มนุษย์ั์ร่างกายสีทองนับร้อยๆปรากฎตัวเบื้องหน้าของเมอร์ลิน
พวกมันเ่าั้ล้วนมีรูปร่างที่แตกต่างกัน กระทั่งบางตัวมีรูปร่างที่ไม่เหมือนกับมนุษย์เลยก็มี
มนุษย์ั์แต่ละตัวนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของตัวตนที่ทรงอำนาจทุกตัวนั้นแผ่แรงกดดันที่อันแข็งแกร่งและดุดันออกมา
ในตอนนั้นเองสายตาของพวกมันก็พุ่งเป้ามายังที่เมอร์ลิน
แน่นอนว่าเมอร์ลินนั้นคือแขกที่ไม่ได้รับเชิญสายตาของพวกมันมองเมอร์ลินด้วยแสดงออกที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม มนุษย์ั์ร่างทองแต่ละตัวนั้นแสดงออกซึ่งความยโสสายตาของพวกมันนั้นมองเด็กน้อยอย่างไม่แยแส พวกมันไม่ได้มองมนุษย์ร่างเล็กผู้นี้อยู่ในสาย
แต่กระนั้นพวกมันก็ไม่มีท่าทีที่จะเคลื่อนไหวใดๆ
“กลิ่นอายของพวกมันราวกับสุดยอดตัวตน” เมอร์ลินแสดงออกด้วยสีหน้าที่ลำบาก
มนุษย์ั์ร่างทองนั้นต่างยืนกระจายอยู่ทั่วบริเวณลานกว้าง
ลานแห่งนี้มีความกว้างประมาณหนึ่งกิโลเมตรซึ่งมันมันสามารถจุคนได้นับหมื่นพวกมันโผล่ออกมาจากพื้นดินตามจุดต่างๆเมอร์ลินได้สังเกตเห็นอย่างหนึ่งคือพวกมันบางตัวนั้นมีจุดยืนเป็เส้นที่ไล่เรียงกันไม่แน่ว่าจุดต่างๆ เหล่านี้อาจเป็สัญลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็ได้
ทันใดนั้นเองเมอร์ลินก็ได้ยินเสียงอึกทึกดังใกล้เข้ามาเสียงนั้นคล้ายกับเสียงฝีเท้าของกองทัพ
ไม่ทันที่เมอร์ลินจะได้หายสงสัยฝูงมนุษย์หินั์ก็ปรากฏเบื้องหน้าของเขา
พวกมันกรูเข้ามาในลานกว้างเป็จำนวนมากการแสดงออกของพวกมันนั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและมันจะมีเมอร์ลินเป็เป้าหมาย
หากเมอร์ลินยังไม่ตายดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่หยุดไล่ล่ามนุษย์หินั์เ่าั้วิ่งโรมรันเข้ามาโดยอาศัยช่องว่างของมนุษย์ั์ร่างทอง พวกมันไม่แม้แต่จะวิ่งเฉียดใกล้กับมนุษย์ั์ร่างทอง
เมอร์ลินกวาดสายตาไปในรอบๆ บริเวณดูเหมือนว่าพวกมันจะโผล่ออกมาในทุกทิศทุกทางของลานกว้าง
กระนั้นเขายังจับความผิดสังเกตได้ว่ามนุษย์หินั์เ่าั้ในขณะที่พวกมันวิ่งผ่านร่างสีทองอาการของพวกมันนั้นดูกริ่งเกรงมนุษย์ั์ร่างทองไม่น้อย
มนุษย์ั์ร่างทองนั้นนิ่งเฉย พวกมันแสดงออกซึ่งความเฉยเมยและไร้อารมณ์ราวกับว่าพวกมันไม่เห็นมนุษย์หินั์เหล่านี้อยู่ในสายตา
ส่วนพวกมนุษย์ั์ร่างทองนั้นกลับแสดงอาการไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อยราวกับว่าเมืุ่์หินั์นั้นใกล้เข้ามาเมอร์ลินก็จำเป็ต้องลงมือต่อสู้ เขาย่อมไม่ยอมที่จะเป็เป้านิ่งให้ถูกทุบตีเป็แน่
ตอนนี้เมอร์ลินได้บรรลุถึงระดับ 5 ของการรวบรวมปราณแล้ว เมื่ออยู่ในขอบเขตระดับนี้เขานั้นสามารถผนึกพลังปราณเซียนเอาไว้ในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเพื่อสร้างเป็พลังป้องกันและการโจมตีได้
มนุษย์หินั์ตัวหนึ่งกระโจนเข้าจู่โจมในทันใด
เมอร์ลินรวบรวมพลังปราณเซียนไว้ที่ขาของเขา เปลี่ยนส่วนหนึ่งของร่างกายให้เป็อาวุธวิชาตัวเบาเดินชมจันทร์ถูกใช้งานเขาพุ่งเข้าโจมตีกลับมนุษย์หินั์ตัวนั้น
เมอร์ลินเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและใช้ลำแข้งที่ผนึกพลังเอาไว้เตะอัดเข้าที่ก้านคอของมนุษย์หินั์
ตูม!
ศีรษะของมนุษย์หินั์นั้นะเิในทันที
เมอร์ลินร่อนลงถึงพื้นอย่างสงบนิ่งและเต็มเปี่ยมไปด้วยสมาธิเมื่อต้องรับมือกับศัตรูจำนวนมากสติและสมาธินั้นเป็สิ่งจำเป็
ท่วงท่าและการแสดงออกของเขานั้นดูสง่าและน่าเกรงขาม
แต่ดูเหมือนมนุษย์หินั์ตัวนั้นจะยังไม่สิ้นฤทธิ์ร่างไร้ศีรษะของมนุษย์หินั์นั้นพยายามดิ้นรน มันหวดทั้งแขนขาทุบตีอย่างมั่วซั่ว
เมอร์ลินหลบหลีกการโจมตีเ่าั้ได้อย่างไม่ยากเย็นร่างของเด็กน้อยถอยกลับมาตั้งหลัก
เมอร์ลินทำการย่อและะโดีดตัวขึ้นกลางอากาศ ร่างของเขานั้นะโขึ้นไปอย่างสูงลิ่วเมื่อถึงจุดหนึ่งเขาดิ่งตัวลงมาอย่างรวด
เมอร์ลินทำการรวบรวมพลังปราณเซียนไว้ที่ปลายเท้าอย่างมหาศาล
ซูม!
ร่างที่ดิ่งลงมานั้นเต็มไปด้วยความรวดเร็วความเร็วนั้นเสริมส่งให้ความรุนแรงของกระบวนหลายเท่าทวี
เท้าของเมอร์ลินโจมตีเข้าใส่ที่ร่างของมนุษย์หินั์ที่ไร้หัวร่างของมันก็พลันะเิกระจายเป็ชิ้นๆ
ตูม!
ด้วยความสามารถของเมอร์ลินในตอนนี้เขาสามารถกำจัดมนุษย์หินั์ได้อย่างง่ายดาย
แต่ไม่ทันที่เขาจะได้พักหายใจ มนุษย์หินั์ตัวอื่นก็กระโจนเข้ามาจู่โจมอย่างชุลมุนการจู่โจมในครั้งนี้มนุษย์หินั์นับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาเขาเป็จุดเดียว
ตูม!ตูม! ตูม!
มนุษย์หินั์พุ่งกระโจนเข้าใส่เมอร์ลินจนร่างของพวกมันได้กองรวมกันเหมือนดั่งูเาหินั์พวกมันหมายที่จะใช้ร่างทับถมเมอร์ลินให้ดับดิ้น
บัดซบ! เมอร์ลินอดที่จะสบทออกมาไม่ได้
ในตอนนั้นเองเขาก็ได้ทำการผนึกพลังปราณเซียนครอบคลุมร่างกายของเขาเอาไว้และเร่งเร้าพลังให้ควบแน่นไปที่กำปั้น
พลังหมัดอันร้ายกาจซัดมนุษย์หินั์ที่กำลังทับถมเค้าจนเกิดการะเิที่ร้ายกาจออกมาอย่างรุนแรง
ตูม!ตูม! ตูม!
เมอร์ลินออกรัวหมัดออกไปอย่างบ้าคลั่ง พลังหมัดของเขาทำให้มนุษย์หินั์เ่าั้ร่างะเิและแตกกระจายเป็เศษหินชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เขาพุ่งเข้าหาศัตรูที่ดาหน้าเข้ามาและซัดมนุษย์หินั์เ่าั้ตัวแล้วตัวเล่า
แต่ทว่ามนุษย์หินั์เหล่านี้มีจำนวนที่มากจนเกินไป
หมัดถูกใช้แบบไม่จบสิ้น
“หากเป็แบบนี้ต่อไปข้าต้องตายเพราะอ่อนแรงแน่ๆ”
เมื่อคิดได้ดังนั้น เมอร์ลินจึงได้ถอยหลังและทะยานกลับออกมาเพื่อตั้งหลัก
เมอร์ลินทำการรวบรวมพลังปราณเซียนไว้ที่จุดเดียวอีกครั้งหมัดของเขาในตอนนี้บังเกิดแสงสีฟ้าเปล่งออกมาอย่างโชติ่พลังงานปราณเซียนหลอมรวมอย่างหนาแน่น แสงสีฟ้าที่แผ่ออกมานั้นมีขนาดใหญ่เป็อย่างมาก
กระบวนท่านี้จำเป็ต้องใช้เวลาในหน่วงพลังซักระยะหนึ่ง
ในตอนนั้นเองร่างของเด็กน้อยก็พุ่งทะยานออกไปอย่างดุดัน
มนุษย์หินั์ตัวหนึ่งถูกเมอร์ลินเล็งเอาไว้เป็เป้าหมายเมื่อหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณเซียนถูกปล่อยออกไป มันถูกซัดไปที่กลางลำตัว
แต่ทว่ามนุษย์หินั์ที่เป็เป้าหมายพลังหมัดนี้กลับไม่ถูกทำลายในทันทีแต่มันกลับกลับถูกพลังบางอย่างห่อหุ้มเอาไว้ทั้งร่าง แม้มันจะไม่ถูกทำลายแต่มันก็ถูกกระแทกออกไปจนปลิวออกไปเป็เส้นตรงอย่างรุนแรง
ตูม!
เมอร์ลินตั้งใจใช้มนุษย์หินั์ตัวนั้นเป็อาวุธ
นี่เป็ผลจากการที่เขาบรรลุระดับ 4 ที่ช่วยในเื่ของการผนึกพลังปราณและระดับ5 ที่ช่วยในเื่ของการแผ่พุ่งพลัง
เมอร์ลินทำการผนึกพลังปราณเซียนไว้ที่มนุษย์หินั์ตัวนั้นและใช้ทักษะการแผ่พุ่งซัดร่างของมันออกไปราวกับลูกศรของธนู
มนุษย์หินั์ตัวนั้นพุ่งออกไปทำลายพวกเดียวกันไปอย่างต่อเนื่อง มนุษย์หินั์ตัวอื่นที่อยู่ในแนวเส้นตรงนั้นถูกทำลายเป็แถบๆอย่างน่าเหลือเชื่อ
แต่กระนั้น ....
ตึง!
มนุษย์ั์ร่างทองตัวหนึ่งซึ่งมีรูปร่างอันใหญ่โตเป็เอกลักษณ์แขนทั้งสองข้างของมันใหญ่โตเกินปกติ มันใหญ่เสียยิ่งกว่าลำตัวของมันเสียด้วยซ้ำ
มนุษย์ั์ร่างทองแขนโตตัวนั้นสามารถหยุดมนุษย์หินั์ที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณเซียนได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ใบหน้าของมันนั้นเรียบเฉยพร้อมกับแสดงสายตาที่ไม่แยแสออกมา
มันคว้าจับมนุษย์หินั์ตัวนั้นแล้วยกร่างนั้นขึ้นสุดมือแขนอันทรงพลังจับมนุษย์หินั์ตัวนั้นฟาดลงกับพื้นดินอย่างรุนแรง
ตูม!
ร่างของมนุษย์หินั์ตัวแหลกละเอียดจนกลายเป็เศษก้อนกรวด
พลังของมนุษย์ั์ร่างทองแขนโตนั้นสามารถบดขยี้ได้ด้วยการลงมือเพียงครั้งเดียว
การกระทำของมันถึงกับทำให้มนุษย์หินั์ตัวอื่นๆต้องหยุดนิ่ง
หากสามารถมองลึกลงไปในดวงตาของมนุษย์หินั์แล้วั์ตาของพวกมันในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ว่าแล้วมนุษย์ั์ร่างทองแขนโตนั้นก็ชูมือขึ้นเหนือศีรษะ
เมอร์ลินมองการกระทำนั้นอย่างงงงันเขาไม่รู้ว่าเ้านั่นกำลังคิดทำอะไร
ในตอนนั้นเองมนุษย์ั์ร่างทองแขนโตก็ฟาดแขนของมันลงกับพื้นดินอย่างรุนแรงคลื่นแรงกดดันจำนวนมากปะทุออกมา เกิดเสียงะเิขึ้นมาตูมหนึ่งพื้นดินปรากฏหลุมขนาดใหญ่ที่บดแหลกละเอียด
พลันร่างอันใหญ่ั์นั้นก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
นี่มัน …
ตูม!
ร่างอันใหญ่ั์ปรากฏเบื้องหน้าเมอร์ลินอย่างรวดเร็วมนุษย์ั์ร่างทองร่อนลงมาจากท้องฟ้าและหยุดอยู่ห่างจากเด็กน้อยไม่ถึง 10 เมตรพื้นดินบริเวณนั้นล้วนแตกละเอียดเป็บ่อหลุมขนาดกว้าง
กลิ่นอายที่เต็มไปด้วยอำนาจแผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง
ปึง!
เพียงแค่มนุษย์ั์ร่างทองแขนโตสะบัดแขนก็ก่อให้เกิดเสียงของลมอันน่าหวาดกลัวมันก็ชูมือทั้งสองข้างขึ้นอีกครั้งแล้วลงมือทุบไปที่หน้าอกของมันอย่างบ้าคลั่ง
อู้วววว
ตุบตับ ตุบตับ ตุบตับ
มนุษย์ั์ร่างทองแขนโตกำลังแสดงท่าทีที่ข่มขู่ใบหน้าของมันจ้องมายังที่เมอร์ลินอย่างเกรี้ยวกราด มิหนำซ้ำยังแยกเขี้ยวออกมาอย่างดุร้าย
เสียงของมนุษย์ั์ร่างทองแขนโตนั้นทำให้มนุษย์หินั์รู้สึกหวาดกลัวพวกมันนั้นต่างร่นถอยจนติดกับผนังของลานกว้าง กระทั่งเมอร์ลินเองก็รู้สึกที่จะหวาดหวั่นไม่ได้
กรรรจ์!
มนุษย์ั์ร่างทองตัวอื่นๆ ต่างแสดงท่าทีออกมาใบหน้าของพวกมันราวกับกำลังชมดูความสนุกในเหตุการณ์นี้ แม้ใบหน้าของพวกมันจะแสดงความพึงพอใจออกมาแต่ก็เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งที่ยโส
มนุษย์ั์ร่างทองตัวอื่นๆ ไม่มีท่าทีที่จะเคลื่อนไหวใดๆ
พวกมันทำเพียงยืนดูและเฝ้ามองการต่อสู้ที่จะเริ่มขึ้นจากนี้
เมอร์ลินนั้นอยู่ในสภาวะที่กดดันเขารู้ดีว่าตัวตนที่อยู่ข้างหน้าเขานี้แข็งแกร่งเกินไป ไม่ว่าจะมองในมุมไหนเขาก็ไม่มีทางที่จะต่อต้านตัวตนแบบนี้ได้
สมองของเขากำลังคิดหาทางอย่างหนัก เขา้าเส้นทางรอดสำหรับสถานการณ์นี้
“เ้าตัวประหลาดนี่แข็งแกร่งเกินไปด้วยพลังของข้าในตอนนี้ย่อมไม่สามารถเอาชนะมันได้ และถึงแม้ว่า์จะเห็นใจ แต่ข้าก็ไม่มีวันรอดพ้นเงื้อมือตัวประหลาดอื่นๆได้อยู่ดี”’
ในตอนนั้นเองการโจมตีที่ปราศจากคำเตือนก็พุ่งเข้ามาเมอร์ลินถึงกับต้องตื่นจากภวังค์เมื่อร่างอันใหญ่ั์นั้นพุ่งเข้ามาโจมตีเขาอย่างฉับพลัน