ทว่าสือเจียงหย่วนแน่วแน่มาก ในเวลานี้เขาไม่ได้มีท่าทีประเภทรักหยกถนอมบุปผา [1] สักนิด เมื่อเขาเอาแต่ยืนกราน คังอิงที่เห็นว่ามือทั้งสองข้างของเธอเป็นตุ่มพองจนรู้สึกไม่สบาย จึงได้แต่พูดว่า “ก็ได้ค่ะ ไม่เจ็บจริงๆ ใช่ไหมคะ?”
“ไม่เจ็บครับ ไม่เจ็บแน่นอน” สือเจียงหย่วนทำสีหน้าเหมือนกับกำลังหลอกล่อให้เด็กฉีดยา
“ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่เจ็บ ฉันจะยอมให้คุณเจาะ” คังอิงตัดสินใจแน่วแน่
สือเจียงหย่วนไปค้นเจอเข็มเย็บผ้าในห้องเก็บของ จากนั้นก็ใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเข็มเย็บผ้า แล้วบอกกับคังอิงว่า “ยื่นมือมาสิ”
คังอิงรีบหดมือไปไว้ด้านหลังโดยไม่รู้ตัว
สือเจียงหย่วนยิ้มบอกว่า “อย่ากลัวไปเลย ไม่เจ็บจริงๆ”
คังอิงคิดว่าเธอเองก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว จึงไม่มีทางเลือกนอกจากยื่นมือออกไปอย่างสั่นเทาข้างหน้าสือเจียงหย่วน
สือเจียงหย่วนถือเข็มไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็จับมือของคังอิงไว้…
คังอิงตกใจมากจนต้องหลับตาลงทันที เธอไม่กล้ามอง แต่เมื่อสือเจียงหย่วนออกแรงจับมือของเธอไว้ มือของเธอก็ขยับไม่ได้เลยสักนิด
สือเจียงหย่วนใช้ปลายเข็มจิ้มไปที่ตุ่มพองของเธออย่างรวดเร็ว ของเหลวสีเหลืองอ่อนๆ ไหลทะลักออกมาจากตุ่มพอง ‘พรวด’
สือเจียงหย่วนรีบใช้สำลีซับของเหลวพวกนั้น จากนั้นก็บอกคังอิงว่า “เจาะมือข้างนี้เสร็จแล้ว”
ทันใดนั้น คังอิงก็ลืมตาโพลงขึ้นด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ “เสร็จแล้วจริงๆ หรือคะ? ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย หรือว่าคุณหลอกฉันกันแน่?”
“ผมไม่ได้หลอกคุณนะ ดูนี่สิ น้ำเหลืองไหลออกมาหมดแล้ว” สือเจียงหย่วนกล่าว
คังอิงลืมตาขึ้นมองดู พบว่าตุ่มพองตรงฝ่ามือซ้ายของเธอหายไปแล้ว เหลือเพียงแค่ผิวหนังที่แฟบลงไป
“ถ้าคุณปล่อยให้มันยุบเองแบบนี้ น้ำเหลืองพวกนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ถึงจะหายไปหมด การเจาะมันออกไปจะดีกว่า ภายในสองสามวันมือคุณก็จะหายเป็นปกติ แต่ต้องจำว่าตอนอาบน้ำควรใช้พลาสติกพันไว้ อย่าให้โดนน้ำก็พอ”
“แต่ฉันต้องทำอาหารนี่นา แล้วแบบนี้จะทำยังไงล่ะ?” คังอิงถามอย่างกังวลใจ
“ตอนทำอาหารตอนล้างผักต้องโดนน้ำอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้น...สองสามวันนี้ผมทำให้คุณกินบ้างดีไหม?” สือเจียงหย่วนบอก
“เอ่อ...คุณทำอาหารเป็นด้วยเหรอ?” คังอิงไม่อยากจะเชื่อ
“แน่นอนสิครับ แต่ไม่อร่อยเท่าคุณทำเท่านั้นเอง ผมห่อเกี๊ยวเป็นนะ มันเป็นทักษะที่คนทางเหนืออย่างพวกเราต้องมี ไม่อย่างนั้นเอาแบบนี้ ผมจะห่อเกี๊ยวเยอะๆ แล้วเก็บไว้ในตู้เย็นให้คุณดีกว่า ถ้ามีเวลาว่าง ผมจะทำอาหารให้คุณเอง ส่วนถ้าผมไม่ว่าง คุณก็แค่ต้มเกี๊ยวกิน ดีมั้ย?” สือเจียงหย่วนเสนอ
“ได้ค่ะ ฉันชอบกินเกี๊ยว” คังอิงไม่ขัดข้อง อะไรก็ได้ ขอแค่ไม่ทำให้สือเจียงหย่วนยุ่งยาก
“ยังมีอีก ผมจะไปซื้อถุงมือยางมาให้ หากจำเป็นจริงๆ คุณค่อยสวมถุงมือก็แล้วกัน”
สือเจียงหย่วนนึกขึ้นมาได้ น้ารองของเขามักจะสวมถุงมือยางทุกครั้งตอนล้างผักกับล้างข้าว อ้างว่าต้องการปกป้องมืออันบอบบางของเธอ
คังอิงพยักหน้า เธอคิดว่าวิธีนี้ก็ใช้ได้เหมือนกัน
สือเจียงหย่วนพูดต่อ “เดี๋ยวผมจะเจาะตุ่มพองเม็ดที่สองแล้ว ถ้าคุณกลัวก็หลับตาลงอีก”
คังอิงมีประสบการณ์จากครั้งแรกแล้ว ครั้งนี้เธอจึงกล้าขึ้นอีกหน่อย “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันดูคุณเจาะก็ได้”
สือเจียงหย่วนก้มหน้าลง ใช้ปลายเข็มจิ้มลงไปตรงตุ่มพอง คังอิงเห็นว่าเขาจิ้มลงไปอย่างเบามือและรวดเร็ว ตุ่มพองก็แตกออก น้ำเหลืองไหลทะลักออกมาจนทำให้ตุ่มพองนั้นแฟบลงอย่างเห็นได้ชัด
สือเจียงหย่วนรีบหยิบสำลีก้อนหนึ่งขึ้นมาเช็ดน้ำเหลืองที่ไหลออกมา คังอิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ไม่เจ็บจริงๆ ด้วย ฝีมือการเจาะตุ่มพองของคุณสุดยอดจริงๆ”
“ฮ่าๆๆ เป็นเพราะตอนเด็กๆ ผมฝึกฝนบ่อยน่ะ เมื่อก่อนผมชอบไปเล่นซนกับลูกพี่ลูกน้องบ่อยๆ ครั้งหนึ่งพวกเราเดินขึ้นเขาเป็นเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืน เล่นเอาเท้าพองไปหมด…”
สือเจียงหย่วนเล่าเรื่องราวซุกซนในวัยเด็กของเขาแบบไม่คิดอะไรมาก คังอิงฟังอย่างสนุกสนาน
สือเจียงหย่วนไม่ได้ทายาให้คังอิง เขาบอกว่าแผลแบบนี้ไม่ต้องทายาก็ได้ ขอแค่รอให้ผิวใหม่ผลัดขึ้นมา ส่วนหนังกำพร้าด้านนอกลอกออก แผลก็จะหายเป็นปกติ
หลังจากที่เจาะตุ่มพองเสร็จ คังอิงก็รู้สึกว่ามือของเธอสบายขึ้นมาก สือเจียงหย่วนจึงขอให้คังอิงพาเขาไปดูแปลงผัก
พอไปถึง สือเจียงหย่วนเห็นว่าแปลงผักนั้นดูเป็นระเบียบเรียบร้อย เขาเอ่ยชม “คุณจัดการได้ดีเลยนะ”
“แน่นอนสิ ไม่อย่างนั้นมือของฉันจะพองได้ยังไง?” คังอิงกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“คุณจะปลูกผักเมื่อไหร่? ให้ผมช่วยนะ ตุ่มพองบนมือสองข้างของคุณจะให้โดนดินไม่ได้นะ มันจะติดเชื้อเอาได” สือเจียงหย่วนบอก
คังอิงคิดว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ เธอจึงบอกอย่างเกรงใจ “งั้นคงต้องรบกวนคุณแล้วล่ะ”
“รบกวนอะไรกัน ในเมื่อมันเป็นผักที่คุณปลูกขึ้นมา ผมก็อยากกินเหมือนกัน” สือเจียงหย่วนชอบนิสัยตรงไปตรงมาของคังอิง เขาหัวเราะอย่างชอบใจ
พอคลี่คลายเรื่องนี้ได้ พวกเขาก็เดินกลับมาที่ลานบ้าน สือเจียงหย่วนบอกกับคังอิงว่า
“ผมส่งมอบแผนการที่คุณเสนอขึ้นไปแล้วนะ คุณแก้ปัญหาใหญ่ในการปรับโครงสร้างของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพได้แล้ว เบื้องบนบอกว่าจะดำเนินการตามแผนของคุณ คาดว่าอีกไม่นาน เรื่องการปรับโครงสร้างคงจะสำเร็จอย่างแน่นอน”
แท้จริงแล้วที่สือเจียงหย่วนมาหาเธอแต่เช้าตรู่ก็เพื่อที่จะมาบอกเรื่องนี้ เธอคิดไม่ถึงว่าเขาจะเก็บเรื่องนี้ไว้ได้จนถึงตอนนี้
คังอิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ดีจริงๆ ค่ะ งั้นพรุ่งนี้ฉันจะแจ้งช่างไม้จากหมู่บ้านหลู่เจียให้มาเตรียมตกแต่งห้างสรรพสินค้า”
สือเจียงหย่วนตะลึงงันไปชั่วขณะ “คุณหาทีมช่างไว้แล้วด้วยเหรอครับ?”
“ใช่แล้วค่ะ ฉันให้ช่างไม้โจวจากหมู่บ้านหลู่เจีย ช่วยฉันติดต่อ ช่างโจวคนนี้เพิ่งช่วยอาซ้อรองจางทำเตียงเมื่อสองวันก่อน คนทั้งหมู่บ้านพวกเขาต่างก็เป็นช่างฝีมือทั้งนั้น” คังอิงตอบ
“ใช่แล้ว ผมเองก็กำลังจะติดต่อช่างจากหมู่บ้านหลู่เจียเหมือนกัน ในเมื่อคุณติดต่อแล้ว งั้นคุณก็เป็นคนติดต่อเขาต่อไปก็แล้วกัน”
สือเจียงหย่วนเห็นว่าคังอิงเป็นคนพึ่งพาตนเองได้ เขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง คังอิงพึ่งพาตนเองได้แบบนี้ ต่อไปเวลาเจอเรื่องคล้ายๆ กัน เธอก็จะมีประสบการณ์แล้ว
สือเจียงหย่วนคงไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนเธอได้ตลอดเวลา บางเรื่องเธอก็ต้องทำให้สำเร็จด้วยตัวเองลำพัง ดังนั้นสือเจียงหย่วนจะไม่ยื่นมือและปล่อยให้เธอจัดการเอง
สามวันต่อมา คังอิงคิดไม่ถึงเลยว่าแผนการปรับโครงสร้างห้างสรรพสินค้ามิตรภาพจะผ่านการอนุมัติอย่างรวดเร็ว
ตอนที่สือเจียงหย่วนมาบอกข่าวดีเรื่องนี้กับเธอเป็นเวลาประมาณห้าโมงเย็น เขาขับรถมารับเธอที่บ้าน แต่พบว่าคังอิงไม่ได้อยู่ที่ลานบ้าน
สือเจียงหย่วนเคาะประตูเหล็กอยู่นาน แต่ก็ไม่มีใครออกมา อาซ้อรองจางที่อยู่บ้านข้างๆ เดินออกมาหาสือเจียงหย่วนพลางเอ่ยถามว่า “เจียงหย่วน นายมาหาเสี่ยวคังเหรอ?”
อาซ้อรองจางรู้จักสือเจียงหย่วนมาตั้งแต่เด็ก เธอรู้ว่าเขาเป็นหลานชายของชุยซิ่วถิง
ตอนที่สือเจียงหย่วนยังเด็ก เขามักจะมาพักที่นี่ อาซ้อรองจางที่เพิ่งจะแต่งงานใหม่ๆ ตอนนี้กลายเป็นหญิงวัยกลางคนไปแล้ว
สือเจียงหย่วนพยักหน้า แล้วบอกอาซ้อรองจางว่า “ใช่ครับ ผมมีธุระต้องคุยกับเธอ”
“เธออยู่ที่แปลงผักน่ะ อยู่ตรงแปลงผักเก่าๆ ของน้าสาวเธอนั่นแหละ” อาซ้อรองจางชี้ไปที่แปลงผักไม่ไกลจากที่นี่พลางบอกกับสือเจียงหย่วน
แปลงผักนั้นอยู่ห่างจากที่นี่กว่าสองร้อยเมตร ดังนั้นตอนที่สือเจียงหย่วนมองไปที่นั่น ก็เห็นเพียงแค่เงาร่างหนึ่งกำลังขยับไหวอยู่ในแปลงผัก แต่เขาก็ยังคงจำได้ว่าร่างนั้นคือคังอิง
“ขอบคุณครับอาซ้อรองจาง เดี๋ยวผมไปหาเธอเอง”
สือเจียงหย่วนกล่าวขอบคุณอาซ้อรองจาง เธอมองดูสือเจียงหย่วนที่กำลังเดินไปยังแปลงผักอย่างรวดเร็ว และอดไม่ได้ที่จะมองตามเขาไปอีกหลายครั้ง
เชิงอรรถ
[1] รักหยกถนอมบุปผา หมายถึง รู้จักอ่อนโยนกับผู้หญิง เสมือนดูแลรักษาหยก หรือดอกไม้ที่ต้องหยิบจับอย่างเบามือ