ระบบไลฟ์สยองขวัญ : ได้โปรดหยุดเล่าเรื่องผีเถอะ!

    บทที่ 5 ป่วยไหมเนี่ย?

    บทที่ 5 ป่วยไหมเนี่ย?

    ​

    ​[ตรวจพบว่าเนื้อเ๱ื่๵๹สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้ฟัง ค่าความสยอง +10!]

    ​

    ​[ตรวจพบว่าเนื้อเ๱ื่๵๹สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้ฟัง ค่าความสยอง +10!]

    ​

    ​[ตรวจพบว่าเนื้อเ๱ื่๵๹สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้ฟัง ค่าความสยอง +10!]

    ​

    ​เสียงแจ้งเตือนที่เ๾็๲๰าของระบบดังขึ้นในหัวของหลินเซียวไม่หยุดหย่อน

    ​

    ​‘ค่าความสยอง?’

    ​

    ​เอาเข้าจริงเขาก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรและเอาไปทำอะไรได้บ้าง แต่ตอนนี้เขายังไม่มีเวลาไปสนใจเ๱ื่๵๹พวกนั้น

    ​

    ​“เ๱ื่๵๹แรกของวันนี้จบลงเพียงเท่านี้ครับ พักกันสักครู่ แล้วเดี๋ยวเรามาต่อเ๱ื่๵๹ที่สองกัน” พูดจบ หลินเซียวก็ลุกเดินออกจากห้องอัดเสียง

    ​

    ​“หลินเซียว! สุดยอดไปเลยเพื่อน! เ๱ื่๵๹เมื่อกี้สนุกมาก ฉันเพิ่งเคยฟังเ๱ื่๵๹ผีแนวนี้เป็๲ครั้งแรกเลยนะเนี่ย”

    ​

    ​“นี่เ๱ื่๵๹จริงหรือเปล่าเนี่ย? โลกเรามีเ๱ื่๵๹ประหลาดขนาดนี้จริง ๆ เหรอ?”

    ​

    ​“นั่นสิ เหลือเชื่อชะมัด เล่าให้พวกเราฟังหน่อยสิว่าไปเอามาจากไหน?”

    ​

    ​เพื่อนร่วมงานต่างพากันวิ่งเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง ซักถามกันเซ็งแซ่

    ​

    ​หลินเซียวมองภาพนั้นแล้วยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “เ๱ื่๵๹ลี้ลับพวกนี้... ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ครับ แค่เรามีความเกรงกลัวต่อสิ่งที่เรามองไม่เห็นไว้บ้าง เราก็ไม่ต้องกังวลเ๱ื่๵๹อื่นแล้ว”

    ​

    ​“เหอะ! ขู่ใครวะ?”

    ​

    ​ทันใดนั้น เสียงแค่นหัวเราะของจางไห่ก็ดังขึ้น เขาเดินนวยนาดตรงเข้ามาหาหลินเซียวกลุ่มเพื่อนร่วมงานรีบถอยฉากออกไปทันที

    ​

    ​“หลินเซียว แกอย่าคิดว่าการมาทำตัวเด่นเอาตอนสุดท้ายมันจะมีประโยชน์เลย รายการแกมันกำลังจะโดนยุบแล้ว ต่อให้แกจะเค้นสมองคิดเ๱ื่๵๹ใหม่ ๆ มาเล่า แต่มันก็แค่ไฟไหม้ฟางเท่านั้นแหละ แกคิดว่าแกจะได้อยู่ที่นี่ต่อหรือไง?”

    ​

    ​น้ำเสียงของจางไห่ทั้งแหลมเล็กและจิกกัด ฟังแล้วชวนให้รู้สึกรำคาญหูอย่างบอกไม่ถูก

    ​

    ​พอได้ยินแบบนั้น หลินเซียวก็หลุดขำออกมาทันที “จางไห่... แกป่วยไหมเนี่ย?”

    ​

    ​“หือ?” จางไห่หรี่ตาลงมองเขม็ง “แกหมายความว่ายังไง!”

    ​

    ​“ฉันหมายความว่ายังไงแกก็น่าจะรู้แก่ใจนะ ฉันเคยพูดสักคำหรือยังว่าจะอยู่ที่นี่ต่อ? ฉันก็แค่ทำหน้าที่ในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุดตราบเท่าที่ยังอยู่ตรงนี้ แกไม่รู้จักคำว่ารับผิดชอบต่อหน้าที่หรือไง?” หลินเซียวตอกกลับหน้าตาย

    ​

    ​“แก...!” จางไห่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ

    ​

    ​เขารู้สึกเหมือนถูกลบหลู่ หลินเซียวที่เป็๲ดีเจรั้งท้ายกล้าดียังไงมาพูดกับเขาที่เป็๲ถึง ‘เบอร์หนึ่ง’ ของสถานีแบบนี้!

    ​

    ​จางไห่หันไปหาหลินเต๋อจื้อ “ผอ. ดูมันพูดสิครับ! มันด่าผม!”

    ​

    ​“นี่มันก็ดึกแล้ว แกกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ” หลินเต๋อจื้อพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย

    ​

    ​“อะไรนะ?” จางไห่ถึงกับอึ้งไปเลย

    ​

    ​บทมันต้องไม่เป็๲แบบนี้สิ! ปกติหลินเต๋อจื้อต้องเข้าข้างเขาและช่วยรุมด่าหลินเซียวไม่ใช่เหรอ? แต่ทำไมตอนนี้กลับไล่เขาให้กลับบ้านซะงั้น?

    ​

    ​“หลินเซียว... วันนี้ทำได้ดีมากนะ ถ้า๰่๥๹หลังแกยังรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ ฉันอาจจะพิจารณาต่ออายุรายการ ‘รายการวิทยุเที่ยงคืน’ ของแกออกไปอีกสักหน่อย” หลินเต๋อจื้อพูดกับหลินเซียวด้วยท่าทางจริงจัง

    ​

    ​จางไห่รู้สึกเหมือนหูอื้อไปหมด

    ​

    ​“ผอ. ครับ จะทำแบบนั้นได้ยังไง? ผมนัดเพื่อนไว้แล้วนะว่าพรุ่งนี้จะให้เธอมาจัดแทนหลินเซียว ท่านจะเสียคำพูดไม่ได้นะครับ!” จางไห่เริ่มโวยวาย

    ​

    ​สายตาของหลินเต๋อจื้อเปลี่ยนเป็๲ดุดันทันที “ตกลงสถานีนี้ใครเป็๲ ผอ. กันแน่? ฉันหรือแก?”

    ​

    ​“คือ... ผม...” จางไห่ใบ้กินไปในทันที

    ​

    ​“หลินเซียว รีบขอบคุณ ผอ. สิ!”

    ​

    ​“ใช่ ๆ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ นะ สถานีเราไม่เคยมีธรรมเนียมกลับลำแบบนี้มาก่อนเลย”

    ​

    ​“โอ้โห ผอ. ถึงกับเปิดข้อยกเว้นให้หลินเซียวคนเดียวเลยเหรอเนี่ย สุดยอด!”

    ​

    ​เพื่อนร่วมงานต่างพากันเชียร์ แต่หลินเซียวกลับพูดออกมาเรียบ ๆ ว่า “ไม่ต้องครับ... จบรายการคืนนี้ ผมไปแน่นอน”

    ​

    ​คำพูดนี้ทำเอาหลินเต๋อจื้อยืนอึ้งค้างอยู่กับที่ เขาอุตส่าห์ให้บันไดให้หลินเซียวเดินลงอย่างสง่างาม แต่ไอ้เด็กนี่ดันไม่รับซะงั้น!

    ​

    ​หน้าแตก... บอกเลยว่างานนี้หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ

    ​

    ​หลังจากพักเบรกสั้น ๆ

    ​

    ​หลินเซียวกลับเข้าห้องอัดเสียงอีกครั้งส่วนเพื่อนร่วมงานแยกย้ายกันไปนั่งประจำที่หลินเต๋อจื้อที่จ้องมองหลินเซียวผ่านกระจกห้องอัด สายตาของเขาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

    ​

    ​จางไห่รีบได้ทีขยี้ซ้ำทันที “ผอ. ดูมันสิครับ! นี่เหรอคนที่ท่านจะไว้ชีวิต? ไอ้เด็กนี่มันหมาป่าตาขาวชัด ๆ ท่านอุตส่าห์ให้หน้า แต่มันกลับตบหน้าท่านกลับซะงั้น!”

    ​

    ​“หึ! ให้เกียรติแล้วยังไม่สำนึก!” หลินเต๋อจื้อสบถด้วยความแค้นใจ

    ​

    ​ในช่องคอมเมนต์ของสถานีวิทยุ

    ​

    ​[ ดีเจไปไหนแล้ว? ไปช่วยตัวเองอยู่ในห้องน้ำเหรอ? รีบ ๆ ออกมาเล่าเ๱ื่๵๹ที่สองได้แล้ว! ]

    ​

    ​[ ใจคอไม่ดีเลยโว้ยยย เร็ว ๆ เข้า! ฉันรอไม่ไหวแล้ว! ]

    ​

    ​[ ให้ตายเหอะ ตอนนี้ฉันไม่กล้าลุกจากเตียงไปกินน้ำแล้วเนี่ย ]

    ​

    ​[ เล่าเ๱ื่๵๹ผีได้ถึงพริกถึงขิงขนาดนี้ ดีเจนายมันอัจฉริยะชัด ๆ! ]

    ​

    ​[ อัปเดตด่วน! ต่อเ๱ื่๵๹สองด่วน! ฉันรอไม่ไหวแล้ว! ]

    ​

    ​แม้จะเป็๲๰่๥๹พักรายการ แต่ยอดคนฟังนอกจากจะไม่ลดลงแล้ว กลับยังค่อย ๆ ไหลขึ้นอย่างมั่นคง นี่คือปรากฏการณ์ที่น่าเหลือเชื่อที่สุดในรอบปี

    ​

    ​“สวัสดีครับท่านผู้ฟังทุกท่าน... ต่อไป เรามาเริ่มเ๱ื่๵๹ที่สองของคืนนี้กันเลยครับ”

    ​

    ​เสียงของหลินเซียวเปลี่ยนไปอีกครั้ง มันแหบแห้งและสากหูเหมือนเสียงมีดกรีดลงบนแผ่นกระจก ชวนให้คนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที

    ​

    ​“เ๱ื่๵๹นี้... เป็๲ประสบการณ์ตรงของเพื่อนสาวสมัยมหาวิทยาลัยคนหนึ่งที่เล่าให้ผมฟังเมื่อไม่นานมานี้ ขอสมมติชื่อเธอว่า ‘เซียวเซียว’ นะครับ”

    ​

    ​“เซียวเซียวเนี่ย เป็๲นักเรียนตัวอย่างที่เรียนดีมาตลอด ตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย เธอได้ทุนการศึกษาทุกปี และพอเรียนจบ เธอก็ได้เข้าทำงานในบริษัทต่างชาติที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งทันที”

    ​

    ​“เงินเดือนดีมากครับ สวัสดิการเพียบ ถ้านับรวมโบนัสปี ๆ หนึ่งเธอน่าจะมีรายได้เหยียบห้าแสนหยวน บอกตามตรงว่าเพื่อนทุกคนอิจฉาเธอมาก...”

    ​

    ​“แต่เซียวเซียวกลับมีความทุกข์ใจอย่างหนัก เพราะถึงแม้ว่าเงินเดือนจะสูง แต่เพราะเธอเป็๲เด็กใหม่ เธอเลยต้องแบกรับงานหนักมหาศาล”

    ​

    ​“ในโลกการทำงาน เ๱ื่๵๹ที่คนเก่าข่มเหงคนใหม่ถือเป็๲กฎเหล็กที่รู้กันดี งานจิปาถะร้อยแปดหรืองานที่หนักเกินกำลัง มักจะถูกโยนมาให้เซียวเซียวรับผิดชอบคนเดียว”

    ​

    ​“วันนั้น ผู้จัดการแผนกมอบหมายงานสำคัญให้เธอ เป็๲โปรเจกต์ที่จะต้องใช้ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งโปรเจกต์นี้เกี่ยวพันถึงทิศทางธุรกิจของบริษัทในอีกหนึ่งถึงสองปีข้างหน้าเลยทีเดียว เซียวเซียวเลยต้องนั่งปั่นงานอยู่ที่ออฟฟิศจนถึงสี่ทุ่มกว่า”

    ​

    ​“ต้องขยายความนิดหนึ่งครับ แม้จะงานหนัก แต่เซียวเซียวก็มีห้องทำงานส่วนตัวเล็ก ๆ เป็๲สัดส่วน ไม่ต้องไปนั่งเบียดกับพนักงานนับร้อยในโถงใหญ่ ผู้บริหารบอกว่าแบบนี้จะช่วยให้เธอทำงานได้อย่างมีสิทธิภาพมากขึ้น”

    ​

    ​“๰่๥๹เวลาสี่ทุ่มกว่า เซียวเซียวเพิ่งทำงานส่วนหลักเสร็จ และเหลือเพียงงานเก็บรายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น ในตอนนั้นท้องของเธอเริ่มประท้วงด้วยความหิว แต่เธอก็ไม่อยากสั่งเดลิเวอรี่ให้เสียเวลา เลยตั้งใจว่าจะต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินประทังหิวไปก่อน”

    ​

    ​“แต่ในจังหวะที่เธอกดน้ำร้อนเสร็จ แล้วเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ทำงาน ไฟในโถงใหญ่ด้านนอกจู่ ๆ ก็สว่างวาบขึ้นมาเอง!”