เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เล่มที่ 2 บทที่ 46 ซูซานหลางบันดาลโทสะ


            แม้ซูซานหลางจะอยู่ด้วย แต่ไท่ไท่รองก็ยังไม่เก็บงำความคิดของตนเอง ใบหน้าฉาบรอยยิ้มพูดพล่ามไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจบ "พวกเจ้าดูสิ เรื่องแบบนี้ดีมากใช่หรือไม่ นับว่าเป็นการดองญาติซ้อนขึ้นไปอีกชั้น ความสัมพันธ์ยิ่งแน่นแฟ้น"

            เมื่อเห็นไท่ไท่สามไม่ตอบสนอง นางก็พูดต่อ "ถึงพี่ชายของเจ้าจะเป็นพ่อม่าย อายุก็ค่อนข้างมากแล้ว แต่ข้ามาคิดดูดีๆ ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ อย่างไรเสียพวกเราก็เป็นสะใภ้บ้านเดียวกัน ปรกติก็ดีๆ กันอยู่ ถ้าไม่เห็นว่าเป็นคนกันเอง ข้าก็คงไม่แนะนำน้องสาวที่งดงามดุจบุปผาให้แก่พี่ชายของเจ้าหรอก" 

            "หึ ไร้ยางอายจริงๆ" เฉียวเยว่นั่งยองๆ แอบฟังอยู่ใต้หน้าต่าง ถ่มน้ำลายออกมา

            ฉีอันรีบอุดปากนางไว้ ถึงแม้จะยังเล็ก แต่เขาก็รู้ว่าหากแอบฟังแล้วถูกจับได้ พวกเขาต้องโดนตีแน่ๆ 

            เฉียวเยว่ส่งสัญญาณมือว่าปิดปาก ก่อนที่จะแนบหูกับหน้าต่างฟังต่อ

            "ข้าเขียนจดหมายเชิญหรูเมิ่งน้องสาวของข้ามาพักในจวนช่วงสั้นๆ ถึงเวลานั้นเจ้าก็นัดพี่ชายของเจ้ามาพบกัน อย่าว่ากระไร น้องสาวข้างดงามเพริศพริ้ง รับรองพี่ชายเจ้าเห็นแล้วจะต้องถูกใจจนไม่อาจละสายตา คิกๆๆ" 

            หัวเราะร่วนราวกับแม่ไก่เชียวนะ เจ้า-เป็น-แม่-เล้า-หรือ-ไร! เฉียวเยว่ค่อนขอดเงียบๆ แต่ไม่เปล่งเสียง 

            "พวกเจ้าสามีภรรยาพูดอะไรบ้างสิ อย่าปล่อยให้ข้าพูดอยู่ฝ่ายเดียว พวกเจ้าไม่พูด ข้าก็เหมือนฉายเดี่ยวอยู่กลางเวที ตรองดูให้ดี ข้าทำเพื่อผลประโยชน์ของพวกเจ้าทั้งนั้น หากมิใช่คนกันเอง ใครจะนึกถึงพี่ชายของสะใภ้ด้วยกัน คนดีๆ เยี่ยงข้าในโลกนี้มีไม่มากนักหรอกนะ" ไท่ไท่รองแสร้งยิ้ม แต่ภายในใจนึกขุ่นเคืองอยู่หลายส่วน พวกเจ้าสองคนเป็นใบ้กันไปหมดแล้วหรือ นางพูดมานานขนาดนี้ ไม่ซาบซึ้งตื้นตันก็ช่าง แต่นี่ถึงกับไม่พูดอะไรเลย 

            ไท่ไท่สามเป็นนางแพศยาประเภทเอาสามกระบองมาตีก็ไม่มีลมให้ผายออก [1] กวาดสายตามาถึงใบหน้าหล่อเหลาปานเทพเซียนของซูซานหลาง ก็นึกปลงในใจ ฉีอิ่งซินถอนหมั้นมาแต่งใหม่มีดีอันใด น่าเสียดายบุรุษเพียบพร้อมอย่างซานหลางแท้ๆ 

            สตรีเช่นนี้ยังได้รับการทะนุถนอมดุจไข่มุกดุจหยก หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น... นางคงจะไม่โชคดีเยี่ยงนี้ ถ้าตนเองได้พบกับซานหลางตั้งแต่แรก คนที่จะได้เสพสุขวันนี้เวลานี้ไหนเลยจะเป็นนางแพศยาฉีอิ่งซิน 

            คิดมาถึงตรงนี้ สีหน้าก็ยิ่งบูดบึ้ง "ข้าคุยกับพวกเจ้า พวกเจ้ากลับทำเหมือนไม่ได้ยิน เรื่องดีๆ เช่นนี้เหตุใดข้าถึงไม่ให้พี่สะใภ้ใหญ่ แต่กลับหยิบยื่นโอกาสพิเศษให้กับเจ้าโดยตรง ก็เพราะเห็นว่าปรกติเจ้ากับข้าสนิทสนมกันมากกว่า" 

            น้ำเสียงแฝงแววตำหนิติเตียนอยู่หลายส่วน

            "พี่สะใภ้รอง คราก่อนท่านวางกลอุบายใช้หลานชายในท้องที่ยังไม่คลอดมาบีบบังคับให้พ่อตาของข้ารับเป็นศิษย์ไม่สำเร็จ นี่คิดวางแผนจะให้น้องสาวของตนเองแต่งให้พี่ชายภรรยาของข้าอีกแล้วหรือ อาอิ่งของพวกเรามีคุณธรรมความสามารถอันใดถึงได้รับความสนใจจากท่านถึงเพียงนี้"  

            น้ำเสียงแฝงไปด้วยการเหน็บแนมอยู่หลายส่วน

            ไท่ไท่รองไหนเลยจะฟังไม่ออก แต่นางเป็นคนหน้าหนา จึงเอ่ยว่า "น้องสาม เจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร ข้ากับน้องสะใภ้สามก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอยู่นะ"

            "ความสัมพันธ์ดียังวางกลอุบายเช่นนี้ หากไม่ดีมิขุดหลุมฝังกันไปเลยหรอกหรือ? หรือจะกล่าวว่าถ้าความสัมพันธ์ไม่ดี ท่านก็ไม่กล้าใช้กลอุบาย อาอิ่งของข้านิสัยดีเกินไป ท่านก็เลยเข้ามาข่มเหงรังแก?" ซูซานหลางสุดจะรำคาญพี่สะใภ้รองคนนี้จริงๆ 

            ทั่วทั้งจวนตั้งแต่เบื้องบนจนถึงเบื้องล่างคนที่ชอบก่อเรื่องวุ่นวายที่สุดก็มีแต่นาง

            เขายังกล่าวอีกว่า "พี่ชายภรรยาได้รับตำแหน่งเป็นเสนาบดีกรมอาญา ขอถามหน่อยเถิดว่า พี่สะใภ้รองทราบหรือไม่ว่าตำแหน่งนี้หน้าที่การงานเป็นอย่างไร?" 

            ไท่ไท่รองหยุดชะงัก นางรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย แต่ยังคงเถียงข้างๆ คูๆ "ข้าเป็นเพียงสตรี ไม่ค่อยรู้เรื่องเหล่านี้มากนัก" 

            ซูซานหลางยกยิ้มเล็กน้อย "พี่สะใภ้รองไม่รู้ สามารถไปถามพี่รองดูได้ สถานะเช่นน้องสาวของพวกเราคิดจะแต่งเข้าสกุลฉี แท้จริงแล้วเป็นผู้ใดที่ไม่คู่ควรกับผู้ใดกันแน่" 

            "เจ้า! น้องสาม เจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร น้องสาวข้าก็เป็นยอดหญิงงาม อายุก็ยังน้อยทั้งยังเป็นการแต่งงานครั้งแรก..." ไท่ไท่รองไม่สมดังปรารถนา ในใจขุ่นเคืองมากอยู่ แต่นางก็อาวรณ์ไม่อยากให้ซูซานหลางบันดาลโทสะ แม้ว่าไท่ไท่สามจะไม่พูดอะไรเลย แต่นางกลับลงบัญชีนี้ให้เป็นของไท่ไท่สามไปเต็มๆ 

             "น้องสะใภ้สาม นี่เป็นเรื่องของสตรีอย่างพวกเรา เจ้าเอาแต่นิ่งเงียบ ให้บุรุษออกหน้า นี่นับว่าเป็นอันใด สะใภ้รองอย่างข้าไม่อยู่ในสายตาเจ้าเลยหรือ? พูดมากอีกสักประโยคก็ไม่ได้? มีใครเขาทำเช่นเจ้ากันบ้าง" 

            นางพุ่งเป้าไปที่ไท่ไท่สามโดยตรง

            "พี่สะใภ้รองอย่ามีโทสะ ท่านกำลังตั้งครรภ์อยู่นะ หากโกรธขึ้นมาแล้วเป็นอะไรไป ข้าคงยากจะให้คำอธิบายกับท่านพ่อท่านแม่ เรื่องของพี่ใหญ่ตระกูลข้า ข้าไม่กล้ายุ่งเกี่ยวแม้แต่หนึ่งส่วน และไม่ว่าผู้ใดจะถามข้าล้วนเหมือนกันหมด อย่าว่าแต่ข้าเลย แม้แต่บิดาข้ายังไม่ก้าวก่ายชีวิตของเขาเลย ส่วนที่ท่านบอกว่าคู่ควรไม่ควร ตัวท่านเองชอบก็พอแล้ว"

            ไท่ไท่รองโกรธจนแทบหงายหลัง ตัวท่านเองชอบก็พออันใดกัน นางมิได้ชอบเสียหน่อย นี่นางแพศยาเหน็บแนมนางใช่หรือไม่ นึกว่านางรังแกง่ายนักหรือไร?

             "ข้าไม่ชอบคำกล่าวนี้ของน้องสะใภ้สาม นี่ข้าทำเพื่อผลประโยชน์ของพวกเจ้าทั้งนั้น หรือพวกเจ้าคิดว่าพวกเราคาดหวังสิ่งใดจากครอบครัวของเจ้ากัน พี่ชายเจ้าเป็นแค่พ่อม่าย..."

            "พี่สะใภ้รองโปรดระวังคำพูด" ไท่ไท่สามเสียงเข้มขึ้นทันควัน "ข้าว่าท่านระวังวาจาไว้บ้างจะดีกว่า ในสายตาท่านพี่ชายข้าพันไม่ดีหมื่นไม่ดี มิคู่ควรกับน้องสาวของท่าน แต่พวกเราก็ไม่เคยคิดใฝ่สูงเช่นกัน ทว่าท่านหนึ่งคำก็พ่อม่าย สองคำก็พ่อม่าย น้องสาวเช่นข้าก็ไม่ยินดีฟังเหมือนกัน พี่สะใภ้ข้าไม่อยู่แล้ว แต่สำหรับพี่ชายข้า แม้คนไม่อยู่แล้วแต่นางยังอยู่ในหัวใจของเขาตลอดไป นางคือภรรยาที่พี่ชายข้าไม่มีวันลืมเลือนชั่วชีวิตนี้ คนเราเกิดมาชาติหนึ่งเพียงเพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์เท่านั้นเองหรือ? ไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่ไปกว่าการได้รับความรักที่จริงใจ ไม่ว่าจะเป็นความรักฉันคนรัก หรือความรักฉันญาติ ก็ล้วนแต่เป็นความรักเหมือนกัน ท่านจะว่าข้าอย่างไรก็ได้ แต่ว่าพี่ชายข้าไม่ได้" 

            แม้ว่าไท่ไท่สามจะดูเป็นคนนุ่มนวลอ่อนโยน แต่ก็มีจุดที่แตะไม่ได้ นั่นก็คือญาติของนาง

            นางไม่ค่อยบันดาลโทสะบ่อยนัก แต่หากมาระรานคนข้างกายนาง นางก็ไม่เกรงใจเหมือนกัน 

            นางทนการเหยียดหยามจากผู้อื่นได้ แต่ไม่อาจทนให้ใครมาลบหลู่ดูหมิ่นคนในครอบครัว

            ไท่ไท่รองไหนเลยจะคิดว่าไท่ไท่สามจะยอกย้อนด้วยวาจาเฉียบคมเช่นนี้ ไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไรไปชั่วขณะ

            หลังจากใจเย็นลงแล้ว นางก็เริ่มร้องโอดครวญ "โอ๊ย โอ๊ย ท้องของข้า ท้องของข้า เหตุใดถึงไม่สบายเยี่ยงนี้..." 

            อาศัยเด็กในท้องมาสร้างเรื่องจริงๆ

            "ดูสิ เกอเอ๋อร์ของเรารู้ว่าพวกเจ้ารังแกมารดาเขา ก็เลยทนดูไม่ได้ พวกเจ้าสามีภรรยาทำเกินไปแล้ว โอ๊ย..."

            หรูหมัวมัวตีโพยตีพายขึ้นมาทันที "ไอ้หยา เรือนสามของพวกท่านทำเกินไปแล้ว ทำเกินไปแล้ว มารังแกไท่ไท่รองของเราเช่นนี้ได้อย่างไร นางกำลังท้องกำลังไส้ เช่นนี้จะทำอย่างไรดีเล่า" 

            อยากป่าวประกาศให้ทุกคนรู้กันทั่วว่าเรือนสามของพวกเขารังแกคนจนแทบไม่ไหว 

            ซูซานหลางไม่แม้แต่จะขยับ "คำพูดของพี่สะใภ้รองช่างน่าขัน ตั้งแต่ท่านเข้ามาจนถึงตอนนี้ พวกเรายังมิได้ยกน้ำชาให้ท่านสักถ้วย มิได้แตะต้องตัวท่าน แม้กระทั่งประตูก็เปิดกว้างอยู่ ท่านยังคิดจะใส่ความผู้อื่นอีกหรือ? เมื่อเป็นเช่นนี้ เชิญหมอหลวงมาตรวจให้รู้กันไปเลยคงจะดีกว่า ดูว่าท่านป่วยจริงหรือคิดจะใส่ความพวกเรากันแน่" 

            "จะ... จะ... เจ้า เจ้าพูดอะไร? นี่เจ้าหาว่าข้าโกหกงั้นรึ?" แววตาของไท่ไท่รองพลันลนลาน ตอนนี้นางร้องว่าปวดท้องแต่กลับไม่มีใครกลัว 

            ซูซานหลางเคร่งขรึมขึ้นหลายส่วน ขานเรียกคน "ลู่เจี้ยน"

            "ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ" ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เขาไปยืนอยู่ที่ใด แต่พอเรียกปุ๊บก็ปรากฏตัวขึ้นทันที 

            "สั่งการลงไป เชิญท่านแม่ พี่สะใภ้ใหญ่ และพี่รองมาที่นี่ นอกจากนี้ ให้คนไปหยิบป้ายคำสั่งของข้าแล้วไปสำนักหมอหลวงเชิญหมอหลวงมาสามท่าน" ซูซานหลางสีหน้าเยียบเย็น "เมื่อพี่สะใภ้รองเอาแต่ร้องว่าปวดท้อง กล่าวหาว่าพวกเรารังแกนาง ข้าก็จะเชิญหมอหลวงสามท่านมาตรวจพร้อมกัน ดูว่าพี่สะใภ้รองไม่สบายจริงหรือเจตนาใส่ร้ายป้ายสี"

            ทีแรกซูซานหลางไม่อยากทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ แม้จะถูกระรานมาตลอดหลายปีพวกเขาล้วนไม่เก็บมาใส่ใจ จากเรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก เรื่องเล็กกลายเป็นไม่มีเรื่อง เป็นเช่นนี้จนผู้อื่นคิดว่าเรือนสามของพวกเขาข่มเหงรังแกง่าย 

            เรื่องวุ่นวายสารพัดสารเพก็ดาหน้ากันเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

            แม้จะไม่ใช่การกระทำของคนคนเดียว แต่นั่นก็เพราะพวกเขาอัธยาศัยดีเกินไป

            บุตรชายถูกปรักปรำ บุตรสาวคนเล็กเกือบถูกฆ่าปิดปาก บุตรสาวคนโตเกือบถูกคนสังหาร ภรรยาถูกวางยาพิษ

            แม้ซูซานหลางจะเป็นดั่งตุ๊กตาดินเผาก็ยังมีโทสะอยู่สามส่วน

            "เรื่องครานี้ ข้าต้องทำให้ชัดเจน"

            ไท่ไท่รองไม่นึกว่าเรื่องจะกลับกลายเป็นเช่นนี้ พลันหวาดกลัวขึ้นมา "ข้าเพียงแค่..."

            "พี่สะใภ้รองอย่าขยับ ท่านขยับมากพอแล้ว หากสัมผัสถูกสิ่งใดเข้า เดี๋ยวจะหาว่าเรือนสามของพวกเราวางยาพิษอีก" ซูซานหลางพูดเหน็บแนม 

            ไท่ไท่รองสีหน้าแข็งค้าง หลังจากนั้นก็ร้องว่า "น้องสามกล่าวอันใด ไม่เห็นต้องทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่กระมัง ดูเหมือนว่าข้าจะรู้สึกดีขึ้นแล้ว ในเมื่อ... ในเมื่อพวกเจ้าไม่รับความหวังดีจากข้า เช่นนั้นข้าขอกลับก่อนล่ะ" 

            พูดจบก็เตรียมพาคนหนี  

            "ใครก็ได้" ซูซานหลางออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            มีคนขวางที่หน้าประตูทันควัน

            ครานี้ไท่ไท่สองเริ่มลนลานแล้ว "น้องสาม เจ้าหมายความว่าอย่างไร? นี่คิดจะกักขังข้างั้นรึ ข้าเป็นพี่สะใภ้รองของเจ้า เจ้าควรตระหนักถึงสถานะของตนเองให้ดี" 

            พูดจบก็หันไปหาไท่ไท่สาม แล้วชี้หน้าด่าสาดเสียเทเสีย "เจ้ามันนางแพศยาตัวซวย เรื่องของสตรียังดึงดันจะให้บุรุษเข้ามาเกี่ยวข้องให้ได้ เจ้าผูกสายคาดเอวของเขาไว้หรือ ไม่ว่าจะทำสิ่งใดล้วนต้องให้เขาออกหน้า ตอนนี้ยังมายุแยงให้เขาจัดการกับพี่สะใภ้รองของตนเอง คิดจะทำให้พี่น้องบาดหมางกันให้ได้ใช่หรือไม่" 

            ถ้อยคำว่าร้ายกลับดำเป็นขาวพูดออกมาโดยไม่คิดจะรับผิดชอบการกระทำของตนเองแม้แต่ส่วนเสี้ยว

            ซูซานหลางจดจ้องนางจนแทบทะลุ หากเขามิใช่บัณฑิตซึ่งไม่ทำเรื่องประเภททำร้ายคน เขาคงจะถีบนางกระเด็นออกไปแล้ว  

            ไท่ไท่สามหัวเราะเยาะหยัน "พี่สะใภ้รองกำลังมีครรภ์ ควรหมั่นทำบุญสั่งสมความดีไว้ให้บุตรในท้องบ้าง พูดแต่ถ้อยคำหยาบช้าเยี่ยงนี้จะเป็นผลดีต่อตนเองได้อย่างไร?" 

            พอเห็นซูซานหลางส่งคนมาเชิญ ไท่ไท่ใหญ่ก็หักหวีคามือ ก่นด่าอย่างเกรี้ยวกราด

            "นางหญิงโง่" หลังจากนั้นก็สำทับอีกว่า "ไม่ก่อเรื่องหนึ่งวันก็หลับไม่สบายหรืออย่างไร นางตัวซวย" 

            เฉิงเยว่รีบเกลี้ยกล่อมนางอย่างระมัดระวัง "ท่านแม่ ได้ยินว่าท่านย่าก็ไปเหมือนกันเจ้าค่ะ"

            ไท่ไท่ใหญ่หันมาตวาดเสียแข็ง "เจ้านึกว่าข้าไม่รู้หรือ"

            นางลุกขึ้น เฉิงเยว่รีบปรนนิบัติสวมเสื้อตัวนอกคลุมทับไท่ไท่ใหญ่ 

            "เจ้าไปอยู่เป็นเพื่อนพี่หญิงใหญ่ อย่าให้นางไปเป็นอันขาด ข้ากลัวนางจะเป็นห่วงฝาแฝดสองพี่น้องแล้วจะรีบแล่นไปปลอบขวัญพวกเขา เรื่องพรรค์นี้หญิงสาวเช่นนางมิควรเข้าไปแปดเปื้อน" 

            "ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ" เฉิงเยว่รับคำทันที

            แม้จะเป็นบุตรอนุ แต่เฉิงเยว่ยังนับว่าได้รับความไว้วางใจจากไท่ไท่ใหญ่ 

            "ข้าจะไปดูว่านางทำเรื่องโง่งมอันใดอีก" 

            ...

            [1] เอาสามกระบองมาตีก็ไม่มีลมให้ผายออก ใช้อุปมาถึงคนที่พูดน้อย หรือไม่ชอบพูด

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788