ชาติก่อนข้าคืออดีตรัชทายาท [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 83 ออกเดินทาง (ตอนแรก)

            ภารกิจในครั้งนี้ เบื้องหน้าคือการคุ้มกันเสบียง แต่เบื้องหลังนั้นแฝงไปด้วยพระประสงค์ของฮ่องเต้ ที่ต้องการตรวจตราชายแดน หมิงหยวนเคยพบหน้าบุคคลผู้เป็นผู้นำทัพผู้นั้นอยู่หลายครั้ง เขาผู้นั้นคือ ‘หวังอี้จือ’ บุตรชายคนโตของตระกูลหวัง เขาเป็นถึงหลานชายสายตรงของตระกูล มีฐานะสูงส่ง อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งขุนนาง แม้ตระกูลหวังกับตระกูลเซี่ยจะร่วมมือกันปกครองใต้หล้า แต่ก็มิใช่คนตระกูลเดียวกัน การกระทำเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะไม่ทำให้เซี่ยไท่ฟู่ขุ่นเคืองใจ ยังเป็นการถ่วงดุลอำนาจอีกด้วย ด้านหมิงหยวนได้รับมอบหมายให้เลือกคนมาช่วยงานอีกสองคน คาดว่าอีกฝ่ายคงต้องการให้เขาเป็นผู้จัดการทุกอย่างเป็นแน่

            

            การขนส่งเสบียงเป็นหน้าที่ของสำนักเลขานุการ เดิมทีหมิงหยวนคิดว่าทางฝ่ายหวงซื่อเหว่ยคงส่งคนของตนมาช่วยงาน ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากขุนนางในกระทรวงเห็นว่าหวงซื่อเหว่ยวู่วามเกินไป จึงส่งหนิงตวนเฉิงที่สุขุมรอบคอบมารับหน้าที่แทน ส่วนอีกสองคน หมิงเยี่ยเสนอตัวทันที ได้ยินว่าหากไม่ให้เขาไปด้วย เขาจะตัดขาดความเป็นพี่น้องกับหมิงหยวน ด้านเฉาอู๋จิ่วก็อยากไปด้วย ถึงแม้จะโกรธเคืองกันมากเพียงใด แต่ก็ยังเป็นห่วงหม่านสือชี จึงอยากติดตามไปด้วย ทว่าตอนนี้เขามีฐานะเป็นถึงทายาทอดีตเชื้อพระวงศ์ คาดว่าทางราชสำนักคงไม่ยอมให้เขาเดินทางไปชายแดนอย่างอิสระ ยิ่งไปกว่านั้น การกระทำดังกล่าวยังอาจนำความเดือดร้อนมาสู่หมิงหยวนได้ เฉาอู๋จิ่วจึงตัดสินใจปฏิเสธ ส่วนเยี่ยนหรงชิวก็เสนอตัวเช่นกัน แต่สถานการณ์ในค่ายผู้อพยพเพิ่งจะสงบลง หากหมิงหยวนจากไปตอนนี้คงไม่สบายใจ เขาจึงมอบหมายให้เยี่ยนหรงชิวดูแลเรื่องนี้แทน ส่วนพี่น้องตระกูลเฉาเพิ่งเดินทางมาถึงเมืองเจี้ยนคัง ยังไม่ได้เข้ารับการศึกษา หากเกิดเรื่องไม่คาดฝัน หมิงหยวนคงไม่สามารถรับผิดชอบได้ เขาจึงให้ทั้งสองช่วยเยี่ยนหรงชิวจัดการทุกอย่าง

            

            ในสายตาของหมิงหยวน การเดินทางไปชายแดนครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เปิดหูเปิดตา เขาจึงไปถามสหายร่วมชั้นหลายคนที่เกิดในตระกูลผู้ดี ทว่าทุกคนล้วนส่ายหน้า ปฏิเสธไม่ขอรับหน้าที่นี้ ทุกคนล้วนทำได้เพียงรับราชการในแต่ละกรม จะมีเรี่ยวแรงที่ไหนออกรบในสนามรบกันเล่า อันที่จริงก็พอมีคนที่เต็มใจอยู่บ้าง แต่ติดที่ทางบ้านไม่อนุญาต หมิงหยวนจึงไม่คิดจะฝืนใจ

            

            หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย หมิงหยวนกำลังคิดว่าควรจะไปคารวะหวังอี้จือก่อนออกเดินทางหรือไม่ ทว่าจู่ๆ อีกฝ่ายก็มาเยือนถึงที่พัก

            

            หมิงหยวนแปลกใจเป็นอย่างมาก พูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง จึงถือโอกาสเอ่ยถาม “สหายหวังเป็นถึงคุณชายตระกูลใหญ่ เหตุใดท่านอัครเสนาบดีหวังถึงยอมให้ท่านเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกลและอันตรายเช่นนั้น?”

            

            หวังอี้จือเผยยิ้มบางๆ อย่างสุขุม “ข้าทำให้ไจ้เฉินหัวเราะเยาะแล้ว อันที่จริงเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในตระกูล ไม่ควรนำมาเล่าให้ผู้อื่นฟัง แต่ในเมื่อวันนี้ข้าเอ่ยปากแล้วก็จะขอพูดตามตรง แม้ตระกูลข้าจะเป็นถึงตระกูลใหญ่ แต่บรรดาอาผู้ชายกลับชอบโอ้อวด ดูถูกผู้อื่น ส่วนคนรุ่นใหม่ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่หมกมุ่นอยู่กับภาพวาดอักษร ก็เอาแต่สนใจปรัชญา บางคนถึงกับใช้ชีวิตอยู่กับผงห้าศิลา พวกเขาไม่เคยสนใจเรื่องบ้านเมือง หากเอ่ยถึงเรื่องราชการ พวกเขาก็จะทำหูทวนลม ราวกับเป็นเรื่องสกปรกโสมม แม้ตระกูลข้าจะเป็นถึงขุนนางมาหลายชั่วอายุคน แต่กลับมีเพียงคำว่าสูงส่งเท่านั้น แม้แต่ข้าเองยังไม่เคยก้าวขาออกจากเมืองเจี้ยนคังแห่งนี้เลย ท่านปู่เห็นเป็นเช่นนั้นจึงเป็นกังวล คิดจะหาโอกาสให้พวกเราได้ออกไปผจญภัยโลกกว้าง”

            

            เรื่องภายในครอบครัวของผู้อื่น หมิงหยวนไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว จึงได้แต่เอ่ยปลอบใจ “ลูกหลานตระกูลหวังล้วนสง่างาม ภาพวาดอักษรล้วนเป็นสื่อกลางในการแสดงความรู้สึก ยิ่งไปกว่านั้นความสามารถของสหายหวังหาได้ด้อยไปกว่าผู้ใด ท่านอัครเสนาบดีหวังไม่ต้องเป็นกังวล”

            

            “ไจ้เฉินไม่ต้องมาชมข้าหรอก หากเทียบกันแล้ว ประสบการณ์ของเจ้ามีมากกว่าข้าเสียอีก การเดินทางครั้งนี้ข้าคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว”

            

            หมิงหยวนเอ่ยอย่างนอบน้อม ฐานะของหวังอี้จือสูงส่งกว่าเขามากนัก การที่อีกฝ่ายยอมเดินทางไปด้วยเช่นนี้ ย่อมทำให้การเดินทางราบรื่นขึ้นแน่นอน ทว่าพอคิดถึงเซี่ยฉีที่ประจำการอยู่ชายแดน ก็อดกังวลไม่ได้ หมิงหยวนจึงคิดจะปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต พวกเขาต้องร่วมมือกัน ทำงานย่อมต้องสนิทสนมกันมากกว่านี้ หมิงหยวนจึงให้คนไปเชิญหมิงเยี่ยกลับมาเพื่อปรึกษาเรื่องการเดินทางกับหวังอี้จือ

            

            เมื่อทุกอย่างพร้อม หมิงหยวนจึงสั่งให้คนเตรียมตัวออกเดินทาง ทว่ากลับมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือน จางจิ่วรั่งยืนขวางประตูทางออกไม่ยอมให้หมิงหยวนจากไป หมิงหยวนได้แต่ถอนหายใจ “ข้าจะไปคุ้มกันเสบียง มิใช่ไปเล่นหมากรุกเสียหน่อย”

            

            “ข้าจะไปคุ้มกันเสบียงกับเจ้า เจ้าก็เล่นหมากรุกกับข้า เป็นอย่างไร?” จางจิ่วรั่งเอ่ยอย่างมั่นใจ กระทั่งสัมภาระเดินทางเขาก็เตรียมพร้อมแล้ว “สองสามเดือนมานี้ข้าเบื่อจะแย่อยู่แล้ว คนที่เล่นหมากรุกเก่งๆ ในสำนักศึกษาหลวงมีอยู่ไม่กี่คน พวกเจ้าแต่ละคนก็ยุ่งจนไม่มีเวลาว่าง ข้าประลองระหว่างมือซ้ายกับมือขวาจนแขนแทบพันกันแล้ว”

            

            หมิงหยวนยิ้มออกมา “เรายังเหลืออีกหนึ่งกระดานมิใช่หรือ?”

            

            “เจ้ายังจำได้อีกหรือ!”

            

            “เจ้าชนะข้าไปกี่แต้ม?”

            

            “สี่แต้มครึ่ง” จางจิ่วรั่งเผลอหลุดปากพูดออกมา แต่จู่ๆ เขาก็หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ “...”

            

            หมิงหยวนยิ้มออกมา เหมือนรู้คำตอบอยู่ก่อนแล้ว “ขอบใจที่ยอมอ่อนข้อให้ ฝีมือข้ายังอ่อนหัด เทียบกับสหายจิ่วรั่งไม่ได้หรอก ในเมืองหลวงมีผู้ที่เชี่ยวชาญด้านหมากรุกมากมาย ท่านอยู่ที่นี่เถิด”

            

            “พวกคนแก่พวกนั้นน่าเบื่อจะตาย มีแต่เจ้าที่เล่นด้วยแล้วสนุก ข้าจะเล่นกับเจ้า” จางจิ่วรั่งสะพายกระบอกสุราไว้บนหลังตั้งใจจะติดตามหมิงหยวนไปให้ได้ หมิงหยวนเกาศีรษะอย่างจนใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมา “ก็ได้ อย่างนั้นข้าจะไปแจ้งเพิ่มชื่อเจ้าในรายชื่อ แต่ต้องตกลงกันก่อนว่า เวลาออกไปข้างนอก ต้องเชื่อฟังคำสั่ง ห้ามบ่น และห้ามออกนอกลู่นอกทางเด็ดขาด”

            

            “ไม่มีปัญหา”

            

            กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็ผ่านไปครึ่งเดือน เนื่องจากตรงกับวันคล้ายวันเกิดของท่านอัครเสนาบดีหวัง ทางสำนักเลขานุการจึงเลื่อนกำหนดการเดินทางออกไปอีกห้าวัน หมิงหยวนรู้สึกไม่พอใจนัก เพราะตอนนี้เสบียงที่ชายแดนกำลังขาดแคลน มีหนังสือแจ้งข่าวร้ายมาทุกวัน ด้านหวังอี้จือเองก็รู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากคัดค้าน จึงได้แต่จำใจยอมรับน้ำใจนี้

            

            ในที่สุดก็ถึงวันออกเดินทาง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อพยพก่อความวุ่นวาย แย่งชิงเสบียง ทางหน่วยงานจึงจัดให้พวกเขาเดินทางออกจากเมืองตอนกลางคืน พอฟ้าสางพวกเขาก็เดินทางออกจากเมืองเจี้ยนคังได้ไกลกว่าร้อยห้าสิบลี้แล้ว ยิ่งเดินทางหมิงหยวนก็ยิ่งตกใจ เพราะเมืองที่อยู่รอบนอกเมืองหลวงต่างเงียบเหงาราวกับเมืองร้าง บนหลังคาบ้านเรือนไม่มีควันไฟ บนท้องถนนไร้ซึ่งผู้คน สภาพคลองส่งน้ำอุดตัน ผืนดินแห้งแตกระแหง พอพวกเขาหยุดพักเพื่อหุงหาอาหาร ชาวบ้านต่างก็มามุงดูด้วยแววตาว่างเปล่า

            

            หมิงเยี่ยทนเห็นภาพเช่นนั้นไม่ไหว จึงกวักมือเรียกเด็กคนหนึ่งเพื่อแบ่งขนมแห้งให้

            

            ทว่ากลับถูกหมิงหยวนห้ามไว้ พร้อมกับใช้สายตาส่งสัญญาณเตือน “มีตั้งหลายคน เจ้าแบ่งไหวหรือ? หากเด็กคนหนึ่งได้กิน เด็กคนอื่นๆ ก็ต้องมารุมล้อมเจ้า เจ้าแบ่งไหวแค่ไหนกัน? หากชาวบ้านพากันมาแย่งชิงเสบียง พวกเราจะทำอย่างไร?”

            

            หมิงเยี่ยรู้ว่าที่หมิงหยวนพูดนั้นถูกต้อง แต่ในใจก็อดโกรธไม่ได้ จึงโยนขนมปังในมือทิ้งด้วยความโมโห “เจ้าเอาแต่พูด ไม่ได้ลงมือทำเองนี่!”

            

            พูดจบเขาก็เดินหนีไป หมิงหยวนมองขนมปังที่ถูกโยนทิ้ง ก่อนจะก้มลงเก็บมันขึ้นมาปัดฝุ่นออก แล้วค่อยๆ กินมันอย่างช้าๆ หมิงเยี่ยที่ยืนอยู่ไม่ไกลเห็นเช่นนั้น ก็รู้สึกผิดขึ้นมาฉับพลัน อยากจะเดินเข้าไปพูดคุยด้วย แต่ก็ไม่กล้า จึงได้แต่ยืนเตะฝุ่นอยู่ข้างกำแพง

            

            พอหมิงหยวนกินข้าวเสร็จก็เรียกหมิงเยี่ยให้รีบออกเดินทาง หมิงเยี่ยรีบเดินเข้ามาหา ก่อนจะควบม้าเคียงข้างเขา หมิงเยี่ยอึกๆ อักๆ อยากจะพูดบางอย่าง แต่ก็ไม่กล้า ทันใดนั้นท้องเขาก็ก้องขึ้นมา เสียงนั้นทำเอาหมิงเยี่ยทั้งอายทั้งโกรธ หมิงหยวนเห็นดังนั้นก็อดขำไม่ได้ จึงหยิบขนมปังอีกชิ้นที่ยังไม่ได้กินออกมาส่งให้เขา “เยี่ยเก้อเอ๋อร์ เจ้าไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกที่หิวโหยมันทรมานเพียงใด แต่ข้ารู้ดี ยามนั้นข้าคอยลอกข้อสอบ ช่วยพวกเจ้าทำการบ้านทุกวันไม่ใช่เพราะข้าอยากทำ แต่เพราะเงินที่ได้มาจะทำให้ที่บ้านมีข้าวกิน พี่สาวและน้องสาวของข้าจะได้ไม่ต้องทนหิว”

            

            “ยามที่ผู้คนหิวโหย พวกเขาทำได้ทุกอย่าง”

            

            -----

    คล้ายกับเรื่องชาติก่อนข้าคืออดีตรัชทายาท [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245