คนรักในฝันของประธานกู้ (นิยายแปลจีน) by ตำหนักไร้ต์รัก

    ตอนที่ 16 คนคนนี้พิลึกซะจริง! (2)

    ตอนที่ 16 คนคนนี้พิลึกซะจริง! (2)

            เวลาผ่านไปสิบนาทีทั้งแบบนี้ ผู้กำกับหลี่ชิ่งเฟิงก็พาคนเขียนบท ผู้ช่วยผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และผู้ที่รับผิดชอบในการถ่ายทำ ตลอดจนฝ่ายศิลป์เดินเข้ามา

            หลังจากผู้กำกับหลี่ชิ่งเฟิงเข้ามา ก็กล่าวแนะนำทีมงานเหล่านั้นอย่างเรียบง่าย ตั้งแต่ผู้ช่วยผู้กำกับหลิวสยง โปรดิวเซอร์หวังหนาน ช่างกล้องหวังโฮ่วไหล ยังมีจั่วไล่ฝ่ายศิลป์ สุดท้ายคือฮ่วนชางคนเขียนบท

            เสิ่นซีโหลวรู้จักคนเขียนบทฮ่วนชาง ‘ตำนานฝูหลิง’ ‘พลิกคดีเย้ยนรก’ ‘หกประตู’ ล้วนเป็นผลงานของเขา และผลงานเหล่านี้ก็ได้รับรางวัลเขียนบทยอดเยี่ยม ตอนที่ออกอากาศก็ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก

            จากนั้นผู้กำกับก็ให้บรรดานักแสดงลุกขึ้นแนะนำตัวทีละคน อันดับแรกคือเปียนเจ๋อ เขาแนะนำว่าบทบาทที่ได้รับในละครคือ ฉีอ๋อง หรือฉีเทียนโย่ว เทพแห่งสงครามที่อยู่ในใจเหล่าราษฎรผู้รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ซื่อสัตย์ยึดถือคุณธรรม ช่วยแบ่งเบาความทุกข์ของฮ่องเต้

            จากนั้นก็เป็นหลี่ชิงเอ๋อร์ เธอแสดงเป็นอวิ๋นปู้หุ่ย บุตรีของแม่ทัพที่ปกป้องบ้านเมืองในละคร

            ต่อมาผู้ชายที่อยู่ข้างๆ หลี่ชิงเอ๋อร์ก็ลุกขึ้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ผมคือเซียวซู่ แสดงเป็นพระรองจั่วเฟยป๋าย” จั่วเฟยป๋ายในละครเป็นคุณชายที่แต่เดิมมีพรสวรรค์และมีชื่อเสียง ไม่มีใครทัดเทียมได้ เป็นสหายคู่หูของฉีเทียนโย่ว ชอบอวิ๋นปู้หุ่ย แต่สุดท้ายเพราะอวิ๋นปู้หุ่ยเลือกฉีอ๋อง เลยกลายเป็นคนชั่ว

            ฟังเขาแนะนำตัวเสร็จ ทุกคนต่างงงงันเล็กน้อย ก่อนกระซิบกระซาบกันว่าผู้ชายคนนี้คือใคร พวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อเซียวซู่ในวงการมาก่อน ไม่คิดเลยว่าจะให้เขาแสดงเป็นพระรอง นี่คงไม่ได้ยัดเงินทุนเข้ามาใช่ไหม

            ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคนที่มีต่อเซียวซู่ เสิ่นซีโหลวก็ลุกขึ้นแนะนำบทบาทของตัวเองอย่างรวบรัด ในละครเขาแสดงเป็นฉีเทียนอวี่ ซึ่งก็คือน้องชายของเปียนเจ๋อ เป็นเด็กหนุ่มเท่ๆ เอาแต่ใจ ช่วงแรกเป็นท่านอ๋องน้อยที่ไม่มีอะไรให้ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ องอาจห้าวหาญ หน้าที่หลักคือเป็นคนส่งข่าวให้พี่ชายกับปู้หุ่ยพี่สะใภ้ ช่วงหลังเพราะราชสำนักเกิดความไม่สงบ จึงถูกส่งไปยังด่านรักษาชายแดน ฉากสุดท้ายเขาติดอยู่ในวงล้อมปราบปรามที่ศัตรูดักซุ่ม ต่อสู้จนตัวตายในสนามรบ

            แม้บทบาทจะไม่สำคัญ แต่ก็โดดเด่นในแง่ความมีชีวิตชีวา เด็กหนุ่มผู้สดใส สุดท้ายเจอคนชั่วสังหารตายในสมรภูมิ เป็นตัวละครหนึ่งที่ทำให้ผู้คนทอดถอนใจอย่างเศร้าสร้อย ไม่อาจปล่อยวางได้ คาดว่าตอนออกอากาศ ผู้ชมคงอยากส่งใบมีดไปให้คนเขียนบท

            จากนั้นฉิวเต๋อไห่ ศิลปินรุ่นเก่าที่แสดงเป็นฮ่องเต้ในละคร รวมถึงนักแสดงสมทบคนอื่นๆ ก็ทยอยกันแนะนำตัว

            หลี่ชิ่งเฟิงเห็นทุกคนแนะนำตัวเสร็จสิ้น ก็ลุกขึ้นมองผู้คนที่นั่งอยู่ทั้งสองฟากฝั่งของห้องประชุมแล้วกล่าวเสียงดังฟังชัด “ดีใจมากที่ครั้งนี้ได้ร่วมงานถ่ายทำละคร ‘กระบี่มุกถล่มยุทธจักร’ ซึ่งเป็นละครย้อนยุคที่มีอาจารย์ฮ่วนชางรับหน้าที่เขียนบท หวังว่าในเวลาหลายเดือนต่อจากนี้ ทุกคนจะทุ่มเทจนสุดความสามารถ ร่วมมือกันถ่ายละครเรื่องนี้จนสำเร็จ”

            เมื่อผู้กำกับพูดจบ ทุกคนต่างปรบมือ

            ผู้กำกับเริ่มให้นักแสดงแยกกันไปอ่านบทละคร ให้พวกเขาได้ปรึกษาหารือถึงคาแรกเตอร์ตัวละคร รวมถึงความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่อง และทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ ช่างภาพ ฝ่ายศิลป์ ทำให้สตอรี่บอร์ดเกิดความสอดคล้องกัน ตลอดจนฉาก รวมถึงสตาฟได้สร้างแนวคิดเป็นอันหนึ่งอันเดียวและกำหนดทิศทางในการสร้างอารมณ์หลักให้ละครเรื่องนี้

            เสิ่นซีโหลวฟังบรรดารุ่นพี่อธิบายว่าจะเข้าถึงบทบาทที่แสดงให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร ความเข้าใจตัวละครในสคริปต์ การจัดการความสัมพันธ์ของตัวละครและซีนสำคัญ แต่ละส่วนทำให้เขาได้ความรู้มากมาย การอยู่ในทีมดีๆ ทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นจริงๆ

            หลี่ชิ่งเฟิงเอ่ย “การร่วมอ่านบทละครในวันนี้จบลงแต่เพียงเท่านี้ พรุ่งนี้เริ่มถ่ายทำตามปกติ ทุกคนกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่ได้เลยครับ”

            ทุกคนขานรับพร้อมกัน “ลำบากผู้กำกับแล้วครับ/ค่ะ”

            หลังจากผู้กำกับออกไปแล้ว ทุกคนก็เริ่มทยอยกันออกจากห้องประชุม ก่อนเปียนเจ๋อจะออกไปก็ตบบ่าเสิ่นซีโหลวแล้วพูด “ความสามารถในการเข้าใจตัวละครของนายไม่เลวเลย พรุ่งนี้เจอกันที่โลเคชันถ่ายทำนะ”

            เมื่อนักแสดงที่ตัวเองบูชาพูดชื่นชม หัวใจของเสิ่นซีโหลวในตอนนี้ก็เหมือนถูกลอตเตอรี่ เต็มตื้นด้วยความสุขจนหาทางไปไม่เป็น ทั้งยังเหมือนจะตัวลอยขึ้นด้วย

            “พี่เปียนเจ๋อ เจอกันพรุ่งนี้ครับ”

            อู๋เฮ่าที่อยู่ข้างๆ เห็นพี่เสิ่นมองตามหลังราชาจอเงินที่เดินออกไป ทั้งยังแอบยิ้มเก้กัง ในใจก็คำรามขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ‘ระวังภาพลักษณ์หน่อยสิพี่

            ‘สีหน้าเหนียมอายเคอะเขินของพี่นี่ คนที่รู้จักพี่ก็เข้าใจว่าพี่บูชาไอดอล แต่คนที่ไม่รู้อาจมองว่าพี่คิดอะไรกับราชาจอเงินซะแล้ว’

            ถ้านักข่าวถ่ายภาพไว้ได้ ไม่รู้จะแต่งเรื่องน้ำเน่าใส่สีตีไข่ไปขนาดไหน!

            “พี่เสิ่น ไม่เห็นแม้แต่เงาของราชาจอเงินเปียนแล้วนะ พี่ช่วยหุบยิ้มเก้กังลงหน่อย พวกเราก็ควรไปได้แล้วเหมือนกัน”

            

            เสิ่นซีโหลวมองผู้ช่วยอู๋เฮ่าที่ทำสีหน้ารังเกียจทำนองว่า ‘ฉันไม่รู้จักคนคนนี้’ พลันเก็บอาการเร่อร่าบนใบหน้าลง สีหน้ากลับมานิ่งสงบเช่นปกติ พูดด้วยเสียงเคร่งขรึม “ไปเถอะ” ราวกับคนเปิ่นๆ บ้าคลั่งเมื่อครู่เป็นแค่ภาพลวงตาชั่วขณะของอู๋เฮ่า