กลิ่นเถ้าถ่านปนกลิ่นควันเคมีจางๆ ยังคงลอยอบอวลอยู่รอบๆ บริเวณคลับ THE ECLIPSE แม้ว่าเ้าหน้าที่ดับเพลิงจะสามารถควบคุมเหตุไฟไหม้เล็กๆ ที่เกิดจากตู้ควบคุมไฟหลังร้านะเิไว้ได้ทันท่วงที ทว่าคราบเขม่าสีดำที่เกาะอยู่ตามผนังปูนหรูและกระจกเงาด้านนอกกลับเป็เหมือนสัญลักษณ์เตือนภัยว่าอาณาจักรกลางคืนแห่งนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย ค่ำคืนนี้คลับจำต้องปิดให้บริการชั่วคราวเพื่อซ่อมแซมระบบไฟ แสงไฟนีออนหลากสีที่เคยเจิดจ้าถูกแทนที่ด้วยแสงไฟสำรองสลัวสีส้มหม่น และความเงียบงันที่แสนะเื
ภายในโถงกลางของร้านที่ไร้ผู้คน โต๊ะโซฟาหนังสีเข้มดูวังเวงจับใจ บรรยากาศเงียบสงัดจนสามารถได้ยินเสียงสายฝนที่ยังตกปรอยๆ นอกร้านสาดกระทบหลังคาและพื้นถนนคอนโดมิเนียมด้านหลัง เสียงนาฬิกาแขวนผนังเรือนหรูสไตล์ยุโรปส่งเสียงเดินดังก้องสะท้อนไปมาราวกับเข็มนาฬิกาแห่งมรณะที่กำลังนับถอยหลังชะตากรรมของทุกคนในร้าน
"ผู้กองกานต์" นั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่พิงแผ่นหลังกว้างกับพนักหนังกลิ่นอายคลาสสิก บนโต๊ะกระจกตรงหน้ามีสมุดบันทึกเล่มเล็ก ปากกา และหลักฐานรูปถ่ายรองเท้าส้นสูงสีแดงเปื้อนคราบเืวางเด่นชัด แสงไฟสลัวจับต้องใบหน้าคมสันที่ดูเคร่งเครียดของเขา ดวงตาสีเข้มคมกริบจ้องมองรูปถ่ายนั้นราวกับพยายามเพ่งมองหาจิติญญาของผู้ตายที่สิงสถิตอยู่ ข้างกายของเขาคือ "เจนนี่" โฮสเตสรุ่นพี่ที่ยืนกอดอกพ่นควันบุหรี่สีเทาหม่นออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า ใบหน้าสวยจัดจ้านที่ลบเครื่องสำอางออกบางส่วนดูอิดโรยและแฝงความหวาดระแวงที่กักเก็บไว้ไม่มิด ริมฝีปากสีแดงสดของเธอเม้มเข้าหากันแน่นสลับกับการเคาะเล็บยาวเคลือบสีแดงกับต้นแขนของตัวเองเบาๆ เป็สัญญาณของความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งยโส
"คุณตำรวจคะ... เจนนี่ก็นั่งตอบคำถามคุณมาเป็ชั่วโมงแล้วนะ" เจนนี่เอ่ยขึ้นน้ำเสียงกระแทกกระทั้นอย่างหมดความอดทนพลางเคาะขี้เถ้าบุหรี่ลงบนถาดแก้วเจียระไน "ร้านก็เกือบไหม้ เพื่อนร่วมงานก็มาตาย แล้วนี่ยังต้องมาโดนตำรวจรีดข้อมูลเหมือนเจนนี่เป็ฆาตกรอีกเหรอคะ? พี่มุกดาช่วยพูดอะไรหน่อยสิคะ!"
เจนนี่หันไปมอง "มุกดา" ที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ตรงมุมห้องทำงาน มุกดาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแล็กสีดำธรรมดา ใบหน้าสวยคมปราศจากเครื่องสำอางหนาจัดดูซีดเซียว ดวงตาคมกริบจ้องมองรูปถ่ายรองเท้าสีแดงบนโต๊ะด้วยความรู้สึกอันหลากหลายที่อัดแน่นอยู่ในใจ ความปวดร้าวสะท้อนเด่นชัดในดวงตาคู่สวย มุกดารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดด้วยมือที่มองไม่เห็น ความตายของศิรินทร์เป็เื่ยากที่เธอจะยอมรับได้ และยิ่งความแค้นในใจเื่อนาวิลเข้ามารบกวน ยิ่งทำให้หัวสมองของเธอสับสนทรมานเกินกว่าจะทนไหว
"เจนนี่... ถ้าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด ก็แค่ตอบผู้กองกานต์ไปตามความจริงเถอะ" มุกดาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความเหนื่อยล้าล้ำลึก "พวกเรา้าหาตัวคนร้ายที่ฆ่าศิรินทร์จริงๆ ไม่ใช่เหรอ? ถ้าเธอมัวแต่ปิดบังหรือโมโหใส่คุณตำรวจ มันจะยิ่งทำให้เธอดูน่าสงสัยนะ"
เจนนี่เค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาสั่นระริกสะท้อนอารมณ์ริษยาและความแค้นขมขื่น "หึ... หาตัวคนร้ายเหรอคะ? ถามจริงๆ เถอะค่ะพี่มุกดา ใน THE ECLIPSE แห่งนี้ มีใครบ้างที่ไม่ได้อยากให้นังศิรินทร์นั่นหายไปจากโลกนี้? ทุกคนในร้านรู้ดีว่ายัยนั่นหน้าเนื้อใจเสือแค่ไหน! ภายนอกดูหวานใสราวกับกล้วยไม้ป่าที่บริสุทธิ์ แต่ความจริงมันคือผู้หญิงมีพิษที่คอยแว้งกัดพวกเราลับหลังเสมอ!"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและดุดันของเจนนี่ทำให้ผู้กองกานต์หรี่ตาลงจ้องมองเธอเขม็ง เขาหยิบปากกาขึ้นมาเคาะเบาๆ กับสมุดบันทึกเพื่อกระตุ้นให้เธอบอกเล่าข้อมูลเพิ่ม "หมายความว่ายังไงครับคุณเจนนี่? คุณศิรินทร์ไปทำอะไรให้พวกคุณเกลียดชังนักหนา? ในประวัติการทำงานเท่าที่ผมตรวจสอบดู เธอได้รับคำชมว่าเป็คนอ่อนน้อม มีมนุษยสัมพันธ์ดี และคอยช่วยเหลือโฮสเตสทุกคนเสมอไม่ใช่หรือ?"
"คำชมพวกนั้นมันก็แค่เปลือกนอกที่ยัยนั่นสร้างขึ้นเพื่อหลอกคนนอกโง่ๆ เท่านั้นแหละค่ะ!" เจนนี่พ่นควันบุหรี่คำโตออกมา บรรยากาศรอบโต๊ะอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบฉุนเฉียว "โดยเฉพาะกับฉัน... ศิรินทร์มันทำร้ายชีวิตทำมาหากินของฉันจนแทบล้มละลาย!"
เจนนี่ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างขมขื่นลืมความระมัดระวังตัวเพราะความแค้นที่คั่งค้างในอกมานาน "สามเดือนก่อน... มีลูกค้าระดับอภิมหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นชื่อคุณนากามูระ เขาเป็ประธานบริษัทอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ เขาถูกใจฉันมากและยอมจ่ายเงินแสนเพื่อผูกขาดดริ้งก์ของฉันทุกคืนที่มาเมืองไทย ฉันคอยเอาใจใส่เขา ดูแลเขาทุกอย่างจนเขาบอกว่าอยากจะซื้อคอนโดหรูย่านพร้อมพงษ์ราคาหลายสิบล้านให้ฉันอยู่ และกำลังจะโอนเงินก้อนแรกให้ฉันแล้วด้วยซ้ำ แต่แล้วนังศิรินทร์มันก็ใช้มารยาหญิงเข้ามาแทรก!"
เจนนี่กำมือแน่นจนสั่น แววตาเต็มไปด้วยประกายริษยาที่ฝังลึก "มันแสร้งทำเป็มาม่าซังใจดี เข้ามาชนแก้วเหล้า ชวนคุยภาษาญี่ปุ่นที่มันแอบไปเรียนมา แล้วบีบน้ำตาเล่าเื่โกหกว่าชีวิตมันน่าสงสารแค่ไหน มันต้องทำงานกลางคืนเพื่อหาเงินมารักษาแม่ที่ป่วยเป็โรคร้าย ทั้งที่ความจริงแม่มันตายไปตั้งนานแล้ว! คุณนากามูระที่ชอบผู้หญิงสไตล์บอบบาง อ่อนหวาน ขี้แยแบบนั้นก็ตกหลุมพรางของมันทันที นังศิรินทร์มันแอบให้เบอร์ไลน์ส่วนตัว นัดเจอเขานอกรอบที่โรงแรมหรูตอนกลางวันโดยไม่ผ่านคลับ! สุดท้ายคุณนากามูระก็สะบั้นรักฉันอย่างไม่มีเยื่อใย หันไปอุปถัมภ์เปย์เงินล้านให้นังศิรินทร์แทน คอนโดหรูที่เคยสัญญาว่าจะให้ฉันก็กลายเป็ของมัน เงินรายได้ที่ฉันควรจะได้เดือนละหลายแสนก็หายวับไปกับตา ฉันเกือบจะไม่มีเงินจ่ายค่าผ่อนรถหรูและค่าเช่าห้องจนต้องบากหน้าไปกู้เงินนอกระบบคิดดูสิคะ!"
ผู้กองกานต์ฟังคำบอกเล่าด้วยความตั้งใจ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ริ้วรอยแห่งความโกรธเกลี้ยวบนใบหน้าของเจนนี่ "แล้วหลังจากนั้นล่ะครับ? คุณได้มีปากเสียงหรือเผชิญหน้ากับคุณศิรินทร์เื่นี้ไหม?"
"มีสิคะ! มีสิ!" เจนนี่ะโลั่น น้ำเสียงสั่นเครือปนหยาดน้ำตาแห่งความคั่งแค้น "ฉันเข้าไปโวยวายใส่มันที่หลังร้านในคืนหนึ่งหลังจากที่มันได้ทิปหนักจากคุณนากามูระ แต่มันกลับส่งยิ้มอ่อนหวานแสนดีใส่ฉันแล้วพูดเสียงเบาๆ ว่า 'เจนนี่จ๊ะ... เื่แขกมันเป็เื่ของวาสนาและเสน่ห์ส่วนตัวนะคะ ถ้าเจนนี่ทำตัวให้น่ารักกว่านี้ แขกอาจจะไม่ย้ายมาหาศิรินทร์ก็ได้ค่ะ' คำพูดของมันเหมือนเอามีดกรีดหัวใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า! ฉันเกลียดมัน... เกลียดจนอยากจะกระชากหน้ากากใสซื่อของมันออกมาแฉให้ทุกคนรู้!"
เจนนี่บดขยี้ก้นบุหรี่ลงบนถาดแก้วอย่างแรงจนประกายไฟสีแดงดลดับวูบและก้นบุหรี่บิดเบี้ยวแหลกเหลว "นอกจากฉันแล้ว โฮสเตสคนอื่นๆ ในร้านก็โดนไม่ต่างกัน นังศิรินทร์มันชอบแอบเก็บหลักฐานพฤติกรรมผิดกฎหมายหรือเื่ส่วนตัวของเด็กในร้านไว้เพื่อแบล็กเมล์ข่มขู่ไม่ให้พวกเราย้ายร้านหนีหรือแข็งข้อกับมัน มันทำตัวเหมือนนางฟ้าแต่จิตใจไม่ต่างจากปีศาจทาสเงิน!"
"แบล็กเมล์เื่ผิดกฎหมายงั้นหรือ?" กานต์ขยับตัวโน้มมาข้างหน้า ดวงตาคมปราบจนเจนนี่รู้สึกเหมือนถูกเปลือยเปล่าความลับ "รวมถึงเื่ที่คุณแอบเอายาเสพติดประเภทโคเคนและยาล็อตใหญ่เข้ามาปล่อยให้พวกวัยรุ่นไฮโซในห้อง VIP หลังร้านของ THE ECLIPSE ด้วยใช่ไหม? ศิรินทร์รู้เื่นี้และเก็บสมุดบัญชีการซื้อขายยาของคุณไว้เพื่อข่มขู่บีบบังคับคุณให้แบ่งเงินค่ายาให้เธอ และทำตามสั่งของเธอเสมอใช่ไหมครับ?"
คำถามจู่โจมที่ตรงเป้าและเฉียบคมของผู้กองกานต์เปรียบเสมือนลมหนาวที่พัดเข้ามาปะทะใบหน้าของเจนนี่จนซีดเผือด ไร้สีเื บุหรี่มวนใหม่ที่เธอกำลังจะหยิบขึ้นมาจุดหลุดร่วงจากมือสั่นระริกลงบนโต๊ะกระจก เสียงเคาะนิ้วหยุดลงทันที บรรยากาศรอบข้างกลับมาเงียบอึดอัดจนน่าขนลุก
"ยะ... ยาเสพติดอะไรกันคะผู้กอง?" เจนนี่พยายามควบคุมน้ำเสียงที่สั่นเครือให้กลับมาปกติพลางหัวเราะกลบเกลื่อนเสียงแห้งแต่ไม่ได้ช่วยให้ดูสมจริงเลยแม้แต่น้อย "เจนนี่เป็แค่โฮสเตสหาเลี้ยงชีพธรรมดาๆ นะคะ ไม่ใช่พ่อค้ายาหรือคนส่งยา คุณอย่ามาปรักปรำหาเื่ใส่ร้ายเจนนี่ลอยๆ แบบนี้สิคะ เจนนี่ฟ้องกลับได้นะคะ!"
"ผมไม่ได้ปรักปรำครับ..." กานต์พูดเสียงต่ำและเยือกเย็นพลางหยิบภาพถ่ายอีกชุดหนึ่งซึ่งเป็ภาพเจนนี่ขณะส่งมอบห่อพลาสติกสีดำให้วัยรุ่นไฮโซหลังร้านดิอีคลิปส์ออกมาวางบนโต๊ะ "สายสืบของผมเฝ้าติดตามขบวนการค้ายาในย่านทองหล่อมานานแล้ว และรูปถ่ายพวกนี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการออกหมายจับและตรวจค้นห้องพักของคุณแล้วด้วยซ้ำ... ศิรินทร์รู้เื่นี้และใช้มันกดหัวคุณไว้ใช่ไหมครับ?"
เจนนี่ทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างหมดแรง น้ำตาอุ่นๆ ไหลร่วงอาบแก้มเคลือบเครื่องสำอางจนเลอะเทอะเป็ทางยาว ร่างของเธอสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวต่อโทษทัณฑ์ทางกฎหมายอย่างหนัก
"พี่มุกดา... ช่วยเจนนี่ด้วยค่ะ เจนนี่ไม่ได้ทำเจตนาฆ่ามันนะคะ!" เจนนี่หันไปร้องไห้อ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากมุกดาที่ยืนดูอยู่เงียบๆ "นังศิรินทร์มันรู้เื่จริง แต่มันขู่เอาเงินค่ายาจากเจนนี่ไปกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ทุกครั้ง! เจนนี่เป็แค่เหยื่อที่ถูกมันขูดรีดเงินไปจนแทบไม่เหลืออะไรเลย เจนนี่แค้นมันมากก็จริง... แต่เจนนี่ไม่ได้ฆ่ามันนะคะ! คืนที่เกิดเหตุเจนนี่นอนอยู่กับคุณชายพศุตม์ที่เซฟเฮาส์ส่วนตัวของเขาตลอดทั้งคืนจริงๆ ค่ะ เจนนี่มีหลักฐาน พยานพศุตม์สอบปากคำยืนยันให้เจนนี่ได้แน่นอนค่ะ!"
มุกดามองดูสภาพอันน่าสมเพชของลูกน้องในร้านด้วยความเ็ปลึกซึ้ง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและหน้าหน้าที่ในฐานะคนคุมร้านทำให้เธอต้องถอนหายใจออกมาอย่างยาวเหงียด "เจนนี่... ฉันบอกเธอหลายครั้งแล้วใช่ไหมเื่ยาสีเทาพวกนี้? ฉันเคยเตือนแล้วว่าถ้าเธอไม่หยุดวันหนึ่งไฟมันจะย้อนกลับมาเผาตัวเธอเอง แล้วดูตอนนี้สิ..."
"พี่มุกดา... เจนนี่ขอโทษค่ะ เจนนี่ไม่ได้ตั้งใจฆ่ามันจริงๆ นะคะ..." เจนนี่ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นสะท้อนความกลัว
กานต์จดรายละเอียดลงบันทึกอย่างเยือกเย็นและเป็ระบบ ก่อนจะปิดสมุดบันทึกส่งเสียงดังปึก "ผมจะทำคดีนี้ต่อและจะเชิญตัวคุณชายพศุตม์มาสอบปากคำอย่างเป็ทางการเพื่อยืนยันพยานเวลาของคุณครับ... ตอนนี้คุณกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักได้ แต่ขอสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณออกนอกพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือพยายามหลบหนีเด็ดขาด หากทางเราพบพิรุธใดๆ จะดำเนินคดีทันที"
"ค่ะ... ค่ะผู้กอง... เจนนี่จะไม่หนีไปไหนค่ะ" เจนนี่รีบเช็ดน้ำตาหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมและรีบก้าวเท้าเดินแกมวิ่งหนีออกจากร้านดิอีคลิปส์ไปอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าตำรวจหนุ่มจะเปลี่ยนใจจับกุมตัวเธอทันที
ในโถงร้านสลัวเหลือเพียงผู้กองกานต์และมุกดาที่ยืนประจันหน้ากันช้าๆ แสงไฟสีส้มส่องกระทบใบหน้าของทั้งสองคู่สลัว กานต์เงยหน้ามองมุกดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
"คุณเห็นแล้วใช่ไหมครับมุกดา..." กานต์เอ่ยขึ้นเสียงต่ำและอบอุ่นปนปลอบโยน "หลังม่านความหรูหราของดิอีคลิปส์แห่งนี้เต็มไปด้วยความรัก ความโลภ ความโกรธ และตัณหาของมนุษย์ ทุกคนที่อยู่รอบตัวศิรินทร์ต่างก็มีแรงจูงใจที่จะฆ่าเธอทั้งนั้น... และผมเองก็ต้องสืบหาความจริงไปถึงที่สุดแม้ว่ามันจะนำไปสู่ใครก็ตาม"
มุกดาสบสายตากับกานต์ แววตาคมกริบของเธอมีหยดน้ำตาเอ่อลอนรื้นขึ้นมาสะท้อนแสงไฟ "ฉันเข้าใจหน้าที่ของคุณค่ะผู้กอง... แต่ขอให้คุณรู้ไว้เถอะว่า ถึงแม้ฉันจะโกรธแค้นศิรินทร์ที่หักหลังเื่อนาวิล แต่เธอคือเพื่อนคนเดียวที่ดึงฉันขึ้นมาจากกรงนรกชีวิตวัยรุ่นที่ท้องไม่มีพ่อคอยช่วยเหลือเลี้ยงดูลูกฉัน... ฉันมีหัวใจ มีความเป็คน และฉันไม่มีวันฆ่าคนที่เคยช่วยชีวิตฉันได้หรอกค่ะ"
กานต์เอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวที่แสนเย็นเฉียบของมุกดาไว้มั่น ััที่แน่นแฟ้นอุ่นฉ่าปลอบประโลมจิตใจที่แตกสลายของมาม่าซังผู้สู้ชีวิตได้ชั่ววินาที "ผมอยากเชื่อคุณครับมุกดา... และผมจะหาตัวคนร้ายตัวจริงมาลงโทษให้ได้เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับศิรินทร์และตัวคุณด้วย"
หยดน้ำตาใสๆ ไหลร่วงหล่นลงกระทบแก้วแชมเปญบนโต๊ะกระจกสะท้อนถึงค่ำคืนอันหม่นเศร้าและความสับสนอลหม่านที่จะทวีความตึงเครียดหนักหน่วงขึ้นในวันข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้