ณ. ถนนการค้าสายหลักพาดผ่านหน้าประตูวัง เนื่องจากเป็จุดซื้อขายที่รวมคนจากทั้งสี่เขตเอาไว้ด้วยกัน ทำให้สถานที่แห่งนี้คึกคักและมีชีวิตชีวามากกว่าถนนสายการค้าของแต่ละเขต
หลิวปิงหยุนมีรูปโฉมงดงาม ั้แ่ที่นางลงจากรถม้าและทำจัดเตรียมพื้นที่ค้าขาย นางเป็จุดสนใจของสายตามาตลอด หยางหลี่หยางอมยิ้มเล็กๆ นอกจากมันจะภูมิใจในความงดงามของภรรยาจำเป็แล้ว
มันยังรู้สึกว่าความงามของปิงหยุนสามารถเป็แบรนด์แอมบาสเดอร์ให้แก่น้ำหนิงเทียนได้อย่างเหมาะสมที่สุด
‘สินค้าของเรามีรสชาติดึงดูดผู้คน ปริมาณและราคาเราเป็คนผูกขาด ด้วยชื่อเสียงของตระกูลหยางย่อมไม่มีผู้ใดมารีดไถ่ และไม่มีคู่แข็ง การค้าครั้งนี้ทางสะดวกหายห่วง’ ยิ่งคิดมุมปากทั้งสองข้างของหลี่หยางยิ่งฉีกกว้างจนเกือบถึงหู
น้ำเสียงไพเราะของปิงหยุนดังปลุกหลี่หยางให้ตื่นจากภวังค์ “เหตุใดท่านถึงยังไม่มาช่วยข้าอีกเล่า!!!”
“รู้แล้วจ้า รู้แล้วจ้า” หลี่หยางะโตอบเสียงดัง
หยางหลี่หยางได้ติดต่อขอซื้อพื้นที่ค้าขายจากตระกูลคหบดีเล็กๆที่เป็เ้าของเดิม มันใช้เงินจำนวน500เหรียญทองเพื่อแลกกับพื้นที่เล็กๆตั้งอยู่ในทำเลไม่ดีไม่เลว
ที่หลี่หยางจงใจเลือกตั้งร้านค้าตรงนี้เป็เพราะด้านหลังมีต้นดอกบ๊วยสีชมพูให้ความร่มรื่นและส่งกลิ่นหอมเป็ระยะๆ อรรถรสของสุนทรียภาพจะช่วยเพิ่มความหวานให้กับน้ำโคล่ามากขึ้นเป็เท่าตัว
และที่สำคัญสถานที่แห่งนี้เป็ตัวเลือกที่ไม่เลวสำหรับร้านค้าแผงลอยที่ไม่ได้มีสิ่งปลูกสร้างคุ้มหัว อีกทั้งต้นไม้ใหญ่นี้ยังเป็จุดเด่นที่สามารถมองได้สะดุดตา
ในอนาคตหลี่หยางหมายจะกว้านซื้อพื้นที่รอบๆบริเวณและทำให้ต้นดอกบ๊วยกลายเป็แลนด์มาร์คใหญ่ที่สุดของเมืองเหยี่ยชิง
หลิวปิงหยุนกล่าวถามด้วยความรู้สึกแปลกใจ “ไม่คิดว่าคุณชายตระกูลใหญ่อย่างท่านจะหมายตาเพียงพื้นที่เล็กๆ พอให้วางโต๊ะไม้ขนาดสองตัวคนเท่านั้น”
ได้ยินเช่นนั้นหลี่หยางถามกลับ “ท่านไม่พอใจกับพื้นที่เท่านี้หรอกหรือ??”
“เปล่า ข้าแค่แปลกใจ”
ชายหนุ่มยิ้มและกล่าว “พื้นที่เล็กๆแห่งนี้สำหรับข้าและท่านคือความไม่มี ความไม่มีย่อมก่อให้เกิดความมี อีกความหมายหนึ่งก็คือ พวกเราสองคนหากผ่านวันนี้ไปได้ ให้แย่ที่สุดก็แค่ไม่มี แต่เราจะไม่มีทางติดลบ”
ได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวจ้องมองไปยังสามีกำมะลอ ในใจบังเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด ‘เขามีความรู้ด้านการค้าดีกว่าเราที่เป็บุตรสาวคหบดีอีกงั้นหรือ???’
....
หยางหลี่หยางและหลิวปิงหยุนสองคนช่วยกันตกแต่งร้านค้าและนำน้ำหนิงเทียนทั้งยี่สิบขวดออกมาวางเรียง ด้วยพื้นที่คับแคบประกอบกับการตกแต่งด้วยเกาอี้ไม้
หลี่หยางรู้สึกว่า ร้านของมันเหมือนซุ้มยาดองมากกว่าร้านค้าขายโคล่า จากนั้นชายหนุ่มได้กล่าวถาม
“วันนี้พวกเราสองคนคงไม่มีกำไรกลับไป แต่เราจะได้พื้นที่ตรงนี้มาเป็ของเราแทน...ปิงหยุนท่านคิดว่าเราควรตั้งชื่อร้านดีหรือไม่??” หลี่หยางกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
ปิงหยุนเอียงคอเล็กๆด้วยความคิด “น้ำหนิงเทียน เป็อย่างไร??”
หลี่หยางครุ่นคิดเล็กน้อยพร้อมกับส่ายหน้า “ชื่อสินค้าก็น้ำหนิงเทียนแล้ว เราไม่ควรใช้ชื่อซ้ำ เอาเป็ชื่อหยุนหยางเป็อย่างไร??”
ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของหลิวปิงหยุนพลันแดงขึ้นมา หลี่หยางยังคงกล่าวต่อ
“เพราะเป็ร้านของเราสองคน หยุนหมายถึงท่านปิงหยุน หยางหมายถึงข้าหลี่เอ้ย..หยางหยาง ดังนั้นชื่อของร้านก็น่าจะเป็หยุนหยาง
อีกทั้งสองคำนี้ยังแปลความว่า มหาสมุทรและก้อนเมฆ ข้าอยากให้ผู้ที่ดื่มน้ำหนิงเทียนชุ่มช่ำเสมือนถูกเมฆกอดทะเลโอบ”
หลิวปิงหยุนจ้องมองไปยังหลี่หยาง ดวงตาของนางหรี่เล็ก ก่อนจะกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม “ท่านกำลังเกี้ยวข้าอยู่หรือ??”
ทุกครั้งที่หยางหลี่หยางหยอดคำหวานใส่นาง ปิงหยุนจะบ่ายเบี่ยงและไม่สนใจ หากแต่ครั้งนี้นางกลับโจมตีกลับมาและถูกจุดของหลี่หยางโดยตรง
ชายหนุ่มรีบกล่าวตอบ “แล้วถ้าข้าตอบว่าใช่ละ?”
หลิวปิงหยุนตอบกลับอย่างรวดเร็ว “นั้นมันก็เื่ของท่าน”
ประหนึ่งท้องฟ้าเป็ใจ แสงแดดหลบอยู่เื้ัหมู่เมฆา สายลมแรงพัดวูบเข้าหา กลีบดอกบ๊วยสีชมพูอ่อนร่วงโรยหล่นมาสร้างบรรยากาศให้แก่ทั้งสองคน
หากที่นี่ไม่ใช่ถนนสายการค้าที่มีสายตาของผู้คนมากมาย แต่เป็ในห้องที่มีเพียงสองคน หลี่หยางคงจะเดินเข้าไปโอบกอดหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน
ทันใดนั้นเสียงของชายแก่ผู้หนึ่งกระแอมไอปลุกให้คนทั้งสองตื่นจากภวังค์ หลี่หยางแทบอยากพุ่งตัวเข้าไปบีบคอชายแก่ที่เข้ามาขัดจังหวะและะโถามว่ามันใช่เวลาไหมเนี้ยยยย???
ชายแก่กล่าวถามออกไปด้วยความสงสัย “หนุ่มสาวคู่นี้กำลังขายสิ่งใดอนู่หรือ? เ้าขวดน้ำสีดำ นั้นคืออะไร??” สายตาของชายแก่ผู้นี้จ้องมองและให้ความสนใจไปที่น้ำสีดำ
ในเมืองเหยี่ยชิงแห่งนี้มีตำนานที่มีชื่อว่า เท้าเขี่ยพื้นริบหมื่นตำลึง เกิดขึ้น ทว่านอกจากเื่นี้ยังมีอีกหนึ่งเื่เล่าที่เลื่องลือไปทั่วเมืองนั้นคือ น้ำพิษรสหวานที่ราชินีทรงเสวย!!!
ซึ่งชายผู้นี้เคยได้ฟังเื่เล่าที่เป็ดั่งตำนานนั้นมา มันจึงเกิดความสนใจในน้ำสีดำและกล่าวถามออกไป หากแต่ในใจของชายแก่มิได้หวังว่าโชคดีจะเป็ของมัน
ไม่คิดเลยว่าการกล่าวถามไปอย่างนั้น จะทำให้มันได้พบเจอ เื่เล่า น้ำพิษรสหวานที่ราชินีทรงเสวยกับตัวเองเข้า
หลี่หยางที่หน้านิ่วคิ้วขมวดจากการถูกขัดจังหวะ ตอนนี้มันรีบปั้นหน้าด้วยรอยยิ้มต้อนรับลูกค้า
“ท่านลุงคนนี้ตาถึงจริงๆ น้ำขวดสีดำที่ท่านเห็น มีชื่อว่าน้ำหนิงเทียน เห็นว่าลุงเป็ลูกค้าคนแรก ข้าจะบอกความลับนี้ให้และให้สิทธิพิเศษสุดๆอีกด้วย
เอาละฟังให้ดีความลับคือ สิ่งนี้เป็น้ำที่ราชินีิซินทรงเสวยในงานเลี้ยงไหว้พระจันทร์ และสิทธิพิเศษของลุงคือ ข้าจะให้ลุงคนเดียวสามารถซื้อได้2ขวด เป็อย่างไรสนใจจะเป็ลูกค้าคนแรกของร้านหยุนหยางหรือไม่??”
หลี่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง โดยมีปิงหยุนยืนอยู่ข้างกาย
คำพูดของหลี่หยางทำให้ชายแก่ต้องหันมองไปในดวงตาของอีกฝ่าย เพื่อค้นหาความจริงใจว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ากำลังโกหกอยู่หรือไม่
หากแต่รอยยิ้มและแววตาของหยางหลี่หยางหาใช่พวกสิบแปดมงกุฏ ชายแก่มั่นใจด้วยการมองดูทีท่าจึงรีบกล่าวถาม “ราคาของมันละ??”
หลี่หยางชูมือทั้งสองข้างขึ้นมา มือซ้ายชูสองนิ้วและมือขวากางห้านิ้ว “ยี่สิบห้าเหรียญทองต่อหนึ่งขวด เป็อย่างไรราคาเหมาะสมดีหรือไม่??”
“ยะ...ยี่สิบห้าเหรียญ!!!!!!!!” ชายแก่โผ่งขึ้นด้วยความใ ราคายี่สิบห้าเหรียญนั้นสามารถกินอาหารในโรงเตี๊ยมที่หรูหราที่สุดของเมืองเหยี่ยชิงได้ถึง8มื้อด้วยกัน
หากแต่สามารถแลกกับน้ำสีดำคล้ายพิษได้เพียงหนึ่งขวดเท่านั้น
หลี่หยางยังคงกล่าวย้ำ “ท่านตัดสินใจให้เร็วละ สินค้ามีเพียง20ขวด หากหมดแล้วก็หมดเลย”
ได้ยินเช่นนั้นชายแก่กล่าวถามย้ำความแน่ใจ “มันใช่สิ่งเดียวกับที่องค์จักพรรดินียอมจ่ายด้วยเงินห้าหมื่นเหรียญทองหรือไม่??”
หลี่หยางพยักหน้าขึ้นลง “แน่นอนสิ แต่สำหรับห้าหมื่นเหรียญทองของราชินีิซิน ท่านประทานให้ข้าเพราะข้าเป็คนคิดค้นน้ำหนิงเทียนขึ้นมาได้
ดังนั้นราคาที่เหมาะสมของมันยี่สิบห้าเหรียญทองนับว่าข้าเหลือกำไรไม่มากแล้ว”
“ประทานให้เ้า หรือว่าเ้าคือ คุณชายเ้าสำราญ หยางหยางแห่งตระกูลหยาง!!!” ดวงตาของชายแก่เปล่งประกาย
หากเป็คำกล่าวของผู้สร้างตำนาน เท้าเขี่ยพื้นริบหมื่นตำลึงเกิดขึ้นและน้ำพิษรสหวานที่ราชินีทรงเสวยละก็ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของมันคือน้ำหนิงเทียนไม่ผิดแน่
“ตกลง ข้าขอซื้อมันก่อนหนึ่งขวดและหากรสชาติเป็ดั่งคำกล่าวที่ว่า รู้สึกสบายเหมือนยืนอยู่บนยอดหน้าผาสูง คว้าจับท้องนภาเบื้องบนได้ด้วยเพียงเอื้อมมือละก็ ข้าจะขอใช้สิทธิ์ซื้อมันอีกหนึ่งขวด”
“ไม่มีปัญหาเลยท่านลุง” กล่าวจบหลี่หยางรับยี่สิบห้าเหรียญทองมาและส่งน้ำหนิงเทียนหนึ่งขวดให้แก่อีกฝ่าย
เพียงแค่หนึ่งอึก อากัปกิริยาและท่าทางในยามดื่มน้ำหนิงเทียน ปรากฏแววตาและท่าทางเสมือนขุนนางน้อยใหญ่ที่เคยดื่มไม่ได้ผิดเพี้ยนหรือแตกต่าง
ไม่รอยกดื่มอึกที่สอง ยี่สิบห้าเหรียญทองจากชายแก่ ถูกส่งให้หลี่หยางอีกครั้งเพื่อแลกกับน้ำหนิงเทียนขวดที่สอง
เมื่อลูกค้าคนแรกจากไป หลิวปิงหยุนกล่าวออก “หากไม่บอกข้า คงนึกว่าท่านเกิดในตระกูลคหบดี วิธีการค้าขายของท่าน เหนือชั้นกว่าข้าเสียอีก”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่หยางยืดอกรับคำชมด้วยรอยยิ้ม หลิวปิงหยุนยังคงกล่าวถามอีกข้อ
“เพียงแต่มีสิ่้งหนึ่งที่ข้าไม่เข้าใจ เหตุใดท่านถึงจำกัดสิทธิ์ของพวกเขาละ?? ไม่ใช่ว่ายิ่งขายได้เยอะ ท่านยิ่งเหนื่อยน้อยลงหรอกหรือ??”
ชายหนุ่มกล่าวตอบ “เพราะข้าตั้งใจที่กระจายสินค้าให้ทั่วถึง เพื่อจะให้เกิดประกายไฟ จากนี้ก็รอให้ปากต่อปากพาไฟแห่งความ้าลุกลามไปทั่วเมืองเหยี่ยชิง แม้ร้านแห่งนี้จะตั้งอยู่ในทำเลไม่งามเท่าที่ควร
แต่ด้วยจุดเด่นคือต้นบ๊วยสูงใหญ่สีชมพูสดใส เวลานี้ทุกคนคงกำลังมองหาต้นบ๊วยใหญ่เพื่อที่จะวิ่งมาหาพวกเราเป็แน่”
ไม่ผิดไปจากคำกล่าวของหลี่หยาง เวลานี้ถนนการค้าสายหลักปรากฏฝูงชนหลายสิบคนวิ่งหน้าตั้งมาที่ต้นบ๊วยสีชมพูสดใสแห่งนี้
เพื่อต่อแถวลิ้มลองรสชาติเดียวกับที่องค์จักรพรรดินีเคยเสวยด้วยราคาที่แตกต่างจากองค์จักรพรรดินีถึงสองพันเท่า
‘ผลลัพธ์ในงานฉลองไหว้พระจันทร์กำลังแสดงออกมาแล้ว รวย!!! ข้ากำลังจะกลายเป็เศรษฐี ฮาฮ่าฮ่าๆๆ’ เสียงหัวเราะในใจของหลี่หยางแทบจะดังออกมาด้านนอกให้ผู้คนได้ยิน