ตอนที่ 25 กระท่อมมุงหญ้าเหมาถูกเผา (2)
เยี่ยซื่อมองดูแผ่นหลังของอาฮวาที่เดินจากไป เนิ่นนานก่อนจะพูดขึ้นช้าๆ “ไหม้ไปแล้วก็ดี ไหม้ไปแล้วก็จะได้ไม่มีสิ่งใดให้คิดถึงอีก”
เยี่ยซื่อพูดจบก็ก้มหน้าจัดการสิ่งต่างๆ ต่อ แต่มือกลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
เยี่ยซินเข้าใจดี อย่างไรกับสถานที่ที่ท่านแม่เคยอาศัยมาสิบกว่าปี ย่อมต้องมีความรู้สึกแน่นอน จะให้นางไปบอกให้ยอมรับชีวิตในตอนนี้ ก็ยังต้องใช้เวลาอยู่ดี
กลับเป็นสือโถวที่ดูจะร่าเริงเป็นพิเศษ เด็กทั้งสองเหมือนกับว่าไม่รู้จักเหนื่อย ทำงานไม่หยุด ทำความสะอาดรอบๆ จนมีพื้นที่ว่างมากพอจะสร้างเรือนที่มีสองห้องได้ นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนได้ตกลงกันเอาไว้เมื่อตอนกินมื้อเช้า แม้ว่าจะเป็นแค่เพิงอาศัยชั่วคราว แต่อย่างไรก็ต้องมีสองห้อง
“น้องหญิงเยี่ย จะว่าอย่างไรดีล่ะ พวกเรารู้ว่าเจ้าต้องการสร้างเพิงก็เลยมาช่วยอีกแรง ยิ่งคนมากเท่าไรก็สร้างเร็วเท่านั้น”
ไม่นานอาฮวาก็เรียกหยางเถี่ยจู้สามีตัวเองและลูกชายเกินเอ๋อร์มา ทั้งยังเชิญคนที่รู้จักคุ้นเคยกับเยี่ยซื่อมาอีกหลายคน เมื่อทุกคนรู้ว่าแม่ลูกเยี่ยซื่อถูกขับไล่ออกมา แม้แต่ของใช้ทั่วไปก็ไม่ได้เอาออกมาด้วยเช่นนี้แล้ว จึงพากันเอาของใช้มาด้วยอีกมากมาย มีทั้งเหล่าชายหนุ่มที่แบกจอบเสียม ถือขวาน ยกพลั่ว และมีทั้งแม่บ้านที่นำเอาหม้อถ้วยกระบวยถังมา
“น้องหญิงเยี่ย พวกเราเองก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรในบ้านมาให้ ของเหล่านี้ล้วนเป็นของเก่าในบ้านที่เคยใช้มาแล้ว วางเอาไว้เฉยๆ ก็มีแต่เสียเปล่า หากเจ้าไม่รังเกียจก็นำไปใช้เถิด อย่างไรก็สามารถเอาไปใช้ เอาไปรองท้อง เอาไว้กันความหนาวได้”
ท่านอาหลินเปลี่ยนกระทะใหม่ที่บ้าน และนำเอากระทะที่แหว่งแล้วมาให้ ส่วนคนที่เหลือต่างเป็นแม่บ้านที่สนิทสนมกับเยี่ยซื่อ ทุกคนต่างก็นำส่วนของตัวเองมา เช่นข้าวฟ่างหนึ่งชั่ง ไข่ไก่สองสามฟอง มันเทศสองสามหัว แม้แต่เสื้ออ๋าว[1] ขาดๆ หนึ่งตัว ถึงแม้ว่าข้าวของจะถูกใช้จนพังไปแล้ว แต่สำหรับแม่ลูกเยี่ยซื่อที่ตอนนี้ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง มันคือการมอบถ่านให้ท่ามกลางหิมะอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรเสีย ก็ยังมีของกินด้วย
หางตาเยี่ยซื่อเปียกชื้น เอาแต่พูดขอบคุณไม่หยุด สิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่พวกนางต้องการมากที่สุดในตอนนี้
“พวกเราเป็นเพื่อนบ้านกัน จะมาเกรงใจอะไรกันเล่า เมื่อก่อนตอนที่พี่ต้าฟายังอยู่ก็ช่วยเหลือพวกเราเอาไว้ไม่น้อยเลย”
อาฮวาโบกปัดมือไปมา วางข้าวของ แล้วเริ่มช่วยซ่อมสิ่งต่างๆ คนที่เหลือก็ต่างพากันพูดว่าไม่ต้องเกรงใจเช่นกัน
ผู้คนในหมู่บ้านก็ไม่ได้มีเงินทองอะไร ดูจากอาหารและเครื่องนอนที่พวกเขาเอามาให้ก็รู้แล้ว แต่เป็นเพราะบ้านนั้นก็ให้บ้านนี้ก็ให้ อย่าว่าแต่สามารถทำให้พวกนางกินอิ่มไปอีกมื้อเลย กลางคืนก็คงได้นอนอย่างอบอุ่นด้วย
เมื่อนึกถึงสีหน้าท่าทางของคนตระกูลหลี่ขึ้นมาอีกครั้ง เยี่ยซินจึงมองไปที่เยี่ยซื่อด้วยความเป็นห่วง และเห็นว่านางแอบเช็ดน้ำตาอยู่เงียบๆ จึงถอนหายใจ ล้วนว่ากันว่าญาติห่างๆ ไม่เท่าเพื่อนบ้านใกล้ชิด ที่จริงแล้วบางที ต่อให้มีคนสนิทอยู่ข้างกายก็ไม่สามารถหวังอะไรได้เช่นกัน เมื่อนึกถึงความโหดร้ายของหลี่จางซื่อ ความเมินเฉยไร้ความเห็นอกเห็นใจของท่านลุงกับป้าสะใภ้ เยี่ยซินได้แต่ทอดถอนอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปปลอบใจเยี่ยซื่อ เรื่องบางเรื่อง ก็ต้องให้นางคิดได้เอง
คนในภูเขานั้นซื่อ ในเมื่อมาทำงานก็ไม่มีใครกินแรงใคร เมื่อมีคนจากหมู่บ้านมาช่วยก็ทำให้ทั้งหุบเขาคึกคักขึ้นมา พูดคุยเฮฮาไปด้วยทำงานไปด้วย
คนที่มีพละกำลังก็ช่วยลงเสาเข็ม ขนหิน คนที่มีฝีมือก็ทำเสื่อกก สร้างเตาหุงต้ม สามีของท่านอาฮวาพาคนขึ้นเขาไปหาไม้คานและเสา ทำงานกันอย่างเร่งรีบ
เมื่อทำไปได้ครึ่งหนึ่งเยี่ยเฉินก็กลับมาจากในเมือง พอเยี่ยซินเห็นว่าใบหน้าของเขาดูมีความสุข ก็รู้ได้เลยว่าเรื่องทุกอย่างราบรื่นดี จึงถอนหายใจอย่างโล่งอกเช่นกัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคนตระกูลหลี่อีกต่อไปแล้ว
เพราะเป็นแค่ที่อยู่อาศัยชั่วคราว อีกทั้งวัสดุก็หาเอาจากละแวกนี้ จึงมิได้มีความพิถีพิถันอะไรมากนัก โครงค้ำยันจากเสาไม่กี่ต้น หญ้าเหมาที่เอามามุงเป็นหลังคา เสื่อกกที่นำมาล้อมเป็นผนังบ้าน ใช้ไม้ไผ่ผ่าซีกค้ำยันเอาไว้ให้มั่นคง และทำบานประตูใหญ่จากไม้ไผ่ นี่ก็คือทั้งหมดของที่อยู่อาศัยชั่วคราวของแม่ลูกเยี่ยซื่อ
มองดูเพิงโกโรโกโสที่หยาบไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว แม่ลูกเยี่ยซื่อกลับมองหน้ากันด้วยรอยยิ้ม อย่างน้อย พวกเขาก็มีที่พักเป็นของตัวเองแล้วมิใช่หรือ
เพิงถูกแบ่งออกเป็นสองห้อง สองพี่น้องเยี่ยเฉินนอนห้องหนึ่ง เยี่ยซื่อและลูกสาวนอนอีกห้องหนึ่ง เพื่อความปลอดภัย จึงสร้างเตาดินเอาไว้ใต้ลมห่างจากเพิงไปราวหนึ่งจั้ง
“ที่พักของเจ้ามันเรียบง่ายเกินไปแล้ว ข้าวของอะไรก็ไม่มีสักอย่าง ที่บ้านข้ามีเตียงไม้ไผ่อยู่หลังหนึ่ง แม้ว่าแผ่นไม้มันจะหักไปแล้วหลายแผ่น ขาก็หักไปขาหนึ่ง แต่ก็ดีที่ยังเป็นเตียง ซ่อมเสียหน่อยก็ยังพอเอามาใช้ได้ กลับไปแล้วข้าจะให้เถี่ยจู้ไปรื้อมาให้ ปูหญ้าเพิ่มอีกหน่อย ดีกว่านอนบนพื้นแข็งๆ แน่นอน”
เมื่อสร้างเพิงเสร็จแล้ว อาฮวาก็มองไปยังห้องที่ว่างเปล่า ก่อนจะขมวดคิ้ว พึมพำออกมา
“ขอบใจท่านมาก พี่ฮวา” เยี่ยซื่อซาบซึ้งจนน้ำตาคลอเบ้า นางเองก็จำไม่ได้แล้วว่าวันนี้ร้องไห้ไปรอบที่เท่าไร
อาฮวาเห็นเช่นนั้นก็อดทอดถอนใจในใจไม่ได้ คว้ามือของเยี่ยซื่อมาเอ่ยปลอบอย่างอ่อนโยน “เฮ้อ เจ้านี่นะ เป็นเพราะนิสัยใจอ่อนมากเกินไป เมื่อก่อนมีพี่ต้าฟาอยู่ปกป้องก็ยังดี ตอนนี้...”
เชิงอรรถ
^ เสื้ออ๋าว คือเสื้อกันหนาวแบบจีน