ทะเลสีคราม
เกือกโลหะบดเสียดแผ่นหินส่งทำนองเสียดกรามเป็จังหวะขบวนม้าศึกยกธงศาสนขุนพลเข้าสู่สะพานหิน เสียงกลองลั่นสนั่นดังเป็สัญญาณเปิดสะพานเมือง
บานไม้หนักกำลังเลื่อนลงมาวางพาดเปิดเส้นทางแก่แม่ทัพบนหลังม้าศึก
“แด่แสงแห่งอนันต์”ประชาชนยืนเรียงรายรอชมการเคลื่อนทัพต่างอวยชัย
อเล็กซานเดอร์เชิดใบหน้าสง่างามบนหลังม้าั์
“นั่นม้าโทกาเรส!”ผู้คนมองตามม้าสีขาวตัวสูงใหญ่สมส่วนและผู้ควบขี่
“โทกาเรส...ม้าของเทพเ้าน่ะเหรอ”สาวใหญ่กระซิบถาม
“ดูสิท่านพ่อ”เด็กชายในอ้อมแขนสาวใหญ่ชี้มือ “ม้าเปล่งแสงด้วย”
ลำตัวม้าโทกาเรสเป็มันเลื่อมเมื่อต้องแสงตะวันจะเปล่งประกายทองคำสว่าง
“ท่านศาสนขุนพลพกอาวุธอันใดหรือเซียร์”เด็กชายหันมาถามมารดา
สาวใหญ่ตาใสเต็มไปด้วยศรัทธา“แค่ท่านชักม้าโทกาเรส ศัตรูก็ศิโรราบแล้ว”
สายตาของผู้คนมองไปด้านหลังขบวน“แล้วชาล์แห่งพรอว็องค์ล่ะ”
เสียงสนทนาดังอื้ออึงไปทั่วทุกหัวมุมเมือง“กีเนเวียผู้มีมลทินไม่มาหรือ”
“พวกเขาเรียกน้ำสูงเท่ายอดเขา...”ชาวเมืองคนหนึ่งกำลังเล่าสิ่งที่ตนเห็น “เห็นทีโพเซดอนคงพาทั้งสองหนีลงทะเลไปแล้ว”
“แด่บาปที่พวกเขาก่อ”ผู้คนถ่มน้ำลายลงบนพื้นแทนคำหยาบอันเลี่ยงกล่าว
ขณะเดียวกันนั้น ขุนทหารชุดสีฟ้าครามกำลังเดินเร็วสวนขบวนของยักษา
“เรียนท่านแม่ทัพ” นายกองหน้าบูดก้มหน้าเคารพ“สังฆราชแห่งไบเซนธิริกเชิญท่านเข้าพบเซียร์”ชายหนุ่มหันตัวเดินนำทางอเล็กซานเดอร์โดยไม่สนใจว่าท่านแม่ทัพร่างใหญ่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมากเพียงใด
เกเบียลชักม้าเดินนำเ้านายตนเอง“ท่านแม่ทัพเพิ่งมาถึง ไยต้องรีบด้วย”
ดวงตาของนายทหารไร้แวว“รีบดีกว่า เื่นี้ถูกกำหนดไว้นานแล้ว”
ม้าศึกหันมองไปยังเรือนทหารทางทิศตะวันออกแต่อเล็กซานเดอร์ชักให้เดินบนเส้นทางลงใต้ผ่านจัตุรัสเมืองอีกสามแห่ง
แสงตะวันทางทิศตะวันตกเฉียงใต้พาดผ่านยอดมหาปราสาทหินอ่อนและเสาหอคอยสูงนำร่มเงาลงสู่จัตุรัสปลายทาง
ข้ารับใช้จำนวนมากต่างยืนตั้งแถวรอต้อนรับเต็มจัตุรัสด้วยดวงตาไร้แวว
อเล็กซานเดอร์สูดลมหายใจลึกก่อนลงจากหลังม้าศึก
“เราเดินทางตลอดห้าเดือนช่างไม่เห็นใจกันเลย” เกเบียลส่ายหน้า
มือใหญ่ตบไหล่ลูกน้องแ่เบา“เข้าไปพบสภาแห่งเหล่าเทพกันเถอะ”
ทางเดินหินสูงขึ้นไปบนเนินเขาอันสะกัดเรียงเป็ขั้นบันไดประดับประดาด้วยหินอ่อนและเครื่องทองแดงสีฟ้าหม่นเมื่อเข้าสู่ประตูวังผ่านผนังแกรนิตขาวผสานศิลปะหินอ่อน ตัดกับทะเลสีครามและแสงแดดอบอุ่นพาให้เกเบียลชะงัก
รองแม่ทัพรีบก้าวตามหลังผู้เป็นายซึ่งเดินห่างไปไกลจนผ่านประตูทองคำ
มือหยาบปลดเกาะเหล็กวางลงบนโต๊ะหินอ่อนอุปกรณ์ทุกชิ้นถูกปลดเปลื้องออกจากร่างจนเหลือแต่กายขาวล่อนจ้อน
ข้ารับใช้นำผ้าฝ้ายผื่นใหญ่สวมหัวห่มร่างแม่ทัพั์และจัดทรงชุดชาวโรมันโบราณให้เรียบร้อย ก่อนพาเข้าไปยังท้องพระโรงอันกว้างใหญ่กว่าพระราชวังพรอว็องค์
“ท่านแบร์เดส” เสียงวางอำนาจดังก้องห้องโถง
เ้าของเสียงวางจดหมายกระดาษปาปิรุสข้างตราลัญจกร
“เลดี้เลเนียออนได้รับการถวายพระนามขึ้นเป็สมเด็จพระราชินีรัดเชียเย่แห่งฟรังเกียตะวันตก”สายตาดุลอดใต้หนังย่นมองผ่านหัวคิ้วขาวมายังแม่ทัพร่างั์
แผ่นหนังสัตว์สีเข้มสลักข้อความรีดลงบนโต๊ะไม้อย่างเบามือ
“หลุยส์เข้ายึดพรอว็องค์เช่นเดียวกับดยุกใหม่แห่งฟรองเซนำกำลังเข้ากู้เบอร์กันดีท่านทำอะไรลงไปอเล็กซานเดอร์”
ชายผู้อยู่ด้านหลังสังฆราชส่งดวงตาห่วงใหญ่
อเล็กซานเดอร์ทุบอกก้มหน้าลงเคารพ“ยินดีแก่าามิคาเอล (Μιχαήλ)ยินดีแก่มหาสังฆราชแห่งคอนสแตนติโนเปิล”ยักษาสูดลมหายใจลึกอีกที “ชะตากรรมของเบอร์กันดีต้องเป็เช่นนี้หากไม่ถึงที่สุด ก็ไม่อาจพบความสงบ”
“เช่นนั้น พวกเขาก็เลิกรบกันแล้วใช่ไหมท่านลุง”าามิคาเอลยิ้มกว้าง
“แน่นอนหลานรัก”อเล็กซานเดอร์ผงกศีรษะพร้อมรอยยิ้ม
“พระสังฆราชใหญ่เราเองก็เห็นว่าท่านแบร์เดสทำถูกต้องแล้ว” าาก้มลงมองไหล่ชายตรงหน้า “ก็พวกเรามอบหมายให้ท่านลุงแก้ปัญหาในฟรังเกีย”
“จริงเซียร์”เกเบียลก้มหน้าลงรายงาน “ศาสนขุนพลไม่ยกทัพเข้าตีเมืองใด หรือป้องกันเมือง เราเป็เพียงแค่ประจักษ์พยาน”
“ข้ายังเป็พระสังฆราชวาจาในงานวิวาห์ว่าที่ดยุกแห่งฟรองเซด้วย”ั์ยิ้ม
พระสังฆราชหรี่ตาปากกระตุก“เมื่อเราให้อำนาจแก่ผู้มีพลังน่าเกรงขามที่สุด เราก็ย่อมได้รับการโต้กลับรุนแรง”
“ข้าถึงวางใจท่านลุง”าามิคาเอลก้าวลงจากบัลลังก์มาตบไหล่ั์
มหาสังฆราชส่งสายตาดุมองข้ามไหล่เพื่อหาสิ่งที่ติดตามอเล็กซานเดอร์มาด้วยแต่เมื่อเห็นความว่างเปล่า เขาก็ขึ้นเสียงต่อทันใด “ไหนล่ะกีเนเวียและดันเต้!”
อเล็กซานเดอร์ปัดมือในอากาศ“พวกเขาหนีออกทะเลไปแล้ว”
มิคาเอลถึงกับเกร็งไปทั้งตัว“ท่านว่าอย่างไรนะ” น้ำเสียงาาไร้อารมณ์
“พวกเขารู้ดีว่ามาถึงไบเซนธิริกก็ตาย”ยักษาผายมืออย่างเปิดใจ “ถ้าเป็ตัวท่านจะเดินทางมาสู่ความตายหรือไม่”
“ก็จริงดังคำท่าน” าามิคาเอลลดสายตาลง“แล้วพวกเขาไปที่ใด”
“พวกเขาจะเดินทางไปแผ่นดินตะวันออก”ยักษาชี้ไปยังสุดกรอบแผนที่
สายตาสังฆราชใหญ่ส่อแววสงสัย“จริงอย่างนั้นหรือ”
าาหัวเราะลั่น “ท่านก็รู้ดีว่าผู้ถือดาบศักดิ์สิทธิ์มีแต่คำสัตย์ไร้ความเท็จ”
“ดาบเดสติโอเนลถูกทำลายที่พรอว็องค์”ยักษาลดดวงตาลงอย่างเศร้าสร้อย
สังฆราชก็ลดสายตาลงบนกระดาษปาปิรุสอ่านจดหมายลับที่เพิ่งส่งมาถึง
“หากท่านเอาทั้งสองมาลงทัณฑ์โดยเร็วคงมีแต่ต้องรีบส่งทูตผ่านเขาแห่งความตายและทางสายไหมไปยังเมืองตะวันออก”เขาชี้เส้นทางไปยังเมืองเทียนหยาง
“ท่านเสนอให้ส่งเทียบไปเพียงอียิปต์”าาส่ายหน้าไม่พอใจสังฆราชใหญ่
“หลานต้องรีบตั้งคณะทูตเดินทางไปเทียนหยาง”ยักษาเน้นความอีกครั้ง
ผู้เป็ใหญ่ดีดนิ้วสั่งราชเลขาฯ“ได้ยินแล้วใช่ไหม”
“เตือนพวกเขาให้ระวังนักโทษเดินทางด้วยเรือ”สังฆราชช่วยแก้คำ
“ท่านลุง จักรวรรดิบัลกาเรียนกำลังเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วง”าาชี้ไปยังทิศเหนือของเมือง “พวกเขา้าสิ่งใด”
“พวกเขา้าให้พระองค์จดจ่ออยู่กับาประชิดเมือง”ยักษาตบหลังาาเบามือ“นั้นคือแผนการของหลุยส์เพื่อถ่วงเื่แต่งตั้งดยุกแห่งฟรองเซ”
“พวกเขารู้ว่าเราเริ่มแคลงใจเื่กองทัพฟรังเกียหรือเปล่า”าากุมคาง
“คาร์ลนั้นเหมือนพ่อจิตใจของเขาดุร้าย แต่ภักดีต่อเรายิ่ง” อเล็กซานเดอร์โอบไหล่าาพลางมองไปยังแผนที่“เขาจะกอดการรับรองของท่านยิ่งชีพ”
สังฆราชหรี่ตาลงอย่างเห็นต่าง“ฟรองเซนั้นห่างไกลเกินเหล่าบัลกาเรียน”
ั์ยิ้ม “ถูกต้อง” ก่อนจะชี้ไปยังทางใต้อันเป็ดินแดนอากีแตน“พวกเขาสามารถล่องเรือมาถึงเราเพียงหนึ่งคืน”
“ท่านจะมั่นใจได้อย่างไร”สังฆราชหรี่ตา “ชาล์แห่งฟรังเกียรู้ทันท่านดี”
“หากไร้ซึ่งไบเซนธิริก ก็ไร้ซึ่งดยุกแห่งฟรองเซ”อเล็กซานเดอร์ผายมือกว้าง “เมื่อเขารู้ว่าบัลกาเรียบุกลงใต้คาร์ลจะเป็ผู้แรกที่ยกพลมาถึงประตูเมือง”
“แล้วลุดวิจเล่า”สังฆราชถามเสียงหยาบ
“ชะตาของเขา”อเล็กซานเดอร์มองไปยังท้องฟ้า ดวงตาสีน้ำข้าวเบิกกว้าง
ทันใดนั้น ทหารผู้หนึ่งก็วิ่งเร็วเข้ามาพร้อมห่อจดหมายส่งไปให้สังฆราชใหญ่
อเล็กซานเดอร์กวักมือขออ่านข้อความนั้นเองพลันสีหน้าอันเคยยิ้มกว้างก็เหือดแห้งลง “ธอร์แห่งบาวาเรีย?” ยักษามองหน้าสังฆราช“เขาเป็ใคร”
“ข้าเองก็ได้ยินนามของเขาเมื่อสองสัปดาห์ก่อน”สังฆราชขมวดคิ้ว
“มีข่าวว่าแม่ทัพเอียมุสนำกองทัพหักฟรองเซหนึ่งกองพันที่เขาปลายหอก”นายทหารกล่าวเสียงสั่น “พวกเขาเรียกแม่ทัพผู้นั้นว่า ธอร์แห่งบาวาเรียเซียร์”
“ธอร์”อเล็กซานเดอร์มองขึ้นบนเพดานโดมปราสาท “เทพสายฟ้าของคนเหนือใช่ไหม” เขาผายมือถามนายทหาร
“ใช่ เซียร์” ทหารตัวสั่นก้มหน้าต่ำ
“ถ้าลุดวิจสามารถกลับไปยังบาวาเรีย”าาเบือนหน้ามามองอเล็กซานเดอร์ “เขาก็จะควบคุมกองทัพฟรังเกียในทันทีนั่นหมายความว่าเรากำลังเสียแผน”
“ไม่มีสิ่งใดเกินลิขิต์”อเล็กซานเดอร์ลดสายตาลงมองาา
“มีข่าวว่าชาวรุสกำลังเตรียมการบุกลงใต้”สังฆราชส่งกระดาษให้าา
“นั่นหมายความว่าพวกเขากำลังร่วมมือกัน”น้ำเสียงของาาสั่นไหว
มือหนายกขึ้นหยุดคำพูดผู้เป็ใหญ่“ชาวรุสไม่ร่วมมือกับใคร” ยักษาหันกลับไปหารองแม่ทัพ “เ้ารีบเตรียมทหารจำนวนสามกองพัน”
“เรา้าทหารคุ้มกันไบเซนธิริก”าามิคาเอลขึ้นเสียงขัด
“การป้องกันที่ดีที่สุดคือการบุก”อเล็กซานเดอร์ขมึงตามองาา
สังฆราชเห็นการหดไหล่หลบของาาก็เอาตัวเข้าขวางสายตาดุจากยักษา
“ชาวรุสไม่ร่วมมือกับหลุยส์พวกเขา้าบางอย่าง” อเล็กซานเดอร์สบตากับสังฆราชใหญ่ “ข้าจะยกทัพไปยังมาสครอฟ”
“ห้ามนำทัพเข้าหาลุดวิจแห่งฟรังเกีย”สังฆราชสั่งเสียงเข้ม
“ท่านจะไปหาคนที่นามว่าธอร์อย่างนั้นหรือ”าาจ้องตาไม่กะพริบ
อเล็กซานเดอร์หัวเราะแ่ในลำคอ“ถ้ามีโอกาส”
“ข้าสนับสนุนการยกทัพไปมาสครอฟ”าากุมมือขึ้นระดับอก “จงนำชัยแก่ไบเซนธิริก” เหล่าผู้คนในสภาต่างเห็นร่วมและยกมือแสดงออกเช่นเดียวกัน
อเล็กซานเดอร์กุมมือทุบอกรับคำแล้วถอยตัวออกจากท้องพระโรง
่ขาก้าวเร็วจนเกเบียลต้องรีบวิ่งตามออกมาแต่งตัว
แม่ทัพศาสนขุนพลดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวชุดเกราะบนโต๊ะก็สวมใส่บนร่าง
“ท่านแม่ทัพกังวลเื่ธอร์หรือเซียร์” รองแม่ทัพกระโจนขึ้นขี่บนหลังม้า
“ชะตาของหลุยส์เปลี่ยนไป”ยักษามองขึ้นบนฟ้า “เขาควรจะตายไปแล้ว”
“บางครั้งเทพเ้าก็อวยพรแก่เรา” เกเบียลกระตุกม้าก้าวเร็วตามนาย
“ไม่มีเทพเ้าตนใดสามารถเปลี่ยนลิขิต์”ม้าโทกาเรสพุ่งตัวไปข้างหน้า
“แล้วดันเต้กับกีเนเวียล่ะเซียร์”รองแม่ทัพมองท้องฟ้ามืดมิดเห็นแสงดาว
“พวกเขาคงเปลี่ยนแปลงไปมากเมื่อราชสาส์นถึงต้าิ”ยักษาลดเสียงลง
“ถ้าไม่มีกำแพงแกร่งอย่างเทียนหยางท่านคงพิชิตต้าิไปแล้ว” เกเบียลอมยิ้ม“ข้าเองก็แปลกใจ กำแพงใหญ่ไม่ยอมให้พวกเราเดินทางเข้าเมืองเลย”
อเล็กซานเดอร์พยักหน้า“มีเื่เล่าว่าสองร้อยปีก่อนพวกเขาต้อนรับทุกชาติแต่อยู่มาวันหนึ่งก็ตัดหัวทหารต่างชาติทั้งหมด”
“แล้วดันเต้มิได้รับอันตรายหรือเซียร์”เกเบียลกระซิบ
“เขาถึงต้องล่องเรือไปขึ้นฝั่งตะวันออก”อเล็กซานเดอร์ส่ายหน้า “หนทางนั้นแสนยาวไกลมีภัยร้ายตามติดตลอดเวลา แต่ชะตาของพวกเขาวาดไว้เช่นนั้น”
“แล้วเื่ธอร์ล่ะเซียร์”รองแม่ทัพถามเสียงเข้ม “เราจะจัดการอย่างไร”
“ข้าคงต้องลงไปบั่นคอเ้านั่นด้วยตนเอง”
บาวาเรีย
สตรีหวีดร้องครางสำราญเสียงเบา“นายท่านเ้าคะ”
ชายผู้กระหายขย้ำดูดกลืนเนื้อสาวหอมหวานจนฉ่ำชื้น
“นายท่านเ้าคะ!”หญิงสาวร้องเสียงกระสันสั่นแตกเครือ มือบางกุมหัวไหล่หนานวดเฟ้นสนองรสสวาทอันถาโถมดุดันสนองกิเลส
เส้นผมสีน้ำตาลชื้นเหงื่อขยับลงมาบดริมฝีปากหยาบให้แม่สาวน้อยร้องครวญ
นางหวีดร้องเสียงหลงกับรส์อันแตกกระจายร่างกายหลอมละลายอ่อนปวกเปียกใต้สะโพกหนาอันขยับตามทำนองธรรมชาติขยี้เอาเสียงนารีระงมสุข
“นาย...ท่าน...”สตรีผู้ไม่เคยััรส์หอบกระเส่าครางแ่
เสียงคำรามจากปลายทางแห่งโลกีย์ลั่นหนักพร้อมบดสะโพกฝังลึกปล่อยเชื้อพันธุ์สู่ร่างสตรีคนงามริมฝีปากหยาบจุมพิตบนแก้มนางแล้วเขาก็ถอนตัวออกในทันที
“นายท่านเ้าคะ” สตรีกล่าวเรียกพลางหอบหนักนอนกายอ่อนอยู่บนเตียง
“ถึง์ไหม” เอียมุสยิ้มกว้างให้นางแล้วลูบใบหน้านางครั้งหนึ่ง
“ข้าไม่เคย...รู้สึกเช่นนี้มันคือ์หรือเ้าคะ” หญิงสาวหอบหายใจถี่
เอียมุสส่ายหน้า เขารีบสวมกางเกงหนัง“สามีเ้าคงไม่รู้จักทางไป์”
ชายผู้หนึ่งยื่นศีรษะผ่านหน้าต่าง“นายท่าน รีบเถอะเซียร์ สามีนางกำลังกลับ”
พ่อหนุ่มจูบสาวสวยอีกครั้งก่อนจะรีบะโหนีออกไปทางหน้าต่างเรือน
ทั้งสองวิ่งออกมาจากตรอกเข้ามายังจัตุรัสกลางเมืองแล้วตรงข้ามมายังอีกฝั่ง
“นายท่านรอข้าก่อน”ลูกน้องโบกมือเรียกเ้านาย
เอียมุสไม่หอบหายใจสักนิดเขาจึงเดินกลับมาตบหลังผู้ช่วย “รีบหน่อยคีย์”
“ถ้าท่าน ไม่เสียเวลา โอ้โลมแม่นาง ผู้นั้น เราคงถึง วังแล้ว” คีย์บ่นระหว่างกุมเข่าโน้มกายลงหอบ “โอ๊ย! ข้าอยากแข็งแกร่ง เหมือนธอร์ บ้าง!”
เอียมุสหัวเราะหนัก “เลิกบ่นแล้วก้าวมาได้แล้ว”
“เซียร์!” คีย์กลอกตาแล้วรีบเดินตามนาย“ผู้หญิง มีให้เลือก ตั้งเยอะแยะ”
“ทำไม อิจฉาข้าหรือไร”เอียมุสปรายตาให้เด็กสาวข้างทาง
“พวกนาง พร้อมขึ้นเตียงท่าน”คีย์โบกมือให้สาวทั้งหลาย เขาเองก็หน้าคม ผมทอง รูปร่างสูงใหญ่ แต่พวกนางกลับทำหน้าบึ้งตึงใส่ทหารหนุ่มผู้อาภัพ
เอียมุสหัวเราะ“พยายามเข้าล่ะ”
“ข้าสิ้นหวังข้าสิ้นหวังแล้ว” คีย์ก้าวยาว ๆ ตามนายไป แต่จังหวะหายใจดีขึ้น“ทำไมท่านถึงสนใจแต่คนมีลูกมีสามีแล้ว ถ้าความแตก ท่านถึงตายเลยนะเซียร์”
“เพราะพวกนางไม่ทำให้ความแตกอย่างไรล่ะ”เอียมุสยักไหล่ทีหนึ่ง พลางหัวเราะเริงร่า “ถ้าความแตก พวกนางก็ต้องตายตามข้าไปด้วย”
“ให้ตายสิ!”คีย์นิ่วหน้า “แบบนี้ก็ต้องระวังเมียในอนาคตของข้าด้วยสิ”
มือหยาบตบลงบนไหล่ชายหนุ่มถี่ๆ “อย่าห่วงไปเลย เ้าห่วงว่าใครจะยอมเป็เมียเ้าดีกว่า” เอียมุสก้าวผ่านประตูวังบาวาเรียเข้าสู่เขตพระราชฐาน
ทหารยืนเรียงรายถี่คุ้มกันพื้นที่จนเสียงดังระงม
“ท่านหลุยส์อารมณ์เป็เช่นไร”เอียมุสมองหน้าชายผู้เดินออกมาจากวัง
“ช้าก่อนท่านแม่ทัพ”ชายผู้อยู่ในชุดทูนิกปักลายละเอียดยกมือขึ้น
เอียมุสหรี่ตาลง “ท่านมาควิสมีเื่อะไรหรือเปล่า”
มาควิสย่นคิ้ว“ท่านหลุยส์เพิ่งเข้าพักผ่อน”
แม่ทัพแขนด้วนหันมองคีย์“ไหนเ้าบอกว่าท่านตามข้าเข้าวัง”
“ก็ท่าน” คีย์ชี้มาควิส
“ใคร?” มาควิสขึ้นเสียง“เ้าหาว่าข้าเป็คนสั่งอย่างนั้นเหรอ”
คีย์นิ่วหน้า“ข้าได้ยินเช่นนั้น”
“ข้าถามเ้าว่าแม่ทัพเอียมุสอยู่ที่ไหน”มาควิสขึ้นเสียงดุ “ดูสิ เ้าตามท่านแม่ทัพเข้าวังในยามวิกาลอย่างนั้นเหรอ!”
“พอได้แล้ว สรุปแล้วท่านหลุยส์ไม่ได้เรียกข้าเข้าพบ”เอียมุสบิดคอจนได้ยินเสียงเอ็นกล้ามเนื้อดังกึกกัก “คราวหน้าเ้าตาย” ดวงตาดุตวัดมองคีย์ตอนถอยกลับ
“ท่านแม่ทัพท่านมาถึงวังแล้ว เชิญพักผ่อนก่อน” มาควิสผายมือเชิญไปยังเรือนรับรองปีกตะวันตก “ตามมาสิเซียร์”ผู้ดูแลวังเดินนำทาง
“ไปเถิดเซียร์”คีย์รบเร้าเ้านาย “ได้หลับนอนในวังเลยนะเซียร์”
เอียมุสยิ้มกว้าง “วังนี้คงมีสาวรับใช้สวยๆ เยอะใช่ไหม”
“ก็มีบ้างเซียร์”มาควิสพยักหน้า ก่อนโบกมือส่งสัญญาณทหารยามประตูตะวันตกให้เปิดประตู“ปีกตะวันตกนั้นเป็พระราชวังเก่า กลิ่นอาจจะไม่ถูกใจ”
แม่ทัพยืดอกขึ้นสูดหายใจรับกลิ่นไม้สน“กลิ่นหอมพาชวนให้คิดถึงวันเก่า ๆ”
“นายท่านชอบคิดย้อนแต่เื่เก่า”คีย์ส่ายศีรษะ “เื่ที่เขากุงแลนครอฟสกี้ยังทำให้ข้าขนลุกไม่หาย”ลูกน้องหนุ่มลูบแขนตนเองถี่ ๆ
เอียมุสหัวเราะลั่นลานหน้าวัง“เ้าหนุ่ม...ข้ายังจำหน้าเ้าได้”
“ท่านแม่ทัพคงโกรธมากถึงฆ่าทหารของคาร์ลเป็พันนาย” มาควิสถาม
ดวงตาสีน้ำเงินหันไปมองกลุ่มทหารที่กำลังเดินขบวนสวนมา
“ถ้าเ้าดันเต้อยู่ที่นั่นข้าคงสะใจมากกว่านี้” เอียมุสหันตัวเดินตามมาควิส แต่แรงกระแทกเสียดแรงทำเขากระตุกถอยฉึก!
เสียงของแหลมคมเสียดเข้าร่างแกร่ง
ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก! ทหารทุกนายต่างใช้มีดคมเสียบร่างเอียมุส
“นายท่าน...”คีย์กระโจนตัวเข้าช่วยเหลือเ้านาย แต่เสียงก็ขาดหายไปทันใดลูกน้องหนุ่มร่างทรุดลงส่งเสียงหวีดถี่หลายครั้ง ดิ้นทุรนทุรายบนพื้นหิน
“ทำไม!” เอียมุสทรุดตัวลงคุกเข่ามองมาควิส
“หมดหน้าที่ของเ้าแล้ว”มาควิสเดินกลับมากำคอเสื้อของแม่ทัพหนุ่ม “ธอร์อย่างนั้นเหรอ...เพราะนามนั้นอย่างไรล่ะเ้าถึงลงเอยเช่นนี้”
“อย่างนั้นเหรอ”เอียมุสหัวเราะแ่พลางพยายามกุมแผลด้วยมือซ้ายที่เหลืออยู่แต่าแกระจายไปทั้งท้องและอกของเขาทำให้เืแดงฉานไหลไม่หยุด
“เอียมุส แม่ทัพผู้โง่เขลาขี้ขลาดและหัวอ่อน” มาควิสกำเส้นผมดึงให้ดวงตาสีน้ำเงินขึ้นสบ“าเปลี่ยนทั้งสีผม สีตา และความคิดของเ้าไปหมดสินะ”
เอียมุสหัวเราะ “พวกเ้ามันโง่เกินจะเยียวยา”
มาควิสชักมีดเงินออกจากฝักบนเอว“ท่านหลุยส์ฝากลาแม่ทัพพิการ”
เืสีแดงสาดกระทบลงบนพื้นหินร่างแกร่งเสียหลักล้มคะมำลงตามคมมัจจุราช ก่อนมีดเงินสั่งตายจากนายเหนือหัวเล่มนั้นจะหล่นลงนอนแน่นิ่ง
ดวงตาสีน้ำเงินมองจ้องเงาของชายผู้กล้าแทงคมมีดเงินมีดอันกรีดชีวิตเขานั้นได้ตัดสิ้นเยื้อใยของความภักดีในหัวใจแม่ทัพแขนด้วน
หากเพียงแต่ว่าชีวิตของเขานั้นมาถึงที่สุดแล้ว คงไร้หนทางแก้แค้นสนองคืน