หลายวันที่ผ่านมา นรินทร์ใช้ชีวิตไม่ต่างกับคนในครอบครัวของ ศิวกร และพริ้มพราว เธอคอยดูแลสองพ่อลูกอย่างดีทำอาหารดูแลบ้าน จนพี่เลี้ยงแทบจะไม่ต้องทำอะไร ทั้งยังมีเวลาไปเล่นโทรศัพท์อีกจนศจีผู้เป็ยายที่เดินทางมาเยี่ยมหลาน และเอารถมาให้บุตรสาวใช้ระหว่างที่อยู่ไทยเห็นเข้า อดจะออกปากใช้งานไม่ได้
“บ๊ายบายค่าคุณยาย”
ฟอด ฟอด
“อื้มมแก้มหลานยายหอมจริง ๆ”
“คิกคิกคุณยายน้องพริ้มจั๊กจี้ คิกๆ”
“เอาละไปได้แล้วเดี๋ยวจะค่ำ รินพ่อกับแม่ไปก่อนนะ ถ้าลูกค้าไม่เยอะพ่อกับแม่จะมาบ่อย ๆ”
“ได้ค่ะพี่สิงห์ขับรถดี ๆ นะรินฝากพ่อกับแม่ด้วย”
“ได้อย่าห่วงลุงกับป้าพี่ดูเอง”
“แม่ไปนะรินคุณยายกลับแล้วนะคะน้องพริ้ม”
“ค่ะแม่ถึงแล้วโทรหารินนะ”
สองน้า หลานยืนส่งตายายที่หน้าบ้าน จนรถยนต์คันใหญ่หายลับไปจากสายตาและเมื่อเดินกลับเข้ามาในตัวบ้านนรินทร์ที่เห็นพี่เลี้ยงของหลานสาวเอาองุ่นในตู้ออกมากินพร้อมเล่นโทรศัพท์ด้วยท่าทางสบายใจก็ลอบถอนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
เธอเจอพี่เลี้ยงของหลานในวันถัดมาหลังจากที่น้องพริ้มล้ม
ตอนแรกที่เจอพี่เลี้ยงคนนี้ก็ดูเอาการเอางานดีแต่ยังไม่ทันข้ามวันก็เริ่มี้เีแถมยังเอาของที่เธอตั้งใจซื้อให้หลานออกมากินหน้าตาเฉย ยิ่งเธอไม่พูดก็เหมือนจะยิ่งได้ใจ
“พี่พรค่ะนี่จะเที่ยงแล้วอาหารของน้องพริ้มอยู่ไหนคะ”
“ยังไม่ได้ทำค่ะน้องพริ้มรอก่อนนะคะ พี่พรดูซีรี่ย์ตอนนี้ก่อน”
“แต่น้องพริ้มต้องกินยาให้ตรงเวลานะคะถ้ายังไม่ทำจะทันยังไง”
น้ำเสียงและสีหน้าไม่พอใจแสดงออกมาอย่างชัดเจนแต่ถึงอย่างนั้นคนที่นั่งจ้องโทรศัพท์และหยิบผลไม้เข้าปากก็ยังไม่สนใจแล้วตอบกลับมาด้วยท่าทางรำคาญ
“ถ้าคุณรินรีบมาก็ทำเองสิคะก่อนหน้านี้พี่ก็ทำอย่างนี้ประจำคุณกรไม่เห็นจะพูดอะไรเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นนรินทร์อดที่จะจ้องพี่เลี้ยงหลานด้วยความโมโหไม่ได้ก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินไปในครัวเพื่อดูว่าพอจะทำอะไรให้หลานสาวได้บ้างทว่าเมื่อเปิดตู้เย็นออกมาของสดที่ซื้อเอาไว้เมื่อไม่กี่วันก่อนกลับแทบไม่เหลือ
“พี่พรค่ะของรินซื้อมาไว้ตั้งเยอะเหลือแค่นี้เองเหรอคะ”
“เห้ออออ คุณรินค่ะ ของเอามาทำก็ต้องหมดสิคะคุณรินนี่จู้จี้จริง ๆ”
นรินทร์มองคนที่ต่อว่าเธอออกมาซึ่งหน้าพร้อมแสดงสีหน้าท่าทางรำคาญออกมาอย่างไม่เกรงใจก่อนจะขนเอาโทรศัพท์และจานองุ่นที่เธอตั้งใจซื้อให้หลานเดินไปทางหลังบ้านพร้อมปิดประตูใส่เสียงดังจนเธอต้องข่มความโมโหเอาไว้เพราะถึงอย่างไรพี่เลี้ยงคนนี้ก็นับว่าเป็คนที่พี่เขยหามา
“น้ารินขาพี่พรเขาโมโหอะไรคะ”
“น้องพริ้มปกติเวลาที่น้องพริ้มอยู่กับพี่พร ตอนคุณพ่อไม่อยู่เขาเป็แบบนี้หรือเปล่าคะ”
“ก็แบบนี้นะคะ”
“อ๋อ”
“เอางี้ดีกว่าไหน ๆ เราก็มีรถแล้ว น้ารินพาน้องพริ้มไปทานข้าวนอกบ้านดีไหมคะแล้วไปช้อปปิ้งกันต่อด้วย”
“ดีค่ะน้องพริ้มอยากออกไปเที่ยว”
“ค่ะงั้นเราไปกัน”
หลังหยิบกระเป๋าและกุญแจบ้านกุญแจรถเรียบร้อย หญิงสาวก็ออกจากบ้านทันทีโดยไม่ได้บอกพี่เลี้ยงของหลานเพราะคิดว่าหากอีกคนเห็นว่ารถไม่อยู่ก็คงรู้เอง
พวกเธอตัดสินใจทานเป็อาหารญี่ปุ่นในห้างใกล้บ้านอย่างที่เด็กหญิง้าก่อนจะลงไปซื้อของต่อที่ซูเปอร์ในห้างเดียวกัน
ทั้งสองเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อของจนลืมเวลาหากนรินทร์ไม่เห็นข้อความของกรตอนเกือบหกโมงเย็นที่ถามว่าตอนพวกเธออยู่ที่ไหนและจะกลับบ้านตอนกี่โมงเห็นทีว่าป่านนี้ทั้งสองก็คงยังไม่หยุดเลือกของกันต่อเป็แน่
“ว้าวท้องฟ้าเป็สีส้มเลย”
ั์ตากลมโตเป็ประกายของเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งข้างคนขับเกาะหน้าต่างมองบรรยากาศยามเย็นด้านนอกพลางร้องออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้นทั้งที่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้มองท้องฟ้ายามเย็นเช่นนี้จนคนที่ทำหน้าที่ขับรถอดไม่ได้ที่จะละสายตามองท่าทางนั้นอย่างเอ็นดู ก่อนจะกลับไปสนใจท้องถนนต่อ
เพราะเป็่เลิกงานพอดีทั้งสองจึงใช้เวลาเดินทางกลับบ้านนานกว่าปกติ และเมื่อกลับมาถึงบ้านก็เห็นรถของศิวกรจอดอยู่ในโรงจอดรถก่อนแล้ว พร้อมกับที่เ้าตัวก้าวขาออกจากรถพอดี
เมื่อเห็นว่าบิดายืนรออยู่เด็กหญิงตัวน้อยจึงรีบปลดเข็มขัดแล้วปรี่ลงไปจากรถไปกอดขาพ่อทันที ที่รถจอดสนิท
“คุณพ่อน้องพริ้มคิดถึงคุณพ่อ”
“พ่อก็คิดถึงน้องพริ้มครับวันนี้น้องพริ้มกับน้ารินไปเที่ยวที่ไหนกันมาเอ่ย”
“น้ารินพาน้องพริ้มไปทานอาหารญี่ปุ่นมาค่ะแล้วก็ไปช้อปปิ้งกัน น้องพริ้มเลือกของมาให้คุณพ่อเต็มเลย”
“ว้าว..ขอบคุณนะครับ”
ร่างสูงย่อตัวลงกอดหอมแก้มลูกสาวสลับซ้าย ขวา ก่อนจะผละออกจากร่างเล็กดีดดิ้นแล้วเดินเข้าไปในตัวบ้าน มองหญิงสาวที่เดินออกไปจากบ้านอีกครั้งแต่ก่อนที่ผ่านร่างของเขาไปเธอก็หยุดลง แล้วหันมาทางเขา
“พี่กรทานอะไรมาหรือยังคะ”
“ยังเลยครับของในรถหมดหรือยัง เดี๋ยวพี่ไปช่วย”
“ยังมีอีกค่ะไม่รบกวนพี่กรดีกว่าแต่ถ้าพี่กรอยากช่วยงั้น..ช่วยพาน้องพริ้มไปอาบน้ำหน่อยได้ไหมคะเดี๋ยวระหว่างนี้รินเตรียมมื้อเย็นรอ”
“เอาอย่างนั้นเหรอครับ”
“ค่ะของในรถมีไม่เยอะมากไม่หนักด้วย พี่กรไม่ต้องห่วงค่ะ”
รอยยิ้มหวานส่งให้ชายร่างสูงที่มองใบหน้าเธอด้วยความลังเลอยู่เพียงครู่ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินไปหาบุตรสาวของเขาที่นั่งดูการ์ตูนอยู่หน้าทีวีแล้วพากันเดินขึ้นชั้นสอง แต่ระหว่างที่เดินไปใบหน้าคมก็ไม่วายจหันมองมาอีกครั้งจนเธอต้องโบกมือไล่เขาแล้วเดินออกไปขนของในรถต่อ
ทันทีที่สองพ่อลูกลงมาจากชั้นสองก็เห็นอาหารสองสามอย่างวางอยู่บนโต๊ะ พร้อมส่งกลิ่นหอมฉุยจนพริ้มพราวอดใจไม่ไหวปีนขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ของตัวเองโดยที่ไม่ต้องมีใครบอกบรรยากาศมื้อเย็นของบ้านเอี่ยมสกุลเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและอบอวลไปด้วยความอบอุ่น จนไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้บรรยากาศเช่นนี้หายไปรวมถึงกรด้วยเช่นกัน
“น้องพริ้มหลับแล้วเหรอคะ”นรินทร์หันไปตามพี่เขย เมื่อเห็นเขาเดินลงมาจากชั้นบนหลังพาพริ้มพราวที่หลับคาโต๊ะอาหารไปส่งบนห้องนอน
พร้อมกับที่เธอเช็ดมือถอดผ้ากันเปื้อนออกหลังล้างจานใบสุดท้ายเสร็จ
“ครับ”
“วันนี้น้องพริ้มหลับง่ายจัง”
“คงจะเพราะเหนื่อยนั่นแหละรินก็เห็นว่าตอนกินข้าวพูดแจ้ว ๆ อยู่คนเดียว แทบไม่มีใครพูดทันอยู่”
“นั่นสิคะ”
หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุขพลางนึกถึงท่าทางของหลานสาวเวลาพูดเจื้อยแจ้วก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อคิดเื่เมื่อตอนกลางวัน
“พี่กรค่ะ”
“ครับ”
“คือว่า”
“รินมีอะไรหรือเปล่าบอกมาได้เลยนะ”
ศิวกรมองสีหน้าและท่าทางลำบากใจของคนที่ยืนหันรีหันขวางอยู่กลางห้องครัวพร้อมมองมาทางเขาด้วยท่าทางลังเลก่อนที่เธอจะถอนสูดลมหายใจเข้าไปแล้วเดินมานั่งลงตรงโต๊ะกินข้าวจนคนที่โตกว่าอย่างเขาต้องเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างเลี่ยงไม่ได้
“รินอยากจะพูดกับพี่กรเื่...พี่เลี้ยงน้องพริ้มนะคะ”
“พี่พรทำไมเหรอครับ”
“คือ..รินรู้สึกว่าเขาละเลยไม่สนใจน้องพริ้มเท่าที่ควรติดโทรศัพท์แถมยังเอาอาหารของหลานออกมากินต่อหน้าต่อตารินที่จริงเื่ของกินเล็กน้อยพวกนี้รินก็ไม่ได้จะสนใจแต่ว่ารินรู้สึกว่ามันมากเกินไปเขากินมันจนหมดไม่เหลือให้หลานเลยแถมรินยังรู้สึกอีกว่าของที่เราซื้อตุนเอาไว้หายไปเร็วมากจนอดคิดไม่ได้ว่าเขาขโมยไปบ้างหรือเปล่า”
ชายหนุ่มมองใบหน้าน้องภรรยาด้วยท่าทางวิตกกังวลและเคร่งเครียด แม้ว่าพี่เลี้ยงคนนี้จะติดเล่นโทรศัพท์ไปเสียหน่อยแต่ท่าทางและนิสัยของเขานับว่าไม่เลวทั้งเวลาที่อยู่ต่อหน้าพรก็ดูแลลูกสาวของเขาอย่างดี ฉะนั้นหากไม่มั่นใจเขาก็ไม่อยากปรักปรำ พี่เลี้ยงคนนี้ให้เสียน้ำใจกัน
แต่ถ้าจะว่ารินกุเื่ก็คงไม่ใช่เพราะไม่ว่าอย่างไรรินก็เป็น้าของลูกเขาและไม่มีประโยชน์ที่เธอจะใส่ร้ายพร
ดวงตากลมมองสีหน้าครุ่นคิดของคนฝั่งตรงข้ามก่อนจะตัดสินใจเอ่ยเื่สำคัญออกไป
“และ...อีกอย่างวันนี้ที่รินพาหลานออกไปกินข้าวนอกบ้านเพราะพี่พรไม่ยอมทำอาหารให้น้องพริ้ม
รินถามหลานว่าเป็แบบนี้บ่อยไหมหลานบอกว่าบางวันถ้าเกิดว่าไม่บอกว่าหิว พี่พรก็ไม่ทำอะไรให้หลานกินเลยรินว่าแบบนี้มันมากเกินไป เราหาพี่เลี้ยงคนใหม่ดีไหมคะ”
“จริงเหรอครับ!!”
จากที่ก้มหน้าคิดอยู่ กรก็เงยหน้ามองน้องภรรยาอย่างใและเผลอใช้น้ำเสียงที่ดังกว่าเดิมมาก จนหญิงฝั่งตรงข้ามมองเขาตาโตในใจได้แต่นึกโมโหไม่คิดว่าพี่เลี้ยงที่คิดว่าดีที่สุดจะทำแบบนี้กับลูกเขา
“ค่ะถ้าพี่กรไม่เชื่อถามน้องพริ้มก็ได้”
“...”
“และถ้าพี่กรกังวลเื่พี่เลี้ยงไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะรินลาออกจากงานที่ญี่ปุ่นแล้ว จะดูแลหลานให้เอง”