'
ตีนผังผืดสีส้มเริ่มขยับก้าวเดินเตาะแตะออกจากมุมที่พักซ้ายทีขวาที รูปร่างอวบอ้วนส่ายไปมาตามจังหวะการเดิน
สถานที่แห่งนี้กว้างขวางเกินกว่าจะเป็แค่เรือนชาวบ้านธรรมดาแต่กระนั้นสตรีที่เพิ่งตกท่อระบายน้ำมาหมาดๆก็คร้านจะใส่ใจว่าตนเองกำลังเหยียบย่ำอยู่บนแผ่นดินของยุคสมัยใด
เป้าหมายของเจียงลี่หยูคือสิ่งมีชีวิตมีขนและมีเขาที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก
มอ!
เสียงร้องทุ้มต่ำดังมาจากวัวขนาดใหญ่ที่กำลังเคี้ยวหญ้าเอื้องอยู่หลังโคนเสาต้นหนึ่ง
เจียงลี่หยูยืดคอขึ้นจนสุดความยาวพยายามทำท่าทางให้ดูสง่าผ่าเผยที่สุดเท่าที่สัตว์ปีกต้วมเตี้ยมจะทำได้
'สวัสดีสหายวัวอาหารมื้อเช้าของนายรสชาติเป็อย่างไรบ้าง หวานกรอบเหมือนผักกาดของฉันหรือเปล่า'
เธอตั้งใจส่งเสียงทักทายออกไปอย่างเป็มิตรและคาดหวังคำตอบอันชาญฉลาด
ก้าบ!แว้ก!
ทว่าสิ่งที่หลุดออกจากจะงอยปากกลับมีเพียงเสียงร้องแหลมบาดหูที่ฟังดูคล้ายคนสำลักน้ำเต้าหู้หมดอายุ
วัวตัวโตปรายตามองก้อนขนสีขาวเบื้องล่างด้วยหางตาก่อนจะพ่นลมหายใจออกจากทางจมูกดังฟืด และหันหลังกลับไปเคี้ยวหญ้าต่ออย่างเ็า
พฤติกรรมนั้นดูแคลนเสียยิ่งกว่าเ้านายที่เมินหน้ารับไหว้พนักงานชั้นผู้น้อย
'อ้าวไหงงั้นล่ะ หรือว่าวัวกับห่านจะคุยกันคนละภาษา คลื่นความถี่ไม่ตรงกันงั้นสิ'
เจียงลี่หยูยังไม่ยอมแพ้สองเท้าพาร่างตุ้ยนุ้ยส่ายอาดๆ ตรงไปยังลานกว้างด้านข้าง
เบื้องหน้าคือไก่โต้งตัวผู้ที่มีหงอนสีแดงสดกำลังคุ้ยเขี่ยหาไส้เดือนบนพื้นดินอย่างเอาเป็เอาตาย
'พี่ชายไก่โต้งทราบหรือไม่ว่าที่นี่คือจวนของผู้ใด'
ก้าบเอิ๊ง เอ๊ง แก๊บๆๆ
ทว่าเสียงที่ตอบกลับมานั้น
กุ๊ก!เอกอี๊เอ้ก!
เจียงลี่หยูเอียงคอฟังอย่างตั้งใจพยายามแปลความหมายจากเสียงขันนั้น หวังลึกๆ ว่ามันจะตอบกลับมาว่า 'ที่นี่คือจวนของท่านอ๋องผู้หล่อเหลา'
แล้วเจียงลี่หยูก็ตระหนักถึงความจริงบางอย่างได้!
ไม่มี!ไม่มีคำแปลใดๆ ลอยขึ้นมากลางอากาศและในหัวของเธอก็ว่างกลวงราวกับไหเปล่าที่ไม่มีแม้แต่เศษข้าวสาร
ห่านสาวตาเบิกโพลงเมื่อคำตอบที่เธอคาดหวังมลายหายสิ้น ความรู้สึกนั้นราวกับตอนที่เข้าส้วมไปปลดทุกข์แล้วมีแต่ลมตดผายออกมาอย่างไรอย่างนั้น
การพยายามสนทนากับสัตว์พวกนี้ช่างสูญเปล่าราวกับบัณฑิตตกยากยืนท่องบทกวีให้ไหกระเทียมดองฟัง
และทันใดนั้นเอง
หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นห่านขนสีเทาอีกตัวที่กำลังไซ้ขนอยู่ใกล้ๆ กับอ่างบัว
'นั่นไง!สายพันธุ์เดียวกัน มันต้องสื่อสารกันรู้เื่แน่ๆ'
ความหวังสุดท้ายถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้งเจียงลี่หยูรีบสาวเท้าผังผืดพุ่งตรงเข้าไปหาเพื่อนร่วมสายพันธุ์อย่างกระตือรือร้น
'สหายห่าน!ในที่สุดฉันก็เจอพวกเดียวกัน เธอรู้ไหมว่าพวกมนุษย์จะเอาเราไปทำห่านพะโล้หรือเปล่า'
เธอรัวคำถามใส่ห่านสีเทาตัวนั้นอย่างมีความหวัง
อีกฝ่ายหยุดไซ้ขนมันยืดคอขึ้นมาจ้องมองเจียงลี่หยูด้วยั์ตากลมบล็อกที่ดูโง่งมไม่ต่างกัน
เอิ๊กก้าบ!
สั้นๆห้วนๆ และไร้ซึ่งความหมายแฝงใดๆ
เจียงลี่หยูยืนนิ่งค้างไปสามลมหายใจ
ดวงตาเล็กๆของมนุษย์เงินเดือนสาวที่เพิ่งจะทะลุมิติมา กะพริบปริบๆ มองหน้าเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่กำลังก้มลงไปซุกหัวใต้ปีกต่ออย่างไม่สนใจไยดี
'เจริญเถอะ...'
เธอสบถในใจอย่างปลงตก
'สรุปว่านอกจากฉันจะกลายเป็ห่านที่วันๆเอาแต่กินกับขี้แล้ว ฉันก็ยังฟังอะไรไม่ออกด้วยสินะ ฮอลลีวูดนี่มันหลอกลวงผู้บริโภคชัดๆ'
ก้อนขนสีขาวพ่นลมหายใจออกทางรูจมูกบนจะงอยปากก่อนจะหันหลังเดินส่ายก้นเตาะแตะกลับไปหาอ่างน้ำและกองฟางส่วนตัวอย่างห่อเหี่ยว
เวลาผ่านไปราวๆสองชั่วยาม
ร่างอวบอ้วนสีขาวที่ขดตัวซุกไซ้กองฟางนุ่มๆก็เริ่มขยับเขยื้อน
เจียงลี่หยูตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเต็มอิ่มอย่างที่ไม่เคยััมาก่อนในชีวิตการทำงานอันบัดซบ
ดวงตากลมสีดำขลับเบิกกว้างเมื่อสมองเล็กๆในร่างสัตว์ปีกพลันนึกขึ้นมาได้ว่า ด้านหลังคอกไม้แห่งนี้มีสระบัวขนาดใหญ่ซ่อนอยู่
และเหตุที่ทำให้เจียงลี่หยูนึกออกนั้นอาจจะเป็ความทรงจำของห่านเ้าของร่างเดิมก็เป็ได้
'จริงสิตอนนี้ฉันเป็ห่านแล้วนี่นาเกิดมาทั้งทีก็ต้องใช้สิทธิพิเศษของสัตว์ปีกให้คุ้มค่าเสียหน่อย'
อดีตพนักงานสาวรำพึงรำพันในใจอย่างอารมณ์ดี
เพราะในชาติก่อนแค่น้ำท่วมขังรอการระบาย ที่สูงเพียงระดับหัวเข่า ก็แทบจะส่งเธอไปปรโลกได้แล้วประสาอะไรกับการว่ายน้ำในสระลึกล่ะ
แต่ตอนนี้์ประทานร่างใหม่ที่มีตีนผังผืดและขนกันน้ำมาให้แล้วการลอยตัวเหนือน้ำย่อมเป็เื่กล้วยๆ ยิ่งกว่าการปอกเปลือกไข่ต้มเสียอีก
เมื่อคิดได้ดังนั้น…
ตีนสีส้มแบนกว้างพลันเริ่มย่ำเดินเตาะแตะออกจากคอกมุ่งหน้าไปยังทิศทางของสระบัวอย่างเริงร่า
เบื้องหน้าที่อยู่ไม่ไกลคือสระน้ำกว้างใหญ่ ผิวน้ำเรียบสงบสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ
กอหญ้าริมสระเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเจียงลี่หยูแหวกทางเดินเข้าไปจนเกือบถึงริมตลิ่ง
สายตาของเธอปะทะเข้ากับฝูงเป็ดและหงส์ที่กำลังลอยคออยู่กลางน้ำอย่างสบายใจเฉิบ
พวกมันดูผ่อนคลายราวกับก้อนเต้าหู้ขาวที่ลอยฟูฟ่องอยู่ในหม้อต้มซุปกระดูกหมู
'ดูพวกหน้าโง่นั่นสิลอยตัวตุ๊บป่องสบายใจเฉิบ ฉันเองก็เป็ห่าน ศักดิ์ศรีไม่ได้ด้อยไปกว่ากันหรอกนะ'
เธอเชิดจะงอยปากขึ้นสูงอกอวบอ้วนยืดผึ่งผายด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
สองเท้าก้าวฉับๆลงไปตามทางลาดของริมตลิ่งแบบไม่รั้งรอ
จ๋อม!
เสียงผิวน้ำแตกกระจายเมื่อน้ำหนักของสตรีในร่างห่านทิ้งตัวลงไป
ทว่าความจริงกลับไม่ได้ลื่นไหลเหมือนซีรีส์แนวตั้งที่เคยดูสัญชาตญาณสัตว์ปีกไม่ได้ถูกดาวน์โหลดมาพร้อมกับิญญาของมนุษย์เลยสักนิด
ร่างสีขาวที่ควรจะลอยเหนือน้ำกลับจมดิ่งลงไปอย่างรวดเร็วราวกับก้อนหินถ่วงก้นไหผักกาดดอง
'เฮ้ย!ทำไมมันจมล่ะ! ห่านบ้าอะไรว่ายน้ำไม่เป็วะ!'
เจียงลี่หยูเบิกตากว้างอยู่ใต้น้ำตะเกียกตะกายตีปีกสะเปะสะปะ
บุ๋ง!บุ๋ง!
ฟองอากาศลอยปุดๆขึ้นสู่ผิวน้ำพร้อมกับเรี่ยวแรงที่เริ่มถดถอย
ด้วยความจริงที่ว่าแม้ตัวจะเป็ห่าน แต่สติเป็มนุษย์ และเ้าของสตินั้นกลับว่ายน้ำในร่างห่านไม่เป็คำตอบของผลลัพท์มันก็รู้ั้แ่แรกอยู่แล้ว
น้ำเย็นเฉียบทะลักทะลวงเข้าสู่จะงอยปากและรูจมูกจนแสบร้อนไปหมด
ก้อนขนสีขาวดิ้นทุรนทุรายภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวคล้ายคนตาบอดที่กำลังจะไปรายงานตัวกับยมบาล
และในเสี้ยววินาทีที่สติกำลังจะหลุดลอยยมบาลหน้าตาดุดันในชุดรัดรูปแบบมีมพี่โตกำลังกวักมือเรียกิญญาสาวในร่างห่านอยู่รำไร
หมับ!
ััแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กคีบถ่านคว้าเข้าที่ลำคอยาวๆ ของเจียงลี่หยูอย่างแม่นยำ
พรวด!
ร่างอวบอ้วนที่กำลังจมดิ่งถูกกระชากคอจนลอยขึ้นมาเหนือน้ำอย่างรุนแรง