วินนั่งอยู่ในห้องทำงานกับโคมไฟดวงเล็กั้แ่กลับจากร้านอาหาร เขาถอดแว่น พิงหัวกับเบาะด้วยท่าทางเคร่งเครียด
คำพูดของนิชายังก้องอยู่ในหัว
“ธุรกิจที่ดูสะอาดเรียบร้อยที่สุด บางทีก็มีตัวเลขที่อธิบายยากซ่อนอยู่เหมือนกัน”
เธอพูดเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่วินรู้ดีว่าเธอตั้งใจพูด และเจตนาไม่ตรึงประเด็นไว้นาน นั่นคือเทคนิคของคนที่ฝึกมา ไม่ใช่ไฮโซสาวที่พูดตามอารมณ์
และตอนเดินอยู่ริมน้ำ ก็มีอีกประโยคหนึ่งที่เขาละทิ้งไปจากสมองไม่ได้เช่นกัน ตอนที่เขาถามตรงๆ ว่าเธอรู้สึกยังไงกับเขาจริงๆ
“นิชาว่าคุณกวินทร์เป็คนที่น่าค้นหาค่ะ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่คนอื่นเห็น”
คำตอบที่ตรงไปตรงมา แต่ก็มีนัยบางอย่างซ่อนเอาไว้เื้ั เหมือนคนที่ฝึกซ้อมการตอบคำถามยากๆ มาแล้ว
แถมเธอพูดถึงรินรดาราวกับรู้จักกันเป็การส่วนตัว ไม่ใช่คนที่อ่านข่าวหรือฟังเื่จากคนอื่น เหมือนเธอรู้ว่ารินรดารู้สึกอะไรก่อนตาย
วินลุกขึ้นเดินไปหน้าต่าง มองออกไปที่สวนด้านล่างที่มืดสนิท เขาเป็คนที่ใช้เวลาวางแผนทุกอย่างอย่างละเอียด ไม่เคยปล่อยให้ความไม่แน่ใจทิ้งค้างไว้นาน และตอนนี้เขาไม่แน่ใจในหลายอย่างพร้อมกัน ซึ่งเป็ความรู้สึกที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลย
เขาหันกลับไปที่โต๊ะ กดโทรศัพท์เรียกลูกน้องที่ภักดีที่สุดของเขา
ไม่นานนักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ชัยเดินเข้ามา ชายร่างใหญ่ในชุดสูทเข้ม หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของวิน ผู้ทำงานที่วินไม่อยากให้ใครรู้อยู่เื้ั
“ชัย ช่วยสืบประวัตินิชา วรโชติธนัชชนันท์ที ไม่ใช่ประวัติที่ลงสื่อ ฉัน้ารู้ทุกฝีก้าวั้แ่คืนที่เกิดอุบัติเหตุจนถึงวันที่ออกจากโรงพยาบาล สถานที่ไป คนที่พบ การโทรศัพท์ ธุรกรรมบัญชี และที่สำคัญที่สุด…”
เขาหยุดสักครู่ “เช็กว่าเธอมีความเชื่อมโยงอะไรกับรินรดาหรือนัทไหม ทั้งทางตรงทางอ้อม”
“รับทราบครับ” ชัยพยักหน้า
“ถ้าเธอเป็แค่ไฮโซที่สอดรู้สอดเห็น ฉันจัดการได้ แต่ถ้าเธอเป็อะไรมากกว่านั้น ฉันต้องรู้ก่อนที่เธอจะไหวตัวทัน”
ชัยออกไปโดยไม่พูดต่อ วินนั่งลงอีกครั้ง สวมแว่นกลับ เปิดแล็ปท็อปขึ้นมา แล้วเริ่มอ่านข้อมูลที่รวบรวมไว้เกี่ยวกับนิชาั้แ่ต้น อ่านช้าๆ มองหาสิ่งที่อาจพลาดไปในครั้งแรก
รินสะดุ้งตื่นขึ้นมาตีสาม
ไม่ใช่เพราะฝันร้าย แต่เพราะความเจ็บแปลบที่หัวใจ ซึ่งหนักกว่าครั้งก่อน เธอลุกนั่ง ทาบมือบนหน้าอก มันเจ็บนานขึ้นเรื่อยๆ
เธอรู้ว่ามันหมายความว่าอะไร
รินลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง เปิดม่านออกเล็กน้อย มองลงไปที่ถนนข้างล่างในความมืดก่อนรุ่งสาง แสงไฟถนนส่องสลัวพอให้เห็นรถตู้สีดำทึบจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่มีป้ายทะเบียน เครื่องยนต์ดับอยู่ เธอเห็นเงาของคนนั่งอยู่หลังพวงมาลัย สายตาจ้องขึ้นมาที่ชั้นสามของคฤหาสน์อย่างไม่วางตา
รินปิดม่านกลับ แล้วนั่งลงบนขอบเตียง
เขาลงมือเร็วกว่าที่คิด วินส่งคนมาเฝ้าบ้านแล้ว แสดงว่าคำพูดที่ร้านอาหารเธอกระตุ้นเขาได้มากพอ คำถามคือพอดีหรือมากเกินไป เธอไม่อยากให้เขาจะระวังตัวจนเธอเข้าใกล้ไม่ได้อีก
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความให้รันต์
‘มีคนของวินจอดรถเฝ้าอยู่หน้าบ้าน รถตู้ดำ ไม่มีป้าย ฝั่งตรงข้ามประตูหลัก คุณส่งคนมาจับตาดูพวกเขาได้ไหมคะ’
รันต์ตอบกลับในสองนาที
‘เห็นมาั้แ่สี่ทุ่มแล้วครับ คนของผมจับตาอยู่ เขาจะคอยดูแลความปลอดภัยให้คุณเอง นอนพักผ่อนได้เลย’
พอเห็นข้อความนั้น รินก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว แม้จะรู้ว่าเขาแค่ทำตามหน้าที่ตำรวจ แต่เธอก็อดรู้สึกอบอุ่นใจไม่ได้
เธอพิมพ์ตอบ ‘ขอบคุณค่ะ’
แล้ววางโทรศัพท์ลง
ความเจ็บแปลบมาที่หัวใจอีกครั้ง รินนั่งนิ่งรอให้มันผ่านไป มองออกไปที่ม่านที่ปิดอยู่ นึกถึงยมทูตในมิติสีดำ นึกถึงสิ่งที่เขาบอกว่าทุกการใช้พลังมีราคา
เธอใช้พลังไปแล้วหนึ่งครั้งกับรันต์ในโกดัง แล้วที่เหลือล่ะ เธอไม่รู้เลยว่าทุกคืนที่เธอสวมหน้ากากนิชาต่อไป ทุกวันที่ผ่านไปในร่างเนื้อที่ไม่ใช่ของเธอ มันจะกัดกินิญญาไปด้วยไหม
รินนอนลงอีกครั้ง ขณะปล่อยให้ห้องสว่างจากไฟหัวเตียงดวงเล็ก
เธอนึกถึงนัท นึกถึงเหตุผลที่เธออยู่ที่นี่ แล้วหลับตา ปล่อยตัวจมดิ่งสู่นิทรา
รันต์มาถึงสถานีตำรวจั้แ่หกโมงเช้าก่อนใครเพื่อน
เขาเปิดแฟ้มคดีรินรดาและนัทบนโต๊ะ แผ่กระดาษออกมา กวาดสายตาผ่านทุกหน้าที่เขาอ่านมาแล้วหลายสิบครั้ง แต่เช้านี้เขาอ่านมันด้วยคำถามใหม่
คำพูดที่ลับลมคมในของนิชาทำให้รันต์รู้สึกว่า เธอรู้อะไรมากกว่าที่เธอเปิดเผย แต่มันมีบางอย่างที่ค้างคาใจเขามากกว่านั้น
รันต์เปิดรูปถ่ายในโทรศัพท์ ภาพนิชาหน้าสตูดิโอรินรดา ภาพรินรดาในแฟ้มคดี เขาวางภาพทั้งข้างกัน ใบหน้าต่างกัน นิสัยตามประวัติต่างกัน ครอบครัวต่างกัน โลกที่อยู่ต่างกัน
ทว่า พฤติกรรมของนิชาหลังฟื้นคืนสติ กลับตรงกับข้อมูลของรินที่เขามีอย่างน่าประหลาด
รันต์นึกถึงสิ่งที่นิชาทำกับเขาในโกดัง
“หรือว่าเธอจะคือรินรดา…บ้าบอชะมัด” เขาส่ายหน้าระอากับสิ่งที่ออกมาจากปากของตัวเอง
เขาหยุดความคิดนั้น มันฟังดูไร้สาระที่สุดในโลก แต่ก็เป็สมมติฐานเดียวที่อธิบายทุกอย่างได้
รันต์หยิบปากกาขึ้นมา จดลงในสมุดส่วนตัว
นิชา หรือ รินรดา?
แต่นิชาจะเป็รินรดาได้อย่างไร…
เขาปิดสมุด ลุกขึ้นไปชงกาแฟ เพราะเื่พวกนี้มันยังเร็วเกินไปสำหรับสมองยามเช้าที่ขาดคาเฟอีน
รันต์นึกถึงสิ่งที่เขาเจอในโกดังระหว่างรินกาแฟออกมาจากหม้อ
ตอนนี้มันไม่มีอะไรที่สมเหตุสมผลเลยสักอย่าง
เหลืออีก 82 วัน